จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 99 เซียนปีศาจ


            หลิวอี้ทำการเก็บเเหวนมิติของทุกคนมารวมกันทั้งหมด เขาสำรวจดูภายในเเหวนมีทั้งวัตถุดิบในการปรุงยาขั้นสูง มีทั้งอาวุทธระดับสูงมากมายหลายชิ้น พวกอาวุทธหลิวอี้คิดที่จะนำไปขายส่วนวัตถุดิบในการปรุงยา เขาจะทำการปรุงยาระดับสูงขึ้นมา


            องค์หญิงหายจากอาการบาดเจ็บภายในเวลาไม่นาน นางต้องยอมรับเลยว่า หลิวอี้เก่งกาจยิ่งนัก และนางพึ่งจะรู้ว่าหลิวอี้เขาเป็นนักปรุงโอสถอีกด้วย แถมยังอยู่ในระดับสูง แต่ที่นางไม่เข้าใจก็คือคนทั่วไปหากจะฝึกฝนพลังพวกเขาจะมุ่งเน้นไปยังทางใดทางหนึ่ง ไม่มีใครที่จะควบทั้งสองทางคือการฝึกฝนพลังการต่อสู้กับฝึกฝนการปรุงโอสถไปพร้อมๆกัน


            เรื่องที่องค์หญิงได้รับรู้ นางรู้มาจากจือเหยาทั้งหมด จือเหยานางเล่าทุกเรื่องให้องค์หญิงฟัง เว้นแต่เพียงเรื่องที่นางถูกเขาหลอกขึ้นเตียง นางบอกกับองค์หญิงว่านางมาทำภารกิจของสำนักป่ากระบี่ จะมารับตัวหลิวอี้กลับสำนัก


            หลิวอี้เดินกลับมาเห็นหญิงงามทั้งสองพูดคุยกันอยู่เขาจึงอยากที่จะเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน หลิวอี้เดินไปนั่งลงเเทรกกลางระหว่างพวกนางทั้งสองคน สองมือของเขาโอบเอวพวกนางทั้งสองเอาไว้เเน่น


            “ท่านจะทำอะไร”องค์หญิงพูดขึ้นมา


            “เจ้าลืมไปแล้วรึว่าต้องเรียกข้าว่าอะไร หรือเจ้าคิดที่จะผิดคำพูด หากเป็นเช่นนั้นข้าจะได้จดจำเอาไว้ ว่าเจ้าเป็นคนที่ชอบผิดคำพูดแม้แต่กับคนที่ช่วยชีวิตของเจ้า”


            องค์หญิงไม่มีคำที่จะโต้เถียงกับเขา นางได้แต่ยอมให้เขาโอบเอวและกอดเอาไว้


            “พวกเราเดินทางต่อกันเถอะ”


            ทั้งสามออกเดินทางต่อไป ถึงแม้ที่ๆพวกเขาอยู่จะเป็นยอดเขา แต่มันเป็นยอดเขาที่กว้างใหญ่มาก ทั้งสามคนออกเดินหาจนทั่วยอดเขาแต่ก็ไม่พบประตูทางออกจากมิติแห่งนี้


            หลิวอี้ตัดสินใจที่จะนั่งพักก่อน เขาหลับตาและเข้าไปถามเจ้าสัตว์สายเลือดทั้งสองตัว


            “ข้ามาถึงยอดเขาแล้วแต่ยังไม่พบประตูทางออกที่่ท่านว่ามาเลย”


            สองสัตว์สายเลือดลืมตาขึ้นมา


            “เจ้าจะต้องรู้จักการรอคอย”พูดเพียงเท่านี้สองสัตว์สายเลือดก็หลับไป


            หลิวอี้ลืมตาขึ้นมา เขารู้สึกโมโหเล็กน้อย พวกเขาคงจะต้องรอคอยเพียงอย่างเดียว จะฝึกฝนพลังก็ทำไม่ได้เพราะไม่สามารถดูซับพลังปราณได้ จึงทำให้ทุกคนหงุดหงิด


            หลายวันผ่านพ้นไป ตอนนี่หลิวอี้นอนหนุนตักองค์หญิงน้ำแข็งด้วยความสบาย มีจือเหยาคอยบีบนวดให้กับหลิวอี้ หลายวันที่ผ่านมาหลิวอี้ไม่ได้ทำอะไร เขาเอาแต่กอดและหอมสาวงามทั้งสองคนเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำอะไรเกินเลยกว่านี้ได้ 


            องค์หญิงตอนแรกๆยังคงขัดขืนอยู่บ้างแต่พอหลายวันเข้านางก็เลิิกที่จะขัดขืนได้แต่ยินยอมหลิวอี้ เพราะนางไม่มีกำลังจะไปขัดขืนเขา แต่ยังดีที่เขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับนางไปมากกว่าการกอดและหอมนาง


            “ยินดีกับทุกท่านที่ได้รับโชควาสนา ประตูกำลังจะเปิดออก ขอให้ทุกท่านมารวมตัวกันที่บนยอดเขาสูงตอนนี้”เสียงปริศนาที่ดังขึ้นในตอนแรกที่พวกเขาได้ยินในตอนที่เข้ามาที่แห่งนี้ มันดังขึ้นอีกหนึ่งรอบ


            “แย่แล้ว หากเป็นเช่นนั้น พวกคนที่กลายเป็นปีศาจ จะต้องขึ้นมาพบกับพวกเราแน่นอน”จือเหยาพูดขึ้นมา


            “พวกเราจะปลอยคนกลุ่มนี้ออกไปภายนอกไม่ได้ ไม่งั้นได้เกิดการต่อสู้ขึ้นแน่นอน”องค์หญิงพูดพร้อมกับมองมายังหลิวอี้


            “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”หลิวอี้เขาไม่สนใจอยู่แล้ว


            “นี่เจ้า…งั้นข้าจะหยุดพวกเขาเอง”องค์หญิงพูดด้วยความหงุดหงิด


            “รีบหลบก่อน”หลิวอี้พูดขึ้นมาเพราะว่าเขาสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมายังทิศทางที่พวกเขาอยู่


            ทั้งสามคนรีบหลบทันที มีคน 20 กว่าคนเดินขึ้นมาถึงยอดเขา แต่กลับไม่มีสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว ทุกคนล้วนมีดวงตาที่เป็นสีเลือด ตอนนี้พวกเขากลายเป็นปีศาจทั้งหมด พวกเขาทุกคนยืนรวมตัวกันที่กลางหุบเขา เพียงไม่นานมีประตูมิติหนึ่งบานเปิดออกมา และที่สำคัญมีบุรุษวัยกลางคนเดินออกมาจากประตูมิติ ดวงตาของเขามีสีเลือด บ่งบอกว่าเขาคือปีศาจ


            หลิวอี้ที่แอบมองอยู่ห่างๆถึงขั้นขนลุก รู้สึกถึงจิตสังหารและแรงกดดันที่รุนแรงเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้เห็นชายคนนี้


            “ระดับเซียนขั้นที่ 1 ”องค์หญิงพูดขึ้นมาเบาๆ


            จือเหยาได้ยินคำนี้ถึงกับตกตลึง ปีศาจระดับเซียน


            ปีศาจระดับเซียนเดินออกมาจากประตูเขาก็พุ่งเข้าไปสังหารผู้คนที่เหลือรอดทันที เล็บที่ยาวออกมาของเขาแทงทะเลหน้าอกของคนที่เหลือรอดทั้ง 20 กว่าคนทันที ใช้เวลาไม่กี่ลมหายใจ


            “จะหลบอยู่ตรงนั้นไม่ถึงเมื่อไหร่ เป็นโชคดีในรอบหลายพันปีของข้าจริงๆที่ได้พบกับคนที่มีกายพิเศษเช่นนี้”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพกระบี่ ที่คุณอ่าน