สายลมพัดผ่านแผ่นดินสีเลือดที่รกร้างและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย บรรยากาศของแดนปีศาจราตรีนั้นมืดมิดและหนาวเหน็บ ทว่าในความมืดมิดนั้นกลับมีความเคลื่อนไหวอันวุ่นวายของเหล่าสรรพสัตว์แห่งโลกมืด หลังจากที่หลีเฮง ผู้ครอบครองระบบเทพแมงดา ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมและพลังอันลึกล้ำสยบเย่เจาจวิน นางพญาปีศาจราตรีผู้มีระดับพลัง Rank SSS ลงได้อย่างราบคาบ บัดนี้เขากำลังยืนอยู่บนยอดปราสาทหินสีดำทมิฬ ทอดสายตามองลงไปยังอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ไพศาลของเผ่าปีศาจราตรีด้วยสายตาอันลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
เย่เจาจวินยืนอยู่เคียงข้างเขา แม้เรือนร่างของนางจะเย้ายวนงดงามดุจเทพธิดาแห่งราตรี สวมใส่เพียงผ้าไหมบางเบาที่พลิ้วไหวไปตามสายลม เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอันน่าหลงใหล แต่ใบหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและกังวลใจ เผ่าปีศาจราตรีของนางกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ การศึกช่วงชิงบ่อแร่มหาธาตุศักดิ์สิทธิ์และแหล่งกำเนิดแก๊สพิษมารกับเผ่าปีศาจข้างเคียงกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดและเสียเปรียบอย่างหนัก
"เจ้า..เอ่อ... นายท่าน..." เสียงของเย่เจาจวินแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง ตามกฎของเผ่าปีศาจที่ต้องเรียก สามี ว่า "นายท่าน" เสมอ แม้นางจะเป็นราชินีปีศาจมานานแล้ว แต่ปัญหาบางอย่าง ก็ยังคงกวนใจนางตลอดเวลา ในเวลานี้ การแข่งขัน แย่งชิงพื้นที่และทรัพยากรในแดนมารที่ประทุขึ้นมาตลอดเวลา หลายเผ่าพันธุ์ ต่างพยายามเอาตัวรอด ด้วยการครอบครองพื้นที่ ทรัพยากร และนำมันกลับมาให้ได้
ดวงตาสีแดงฉานของนางจ้องมองไปยังหลีเฮงด้วยความคาดหวัง "สถานการณ์ที่บ่อแร่และแหล่งแก๊สพิษมารย่ำแย่ลงทุกที กองทัพของข้าต้องสูญเสียมดงานปีศาจไปเป็นจำนวนมากจากการถูกซุ่มโจมตีระหว่างทาง พวกปีศาจทมิฬจากเผ่าข้างเคียงมันใช้วิธีดักปล้นชิงทรัพยากรที่พวกเราอุตส่าห์ขุดขึ้นมาได้ หยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของเผ่าพันธุ์ข้ากำลังสูญเปล่า ข้ามิอาจทนมองความสูญเสียเช่นนี้ได้อีกต่อไป..."
หลีเฮงหรี่ตาลง พลางใช้ความคิด เขาทอดสายตามองขบวนมดงานปีศาจตัวเล็กๆ ที่กำลังขนเสบียงและแร่ธาตุเดินเป็นแถวยาวเหยียดจากบ่อแร่ที่อยู่ไกลลิบตา กลับมายังปราสาทศูนย์กลางที่พวกเขาตั้งมั่นอยู่ ระยะทางนั้นยาวไกลหลายสิบลี้ ผ่านหุบเขาอันลี้ลับ ป่าหนาทึบที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์ปีศาจ และแม่น้ำสีโลหิตที่ไหลเชี่ยวกราก ซึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะเจาะยิ่งนักสำหรับการซุ่มโจมตีและดักปล้น
"นี่มัน...เหมือนเกมที่ข้าเคยเล่นชัดๆ... ข้าเข้าใจแล้ว..." หลีเฮงพึมพำ มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย ในหัวของเขาพลันนึกถึงอดีตชาติที่เขาเคยเป็นเพียงแค่เกมเมอร์ธรรมดาๆ คนหนึ่งที่คลั่งไคล้เกมแนววางแผนการรบแบบเรียลไทม์ หรือที่เรียกกันว่าแนวกลยุทธ์สร้างฐานทัพ ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการทรัพยากรที่แม่นยำและรวดเร็ว
รูปแบบการปกครองและระบบนิเวศวิทยาของเย่เจาจวินช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเผ่าพันธุ์สายพันธุ์ต่างดาวในเกมเหล่านั้นไม่มีผิดเพี้ยน! นางคือศูนย์กลาง นางคือผู้ให้กำเนิด นางคือแม่ทัพใหญ่ที่คอยควบคุมฝูงอสูรทั้งหมดดั่งราชินีผู้กุมชะตากรรมของรัง! ทุกชีวิตในเผ่าพันธุ์ล้วนผูกพันและขับเคลื่อนด้วยคำสั่งของนางเพียงผู้เดียว
"เย่เจาจวิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าในการทำสงครามครั้งนี้คืออะไร?" หลีเฮงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจและภูมิปัญญาที่ทำให้ผู้ฟังต้องขนลุกซู่
นางพญาปีศาจราตรีส่ายหน้าอย่างจนใจ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง "ข้าไม่เข้าใจ หากนายท่านมีความคิดดีๆ โปรดชี้แนะหนทางสว่างแก่เผ่าพันธุ์ของข้าด้วยเถิด"
"เจ้าสร้างเมืองหลวงและรังศูนย์กลางเอาไว้ห่างไกลจากแหล่งทรัพยากรมากเกินไป!" หลีเฮงชี้มือไปยังบ่อแร่มหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ทอประกายระยิบระยับอยู่สุดสายตา ท่ามกลางหมอกควันพิษที่ลอยคลุ้ง "ดูนั่นสิ! มดงานของเจ้าต้องใช้เวลาเดินทางนานเท่าใดกว่าจะไปถึงบ่อแร่? และต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดกว่าจะขนทรัพยากรเหล่านั้นกลับมาถึงปราสาทแห่งนี้? เส้นทางที่ยาวไกลคือจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด มันเปิดโอกาสให้ศัตรูดักซุ่มโจมตีและตัดกำลังทัพของเจ้าได้อย่างง่ายดายดั่งการเด็ดใบไม้ร่วง"
เย่เจาจวินเบิกตากว้าง คล้ายกับเพิ่งตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ดวงตาของนางสั่นระริก "แต่... แต่ถ้าเราย้ายรังหลักไปตั้งใกล้บ่อแร่ มันก็เสี่ยงต่อการถูกศัตรูบุกโจมตีทำลายศูนย์กลางได้ง่ายๆ นะเจ้าคะ หากรังหลักล่มสลาย เผ่าพันธุ์ของเราก็ถึงกาลอวสาน!"
"ใครบอกให้เจ้าย้ายศูนย์กลางไปทั้งหมดล่ะ?" หลีเฮงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเหนือชั้น "ข้าจะสอนสุดยอดกลยุทธ์แห่งการขยายอาณาเขตให้เจ้าฟัง จงจดจำเอาไว้ให้ดี! จงสร้าง 'ค่ายกลเมืองย่อย' ไปตั้งติดขอบบ่อแร่มหาธาตุและแหล่งแก๊สพิษมารเสียเดี๋ยวนี้!"
"ค่ายกลเมืองย่อย?" เย่เจาจวินทวนคำด้วยความงุนงง คิ้วเรียวงามของนางขมวดเข้าหากัน นางไม่เคยได้ยินคำศัพท์หรือแนวคิดเช่นนี้มาก่อนในชีวิตอันยาวนานของปีศาจ
"ถูกต้อง! มันคือการสร้างฐานที่มั่นรอง หรือที่บ้านเก่าข้าเรียกว่าการขยายฐาน" หลีเฮงเริ่มอธิบายแผนการด้วยความกระตือรือร้นราวกับได้กลับไปเป็นเกมเมอร์ผู้เกรียงไกรอีกครั้ง สองมือของเขาวาดลวดลายกลางอากาศ อธิบายแผนที่และเส้นทางการเดินทัพอย่างออกรส "เจ้าจงส่งกองทัพส่วนหนึ่งไปคุ้มกันมดงาน สร้างค่ายกลป้องกันและรังย่อยที่ริมบ่อแร่โดยตรง ให้มดงานขุดแร่และเก็บแก๊สพิษแล้วนำไปฝากไว้ที่เมืองย่อยนั้นเลย ไม่ต้องเดินเท้าขนกลับมาที่นี่! จากนั้นเราค่อยใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติที่เชื่อมต่อระหว่างรังย่อยกับรังหลัก ส่งทรัพยากรทั้งหมดกลับมายังเมืองหลวงรวดเดียว! เจ้าเข้าใจหรือไม่ ว่านี่คือการตัดวงจรการขนส่งที่แสนจะงุ่มง่ามและอันตรายทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง!"
เสี่ยวจูและเฟยเฟยที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังต่างมองหน้ากันด้วยความทึ่ง เสี่ยวจู หญิงสาวในชุดแดงผู้มีพลังแห่งแมงมุมพิษ เอียงคอถามด้วยความสงสัย พลางใช้นิ้วเรียวยาวแตะที่ริมฝีปาก "นายท่าน ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก! แผนการนี้จะช่วยร่นระยะเวลาขนส่งและลดการสูญเสียได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว! ข้าไม่เคยคิดถึงวิธีการที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพเช่นนี้มาก่อนเลย"
เฟยเฟย เทพธิดาวิหคเพลิง ผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงและปีกสง่างามอยู่เบื้องหลัง พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้ "ใช่แล้วเจ้าค่ะ! ถ้าตั้งเมืองย่อยตรงนั้น ข้าสามารถบินลาดตระเวนคุ้มกันรอบๆ บ่อแร่ได้ง่ายขึ้นด้วย ใครกล้าเข้ามาแหยมในรัศมีทำการของข้า ข้าจะเผามันให้กลายเป็นเถ้าถ่านไม่เหลือแม้แต่กระดูก!"
หลีเฮงยิ้มกริ่ม แววตาเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ "หึหึ... นี่แหละคือศิลปะแห่งการบริหารทรัพยากรในระดับปรมาจารย์ เมื่อเราคุมทรัพยากรได้มหาศาลกว่า เร็วกว่า และสูญเสียน้อยกว่า ชัยชนะก็อยู่เพียงแค่เอื้อม ศัตรูจะต้องตกตะลึงเมื่อเห็นทรัพยากรของเราพุ่งทะยานจนสร้างกองทัพได้รวดเร็วกว่าพวกมันนับสิบเท่า!"
ภายใต้การบัญชาการอันเฉียบขาดของหลีเฮง เย่เจาจวินเริ่มดำเนินการตามกลยุทธ์ค่ายกลเมืองย่อยทันที มดงานปีศาจนับร้อยตัวถูกระดมพลและส่งออกไปพร้อมกับกองกำลังคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่า ท้องฟ้าเหนือแดนปีศาจเต็มไปด้วยเสียงคำรามและการเคลื่อนไหวอันทรงพลัง พวกมันใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วดมงในความมืดมิด สร้างปราการหินอันแข็งแกร่ง สลักลวดลายค่ายกลป้องกันอันซับซ้อน และเนรมิตรรังย่อยที่ริมบ่อแร่มหาธาตุและแหล่งแก๊สพิษมารได้อย่างน่าอัศจรรย์
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งยิ่งนักราวกับปาฏิหาริย์! อัตราการสูญเสียมดงานปีศาจจากการถูกลอบโจมตีลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ ทรัพยากรแร่มหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายหลากสีสัน และแก๊สพิษมารอันเข้มข้น จำนวนมหาศาลถูกสูบฉีดเข้าสู่คลังของเผ่าปีศาจราตรีอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องราวกับสายน้ำ พลิกสถานการณ์ความเสียเปรียบให้กลับมาเป็นความมั่งคั่งและแข็งแกร่งอย่างที่เย่เจาจวินไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตของนาง
โกดังเก็บทรัพยากรที่เคยว่างเปล่า แทบไม่เคยใช้ บัดนี้เริ่มถูกเติมเต็มไปด้วยแร่ธาตุล้ำค่า กลิ่นอายแห่งพลังเวทมนตร์แผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ เมืองหลวงปีศาจราตรีกลับมามีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยความหวังอีกครั้ง
ในขณะที่หลีเฮงกำลังยืนกอดอก ชื่นชมผลงานการบัญชาการของตนเองอย่างอารมณ์ดี เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยจากระบบก็ดังขึ้นในห้วงคำนึงของเขาอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! กล่องประเมินผลระบบเทพแมงดา: ภารกิจแนะนำกลยุทธ์ขยายฐานย่อยสำเร็จอย่างงดงามตระการตา!]
[แต้มสะสมคงเหลือ: 37,000 แต้ม]
[แต้มวิบัติสะสม: 29 แต้ม]
[ข้อความจากระบบ: โอ้โห! ไม่เบานี่นายท่าน อดีตเด็กติดเกมวางแผนการรบอย่างท่านก็มีประโยชน์เหมือนกันนะเนี่ย! แหม... ตอนแรกระบบนึกว่าจะดีแต่ใช้คารมหลอกล่อสาวๆ (และเรื่องบนเตียง) ซะอีก สงสัยระบบต้องพิจารณาเพิ่มฉายา 'เกมเมอร์ทะลุมิติผู้ยิ่งใหญ่' หรือ 'จอมบงการรังปีศาจ' ให้ท่านซะแล้วกระมัง! แต่ระวังไว้เถอะ สร้างฐานเก่งแค่ไหน ถ้าโดนบุกแบบสายฟ้าแลบก็หน้าหงายได้เหมือนกันนะจ๊ะ!]
หลีเฮงมุมปากกระตุกอย่างแรง คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความหมั่นไส้ "ไอ้ระบบบ้า... เลิกแซวข้าสักทีเถอะน่า! ข้ากำลังใช้สติปัญญาอันล้ำเลิศกอบกู้สถานการณ์อยู่นะเว้ย!"
การขยายเมืองย่อยสำเร็จลุล่วง เผ่าปีศาจราตรีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความรุ่งโรจน์ด้วยทรัพยากรที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แต่หลีเฮงรู้ดีอยู่ในใจว่า นี่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตอบโต้เท่านั้น สงครามที่แท้จริง... การนองเลือดเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในแดนปีศาจแห่งนี้ กำลังจะเปิดฉากขึ้นในไม่ช้า...