ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 120 ความช่วยเหลือจากสามี

              สิ้นคำพูดจุนเปย์ชิงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่ราชา หากเขาไม่ดึงความสนใจจากมันไว้มันอาจไล่ตามหลังกลุ่มของเรย์ได้


              “แยกออกซ้ายขวาฟอร์เมชั่นG ระวังตัว!”


              จุนเปย์เปิดฉากทะยานพุ่งใส่ด้วยหมัดขวาอันเที่ยงตรงที่สามารถชกช้างตายในหมัดเดียวออร่าปราณเข้มข้นส่องแสงเจิดจ้าครอบคลุมไปทั่วหมัด


              ราชาเองก็ตอบรับด้วยการบุกสวนเข้าหาตรงๆ ชกหมัดขวาส่วนบนกลับไป


              หมัดของทั้งคู่ปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นสั่นสะเทือนตึกรามที่ตั้งขนาบข้างปริแตกเป็นรอยร้าว


              เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เรียวตะเองใช้ก้าวพริบตาง้างดาบใหญ่ที่เคลือบธาตุน้ำ ฟันแนวขวางลงบนตำแหน่งช่วงเอวของราชา


              ราชาเพียงชำเลืองมองเล็กน้อยก่อนจะปรากฏอักขระสีแดงบนผิวหนังบริเวณจุดที่กำลังจะถูกฟัน


              กึก!


              แข็ง! นี่คือสิ่งที่เรียวตะคิด ทันทีที่ฟันกระทบลงบนผิวของมันราวกับว่าตนกำลังใช้มีดทำครัวฟันใส่หินผาอย่างไรอย่างนั้นแถมน้ำที่เคลือบบนใบดาบเริ่มระเหิดเป็นไอ เมื่อเจอความร้อนบนผิวกายศัตรู


              เรียวตะไม่ชักช้ารีรออยู่นานรีบดึงตัวออกห่าง เมื่อเห็นว่ามันไม่มีท่าทีสะทกสะท้านจุนเปย์คลายหมัดที่กำลังต้านแรงกับราชาชักท่อนแขนกลับมาเล็กน้อยให้หมัดของมันถลำหน้ามา แล้วเปลี่ยนจากกำหมัดเป็นแบมือเพื่อล็อกหมัดของราชาไว้แน่น


            จุนเปย์รวบรวมกำลังชั่วชีวิตฝืนเหนี่ยวรั้งแขนอีกฝ่ายไม่ให้ขยับเขยื้อนออร่าปราณมารวมกันอยู่ที่ท่อนแขนข้างขวาถึงแปดส่วน


              เสียงกลไกบนเกราะแขนหวีดร้องแหลม


              จุนเปย์บีบหมัดของราชาแน่น โถมกำลังกระชากตัวมันเหวี่ยงลอยจากพื้นปลิวหายกระแทกกับอาคารฝั่งตรงข้าม โครงสร้างของอาคารพังทลายลงดังครืดคราด


              “จิน!”


              ศรบรรจุอาคมเวทย์ถูกยิงถล่มตามซ้ำต่อเนื่องจากตำแหน่งมุมสูงบนหลังคา


              ท่ามกลางเศษซากอาคารที่ถูกยิงถล่มซ้ำลำแสงสีแดงเข้มเรียวเล็กถูกยิงสวนออกมา มันไม่มีพลานุภาพทำลายล้างเป็นวงกว้าง ทว่าพลังเจาะทะลวงนับว่าอยู่ในขั้นสุดยอด


              “ระวัง!”


              จุนเปย์ร้องเตือนทว่าไม่ทันเสียแล้วเมื่อลูกทีมของตนถูกลำแสงเจาะทะลุหัวไหล่ สอยร่วงลงมาจากหลังคา


              ราชาค่อย ๆเดินออกมาจากเศษซากอย่างไม่ยี่หระ พื้นกลายเป็นหินหลอมเหลวทุกก้าวที่มันเหยียบย่าง


              มันพุ่งทะลุอาคารไปอีกฟากชิงจู่โจมใส่เรียวตะที่กำลังดักซุ่มอยู่


              ราชาสู้ด้วยมือขวาส่วนบนเพียงข้างเดียวมันใช้นิ้วชี้แทงใส่อย่างต่อเนื่อง เรียวตะยกดาบใหญ่ป้องกันจนเริ่มเกิดรอยร้าวก่อนมันจะเปลี่ยนจากการแทงด้วยนิ้ว เป็นกำมือแล้วทุบลงมาด้วยกำปั้นหนักหน่วง


              เรียวตะถูกอัดด้วยกำปั้นฟาดเต็มแผ่นหลังล้มคว่ำหน้าติดพื้น


            ขณะที่กำลังจะถูกเหยียบกะโหลกซ้ำ ไอริได้ใช้อาคมสลับตำแหน่งระหว่างจุนเปย์กับเรียวตะด้วยการสลักเครื่องหมายลงบนร่างของพวกเขาก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น


              จุนเปย์สลับตัวแวบมาต้านรับการโจมตีแทนตำแหน่งเดิมของเรียวตะผ่านเกราะแขนทั้งสองข้าง แรงมหาศาลของราชาค่อย ๆ ทำให้ขาของจุนเปย์จมลึงลงบนพื้นหิน


              ท่อนขาของราชาที่กำลังเหยียบเกิดปรากฏอักขระแสงสีแดงมันเพิ่มน้ำหนักลงมามากขึ้น รังสีความร้อนแผ่ปกคลุมพื้นที่ในรัศมีห้าสิบช่องตัว


              พลังร้อนระอุจากออร่าลมปราณของราชาเกิดการเผาไหม้ทำให้เกราะแขนของจุนเปย์มีอุณหภูมิสูงขึ้น พื้นผิวบนตัวเกราะเริ่มหลอมเหลวกลายเป็นสีแดงราวกับเหล็กร้อนๆ ที่เพิ่งถูกดึงออกจากเตา


              จุนเปย์เหงื่อกาฬไหลซึมเขารู้ดีว่าราชายังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมาเลยสักนิดมันแทบไม่ได้ใช้แขนซ้ายและขวาส่วนล่างที่กำลังกอดอกอยู่นี้กับพวกเขาเลยสักครั้ง


              ศรแสงพลังงานเข้มข้นสูงถูกยิงมาจากด้านข้างราชาใช้แขนปัดป้องอย่างธรรมดาสามัญ โดยที่ยังไม่ผ่อนน้ำหนักของฝ่าเท้าที่กำลังเหยียบจุนเปย์ลงด้วยซ้ำ


              เรียวตะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งปรี่มาประชิดหลังดาบในมือแทงออก ครั้งนี้มันได้รับการเสริมพลังเวทย์จากไอริ แม้จะแทงไม่เข้าแต่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับออร่าคุ้มกายของราชาจุนเปย์รีบใช้โอกาสนี้ม้วนตัวออกข้าง


              ขณะที่เรียวตะเตรียมชักดาบออกจากแผ่นหลังราชากลับถูกมันหันมาใช้นิ้วชี้นิ้วกลางบนมือซ้ายหนีบใส่คมดาบไว้แน่นแม้ออกแรงสุดกำลังก็ไม่อาจขยับเขยื้อน


              พลังจากดรรชนีร้อนทั้งสองนิ้วเมื่อถ่ายเทเข้าไปในดาบก็ทำให้เรียวตะต้องคลายมือออกอย่างฉับพลัน


              ทุกอย่างเกิดขึ้นไวเกินไปทันทีที่เรียวตะปล่อยมือจากดาบของตน ก็ถูกเตะตัวปลิวลอยละลิ่ว ทั้งดาบที่ถูกชิงไปและชุดเกราะที่ใส่อยู่แตกละเอียดไม่มีชิ้นดี


              จุนเปย์พุ่งกลับมาดวลกระบวนท่ากับราชาอยู่พักใหญ่คลื่นออร่าระเบิดออกมาเป็นพัก ๆ จากการปะทะ ตึกรามบ้านช่องไม่อาจทนรองรับพลังได้ล้มพังพินาศเป็นแถบ ๆ


            ราชาโต้ตอบกับจุนเปย์ราวกับแมวหยอกหนู จุนเปย์กัดฟันกรอด ซัดด้วยกระบวนท่า‘หมัดกิเลนคู่’ ผ่านการนำแขนสองข้างยื่นไปด้านหน้าประกบกันบนล่างออร่าปรากฏดั่งคล้ายหัวกิเลนครอบคลุมแขนทั้งสอง อ้าปากคำรามใส่ศัตรูแล้วชกออก


            ราชาป้องกันหนึ่งหมัดบนด้วยฝ่ามือ ส่วนหมัดล่างชกเข้าเต็มกลางลำตัวทว่าก็ถูกแสงอักขระสีแดงบนผิวของมันป้องกันไว้


              ‘แม่งเอ๊ยออร่าป้องกันแข็งแกร่งอะไรขนาดนี้ฟะ!’


            มันหุบฝ่ามือแล้วบีบกำปั้นของจุนเปย์แน่นไม่ให้ถอยหนีเหมือนที่จุนเปย์เคยทำกับมัน


            หมัดซ้ายของราชาง้างเข้าหาตัวเล็กน้อยปรากฏเป็นอักขระสีแดงบนพื้นผิวกาย


              ‘ฉิบ...ถ้าถูกหมัดนี้เข้าไปต้องแย่แน่!’


              ในช่วงเวลาคับขันนั้นเองหูของจุนเปย์พลันได้ยินเสียงสายลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง


              เกลียวคลื่นดาบและหอกน้ำแข็งนับสิบพุ่งซัดใส่ราชาจนร่างซวนเซ เปิดโอกาสให้จุนเปย์สลัดหลุดจากการเกาะกุม


              ‘มาได้ทันเวลาจริงๆ เลยนะ เจ้าพวกบ้าเอ๊ย...’



     

              ย้อนกลับไปช่วงเวลาก่อนหน้าเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มของเรย์วิ่งมาเกือบถึงตีนบันไดอันโอ่อ่า


              “เห็นทางขึ้นแล้ว! ทุกคนอดทนไว้”


              หนึ่งในทหารทั้งสามนายร้องบอก


              ฉับพลันนั้นเอง มียักษ์ตัวหนึ่งพุ่งทะลุอาคารฝั่งซ้ายออกมาดักโจมตีขบวนของพวกเขา


              ซาบุโร่เป็นคนแรกที่พุ่งออกไปต้านรับทว่าไม่นานนักมียักษ์อีกเจ็ดตนทลายอาคารโผล่เพิ่มออกมาล้อมหน้าล้อมหลังจากทั่วทุกทิศทำให้คนที่เหลือต้องแยกกันออกไปรับมือยกเว้นเรย์ซึ่งอุ้มคางูยะอยู่ไม่สามารถช่วยทุกคนต่อสู้ได้


              ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต บุคคลลึกลับในชุดไซเบอร์เนติกส์เอ็กโซสูทแนบเนื้อสีขาว ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางวงของพวกเขาอย่างไร้สุ้มเสียง


              ‘เธอ’คนนั้นทำรูปมือคล้ายใบดาบ สะบัดออกไปในอากาศดังฉึบ! หัวของยักษ์ทั้งแปดตนหลุดออกจากบ่าทันที คนที่กำลังรับมือกับพวกมันอยู่ได้แต่อ้าปากค้างรับรู้ได้ถึงความลึกล้ำในพลังฝึกปรือของบุคคลปริศนาผู้นี้




              เรย์จ้องมองไปยัง ‘เธอ’ คนนั้นภายใต้ชุดเกราะผ่านความรู้สึกอันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าประหลาดอย่างไร


              หลังจากนั้นมีกลุ่มคนลึกลับแวบมาปรากฏตัวเพิ่มอีกสี่ครานี้พวกเขาสวมทับด้วยชุดชุดไซเบอร์เนติกส์เอ็กโซสูทสีดำ สรีระภายนอกบ่งบอกความเป็นชาย




              หนึ่งในผู้สวมชุดแบบฟูลไซเบอร์สูทสีดำที่พกดาบเล่มใหญ่สะพายไว้ด้านหลังเดินตรงเข้ามาหาเรย์ที่กำลังอุ้มคางูยะในวงแขน


              เรย์ถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวังแต่เขาก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีจิตมุ่งร้ายแผ่ออกมา

     

              “ท่านโคเอ็นจิส่งเรามารับตัวท่านหญิงโปรดส่งเธอให้กับเราด้วย”


              น้ำเสียงไม่มีแววขอร้องที่ออกมาจากใต้หมวกเกราะคล้ายดั่งเสียงสังเคราะห์ดูไม่เหมือนน้ำเสียงของมนุษย์ปกติ


              “แล้วคนพวกนี้ล่ะ”


              คางูยะเคยเห็นคนกลุ่มนี้อยู่ข้างกายสามีมาก่อนเลยไม่แสดงท่าทีแปลกใจ เธอถามกลับไปอย่างเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์


              “นั่นไม่อยู่ในคำสั่งภารกิจของเรามีเพียงแค่ช่วยท่านหญิงออกมาเท่านั้น ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”


              คำพูดนั้นทำเอาคางูยะประหลาดใจแววตาซับซ้อน เธอไม่คิดว่าคนคนนั้นจะยังให้ความสำคัญกับเธอขนาดนี้


              “หากไม่ช่วยคุ้มกันพวกเขาออกไปด้วยฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น”


              “ท่านหญิงเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ์สั่งการลำดับสองหากต้องการป้อนภารกิจใหม่ โปรดยืนยันคำสั่งด้วย”


              อีกฝ่ายตอบสนองราวกับเป็นหุ่นยนต์


              “...ใช่นี่เป็นคำสั่ง”


              คางูยะแสดงความต้องการตามเดิมรู้ดีว่าคนพวกนี้คือฟันเฟืองคืออะไหล่ที่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ลุล่วงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น


              “รับทราบยืนยันคำสั่ง เราจะทำการคุ้มการท่านหญิงและคนพวกนี้ออกจากพื้นที่อันตราย”


              เมื่อเห็นผู้ที่มารับตัวคางูยะเป็นยอดฝีมือระดับนี้ก็ทำให้เรย์วางใจ ส่งตัวคางูยะให้กาโต้อุ้มต่อจากเขา


              “รบกวนคุณกาโต้หน่อยนะครับฝากดูแลเธอแทนผมด้วย”


              กาโต้รู้ว่าเรย์จัดแจงอย่างนี้มีสาเหตุจึงไม่ตั้งใจถาม


              “นี่หมายความว่าไงคะ?”


              ใบหน้าของคางูยะขณะมองย้อนกลับมาหาเรย์บ่งบอกอารมณ์ว่าไม่เข้าใจการกระทำของเขา


              “ผมทิ้งพวกเขาไปแบบนี้ไม่ได้…อย่าห้ามผมเลยนะครับ”


              เขามองไปยังทิศทางที่จุนเปย์กำลังต่อสู้ก่อนจะหันมาสบตากับหญิงสาวผ่านนัยน์ตาที่สะท้อนความแน่วแน่


              คางูยะฟังแล้วเงียบไปครู่หนึ่งดวงตาหม่นหมองลง


              เป็นความเงียบที่คล้ายผสมความไม่พอใจ


              “ฉันพูดอะไรไปตอนนี้ก็คงเปล่าประโยชน์งั้นสินะ...เพราะฉะนั้น... อย่าฝืนตัวเองมากเกินไปล่ะ”


              คำพูดของเธอออกจะตอบลำบากอยู่จนเรย์ไม่สามารถตอบกลับไปได้ในทันที


              “ผม— จะพยายามสุดความสามารถครับ”


              ตัวเขาในตอนนี้จะทรยศความคาดหวังจากตัวคางูยะไม่ได้

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน