บทที่ 42 สร้างอาวุธวิเศษ (100%)
บรรยากาศในจวนซู่อบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่น เมื่อสมาชิกในครอบครัวกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้ายันค่ำ คนภายนอกที่คิดจะเข้ามาผูกสัมพันธ์โดนทหารอารักขาของหอบัวสวรรค์และทหารองครักษ์ของฮ่องเต้กีดกันไว้จนหมดช่วงเวลายามบ่าย ลานกว้างหน้าจวนซู่มีเสียงดังดุจฟ้าคำราม เพราะซู่หลันกำลังแสดงวิชาพยัคฆ์เพลิงให้ซู่เซียวดู พลังระดับเทพยุทธ์ทำให้เขาควบคุมเปลวเพลิงวิญญาณได้ดีขึ้น เวลาออกกระบวนท่าจึงไม่มีเปลวไฟพุ่งออกจากกำปั้น แต่อานุภาพของพลังหมัดร้อนแรงดุจลาวาเดือดซู่เซียวมองดูหลานชายออกกระบวนท่าวิชาพยัคฆ์เพลิงทั้งสามขั้นอย่างตั้งใจ ทุกท่วงท่ามีความสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นวิชาระดับอริยะเทวะ เคล็ดวิชานี้มิได้อยู่ที่กระบวนท่าเพลงหมัด แต่อยู่ที่ร่างกายของผู้สืบทอด“ต้องเป็นผู้มีร่างธาตุไฟ ถึงจะสำแดงฤทธิ์วิชาพยัคฆ์เพลิงได้ หากไม่มีพลังเปลวเพลิงวิญญาณ วิชาพยัคฆ์เพลิงก็เป็นเพียงวิชาหมัดมวย ที่มีท่วงท่าสมบูรณ์แบบเท่านั้น” ซู่เซียวเอ่ยสรุป เมื่อดูหลานชายแสดงการสาธิตวรยุทธ์จบในขณะที่ตากับหลานชายพูดคุยกันเรื่องวรยุทธ์ ซู่มินน้อยก็กำลังร่ายเวทเรืองแสงสีแดงสดอย่างตั้งใจ มือเล็กขยับวาดอักขระเวทอย่างพลิ้วไหว เมื่อเส้นสายสุดท้ายบรรจบกับเส้นสายแรก เสียงเวทสัมฤทธิผลดังไพเราะรื่นหู เวทเรืองแสงถูกผนึกลงบนดาบปีกหงส์ประกายสีแดงสดดุจเปลวเพลิงสว่างจ้าอยู่บนใบดาบครู่หนึ่งก่อนเลือนหายไป เหลือเพียงประกายสีแดงจาง ๆ เคลือบอยู่บนใบดาบ ยามต้องแสงดูเจิดจรัสงดงามยิ่ง ซู่มินถือดาบปีกหงส์ไว้ในมือ แล้วออกไปยืนข้างลานกว้าง“ตู้ม!!” เสียงระเบิดดุจฟ้าคำรามดังก้อง เปลวแสงสีแดงสว่างจ้าออกมาใบดาบ เพียงแค่ซู่มินสะบัดมือเบา ๆ“พลังของดาบปีกหงส์เล่มนี้ เหนือกว่าอาวุธเวทระดับเดียวกันถึงสองส่วน!! หากนำไปประมูลต้องได้ราคางามอย่างแน่นอน!!”เยว์ฉีเอ่ยกับซู่มินด้วยความตื่นเต้น ในหอบัวสวรรค์มีสิ่งของเวทผนึกจำนวนไม่น้อย แต่ของทุกชิ้นล้วนมีพลังอยู่ในระดับขั้นเดียวกับเวทที่ผนึก แต่ดาบปีกหงส์ในมือเด็กน้อย กลับมีพลังสูงกว่าเวทที่ผนึกถึงสองส่วน คุณสมบัติที่พิเศษเช่นนี้ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน“ดาบเล่มนี้ยกให้พี่นางฟ้าคนสวย เป็นการตอบแทนที่ช่วยดูแลท่านตาท่านยาย เดี๋ยวข้าจะผนึกเวทใส่อาวุธชนิดอื่นกับชุดเกราะรวมห้าชิ้น แล้วรบกวนพี่นางฟ้าคนสวยทยอยนำออกมาประมูลเดือนละชิ้น เงินที่ได้จากการประมูล คงพอให้ท่านตาท่านยายมีกินมีใช้อย่างสบายนานหลายปีเจ้าค่ะ”ซู่มินน้อยเอ่ยอย่างใจกว้าง พร้อมมอบดาบในมือให้เยว์ฉีอย่างไม่เสียดาย บุญคุณที่หอบัวสวรรค์มีต่อคนในครอบครัว สมควรตอบแทนด้วยของวิเศษที่ดีที่สุด ช่วงเวลาที่ขัดเกลาจิตในค่ายกลเวทรัตติกาล ซู่มินเพ่งสมาธิจิตทั้งหมดไปที่อักขระเวทนับพันตัวจนรู้ซึ้งถึงแก่นแท้แห่งเวท และสามารถสร้างอักขระเวทตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมได้หลายสิบตัวเมื่อเวทคาถาในตำราถูกแทนที่ด้วยอักขระเวทตัวใหม่ อานุภาพของเวทบทเดิมจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของอักขระเวทตัวใหม่ ที่เหมือนรูปลักษณ์เดิมไม่มีผิดเพี้ยน เพราะส่วนที่เพิ่มเติมถูกซ่อนไว้ในแก่นแท้แห่งเวท เวทคาถาโจมตีและเวทคาถาป้องกันที่ซู่มินผนึกใส่สิ่งของ จึงดูเหมือนเวทเดิมในตำราทุกประการการที่สิ่งของมีพลังมากกว่าเวทที่ผนึก สามารถเกิดขึ้นได้หนึ่งในหมื่นชิ้นถ้าใช้เวทคาถาบทเดิมในตำราสร้าง หรือจอมเวทผู้สร้างต้องมีพลังเวทสูงกว่าของที่สร้างอย่างน้อยสองขั้น ดาบปีกหงส์เล่มนี้จึงเหมือนจอมเวทระดับมหาเทวะขั้นสูงเป็นผู้สร้าง“ขอบใจมากเด็กดี พี่สาวจะจัดการเรื่องประมูลสินค้าให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วง”เยว์ฉียอมรับน้ำใจจากเด็กน้อยโดยไม่ปฏิเสธ เพราะรู้นิสัยคนในครอบครัวซู่ดีว่า ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร และตลอดระยะกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา หอบัวสวรรค์ก็ดูแลสองตายายเป็นอย่างดีด้วยความจริงใจ เรื่องผู้สร้างก็ต้องปกปิดเป็นความลับ มิเช่นนั้นความโลภของมนุษย์คงนำพาอันตรายถึงชีวิตมาสู่ครอบครัวซู่“มินมิน พี่เองก็อยากได้อาวุธกับชุดเกราะเวทเช่นกัน”ซู่หลันรีบเอ่ยปากขอของจากน้องน้อย แรงพลังของดาบเวทเมื่อครู่ ทำเขาตื่นเต้นอย่างที่สุด“รอข้าทำของประมูลเสร็จก่อน ถึงจะทำของให้พี่”ซู่มินเอ่ยตอบ พลางหัวเราะขำสายตาพี่ชาย ที่เอาแต่จ้องมองดาบในมือของเยว์ฉีตาไม่กะพริบช่วงเวลากว่าสองชั่วยาม ซู่มินสร้างอาวุธระดับสูงที่มีพลังมากกว่าระดับเวทสองส่วนออกมาอีกสองชิ้น และชุดเกราะอ่อนที่มีพลังป้องกันมากกว่าระดับเวทหนึ่งส่วนอีกสามตัว จากการคาดเดาของเยว์ฉี อาวุธแต่ละชิ้นน่าจะประมูลได้ไม่ต่ำกว่าสองล้านศิลาวิเศษชั้นดี และเกราะอ่อนน่าจะได้ราคาประมาณหนึ่งล้านศิลาวิเศษชั้นดี เงินจำนวนมหาศาลที่จะได้จากการประมูล ทำให้เด็กน้อยหมดห่วงเรื่องค่ากินอยู่ของตายายนอกจากสร้างของวิเศษที่มีพลังเหนือกว่าระดับเวทแล้ว ซู่มินตั้งใจจะสร้างของพลังระดับธรรมดาอีกเจ็บแปดชิ้น แล้วฝากขายในหอบัวสวรรค์ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่ารายได้หลักของครอบครัวซู่ มาจากการขายของเหล่านั้นเพราะมีศัตรูที่มองไม่เห็นอยู่รอบตัว เด็กน้อยจึงคิดทุกอย่างด้วยความรอบคอบ การสร้างของวิเศษคือการหาเงินให้ตายายมีกินมีใช้ในระยะยาว และอีกจุดประสงค์ที่สำคัญคือ การสร้างความสับสนให้ศัตรูของพี่ชาย การที่มีอาวุธคุณสมบัติพิเศษปรากฏขึ้นในเมืองฉาย ทุกคนต้องเข้าใจว่าเป็นผลงานของจอมเวทระดับมหาเทวะขั้นสูง ศัตรูลึกลับต้องมุ่งแต่ตามหาจอมเวทปริศนาผู้ขโมยสมบัติในแอ่งบำบัด จนลืมสนใจซู่หลันกับวั่งซานอาหารมื้อเย็นรสเลิศนับสิบจานถูกยกมาตั้งบนโต๊ะกลางห้องโถงและโต๊ะหินใหญ่ข้างลานกว้าง อาหารในห้องโถงสำหรับสมาชิกครอบครัวซู่ ส่วนอาหารบนโต๊ะหินสำหรับเหล่าทหารองครักษ์ของฮ่องเต้และทหารอารักขาของหอบัวสวรรค์นอกจากอาหารบนโต๊ะแล้ว ยังมีอาหารห่อที่วางไว้ในครัวสำหรับทหารองครักษ์ลับที่ไม่เปิดเผยตัวด้วย การดูแลดุจลูกหลานของสองผู้เฒ่าซู่ ทำให้ทหารทุกคนทุ่มเทกายใจปกป้องครอบครัวซู่อย่างสุดความสามารถ