ข่าวการเดินทางขึ้นแดนเซียนของผู้ปลดผนึกเทพสุริยะเริ่มแพร่กระจายไปทั่วจนทำให้เหล่าผู้ฝึกตนจากสำนักต่างๆ
เริ่มออกล่าตัวซูลี่ด้วยความ้าจะใช้พลังพิเศษจากเธอนำพาไปสู่การพลังเทพสุริยะ
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ซูลี่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของเธอในโลกนี้มากยิ่งขึ้นแต่ความกลัวและความสงสัยก็ยังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
ในระหว่างการเดินทาง พวกเขาได้ผ่านหมู่บ้านเล็กๆทางตอนใต้ “หมู่บ้านตี้หลิน” ซึ่งเป็ที่พำนักชั่วคราวของผู้ฝึกตนที่มีเป้าหมายในการเดินทางไปดินแดนเซียน
เมื่อพวกเขาเห็นซูลี่ เด็กสาวที่ดูเหมือนจะมีพลังพิเศษทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอด้วยความสนใจ บางคนมองด้วยความอิจฉาบางคนมองด้วยความอยากได้พลังของเธอบางคนมองด้วยแรงจูงใจที่อยากจะจับตัวเธอไปรังรางวัล
"ดูนั่น! พวกเขาคือกลุ่มผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยาง!"หลิงชางซูพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ขณะเห็นกลุ่มผู้ฝึกตนเดินมาจากทางข้างหน้า
พวกเขามองมาที่กลุ่มของซูลี่โดยตรง
“อีกแล้วเหรอ สำนักนี้ช่างมีความยึดมั่นในตัวข้าเสียจริง” ซูลี่เบ้ปากอย่างไม่พอใจ
หลงเฟยอวิ๋นไม่แสดงท่าทางใ เขาหยุดเดินและหันไปมองซูลี่
"อย่าไปสนใจพวกเขา "
แต่ในใจของซูลี่ กลับรู้สึกถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ทุกๆครั้งที่พวกเขาพบกับผู้ฝึกตนจากที่ต่างๆ
กลับเป็การเผชิญหน้ากับอันตรายใหม่ๆที่ไม่อาจคาดเดาได้
“พวกเขามองข้าด้วยสายตาที่แปลกๆ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี”ซูลี่พึมพำกับตัวเอง ขณะเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น กลุ่มผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางก็เข้ามาหยุดอยู่ข้างหน้าพวกเขามองซูลี่ด้วยสายตาที่มีความหมายบางอย่าง
หนึ่งในผู้ฝึกตนยิ้มอย่างเ็า
"เ้าเป็ผู้ที่มีพลังในการปลดพนึกเทพสุริยะใช่หรือไม่?" เขาถามโดยไม่รอให้ซูลี่ตอบ
ซูลี่เงียบไปเพียงชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มตอบกลับ "ทำไมล่ะ? พวกท่าน้าอะไรจากข้าหรือ?"
ผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางแสยะยิ้ม
"พวกเรา้าตัวเ้า ตามพวกเรามาดีกว่า ถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
หลงเฟยอวิ๋นยืนนิ่ง เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกไดๆออกมาในใบหน้าเลยเพียงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"พวกเ้าคิดว่ามีสิทธิ์มาเรียกร้องสิ่งใดจากซูลี่ได้หรือ? พวกเ้าช่างไม่รู้ความเสียจริง "
คำพูดของเขาหยุดลงเมื่อตรงหน้าพวกเขาปรากฏแสงสีทองที่สว่างขึ้นจากตัวของซูลี่
เธอยืนนิ่งกับพลังที่เกิดขึ้นใหม่ในตัวซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
"ข้าจะไม่ยอมให้พวกเ้าทำร้ายซูลี่" หลิงชางซูพูด
ผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางใเล็กน้อยเมื่อเห็นแสงที่เกิดขึ้นจากซูลี่แต่ก็ไม่ยอมแพ้
"อย่าคิดว่าพลังที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้เ้าปลอดภัยจากพวกเราได้"
ซูลี่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็เครื่องมือในมือของใครก็ตาม
"อย่าคิดว่าจะสามารถควบคุมข้าได้ง่ายๆ พวกท่านทำสิ่งที่ผิดเสียแล้ว"
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นในทันที หลงเฟยอวิ๋นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเฉกเช่นเดิม
เขาจัดการกับผู้ฝึกตนที่โจมตีเข้ามาด้วยท่าทางที่เด็ดขาดไม่ปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสเข้ามาใกล้ซูลี่เลยแม้แต่น้อย
ซูลี่ใช้พลังสุริยะที่เพิ่มขึ้นใหม่ในตัวเพื่อสร้างโล่พลังที่ปกป้องทั้งตัวเองและหลิงชางซู
ขณะที่หลิงชางซูเองก็เตรียมพร้อมรับมือหากมีใครพยายามเข้ามาทางด้านหลัง
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วและทิ้งรอยแผลไว้ที่ฝ่ายผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางพวกเขาถูกจัดการอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครสามารถหลบหลีกได้
แต่การต่อสู้นี้แทนที่จะจบลงจริงๆมันกลับทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างจับต้องตัวซูลี่มากขึ้น
มีชายตัวใหญ่ใส่ชุดนักพรตสีเหลือง ผ้าคาดไหล่สีส้ม และลูกประคำห้อยคอ เดินออกมาจากกลุ่มคนเ่าั้
เขาถือถือคฑายู่อี่ไว้ในมือ เปรียบว่ามันเป็อาวุธประจำตัวซึ่งบ่งบอกว่าเขาคือหนึ่งในเซียนชั้นสูง
**คฑายู่อี่ 如意 คือ คฑาสมปราถนา เป็อาวุธของเซียน หรือเทพเ้าจีนหลายองค์ที่ถือคฑานี้เพื่อใช้ประทานพร เป็สัญลักษณ์มงคลที่พบเห็นกันมากและบ่อยที่สุด
“ท่านเองก็้าตัวข้าหรือ” ซูลี่เอ่ยถามออกไป
ชายผู้ถือคฑายู่อี่ก้าวออกมาจากกลุ่มผู้ฝึกตนเสียงฝีเท้าของเขาดูหนักแน่นแต่สงบนิ่ง ดวงตาเปล่งประกายอำนาจที่ไม่อาจประมาทเขายิ้มเล็กน้อยพลางยกคฑาขึ้นมาในท่าทางที่สง่างาม
“มิใช่ว่าข้า้าตัวเ้า”เขาพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความลึกลับ “แต่โลกนี้้าเ้า ซูลี่ผู้ถือพลังแห่งฟีนิกซ์ในตำนาน!”
คำพูดของเขาทำให้เหล่าผู้ฝึกตนในบริเวณนั้นถึงกับหยุดนิ่งชื่อเสียงของพลังฟีนิกซ์ในตำนาน เป็สิ่งที่เล่าขานกันมายาวนาน ว่ามันมีพลังยิ่งใหญ่เพียงใดผู้ที่เป็ดั่งสัญลักษณ์แห่งการฟื้นคืนและเปลวเพลิงนิรันดร์ และยิ่งไปกว่านั้น...ซูลี่ ผู้มีสายเืของเทพธิดาฟีนิกซ์อยู่ในตัว ยังสามารถปลุกพลังแห่งเทพสุริยะที่ไร้ผู้ใดต่อต้านได้อีกด้วย
บางทีมันก็ช่างน่ากังวลเสียจริงว่าเธอจะเป็ผู้ช่วยสามภพไว้ หรือทำลายล้าง
ซูลี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเธอแฝงความเยาะเย้ย
“โลก้าข้า? หรือท่านหมายถึงตัวท่าน้าพลังของข้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตนเอง?”
ชายผู้ถือคฑายู่อี่หัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นก้องกังวานดั่งระฆัง
“เ้ามิใช่แค่ผู้ถือพลังธรรมดา เ้าคือผู้ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูหรือทำลายโลกนี้หากพลังของเ้าถูกใช้อย่างถูกต้อง โลกอาจพบกับรุ่งเรืองนิรันดร์หากผิดพลาด...เพลิงแห่งการทำลายจะเผาผลาญทุกสิ่งจนสิ้น”
ซูลี่หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบสบกับชายตรงหน้า “โลก? หรือท่านแค่กลัวว่าจะมีผู้ใดเหนือกว่าตัวท่าน?”
“เ้าคงไม่เข้าใจ”ชายผู้ถือคฑากล่าวเสียงเยือกเย็น
“พลังของฟีนิกซ์มิใช่แค่พรมันคือภาระที่หนักหน่วงเกินไปสำหรับผู้ใดจะรับไหวตามลำพัง”
ซูลี่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“ภาระหรือ? ข้ากลับมองว่ามันเป็ของขวัญของขวัญที่ผู้มีปัญญาสามารถใช้อย่างเหมาะสม”
ชายผู้ถือคฑายู่อี่ยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะฟาดคฑาลงพื้น เสียงดังกังวานสะท้อนไปทั่วบริเวณ
“เช่นนั้นเ้าก็คงไม่ปฏิเสธหากข้าจะทดสอบดูว่าเ้าคู่ควรกับพลังนั้นหรือไม่”
ทันใดนั้น พลังปราณมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบบริเวณถึงกับถอยหลังไปด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ซูลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ดวงตาเธอเปล่งประกายพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทาย
เปลวเพลิงสีทองเรืองรองเริ่มแผ่กระจายรอบตัวหญิงสาว
“ท่านอยากลองจริง ๆ ใช่ไหมเช่นนั้นก็มาเถอะ!”
เสียงฟาดของคฑายู่อี่ถูกฟาดลงพื้นอีกครั้ง ทำให้พื้นที่รอบบริเวณสั่นะเืพลังปราณมหาศาลแผ่กระจายออกมาดั่งคลื่นพายุ
ลูกแก้วบนยอดคฑาส่องแสงเจิดจ้าเปลี่ยนสีสลับไปมาราวกับสะท้อนจิตใจของผู้ถือ
“ซูลี่หากเ้ายืนยันจะยืนหยัดในพลังของตัวเอง เช่นนั้นจงพิสูจน์ให้ข้าเห็น!”ชายผู้ถือคฑาเอ่ยเสียงเข้ม
ก่อนที่ซูลี่จะตอบโต้เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสองสายพุ่งผ่านอากาศมาด้วยความเร็ว
“ซูลี่! หลบไป”
หลิงชางซู และ หลงเฟยอวิ๋น ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
หลิงชางซู ที่ดูจริงจัง และอ่อนโยนในเวลาเดียวกันดูเหมือนครั้งนี้สีหน้าของเขาจะแฝงความกังวลไว้
ขณะที่หลงเฟยอวิ๋นในชุดเซียนสีขาวมีลวดลายเพลิงสุริยะในการตกแต่งให้ชุดนั้นสง่างาม
เขามักดูเยือกเย็นและมักวางตัวอย่างสุขุมเสมอแต่ครั้งนี้สีหน้าเขาดูเคร่งเครียด การเคลื่อนที่ก็ดูรีบร้อน
“ท่านเป็เซียนชั้นสูง ใยถึงมากลั่นแกล้งเซียนผู้น้อยเล่าท่านไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไร”
หลงเฟยอวิ๋นคำรามพลางฟาดฝ่ามือออกมาพลังปราณสายฟ้าสีครามพุ่งตรงเข้าหาชายผู้ถือคฑายู่อี่
ชายผู้ถือคฑาเพียงสะบัดคฑาเบา ๆคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกมาเป็เกราะทองป้องกันการโจมตีเอาไว้
“หลงเฟยอวิ๋น ข้าไม่ได้้าศัตรูเพิ่ม แต่หากพวกเ้ามาขวางเช่นนั้นก็อย่าโทษข้า!”
หลิงชางซูถอนหายใจเบา ๆก่อนจะดึงพัดหยกที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งธาตุลมออกมาจากแขนเสื้อ
“ข้าไม่อาจปล่อยให้เ้าทำตามใจได้”
ทันใดนั้น การต่อสู้ ก็เริ่มดุเดือดขึ้น!
ชายผู้ถือคฑาฟาดมันออกไปกลางอากาศส่งพลังรูปคลื่นสีทองพุ่งออกมาราวกับคลื่นน้ำั์ที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่ง
ซูลี่ะโขึ้นกลางอากาศ เปลวเพลิงสีทองลุกโชนรอบตัวเธอ ก่อนที่เธอจะใช้ฝ่ามือขวาฟาดออกมา
เปลวเพลิงฟีนิกซ์ที่ร้อนแรงจนอากาศบิดเบี้ยวพุ่งเข้าปะทะกับพลังของคฑา เสียงะเิกึกก้องดังสนั่นทั่วบริเวณ พื้นดินถูกเผาไหม้และแตกร้าว
“ซูลี่ ระวังด้านซ้าย!” หลิงชางซูร้องเตือน
พร้อมโบกพัดหยกสร้างกระแสลมคมกริบราวกับคมดาบพุ่งเข้าตัดพลังที่เหลือจากการโจมตี
ในขณะเดียวกัน หลงเฟยอวิ๋นก็กระโจนเข้าหาชายผู้ถือคฑาเปลวปราณสายฟ้าสีครามฟาดลงมาจากท้องฟ้าราวกับจะทำลายล้างทุกสิ่ง
แต่ชายผู้ถือคฑายู่อี่กลับใช้คฑาปักลงพื้นลูกแก้วบนยอดคฑาส่องแสงสร้างเกราะสีทองขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อป้องกัน
“พลังของคฑานี้มิใช่สิ่งที่พวกเ้าสามารถต่อกรได้!” นักพรตร่างใหญ่ผู้นั้นะโก่อนจะสะบัดคฑาอีกครั้ง
คราวนี้รูปทรงของัสีทองปรากฏขึ้นจากพลังของคฑาพุ่งเข้าหาหลงเฟยอวิ๋นด้วยความเร็ว
“ไม่ง่ายขนาดนั้น!” ซูลี่คำรามเปลวเพลิงฟีนิกซ์ในตัวเธอลุกโชนจนท้องฟ้าสว่างไสว ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็สีทองราวกับดวงอาทิตย์
เธอใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างบีบพลังฟีนิกซ์ออกมาจนกลายเป็ร่างเงาแห่งฟีนิกซ์ั์พุ่งเข้าไปชนกับัทอง
แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นที่ทั้งหมดสั่นะเือีกครั้งเหล่าผู้ฝึกตนที่เฝ้าดูต่างถอยหลังออกไปไกลด้วยความหวาดกลัว
“ข้าจะไม่ยอมให้เ้าแตะต้องตัวข้า” ซูลี่ะโก้องขณะที่เปลวเพลิงฟีนิกซ์ในตัวหญิงสาวแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ
หลิงชางซูและหลงเฟยอวิ๋นช่วยกันโจมตีประสานกับซูลี่ทำให้ชายผู้ถือคฑาเริ่มแสดงสีหน้าเคร่งเครียด
แต่เขายังคงต่อสู้ด้วยพลังอันน่าเกรงขาม
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเปลวเพลิงฟีนิกซ์และพลังปราณสายฟ้าของหลงเฟยอวิ๋นยังคงปะทะกับัทองที่สร้างจากคฑายู่อี่
ขณะที่หลิงชางซูใช้พัดหยกควบคุมลมและเสริมการโจมตีอย่างแม่นยำ
ท่ามกลางความวุ่นวาย ชายผู้ถือคฑาเริ่มเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆซึ่งฟังแปลกประหลาดในสถานการณ์นี้
“พอได้แล้ว"
"ซูลี่!เ้าทำได้ดี...เกินกว่าที่ข้าคาดไว้”
เสียงนั้นทำให้ทุกคนหยุดการโจมตีร่างของชายผู้ถือคฑาล้อมรอบด้วยแสงสีทองค่อย ๆ จางลงเผยให้เห็นใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มอ่อนโยน
“ท่าน... พูดอะไร?” ซูลี่ที่ยังคงปล่อยเปลวเพลิงฟีนิกซ์ให้ลุกโชน
เธอถามด้วยน้ำเสียงไม่ไว้ใจ
ชายผู้ถือคฑายิ้มก่อนจะดึงคฑายู่อี่กลับมาในมือ เขาหมุนมันเบา ๆจนพลังที่แผ่ออกมาก่อนหน้านี้หายไปอย่างหมดจด
“ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็ศัตรูของเ้า"
"แต่เพื่อทดสอบ...ว่าเ้ามีพลังเพียงพอหรือไม่ ที่จะปกป้องพลังแห่งสายเืฟีนิกซ์ที่อยู่ในตัวเ้า"
"ฮ่าฮ่าฮ่า....ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวังจริงๆ” นักพรตหัวเร๊าะอย่างสบายอารมย์
“ทดสอบ?” หลิงชางซูขมวดคิ้วแน่นขณะที่หลงเฟยอวิ๋นลดพลังปราณสายฟ้าลงแต่ยังคงระแวดระวัง
ชายผู้ถือคฑาพยักหน้า
“เ้าไม่สงสัยหรือว่าทำไมพลังฟีนิกซ์ในตัวเ้าถึงตื่นขึ้นใน่เวลานี้? "
"มันไม่ใช่ความบังเอิญพลังนั้นถูกปลุกขึ้นเพราะภัยอันตรายใหญ่หลวงที่กำลังมุ่งหน้ามา”
ซูลี่กัดฟันแน่น เปลวเพลิงรอบตัวเริ่มอ่อนลงแต่ดวงตายังคงเปล่งประกายด้วยความระแวง
“แล้วเหตุใดท่านถึงต้องโจมตีข้าราวกับ้าเอาชีวิต?”
“ข้าไม่มีทางเลือก” ชายผู้ถือคฑาตอบเสียงเรียบ
“ข้าเคยรับปาก‘เทพธิดาฟีนิกซ์’ มารดาของเ้า ให้มาทดสอบพลังของเ้า"
"หากเ้าไม่อาจเอาชนะข้าเ้าก็ไม่มีวันเอาชนะสิ่งที่กำลังจะมาถึงได้”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึง
“มารดาของข้า?” ซูลี่เบิกตากว้างเปลวเพลิงรอบตัวค่อย ๆ มอดลงจนหายไป
“ท่านรู้จักนาง? นางอยู่ที่ไหน?” หน้าซูลี่เศร้าลง เพียงนึกขึ้นมาได้ว่ามารดาได้สละชีพในสนามรบไปนานแล้ว
ชายผู้ถือคฑายิ้มบาง ๆ
“เทพธิดาฟีนิกซ์ยังคงอยู่ในโลกิญญาคอยเฝ้าดูเ้าอย่างใกล้ชิด นางขอให้ข้ามั่นใจว่าเ้าจะพร้อมสำหรับหน้าที่ของเ้า”
หลิงชางซูพึมพำ “แล้วเหตุใดท่านจึงไม่บอกความจริงแต่แรก...”
“หากข้าบอกเ้าแต่แรกความมุ่งมั่นและความดุดันของเ้าในการต่อสู้จะลดลง”
ชายผู้ถือคฑาตอบ
“ข้าจำเป็ต้องเห็นเ้าในสภาพที่แท้จริง ของการต่อสู้"
"เพื่อมั่นใจว่าเ้าจะสามารถเผชิญกับความยากลำบากที่แท้จริงได้”
ซูลี่สูดหายใจลึก “เช่นนั้น สิ่งที่กำลังจะมาถึงคืออะไร?”
ชายผู้ถือคฑาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่น
“ภัยคุกคามจาก ‘มารแห่งเงามืด’ซึ่งถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ"
"พวกเขากำลังไล่ล่าพลังบริสุทธิ์เช่นเ้า และเมล็ดพันธุ์แห่งจิตเทพสุริยะ”คำพูดสุดท้ายนักพรตชำเรืองมองหลงเฟยอวิ๋น
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบงันทุกคนในที่นั้นรับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ของภารกิจที่รออยู่
ชายผู้ถือคฑาส่งยิ้มให้ซูลี่อีกครั้ง
“ข้าขอชื่นชมเ้า ซูลี่เ้าเป็ผู้ที่คู่ควรแก่การเป็ผู้พิทักษ์สายเืแห่งเทพธิดาฟีนิกซ์”
พูดจบนักพรตก็หัวเราะชอบใจอีกครั้งก่อนจะค่อยๆเดินจากพวกเขาไป
ผู้ฝึกตนที่แลเห็นเหตุการ์ั้แ่ต้นต่างรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูลี่และสหายของเธอ
ก็แยกย้ายจากไปไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาหาเื่อีก
ซูลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่"มันจะยังคงเป็แบบนี้ต่อไปใช่ไหม?"
หลงเฟยอวิ๋นพยักหน้า "ใช่ นี่เป็แค่เริ่มต้น"
ซูลี่เงียบไปในขณะที่หลิงชางซูหันไปมองเธอด้วยความห่วงใย
"เ้าคงเริ่มเข้าใจแล้วว่า การเดินทางนี้จะไม่ง่ายเลย"
ซูลี่หันไปมองหลิงชางซู พร้อมยิ้มบางๆ
"แต่ถ้าเป็พวกเราก็คงไม่มีอะไรยากเกินไปหรอกใช่ไหมล่ะ?"
หลงเฟยอวิ๋นยิ้มบางๆ ขณะเดินไปข้างหน้า
"มันไม่ง่ายแน่ แต่พวกเราจะไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายเ้า"หลงเฟยอวิ๋น พูดพลาง ตบไหล่ หลิงชางซู อย่างรู้กัน
พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าการเดินทางของพวกเขายังมีเื่ท้าทายอีกมากมายที่รออยู่ข้างหน้า
แต่ไม่มีทางรู้เลยว่าเงาลึกลับสมุนของจอมมารที่คอยตามพวกเขามาตลอดการเดินทางครั้งนี้
จะทำให้เื่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งขึ้นแค่ไหน...