ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 28/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 2
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปราวกับภาพฝันร้ายที่ฉายซ้ำ อลินในชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ออกแบบอย่างวิจิตรงดงาม ยืนเคียงข้างเธียรในชุดสูทสากลสีดำสนิทที่ขับให้เรือนร่างสูงสง่าของเขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งสองยืนอยู่เบื้องหน้าบาทหลวงในโบสถ์เก่าแก่ที่ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาวจนดูราวกับสรวง์ ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบและไร้ซึ่งชีวิตชีวา
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เป็ทางการ มีเพียงญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายและสื่อมวลชนบางส่วนที่ได้รับเชิญเท่านั้น ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบในสายตาของคนภายนอก คู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก...ทายาทของสองตระกูลใหญ่ที่กำลังจะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน
“เธียร วรชัยดำรง คุณจะรับ อลิน วงศ์กิตติกุล เป็ภรรยาหรือไม่ จะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ในยามไข้และสบายดี จะรักและให้เกียรติเธอไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่หรือไม่”
เสียงของบาทหลวงดังก้องในความเงียบ เธียรนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก
“ครับ”
คำตอบรับที่สั้นและเ็าทำให้อลินรู้สึกเจ็บแปลบในใจ แต่เธอก็ยังคงรักษารอยยิ้มจาง ๆ ไว้บนใบหน้าอย่างสุดความสามารถ
“อลิน วงศ์กิตติกุล คุณจะรับ เธียร วรชัยดำรง เป็สามีหรือไม่...”
อลินตอบรับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นกว่าที่คิด เธอบอกกับตัวเองว่านี่คือหน้าที่...หน้าที่ที่เธอต้องทำให้สำเร็จลุล่วง
เสียงปรบมือจากแขกในงานดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง แต่สำหรับอลิน มันช่างกลวงเปล่าและไร้ความหมาย เธอมองเห็นมินตราที่ยืนอยู่ในมุมหนึ่งของโบสถ์...ดาราสาวคนนั้นอยู่ในชุดเดรสสีอ่อนที่ดูสุภาพ แต่แววตาที่มองมาทางเธอกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของชัยชนะและความสมเพช เป็หนามแหลมที่คอยทิ่มแทงหัวใจของเธอตลอดเวลา
“ต่อไปคือพิธีสวมแหวน”
ผู้ช่วยส่งกล่องแหวนกำมะหยี่สีแดงสดให้ เธียรหยิบแหวนวงเล็กขึ้นมา มันเป็แหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟในโบสถ์ เขาเหลือบมองหน้าอลินด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะยื่นมือของเธอขึ้นมา
ทว่า...ในจังหวะที่เขากำลังจะสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ชายหนุ่มกลับจงใจปล่อยให้แหวนวงนั้น...หลุดออกจากมือของเขา
กริ๊ง...
เสียงแหวนโลหะกระทบกับพื้นหินอ่อนของโบสถ์ดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในหัวใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แเื่ต่างสูดลมหายใจด้วยความใ เสียงชัตเตอร์จากกล้องของนักข่าวรัวขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
คุณหญิงวรนาถมีสีหน้าซีดเผือด ขณะที่คุณวรเทพกำหมัดแน่นด้วยความโกรธที่ลูกชายทำเื่ขายหน้าเช่นนี้
เธียรยังคงยืนนิ่งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะก้มลงไปเก็บมันขึ้นมา ราวกับว่าแหวนวงนั้นไม่มีค่าพอที่เขาจะต้องเสียเวลาด้วยซ้ำ สายตาของเขามองมาที่อลินอย่างท้าทาย...รอคอยที่จะเห็นเธออับอายและเสียหน้าต่อหน้าทุกคน
อลินชะงักไปเพียงครู่เดียว หัวใจของเธอเย็นเฉียบไปทั้งดวง เธอรู้ดีว่านี่คือการจงใจ...การกระทำที่เืเย็นที่สุดเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเธอไม่มีค่าในสายตาเขาเลย
‘เขา้าให้ฉันอับอาย’ หญิงสาวคิดในใจ ‘เขา้าทำลายฉัน’
แต่เธอจะไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จ...
อลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ข่มความเ็ปและอัปยศทั้งหมดไว้ภายใน ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลงอย่างช้า ๆ ด้วยท่วงท่าที่ยังคงสง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาที่เธอ ปลายนิ้วเรียวของเธอัักับความเย็นเฉียบของแหวนวงนั้น แล้วหยิบมันขึ้นมาอย่างนุ่มนวล
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง เผชิญหน้ากับเขาโดยตรง แล้วยื่นแหวนวงนั้นคืนให้เขาด้วยสองมือที่นิ่งสนิท
วินาทีนั้นสายตาของทั้งสองสบกัน...แววตาของอลินนิ่งสงบจนน่ากลัว มันเป็ความนิ่งที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย ในขณะที่แววตาของเธียรกลับฉายแววแปลกใจออกมาเล็กน้อย เขาคาดหวังจะเห็นน้ำตา ความเสียใจ หรืออาการฟูมฟาย แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็ความว่างเปล่าที่อ่านไม่ออก
เขาจำใจรับแหวนมาจากมือเธอแล้วสวมมันลงบนนิ้วของเธออย่างรวดเร็วเพื่อจบพิธีการที่น่าสมเพชนี้เสียที
อลินมองแหวนบนนิ้วของตัวเอง มันควรจะเป็สัญลักษณ์ของความรักและคำมั่นสัญญา แต่สำหรับเธอ...มันกลับเป็เหมือนพันธนาการที่ตีตรวนเธอไว้กับความเ็ปไปตลอดชีวิต
หลังเสร็จสิ้นพิธีที่โบสถ์ ทั้งสองกลับมายังเรือนหอซึ่งเป็คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวรชัยดำรง ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับคู่บ่าวสาว เธียรก็ปิดประตูเสียงดัง ปัง! ทำลายความเงียบลงทันที
“อย่าคิดว่าการแต่งงานจอมปลอมนี่จะทำให้เธอได้อะไรจากผมไปมากกว่าสถานะ ภรรยาในนาม ก็แล้วกันนะ อลิน” เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
อลินไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ อยู่กลางห้อง สายตาจับจ้องไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด
“เธอคงดีใจมากสินะที่แผนของครอบครัวเธอสำเร็จ” เขายังคงพูดต่อไป เดินวนไปรอบ ๆ ตัวเธอราวกับนักล่าที่กำลังข่มขวัญเหยื่อ “ได้แต่งงานกับทายาทวรชัยดำรง...ได้ทุกอย่างที่้า”
“ฉันไม่เคย้าอะไรแบบนี้” ในที่สุดอลินก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงแ่เบา
“เหอะ! ไม่้า?” เขาหัวเราะในลำคออย่างเยาะหยัน “อย่ามาทำเป็เล่นละครใสซื่อหน่อยเลย ผู้หญิงอย่างเธอ...ผมดูออก” เขาหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรง ๆ “แต่จำใส่หัวเธอไว้ด้วย...ผู้หญิงที่ผมรักมีแค่มินตราคนเดียว เธอไม่มีวันแทนที่มินได้ และผมจะไม่มีวันแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด!”
“ค่ะ” อลินตอบรับคำสั้น ๆ
ความนิ่งเฉยของเธอยิ่งทำให้เธียรหงุดหงิด เขา้าเห็นเธอเ็ป ้าเห็นเธอร้องไห้อ้อนวอน แต่เธอกลับสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหิน
“ทำไม! ทำไมไม่ร้องไห้ล่ะ! ไม่เสียใจรึไง!” เขากระชากเสียงถาม “หรือว่านี่คือสิ่งที่เธอ้าอยู่แล้ว! การได้แต่งงานกับผมโดยที่ผมไม่ได้รักมันมีความสุขมากนักรึไง!”
“แล้วคุณ้าให้ฉันทำยังไงคะ” อลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเป็ครั้งแรก แววตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว “้าให้ฉันร้องไห้ฟูมฟาย? หรือ้าให้ฉันคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากคุณ...อย่างนั้นเหรอคะ”
คำพูดของเธอแทงใจดำเขาอย่างจัง เธียรชะงักไป เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามจะค้นหาความอ่อนแอ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนเงาของตัวเขาเอง
“ดี! ในเมื่อเธออดทนเก่งนัก ก็ทนต่อไปแล้วกัน!” เขากระแทกเสียง ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางอยู่มุมห้องแล้วโยนมันลงบนเตียงเสียงดัง ตุ้บ! กลีบกุหลาบที่เคยสวยงามกระจายเกลื่อน
“ห้องนอนของเธออยู่อีกฝั่งหนึ่งของบ้าน...และอย่าได้คิดจะก้าวเข้ามาในห้องนี้อีก” เขาประกาศกร้าว
อลินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน
“แล้วก็มีอีกเื่ที่เธอน่าจะดีใจนะ” เขายิ้มเยาะ “เธอจะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าผมไปอีกนาน...เพราะผมจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ...คืนนี้”
คำประกาศนั้นทำให้อลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาจะทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียว...ในคืนวันแต่งงาน...ให้เผชิญหน้ากับทุกอย่างเพียงลำพัง
เธียรแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นแววตาที่ไหววูบของเธอในที่สุด เขารู้สึกสะใจที่สามารถทำลายความสงบนิ่งของเธอลงได้
“ขอให้มีความสุขกับตำแหน่ง สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลวรชัยดำรง ก็แล้วกันนะ” เขาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะเหลียวกลับมามองอีก
เสียงปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้...มันได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ
อลินทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นปิดหน้า...แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว ความเ็ปมันรุนแรงเกินไปจนหัวใจของเธอรู้สึกด้านชาไปหมดแล้ว
หญิงสาวนั่งอยู่ในความมืดและความเงียบนั้นเนิ่นนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งเสียงเครื่องบินเจ็ตที่ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ ปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์
อลินค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน เธอเห็นแสงไฟสีแดงกะพริบของเครื่องบินลำหนึ่งกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า...สูงขึ้น...และไกลออกไป...จนกระทั่งกลายเป็เพียงจุดเล็กๆ แล้วหายลับไปในความมืดมิด
เขาไปแล้ว...ไปจริง ๆ แล้ว
เธอไม่ได้ร้องไห้...แต่กลับรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่กองอยู่บนบ่าของเธอ จากนี้ไป...เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามจากครอบครัวของเขาในวันรุ่งขึ้น เธอต้องรับมือกับสายตาของสังคมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เพียงลำพัง
ความเสียใจที่ท่วมท้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็อย่างอื่น...มันคือความมุ่งมั่น...ความเด็ดเดี่ยวที่จะต้องอยู่รอด
อลินหันหลังให้กับหน้าต่างบานนั้น เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้สักที่ตั้งอยู่มุมห้อง เธอเปิดโคมไฟขึ้น แสงสีนวลส่องสว่างลงบนกองเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจของทั้งสองตระกูลที่เธอเตรียมมา
หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาอ่าน...สายตาของเธอไล่ไปตามตัวอักษรและตัวเลขอย่างตั้งใจ
‘ในเมื่อเขาเลือกที่จะทิ้งฉันไว้...ฉันก็จะใช้เวลานี้สร้างคุณค่าให้ตัวเอง’ เธอบอกกับตัวเองในใจ ‘ฉันจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น...ว่าฉันไม่ได้เป็แค่ภรรยาที่ถูกทอดทิ้ง แต่ฉันคือ อลิน ที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยความสามารถของตัวเอง’
คืนส่งตัวที่ควรจะหวานชื่น...กลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหม่ที่เธอต้องเผชิญเพียงลำพัง แต่เธอก็พร้อมแล้ว...พร้อมที่จะเปลี่ยนความเ็ปทั้งหมดให้เป็พลัง เพื่อรอวันที่จะได้ทวงคืนอิสรภาพและศักดิ์ศรีของเธอกลับคืนมา