ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 120 พฤกษาราชันย์และแสง

    "เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหน?"อิงอิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความจริงใจ หญิงสาวหันกลับมามองเขาดวงตาของเธอแสดงความกังวลที่ลึกซึ้ง

    "ข้ารู้... และข้าก็เป็นห่วงท่านเช่นกัน สถานการณ์บังคับให้ข้าต้องทำเช่นนั้น! นาฟเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวมากขึ้น หญิงสาวยิ้มบางๆ แต่ความกังวลยังคงอยู่ในดวงตาของนาง

     "ข้าเข้าใจความมุ่งมั่นของเจ้า ขอบคุณมาก!

    ทั้งสองยืนอยู่บนระเบียงมองดูดวงดาวที่กระพริบแสงในท้องฟ้ากว้างใหญ่ พร้อมกับความเงียบสงบของค่ำคืนนี้

     

    อิงอิงที่มองนาฟอยู่พักใหญ่ สักเกตความเปลี่ยนแปลงของชายหนุ่มเบื้องหน้าผิวพรรณที่กระจ่างใสดูไร้ซึ่งความขุ่นมัวใดๆรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาราวกับปั้นแต่งขึ้นมา

    “นี่เจ้า….ดูเปลี่ยนไปนะ! แล้วทำไมขั้นพลังเจ้าถึงเพิ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้!

    นาฟอดทึ่งในพลังสายตาที่มองได้ทุกสิ่งของนางไม่ได้

    “เรื่องมันยาวข้าจะเล่าให้ฟัง”

    โดยนาฟตัดเรื่องราวสำคัญออกไป เล่าถึงการหลบหนี เจ้าอีกาไปพบกับมิติทับซ้อนอีกแห่งเลยสามารถหลบหนีมาได้ และบังเอิญโชคดีไปเจอบัววิญญาณกับผลพลังม่วงถึงสามารถรักษาตัวกับเพิ่มพลังได้อย่างที่เห็น

    อิงอิงถึงกับแสดงสีหน้าตกใจกับสิ่งที่นาฟเอ่ย

    “ผลพลังม่วง กับบัววิญญาณอย่างนั้นรึ!  นี่เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันมีมูลค่ามากมายมหาศาลแค่ไหน

    นาฟยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้ไปรับรู้ถึงเรื่องของผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นปู่ทวดของอิงอิง

    เรื่องราวที่ท่านได้สิ้นอายุขัยมานานแล้วรอวันที่มิติรกร้างนั้นจะแตกสลาย ส่วนคนที่ถูกคุมขังอยู่นามว่า

    ปราชญ์ยู่เทียนคือศิษย์ของท่านเอง

    อิงอิงที่มีสีหน้าสงสัยอยู่ตลอดเริ่มคลายข้อสงสัยไปเรื่อยหลังจากรับฟังเรื่องราวต่างๆ

    หญิงสาวเพ่งพินิจชายหนุ่มอีกครั้ง  “นาฟเจ้ามาศึกษาที่สถานศึกษากลาง เขตอาณานิคมในดีหรือไม่!

    นาฟจ้องมองสาวแสนสวยเบื้องหน้าด้วยความสงสัย

    อิงอิงถึงกับรีบถอนสายตาออกด้วยความเขินอาย แถมหัวเราะกลบเกลื่อน

    “ฮ่าๆ อย่ามองข้าแบบนั้น ข้าแค่เป็นห่วงตำนานน้ำตาเลือด ชายนิรนามผู้ซึ่งฟื้นตื่นจากที่แสนไกล แถมยังเป็นศัตรูอันดับต้นๆของตระกูลใหญ่และสมาคมชั่วนั้น

    “เจ้ารู้!”

    “ทำไมข้าจะไม่รู้ ข้าเป็นใครราชวงศ์ข้าดูแลองค์กรของเจ้าอย่าลืมสิ!

    “ที่ข้าอยากให้เจ้าได้เข้ามาอยู่ในส่วนในของอาณานิคม นอกจากเพื่อความปลอดภัยของเจ้าแล้วอาจมีเบาะแสของอดีตที่เจ้าตามหาก็ได้นะ

    นาฟหันมองดูดวงดาวที่กระพริบแสงในท้องฟ้ากว้างใหญ่

    กับความเงียบสงบในยามค่ำคืนครุ่นคิดเรื่องราวบางอย่าง

    “ขอบคุณในความหวังดีของเจ้านะอิงอิงแต่ข้าคิดว่ายังมีเรื่องราวอีกหลายอย่างที่ข้ายังต้องทำอยู่คงยังไม่สามารถจากไปไหนได้

    “หึ! อย่าบอกนะว่ารอผู้หญิง! 

    นาฟถึงกับแข็งค้างไม่กล้าขยับเพราะกลัวแสดงอาการเขินออกมาและยังไม่ทันได้เอ่ยปาก อิงอิงก็พูดแทรกออกมาอีกครั้ง

    “แต่จริงๆ สาวสวยทั้งคู่ก็ต่างอยู่อาณานิคมในกันนะ!

    นาฟเริ่มที่จะสกัดกั้นอารมณ์ไม่อยู่ค่อยๆเอ่ย  “หมายความว่ายังไง”

     

    อิงอิงที่เห็นนาฟเริ่มออกอาการ อดหัวเราะไม่ได้

    “ฮ่าๆ เจ้านี่เก่งทุกเรื่องจริงๆเว้นแต่เรื่องแสดงอารมณ์นะ!

    นาฟรีบหันหน้ากลับแต่ไม่สามารถหลบสายตาของหญิงสาวได้เพราะนางได้ขยับมายืนตรงหน้าแล้ว

     

     “ฮ่าๆ นั้นไงเจ้ากำลังเขิน!

    นาฟยิ่งทำตัวไม่ถูก แต่อยู่ๆทั้งคู่ก็มายืนประจันหน้ากันในระยะประชิดโดยไม่รู้ตัว สายตามองกันอยู่นาน อย่างไม่ได้ตั้งใจทั้งสองสบตากัน ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นของหญิงสาวสร้างความอบอุ่นและอ่อนโยนราวกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่สาดส่องในยามเช้า

    ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายราวกับดวงดาวที่สะท้อนแสงจากท้องฟ้ายามค่ำคืนในนั้นมีความลึกลับที่ยากจะค้นหา แต่กลับดึงดูดให้คนที่ได้มองรู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกด

    เกิดเป็นความรู้สึกบางอย่าง ไม่นานที่ทั้งคู่เริ่มตั้งสติได้ต่างรีบผละออกจากกันทันทีตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายหญิงที่มีสีหน้าแดงก่ำไม่แพ้ฝ่ายชาย  อิงอิงที่ตั้งสติได้ก่อนจึงรีบเอ่ย 

    “เมญ่าก็เป็นเพื่อนของข้าเช่นกันอัจฉริยะสายธรรมชาติแห่ง  “ตระกูลพฤกษาราชันย์!”

    “นางเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนของที่นี่!

    นาฟเรียกสติกลับมาจากคำพูดเมื่อสักครู่ของหญิงสาว

    “เมญ่า...!  นักศึกษาแลกเปลี่ยน!

    “ใช่แล้ว! ส่วนน้องสาวนาย ผู้สืบทอดคนใหม่ของ สถานแสงสว่าง ผู้ใช้พลังแสงที่โดดเด่นที่สุดตอนนี้

    “เหมยหลิน.... นาฟ รำพึงออกมาเบาๆ

     

    อิงอิงเห็นสีหน้าของชายหนุ่มจึงเอ่ยต่อ  “เอาเป็นว่าก็แล้วแต่เจ้าแล้วกันคงไม่มีใครห้ามความคิดเจ้าได้หรอก นะ ท่านนายช่างใหญ่หรือจะให้เรียกน้ำตาเลือดผู้ซึ่งหาญกล้าต่อกรกับตระกูลใหญ่ชายหน้ากากแมวแห่งองค์กรจันทร์เสี้ยวที่บุกเดี่ยวเข้ามิติรกร้างแล้วหลบหนีเอาตัวรอดออกมาได้ ก็คงมั่นใจในพลังของตัวเองมากล่ะสิ!

    นาฟที่ฟังน้ำเสียงประชดประชันของหญิงสาวเลยจะกล่าวต่อ แต่โดนนางยกมือห้ามไว้

    “ไม่ต้องพูดแล้ว! ข้าแค่อยากแวะมาพูดคุยกับเจ้าเล็กน้อย ข้าต้องรีบกลับแล้ว อีก 3 เดือนเจอกัน”  นาฟถึงกับหันมองด้วยความสงสัย

    “ครั้งหน้าเจอกันให้เรียกข้าว่า “นกเพลิง!”

    อิงอิงพุ่งตัวออกจากอาคารสูงทันทีปีกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นจากด้านหลัง ชะลอความเร็วลงสู่พื้น  จู่ๆ รถเคลื่อนพลังคันสีขาว ปรากฏขึ้นกลางอากาศสอดรับกับตำแหน่งที่นางลงไปพอดี ไม่รอให้ลงถึงพื้นดี “บรืน!”เครื่องยนต์ส่งเสียงดังสนั่น พร้อมกับพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับวัตถุสีขาวบางอย่างที่พุ่งผ่านรวดเร็วปานจรวด

    นาฟมองตามไปจนสุดสายตา “นกเพลิงอย่างนั้นรึ”