ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 114 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    นอกRaidระดับพิเศษ ในห้องมืดแห่งหนึ่งที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ ณ ที่แห่งใดภายในห้องแห่งนี้มีโต๊ะประชุมยาวที่สามารถรับคนได้นับสิบ บนโต๊ะประชุมแห่งนี้ถูกจุดไว้ด้วยเทียนหนึ่งแท่งซึ่งเป็นสิ่งที่ให้แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในห้องแห่งนี้ห้องแห่งนี้..ก็คือห้องที่มีเหล่าผู้คนมาประชุมถึงแผนการบางอย่างที่จะลงมือต่อเมืองไม้หอม..ขณะนี้ภายในห้องมีเพียงคนคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ คนคนนี้กำลังนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมท่ามกลางความมืดสลัว เขาเคาะนิ้วชี้กับโต๊ะประชุมเป็นจังหวะไม่เร็วไม่ช้าเหมือนในใจของเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่แต่ทันใดนั้นเองนิ้วชี้ของเขาที่กำลังจะเคาะกับโต๊ะอยู่ๆก็หยุดชะงัก"เป็นยังไงบ้าง?"ผู้นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอยู่ๆก็กล่าวขึ้นในห้องที่มีเขาอยู่เพียงคนเดียว และเมื่อได้ยินเสียงของเขา เราก็รู้ได้ในทันทีว่าชายคนนี้ก็คือผู้นำในการประชุมทุกๆครั้งที่ผ่านมาในห้องแห่งนี้ในห้องที่เดิมทีมีเพียงชายที่เป็นผู้นำนั่งอยู่ ทันใดนั้นด้านหลังเก้าอี้ที่เขากำลังนั่งอยู่ก็มีชายคนหนึ่งค่อยๆปรากฏตัวขึ้นมาจากเงามืด!"ผมไปตรวจสอบมาแล้วครับ"ชายที่เพิ่งโผล่มาจากเงามืดกล่าวขึ้น นี่ก็คือชายที่คอยอยู่ข้างกายชายที่เป็นผู้นำทุกครั้งที่มีการพูดคุยในห้องแห่งนี้นั่นเอง"เป็นยังไง"ชายผู้นั่งอยู่เอนตัวพึงเก้าอี้พร้อมกับหลับตาลง"เป็นอย่างที่ท่านคิดครับ การที่สังกัดฟ้าครวญส่งคนจากศูนย์ใหญ่มาด้วยตัวเองนั้น..เป็นเพราะพวกเขาได้รับข้อมูลจากทางเราจริงๆ"ชายที่ยืนด้านหลังเก้าอี้กล่าวรายงานข้อมูล ชายที่นั่งอยู่ไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจอะไรเมื่อได้ยินลูกน้องรายงาน เขายังคงนั่งหลับตาไม่ไหวติง"อืม..ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว..การที่พวกนั้นจะส่งคนของศูนย์ใหญ่เดินทางล่วงหน้ามาจากมหานครนภาคลั่งได้แบบนี้ ก็มีแต่ต้องได้รับข้อมูลที่Raidระดับพิเศษจะเปิดล่วงหน้าจากองค์กรเราที่มีเทคโนโลยีนั้น ที่ทำให้เราตรวจสอบก่อนRaidปรากฏได้ล่วงหน้านับเดือนเท่านั้น..เพราะยังไงซะพวกสมาพันธ์นักล่าก็สามารถตรวจสอบก่อนRaidปรากฏได้แค่สามวันเท่านั้น"ชายผู้นำนั่งหลับตาพร้อมกล่าววิเคราะห์ ถ้าฟังจากที่ชายทั้งสองคนนี้กล่าวมา ก็แปลว่าการที่เบลดเดินทางมาที่เมืองไม้หอมแห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ? แถม..สังกัดฟ้าครวญยังมีการติดต่อกับคนพวกนี้ด้วย! "แล้วก็..มีอีกเรื่องที่ผมอยากรายงานให้ท่านทราบครับ"ชายที่อยู่ด้านหลังเก้าอี้กล่าวขึ้น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนในน้ำเสียงของเขาจะมี..ความกลัว..ปนอยู่ในนั้น"เรื่องอะไร?"ชายผู้นั่งอยู่เหมือนจะสัมผัสถึงน้ำเสียงของลูกน้องของตนได้เช่นกัน"เรื่องผู้ที่เป็นคนส่งข้อมูลRaidครั้งนี้ให้กับฟ้าครวญน่ะครับ..ดูเหมือนว่าจะเป็นคำสั่งโดยตรงของ..หนึ่งในเหล่าท่านยี่สิบสี่อักษรรูนน่ะครับ.."น้ำเสียงของชายคนนี้ตอนที่กล่าวถึงเหล่าท่านยี่สิบสี่อักษรรูนนั้นเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์ความรู้สึกมากมายจนผู้คนสัมผัสได้ มีทั้งเคารพเทิดทูนและ..หวาดกลัวชายผู้นำที่หลับตามาโดยตลอด เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่ลูกน้องของตนรายงานก็ถึงกับลืมตาพร้อมกับกระเด้งตัวจากพนักพิงขึ้นมาเล็กน้อยในทันที!"เป็นคำสั่งโดยตรงลงมาจากหนึ่งในเหล่าท่าน!?"นี่เป็นครั้งแรก ที่เราได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตัวจากชายผู้สุขุมผู้นี้"ใช่ครับ"ชายผู้นำนิ่งไปครู่แล้วจึงพยักหน้าออกมา"ตอนแรกฉันกะว่าให้นายไปตรวจสอบว่าใครหรือหน่วยไหนในองค์กรเป็นคนให้ข้อมูลนี้กับพวกฟ้าครวญ เพื่อจะได้ไปตรวจสอบว่าพวกนั้นมีเป้าหมายอะไรถึงได้ส่งข้อมูลนี้ให้พวกนั้น เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่อาจกระทบกับแผนการของเรา..แต่..เมื่อนี่เป็นคำสั่งจากหนึ่งในเหล่าท่าน แถมเป็นคำสั่งที่ลงมาโดยตรง..เราก็คงไม่มีสิทธิ์ไปสอบถามจุดประสงค์ล่ะนะ""คงเป็นเช่นนั้นครับ..แต่ผมก็รู้แค่ว่าเป็นหนึ่งในเหล่าท่านยี่สิบสี่อักษรรูนเท่านั้นนะครับที่เป็นผู้สั่งลงมา แต่ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นเหล่าท่านท่านใด"ชายผู้ยืนอยู่หลังเก้าอี้กล่าวขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สูงเกินตัวเขาไปมาก ตอนที่เขาได้ยินเรื่องนี้มาเขาเองก็ตกใจจนหน้าถอดสี ชายผู้นำนิ่งเงียบไปครู่เหมือนกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง จนผ่านไปราวสามถึงสี่อึดใจเขาก็กล่าวบางอย่างออกมา จนทำให้ลูกของเขาผู้ยืนหลังเก้าอี้ถึงกับหันขวับมามอง"แต่ฉันรู้..ว่าเป็นเหล่าท่านท่านใด""ทะ..ท่านทราบ!"ชายผู้นำพยักหน้าเล็กน้อย"แถมฉันไม่ใช่แค่รู้ว่าเป็นเหล่าท่านท่านใด..แต่ยังรู้ด้วยว่าเหล่าท่านผู้นั้น..มีจุดประสงค์ต่ออะไร""ปะ..เป็นเหล่าท่านท่านใดหรือครับ"ชายผู้อยู่หลังเก้าอี้กลืนน้ำลายลงคนที่แห้งผากอย่างฝืนกลืน แม้เขาจะหวาดกลัวต่อเหล่าท่านทั้งยี่สิบสี่มาก และเอาจริงๆคนตำแหน่งระดับเขานั้นไม่มีสิทธิ์จะกล่าวถามนามแห่งรูนของเหล่าท่านทั้งยี่สิบสี่ด้วยซ้ำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหล่าท่านยี่สิบสี่อักษรรูนนั้นถือเป็นดั่งผู้แข็งแกร่งและทรงอำนาจอันสูงสุดยอด ที่เขานั้นทั้งเทิดทูนหลงใหลและยำเกรงอย่างที่สุด เพราะฉะนั้นด้วยความอยากรู้เขาจึงเผลอกล่าวถามออกไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เขานั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะกล่าวถามเช่นนี้"ขะ..ขออภัยครับ! ผะ..ผมแค่.."แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ตนพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป เขาก็รีบเลิกลักกล่าวขออภัยทันที"ไม่เป็นไรฟิลิป ฉันเข้าใจว่านายแค่อยากรู้"ชายผู้นำกล่าวขัดลูกน้องของเขา ที่เราเพิ่งทราบว่าเขานั้นมีชื่อว่าฟิลิป ชายผู้นำลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเดินเรียบโต๊ะประชุมตัวยาวไปหยุดยืนอยู่ใกล้กับจุดที่เทียนวางอยู่ ทำให้เราเห็นชายคนนี้ได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก.. ชายผู้นำคนนี้มีรูปร่างสูงโปร่งเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผมสีดำขลับของเขานั้นถูกเสยไปด้านหลังอย่างเรียบร้อยดูดี เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท แม้แต่มือทั้งสองข้างของเขาก็ใส่ถุงมือสีดำสนิทไว้ รองเท้าหนังคู่งามส่งประกายแวววาวล้อกับแสงเทียนที่สาดส่องลงมาจนเป็นประกาย การแต่งตัวของเขาผู้นี้นั้น ทำให้ผู้พบเห็นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าชายผู้นี้ ต้องเป็นคนที่มาจากตระกูลชั้นสูงอย่างแน่นอน แต่..ใบหน้าของเขานั้น..กลับถูกหน้ากากสีดำสนิทใบหนึ่งปกปิดไว้!หน้ากากใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้สีดำสนิท รูปร่างของหน้ากากใบนี้นั้นช่างแปลกประหลาดอย่างที่สุด เพราะรูปร่างของหน้ากากใบนี้ถูกแกะสลักจนเหมือนกับเป็น..ต้นไม้..ที่กำลังเหี่ยวเฉา! เป็นรูปต้นไม้ที่เหมือนกับแผ่นเหล็กที่เชนพบในป่าไม้มืดไม่ผิดเพี้ยน! หน้ากากใบนี้มีแค่ส่วนดวงตาเท่านั้นที่มีรูเจาะไว้เพื่อให้มองเห็น ส่วนปากและจมูกถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากอย่างมิดชิดดวงตาของชายผู้นี้หลังหน้ากากไม้ที่เราสามารถเห็นได้รางๆนั้นมันช่าง..ดำมืด! ราวกับกำลังมองไปยังท้องฟ้าในยามค่ำคืนไม่ผิดเพี้ยน!"ตอนแรกฉันก็ไม่รู้หรอกว่าใครและคนคนนั้นมีจุดประสงค์อะไรจึงส่งข้อมูลนี้ไปให้พวกฟ้าครวญ แต่เมื่อรู้ว่าเป็นหนึ่งในเหล่าท่านเป็นคนสั่งลงมาโดยตรงแบบนี้..ก็คงมีแค่ท่านผู้นั้นผู้เดียวเท่านั้นที่จะทำแบบนี้.."ชายสวมหน้ากากไม้กล่าวขึ้นพร้อมมองจ้องไปยังเทียนที่กำลังลุกไหม้ น้ำตาเทียนหลายหยดค่อยๆไหลลงมาและค่อยๆแข็งตัวจับกันเป็นก้อนที่ฐานด้านล่าง"..ท่านที่จะทำแบบนี้ก็มีแต่..ท่านธอร์น(Thorn)เท่านั้น""!!?"ฟิลิปเมื่อได้ยินชื่อธอร์นก็รีบก้มหน้าลงพร้อมกุมมือจนแน่น ราวกับว่าชื่อนี้สำหรับเขาคือชื่อศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อได้ยินก็ต้องทำความเคารพ"ส่วนจุดประสงค์ของท่าน..ก็คงจะต้องการยืมมือพวกฟ้าครวญลงมือทำอะไรบางอย่างกับพวกสังกัดหมื่นทิวาไม่ผิดแน่..เพราะท่านธอร์นนั้นมีความแค้นฝังลึกกับทรราชสีขาว และสังกัดหมื่นทิวา..ก็คือสังกัดที่ตระกูลของทรราชสีขาวเป็นผู้ก่อตั้งเมื่อหลายพันปีก่อน"ชายสวมหน้ากากหยุดพูดไป เพราะเมื่อเขาเอ่ยชื่อทรราชสีขาวออกมานั้น..ทำให้เขานึกไปถึงเงาร่างของชายคนหนึ่ง เงาร่างที่ฝังแน่นอยู่ในห้วงความทรงจำอย่างไม่อาจลบเลือน เงาร่างที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับกำลังมองไปยัง..ดวงอาทิตย์อันยิ่งใหญ่และเจิดจ้า…"ทะ..ทรราชสีขาว!"ฟิลิปเมื่อได้ยินชื่อนี้ถึงกับร่างผงะ! เขารู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี ทรราชสีขาว..ฉายานามของชายผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยเขย่าห้าอาณาจักรและสองจักรวรรดิจนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! นี่ท่านธอร์นมีความแค้นกับทรราชสีขาวคนนั้นหรือนี่!"ถึงตอนนี้ทรราชสีขาวจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลายสิบปีแล้วก็ตาม..แต่เหมือนว่าท่านธอร์นจะยังไม่ลืมความแค้นที่ทรราชสีขาวเคยฝากไว้กับท่านล่ะนะ เพราะงั้นท่านจึงคอยลงมือกับสังกัดหมื่นทิวาทั้งทางตรงและทางอ้อมมาโดยตลอด เพื่อเป็นการบีบบังคับให้ทรราชสีขาวที่หายตัวไปปรากฏตัว.."ชายสวมหน้ากากหยุดพูดไปครู่แล้วก็กล่าวต่อ"..แต่ส่วนหนึ่ง..ฉันว่าท่านคงอยากทำลายสังกัดหมื่นทิวาด้วยนั่นแหละ เพื่อเป็นหนึ่งในการล้างแค้นต่อทรราชสีขาว เพราะนามแห่งรูนของท่านคือธอร์น(Thorn) นามที่มีความหมายถึงความโกรธและโทสะอันรุนแรง""ผม..มีข้อสงสัยอย่างหนึ่งครับท่าน"ฟิลิปที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดกล่าวขึ้นช้าๆชายสวมหน้ากากไม่ได้ตอบหรือหันไปมอง เป็นการสื่อนัยๆว่าให้พูดต่อ"คือ..ยังไงซะRaidครั้งนี้ก็เป็นแค่Raidขั้นสามัญนะครับ แถมสังกัดหมื่นทิวาที่มาเมืองไม้หอมในครั้งนี้ก็มีแต่นักล่าขั้นสามัญแล้วก็ขั้นพื้นฐานคนหนึ่งเท่านั้น แถมพวกนี้ยังเป็นแค่คนจากสาขาย่อยเท่านั้นด้วย ถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่าท่านผู้นั้นต้องการลงมือกับสังกัดหมื่นทิวา ผมก็นึกไม่ออกว่าทำไมระดับท่านผู้นั้นถึงต้องมาสนใจกับพวกปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้"ฟิลิปกล่าวสิ่งที่เขาสงสัย สังกัดหมื่นทิวาที่มาเมืองไม้หอมในครั้งนี้เป็นแค่พวกขั้นสามัญและขั้นพื้นฐานเท่านั้น ปกติคนพวกนี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะให้เหล่าท่านยี่สิบสี่อักษรรูนชายตามองด้วยซ้ำ แต่นี่..หนึ่งในเหล่าท่านถึงกับออกคำสั่งให้ส่งข้อมูลเรื่องนี้ให้ฟ้าครวญโดยตรง!ชายสวมหน้ากากเงียบไปครู่"ระดับเหล่าท่านยี่สิบสี่อักษรรูนจะทำอะไร ย่อมมีจุดประสงค์สำคัญแน่นอน และเรา..ไม่ควรเข้าไปยุ่ง"ฟิลิปเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหัวลงเป็นการรับทราบ แต่ผ่านไปครู่เขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวถามอีกเรื่องที่สงสัย"ว่าแต่ทำไม..เบื้องบนของหน่วยเราถึงไม่ส่งข้อมูลRaidนี้ให้เราเพื่อเตรียมตัวล่ะครับ หรือเป็นเพราะท่านผู้นั้นมีคำสั่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลนี้โดยตรงกันครับ""ก็คงจะมีส่วน แต่คงเพราะRaidนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบกับแผนการของเรามากกว่า เบื้องบนเลยไม่ส่งข้อมูลลงมา ว่าแต่..แผนการของเราเตรียมการไปถึงไหนแล้ว"ชายสวมหน้ากากกล่าวถามขึ้น โดยที่เขายังคงมองจ้องไปยังแสงเทียนอย่างไม่ละสายตา"ทุกอย่างดำเนินไปได้ตามกำหนดการครับ และสิ่งนั้นจะพร้อมเปิดตัวในวันที่เรากำหนดไม่ผิดพลาดแน่นอนครับ"ฟิลิปกล่าวรายงานถึงแผนการบางอย่างที่ยังคงเป็นปริศนา"ดี"ชายสวมหน้ากากกล่าวพร้อมกับยื่นมือที่ใส่ถุงมือสีดำสนิทไปทางเทียนที่กำลังลุกไหม้ และในจังหวะที่เขากำลังจะใช้นิ้วดับแสงเทียนนั้นเอง เขาก็พูดขึ้นว่า.."ทุกสิ่งอย่างเพื่อ..พฤกษาสิ้น"ฟู่แสงเทียนดับลงจากนิ้วมือของชายสวมหน้ากาก ส่งให้ห้องปริศนาแห่งนี้ไร้แสงสว่างจน..มืดสนิท    -----------อักษรรูน (RUNE) อักษรโบราณทีี่มียี่สิบสี่ตัวอักษร เชื่อกันว่าเป็นอักษรที่เทพโอดินเป็นผู้สร้างขึ้น ตามตำนานเล่าขานกล่าวกันว่าเทพโอดินเขาแขวนตัวเองห้อยหัวลงกับต้นแอช ยิกดราซิล ต้นไม้โลก หรือต้นไม้แห่งชีวิต หลังจากเวลาผ่านไป 9 วัน 9 คืน โอดินเสียชีวิตอยู่บนต้นไม้นั้น แต่ก็กลับถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง ด้วยพลังใจที่ไม่สามารถถูกปราบได้ เขานำความรู้และสติปัญญาจากโลกอื่น รวมทั้งรูนกลับมาพร้อมเขาด้วยธอร์น(Thorn) หนึ่งในยี่สิบสี่อักษรรูน ที่หมายถึงกิเลส ความเอาแต่ใจ ความโลภ โทสะอันรุนแรง และอักษรตัวนี้ยังบ่งบอกถึงการเสียดแทง การเหยียดหยาม การทำลาย ความเจ็บปวด บาดแผล น้ำตา  

    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน