แต่เดิมผู้พันคิดว่าการที่เขาถามเพื่อเปิดประเด็นขึ้นมามันจะช่วยให้มีหัวข้อในการพูดคุย ไม่ให้การเดินทางในอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ข้างหน้านี้เงียบเหงาจนเกินไป
แต่กลับกลายเป็นว่าพอเขาได้ถามออกไปมันกลับยิ่งทำให้บรรยากาศในรถยิ่งเงียบลงไปกว่าเดิม เงียบขนาดที่พวกเขาถึงกับแอบผ่อนลมหายใจของตัวเองให้เบาโดยไม่รู้ตัว
“คุณไตรภพ คุณคือประธานบริษัท Enterprise จริงๆ เหรอครับ? ” ผู้พันเฉินกลั้นใจถามออกมา
ขนาดคนขับที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังใจเต้นแรงโดยไม่สามารถควบคุมได้ ทหารยศน้อยๆ อย่างเขาก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสมาขับรถให้คนระดับนี้นั่ง ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่า Enterprise คืออะไร บ้านของเขาก็ใช้ E-Wallet ทั้งบ้าน แถมแม่เขายังเคยซื้อวัคซีนรักษามะเร็งมาจาก Enterprise อีกด้วย
เขามั่นใจเลยว่าต่อให้เขาเป็นคนขับรถให้ หยาน ลี่อิง ดาราสาวสวยอันดับหนึ่งของจีนในตอนนี้ ก็ไม่สามารถทำให้เขาใจเต้นแรงได้ขนาดนี้
นี่คือใคร? นี่มันคือบุคคลที่ควบคุมกระแสการเงินของโลกในตอนนี้เชียวนะ นี่คือบุคคลลึกลับที่ถูกจัดอันดับว่าร่ำรวยที่สุดในโลก รวยขนาดที่ทิ้งห่างอันดับสองแบบไม่เห็นฝุ่น
‘ใจสั่นก็พอ มืออย่าสั่นสิโว้ย!’ คนขับรถพยายามพร่ำบอกตัวเองในใจ ตอนแรกเขาก็ขับรถได้ปกติดี แต่พอรู้ว่ากำลังขับให้ใครเท่านั้นแหละ ก็เกิดความประหม่าขึ้นมาในทันที
“ผมไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องโกหก” หินตอบเสียงเรียบ
คำตอบของหินยิ่งทำให้ผู้พันเฉินเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาใดๆ ยิ่งแน่ใจว่านี่คือประธานบริษัทของ Enterprise ผู้พันเฉินยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเป็นอย่างมาก
มันไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องของตัวตนของหิน คนระดับผู้นำประเทศเขาก็เคยดูแลมาแล้ว เพียงแต่ตัวตนของหินนั้นพิเศษ เพราะหินคือคนที่มีบุญคุณต่อผู้พันเฉิน หินคือบุคคลที่ผู้พันเฉินต้องการตอบแทนบุญคุณ มันจึงทำให้ผู้พันเฉินมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นมา
‘กล่าวต้อนรับตอนนี้ทันไหม? ’
‘ไม่ได้ๆ ! มันช้าไปแล้ว ถ้าหากพูดตอนนี้มันจะดูเหมือนประจบ’
‘หรือว่าฉันควรมอบของขวัญให้เขาดี? ’
‘ไม่ได้! มันจะดูเหมือนเสแสร้งเอาหน้า!’
ตอนนี้ความคิดของผู้พันเฉินกำลังตีกันในหัว เขาคิดไม่ตกว่าในสถานการณ์แบบนี้เขาควรทำยังไงดี ซึ่งหินเองก็สามารถอ่านความคิดของผู้พันเฉินได้ในทันทีจากท่าทางผิดปกติที่ผู้พันเฉินแสดงออกมา
ถ้าหากหินไม่พูดอะไรบางอย่างออกไป เขามั่นใจว่าผู้พันเฉินต้องแสดงท่าทีประหลาดแบบนี้ไปตลอดการเดินทางแน่
“คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากไปกว่านี้หรอก ทำเหมือนเดิมอย่างที่คุณทำมาตั้งแต่ต้นนั่นแหละ” หินพูดออกไป
ดูแล้วเป็นภาพที่ตลกอยู่บ้างที่ชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ต้นๆ คนหนึ่งพยายามพูดเพื่อให้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งไม่ให้รู้สึกตื่นเต้นตกใจหรือมีท่าทีกระวนกระวายใจ แต่ผู้พันเฉินกลับไม่ได้รู้สึกอายเลยแม้แต่น้อย
กลับกันเขากลับสงบลงอย่างน่าประหลาด นี่ทำให้ผู้พันเฉินรู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง ทำไมความรู้สึกของเขามันกลับบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มอายุ 20 ต้นๆ อย่างที่เขาเห็น แต่น้ำเสียงคำพูดและความรู้สึกที่ส่งมาถึงเขา มันเหมือนส่งผ่านมาจากชายผู้ผ่านโลกมามากซะมากกว่า
‘ไม่ใช่หรอก ดูท่าแล้วความตื่นเต้นมันจะทำให้ฉันคิดมากอีกแล้ว เวลารู้สึกตื่นเต้นตกใจทีไรเป็นแบบนี้ทุกที’ ผู้พันเฉินคิดขึ้นในใจ
“คุณไตรภพพูดภาษาจีนได้คล่องมาก คุณเคยอยู่จีนมาก่อนเหรอครับ? ” ผู้พันเฉินเอ่ยถามขึ้น เพราะอยากทำความรู้จักหินมากขึ้นและเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้
“เปล่าหรอก ผมศึกษาเอาเองน่ะ” หินตอบออกไป อันที่จริงหากจะบอกว่าเขาศึกษาเอาเองก็คงจะไม่ถูกเท่าไหร่นัก เรียกว่าเป็นการอัปโหลดภาษาเข้าสู่สมองโดยตรงน่าจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่า
“คุณเก่งมากเลยนะครับ ขนาดศึกษาด้วยตัวเอง ยังสามารถพูดได้คล่องและชัดเจนขนาดนี้” ผู้พันเฉินเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม เขาไม่แปลกใจเลยทำไมหินถึงเก่งขนาดนี้
บุคคลที่สามารถสร้างบริษัทและทำมันให้กลายเป็นอันดับหนึ่งของโลกภายในระยะเวลาไม่ถึงสองปีได้ ต้องอัจฉริยะมากอยู่แล้ว เรื่องภาษาคงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบุคคลอัจฉริยะเช่นนี้
“คุณไตรภพมีแฟนหรือยังครับ” ผู้พันเฉินกลั้นใจถามออกมาอีกครั้ง จริงๆ คำถามแบบนี้มันไม่ควรถามออกมาเลยด้วยซ้ำ เพราะมันดูละลาบละล้วงและเสียมารยาทเป็นอย่างมาก
แต่ผู้พันเฉินได้คำนวณผลได้ผลเสียแล้ว จะมีสักกี่ครั้งที่เขาจะมีโอกาสได้พบคนระดับหิน บุคคลระดับต้นๆ ของโลก ให้เขาไปพบกับท่านผู้นำประเทศยังมีโอกาสมากกว่าด้วยซ้ำ
ผู้พันเฉินมีลูกสาวคนหนึ่งที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับหิน ลูกสาวของเขายังสาวและโสด คนเป็นพ่อแบบเขาย่อมอยากได้ลูกเขยดีๆ อย่างหินมาเป็นคู่ครองให้ลูกสาวของตนเองอยู่แล้ว อันที่จริงต่อให้ลูกสาวของเขาได้เป็นบ้านเล็กบ้านน้อยเขาก็ยังคงยินดีอยู่ดี
ดังนั้นแม้การถามแบบนี้มันจะดูค่อนข้างไร้มารยาทแต่ถ้าเทียบโอกาสที่เขาจะได้เจอหินแล้ว การเสียมารยาทในครั้งนี้เขาก็ยังรู้สึกว่าได้กำไรมากกว่า
“คุณเฉิน ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก เอาไว้คุณค่อยซักประวัติผมทีหลังแล้วกันนะ” หินตอบขึ้น
ผู้พันเฉินที่ได้ฟังคำตอบหินจึงยิ้มแห้งๆ ขึ้นมาด้วยความรู้สึกเขินอาย ตอนแรกเขาแค่คิดจะเปิดประเด็นคำถามขึ้นมาเพื่อให้บรรยากาศในรถไม่เงียบเหงามากจนเกินไป แต่เอาไปเอามากลับกลายเป็นเขาที่ถามอีกฝ่ายอยู่คนเดียว
“ผมขอโทษด้วยครับ งั้นเชิญคุณไตรภพพักผ่อนให้เต็มที่เลยครับ ผมจะไม่รบกวนแล้ว” ผู้พันเฉินรีบเอ่ยออกมา
ในใจของผู้พันเฉินยังคงรู้สึกยินดีอยู่บ้างที่หินไม่ได้ตอบปฏิเสธเขาในทันที แต่ยังให้โอกาสเขาเอาไว้พูดคุยทีหลัง
ความจริงที่หินไม่ได้ปฏิเสธออกไปในทันทีเพราะต้องการรักษาน้ำใจของผู้พันเฉิน คนระดับนี้ย่อมมีเส้นสายมากมาย ถ้าหากผูกสัมพันธ์เอาไว้คงดีกว่า
และอีกเหตุผลหนึ่งที่หินไม่พร้อมจะพูดคุยกับผู้พันเฉินในตอนนี้เพราะเขากำลังทำความเข้าใจกับข้อมูลที่เดวิดคอยรายงานเป็นระยะๆ การพูดคุยกับคนอื่นไปด้วยในขณะที่รับรายงานจากเดวิดมันจะทำให้หินเสียสมาธิ
หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา หินก็ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่หยางเจีย หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ติดกับทะเลเหลืองแต่ความเป็นอยู่ของผู้คนในหมู่บ้านกลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
แต่เดิมเมื่อก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้เคยทำประมงและไม่ได้กันดารเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่ทว่าการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ
เนื่องจากบริเวณอ่าวปั๋วไหของทะเลเหลืองมีนิคมอุตสาหกรรมมากมายและโรงงานอุตสาหกรรมบางที่ก็ได้แอบปล่อยน้ำเสียลงไปยังทะเลเหลือง ทำให้ธรรมชาติบริเวณนี้ถูกทำลายไปจนหมด ปะการัง กุ้งปลา สิ่งมีชีวิตต่างๆ บริเวณนั้นไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป
ท้ายที่สุดผู้คนในหมู่บ้านจึงต้องเลิกทำประมงไปโดยปริยายและต้องผันตัวกลายไปเป็นคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมแทน
แม้รายได้ของมันจะน้อยนิดและดูไม่คุ้มค่ากับผลกระทบทางสุขภาพที่พวกเขาได้รับ แต่ทางเลือกของพวกเขามีไม่มากนัก ถ้าหากไม่ทำก็จะต้องอดอยาก
สุดท้ายหมู่บ้านต่างๆ ละแวกนี้จึงต้องเปลี่ยนไปเป็นแรงงานให้อุตสาหกรรมอย่างเลือกไม่ได้
รถสีดำสนิทสามคันได้ขับเข้ามาในหมู่บ้านอย่างเป็นระเบียบ ก่อนที่ไปจอดที่โรงแรมเล็กๆ ที่สภาพค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง อันที่จริงหินเองก็อยากพักที่ที่มันดีกว่านี้ แต่ตอนนี้เขามีทางเลือกไม่มากนัก
หินตั้งใจจะมาสำรวจที่นี่ก่อน ดังนั้นหินจึงได้เดินทางล่วงหน้ามาก่อนวันที่เขานัดทีมก่อสร้างและทีมวิศวกรของเขาหนึ่งวัน ทำให้คืนนี้เขามีความจำเป็นที่จะต้องพักที่หมู่บ้านแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“คุณเฉิน ผมไม่ชอบให้ใครคอยเดินตามผม คุณเข้าใจใช่ไหมว่าผมหมายถึงอะไร? ” หินพูดขึ้นก่อนที่เขาจะลงจากรถ
“ผมเข้าใจครับ คุณไตรภพ” ผู้พันเฉินสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก เขาพอจะมองออกว่าหินไม่ค่อยชอบความวุ่นวายดังนั้นเขาจึงได้แจ้งให้ลูกน้องของตนเองคอยคุ้มกันหินอยู่ห่างๆ แทนเท่านั้น
เมื่อหินเดินลงมาจากรถ รถทั้งสามคันจึงได้ขับออกไปในทันที โดยไม่มีใครลงมาคุ้มกันหินเลยแม้แต่คนเดียว
อันที่จริงหลังจากที่รถได้ขับลับสายตาหินไปแล้ว พวกบอดี้การ์ดบนรถก็ได้เปลี่ยนชุดของตัวเองให้เข้ากับสภาพผู้คนในหมู่บ้าน ก่อนจะคุ้มกันดูแลหินอยู่ลับๆ โดยที่ไม่ได้ออกมาสร้างความวุ่นวายให้หินแม้แต่น้อย
ติ๊ด ติ๊ด! ติ๊ด ติ๊ด! ติ๊ด ติ๊ด
ยังไม่ถึง 5 วิหลังจากที่หินลงมาจากรถ นาฬิกาข้อมือของเขาก็ได้ส่งเสียงแจ้งเตือนออกมา พร้อมแสดงค่าคุณภาพของอากาศที่เป็นตัวเลขมากถึง 287
คุณภาพของอากาศนั้นมีมากถึง 5 ระดับและระดับที่ตัวเลขบนนาฬิกาของหินที่โชว์อยู่นั้น มีความร้ายแรงถึงระดับ 4 ซึ่งค่อนข้างเป็นอันตรายต่อระบบหายใจ
หินไม่รอช้ารีบหยิบแคปซูลกรองอากาศขึ้นมาทานในทันที โดยแคปซูลนี้จะทำหน้าที่กรองสิ่งแปลกปลอมอันตรายทั้งหมดที่ถูกหายใจเข้าไป ให้เหลือเพียงอากาศบริสุทธิ์ก่อนที่จะไปถึงปอด แคปซูลนี้สามารถสลายไปเองโดยธรรมชาติและคงอยู่ได้เป็นเวลา 3 วัน หลังจากที่รับประทานเข้าไป
หลังจากที่รับประทานแคปซูลเข้าไปแล้ว หินก็สามารถรู้สึกได้ในทันทีว่าอากาศที่เขาได้ใช้หายใจอยู่นั้น มีความสดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เดินออกไปไหนก็ได้มีเด็กชายแต่งตัวมอมแมมคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
“มีเด็กกำลังเดินเข้าไปใกล้คุณไตรภพ ทุกคนจับตาดูเอาไว้”
“รายงาน เป้าหมายไม่มีอาวุธใดๆ”
เสียงหน่วยคุ้มกันที่จับตามองอยู่รอบๆ สื่อสารกันดังขึ้น
หินเองก็จับตามองเด็กที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาด้วยความสงสัย
หลังจากที่เด็กคนนี้เดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าหินจึงได้หยุดฝีเท้าของตัวเองลง
เมื่อได้หินได้มองพินิจเด็กชายที่แต่งตัวมอมแมมคนนี้ เขาพบว่าเด็กคนนี้มีความสูงเพียงแค่ราวๆ อกของเขาเท่านั้น อายุน่าจะประมาณ 9-10 ขวบ
“คุณอยากได้ไกด์นำทางรึเปล่า ผมรู้ทุกซอกทุกแห่งของที่นี่เลยนะ” เด็กคนนี้เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้หินต้องตกตะลึงในทันที
เสื้อผ้าและใบหน้าเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนมอมแมมของเด็กชายคนนี้ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มของเด็กคนนี้ดูหมองลงแต่อย่างใด
กลับกันแววตาและรอยยิ้มที่ดูสดใสนี้กลับทำให้เด็กคนนี้ดูเหมือนผ้าขาวอันบริสุทธิ์ ดูไม่คู่ควรกับสถานที่มัวหมองแบบนี้เลยแม้แต่น้อย
มันทำให้หินนึกถึง ‘แทน’ ขึ้นมา เพราะเด็กคนนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับแทนตอนที่เขาได้เจอครั้งแรกเป็นอย่างมาก
เมื่อเด็กคนนี้เห็นว่าหินไม่ได้ตอบคำถามของตนจึงคิดว่าหินไม่สนใจจึงรีบพูดต่อในทันที
“ผมคิดไม่แพงหรอกนะ แค่ชั่วโมงละ 20 หยวนเท่านั้นเอง” เด็กชายคนนี้เอ่ยขึ้นด้วยความรีบร้อน กลัวว่าหินจะไม่ตอบตกลง
แต่ยิ่งเห็นหินเพียงจับตามองตนและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ในที่สุดเด็กชายคนนี้จึงได้กัดฟันเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“10 หยวน! แค่ 10 หยวนเท่านั้น”
ปกติค่าแรงขั้นต่ำของจีนตกอยู่ที่ชั่วโมงละ 12 - 24 หยวนต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพงานที่ทำ แต่การที่เด็กชายคนนี้ยอมกดราคาของตัวเองจนเหลือเพียงแค่ 10 หยวนต่อชั่วโมงมันทำให้รู้ได้เลยว่าเด็กคนนี้ต้องการงานนี้จริงๆ
“ได้โปรด” เด็กชายคนนี้เอ่ยขึ้นด้วยความวิงวอน ตอนนี้เขาและน้องชายไม่ได้ทานอาหารมาสองมื้อแล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน วันนี้เขาจะต้องหาเงินกลับไปให้ได้
น้ำเสียงวิงวอนของเด็กชายคนนี้เรียกสติของหินให้กลับมาอีกครั้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและขอโอกาสของเด็กชายคนนี้ทำให้หินรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ
“ทานอะไรมารึยังล่ะ ไอ้หนู” หินถามขึ้น
-----------------------
หยาน ลี่อิง ไม่ได้มีตัวตนจริงอยู่แต่อย่างใด ไม่ต้องหานะครับ** ฉายาที่หินคู่ควร **หัวหน้าสมาคมนักปักธงมหาเศรษฐีใจบุญพี่เลี้ยงบ้านเด็กกำพร้า