月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...)

    บทที่ 86 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(3)

    บทที่ 86 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(3)

     

    สำหรับตัวที่ 4 นั้น มันเป็นเพียงแค่เต่าตัวน้อยๆตัวหนึ่ง ที่มีชีวิตมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี สิ่งที่มันพยายามมากที่สุดในชีวิต ก็คือการพยายามมีชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ แม้มันจะเป็นเต่าที่สามารถอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ ทั้งยังเป็นเต่าที่สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ และแม้กระทั่งว่าตัวมันในตอนนี้จะแข็งแกร่งมากพอที่จะออกล่าได้แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังคงรักสงบและอาศัยอยู่ตามพื้นดิน ที่พอจะมีซอกหลืบให้มันหลบซ่อน

    แม้ว่าในอดีตมันจะคือพยายามแสวงหาความมั่นคง และพัฒนาความแข็งแกร่งของกระดองจากการซึมซับพลังของพื้นปฐพี แต่ด้วยหลายปีมานี้พลังแห่งผืนปฐพี ค่อยๆแห้งเหือดไปโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้มันต้องเดินขึ้นเขาลึกเข้าไป จนได้พบเจอกับถ้ำที่มืดสนิท แต่ด้วยความที่มันเป็นเพียงแค่เต่าตัวเล็กๆ ทั้งยังเป็นสัตว์อสูรระดับสีคราม ทำให้มันสามารถเอาตัวรอดได้เสมอ

    จวบจนกระทั่งในวันนี้ ตัวมันพี่กำลังรำพึงรำพันถึงบางสิ่งบางอย่าง ก็ได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของมัน 

    ใช่แล้ว

    เสียงของระฆังแห่งธรรมอนันต์ภพ ที่ถ่ายทอดเข้ามาในห้วงสำนึกของมันโดยตรง แม้ว่าตัวมันจะถูกขีดคั่นด้วยชาติกำเนิดของความเป็นเดรัจฉาน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีสติปัญญาที่เหนือล้ำ สามารถเข้าใจได้ถึงแก่นแท้ของพื้นปฐพีที่มันอาศัยอยู่มาทั้งชีวิต จนสามารถเข้าใจได้ถึงการควบคุมพื้นปฐพี จนทำให้มันวิวัฒนาการขึ้นได้ในที่สุด และด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งของมันต่อพื้นดินนี้เอง ทำให้มันสามารถบรรลุถึงระดับเซียนขั้นที่ 6 ได้ในตอนรุ่งสาง

    ส่วนตัวที่ 5 นั้น แต่เดิมมันก็มีความแข็งแกร่งในระดับสูงสุดของขั้นสีม่วงอยู่ก่อนแล้ว ด้วยสติปัญญาที่ฉลาดเกือบเทียบเท่ามนุษย์ เพียงแต่ว่าตัวมันนั้นมิได้รักในการเข่นฆ่าหรือต่อสู้แก่งแย่งแต่อย่างไร สิ่งที่ตัวมันรักมันก็คือการได้ปีนป่ายอยู่บนต้นไม้ และหาสิ่งที่สามารถประทังชีวิตได้ โดยที่ต้องไม่ต้องรบราฆ่าฟันกับใคร

    ตัวมันที่ยึดถือในสัญชาตญาณ ความว่องไว และการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งที่มันยึดถือเป็นพลังในการฝึกฝน ก็คือวายุและสายฟ้า แน่นอนว่าช่วงเวลาที่มันชอบมากที่สุด นั่นก็คือช่วงเวลาที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่มันจะเกิดขึ้นได้ยากมากในดินแดนแถบนี้ เนื่องจากแถวนี้เป็นดินแดนที่มีความหนาวเหน็บ จนมีเพียงแค่น้อยครั้งนักที่จะมีเมฆฝนและพายุสายฟ้า และครั้งสุดท้ายที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ก็เมื่อมากกว่ายี่สิบปีก่อน แต่ถึงอย่างนั้นตัวมันก็หลงใหลในพลังของวายุและสายฟ้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...

    แต่ครั้นที่จะให้ตัวมันออกไปจากดินแดนแห่งนี้ เพื่อไปตามหาวายุและสายฟ้าตามความเชื่อความรักแรกของมันแล้ว ตัวมันรู้ดีว่าคงยากที่จะเอาตัวรอดได้ มันจึงอาศัยอยู่ตามยอดไม้บนทิวเขาสูง เพื่ออยู่ให้ใกล้ชิดกับสายลมให้ได้มากที่สุด

    จนกระทั่งในค่ำคืนนั้น ที่ตัวมันได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังเข้ามาในห้วงสำนึกของมัน ก็ได้กระตุ้นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้ นั่นก็คือความชอบของตัวมันในสายลมและสายฟ้า เพียงแค่หลักการไม่มากไม่มายที่ดังอยู่ภายในหัวของมัน ก็ทำให้ตัวมันได้รู้แจ้ง จนกระทั่งสามารถทำให้พลังแห่งวายุและสายฟ้าได้ตื่นขึ้นมาจริงๆ ทำให้มันได้กลายเป็นวานรวายุอัสนี ที่มีขนเป็นประกายสายฟ้า และสามารถควบคุมพลังวายุและสายฟ้าได้ ซึ่งมันก็ได้รับสมญานามใหม่อีกครั้งในตอนรุ่งสาง “เหล่ยเฟิงหมิงหยวน” พญาวานรวายุอัสนี ผู้ที่สามารถบรรลุระดับเซียนขั้นที่ 4 ได้สำเร็จในตอนรุ่งสางเช่นเดียวกัน

    สำหรับตัวที่ 6 แล้ว มันคือม้าป่าธรรมดาธรรมดาที่หลุดออกมาจากคาราวานของพ่อค้าที่ถูกซุ่มโจมตีนอกหุบเขา แล้วหนีเตลิดเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน 

    ตัวมันที่ค่อยๆ เอาชีวิตรอดมาวันแล้ววันเล่า ได้เริ่มพัฒนาสติปัญญาขึ้นมาจากความโชคดี ที่ได้บังเอิญพบกับสมุนไพรเทวะ ในช่วงเวลาที่เติบโตขึ้นมาอย่างพอดิบพอดี จนมันสามารถบรรลุเป็นสัตว์อสูรชั้นสีม่วงอีกหนึ่งตน ที่มักจะหลบซ่อนตัวตนของมันอยู่เสมอ

    แม้ว่าตอนนี้ตัวมันจะแข็งแกร่งขึ้นมากแล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่ตัวมันเป็นสัตว์ธรรมดาธรรมดาทั่วไปที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์มานานปี ตัวมันได้ผ่านช่วงเวลาต่างๆมาหลายรูปแบบ จนกระทั่งตัวมันนั้นมีความตื่นรู้ในสติปัญญา ว่าถ้าหากเป็นไปได้ตัวมันก็มิได้อยากเอาตัวเข้าไปในความวุ่นวายใดๆ ตัวมันจึงมักจะทำตัวเป็นม้าป่าปกติ เดินไปมาตามแนวเทือกเขายาวเพื่อหากินแล้วหาที่สงบพักผ่อน โดยไม่มีสัตว์ตัวใดสามารถรบกวนมันได้เลย เนื่องจากว่าสมุนไพรเทวะที่มันกินเข้าไปนั้น คือสมุนไพรมายา ที่มีพลังในการพรางตัวในสายหมอก

    และเช่นเดียวกันกับตัวอื่นๆ ในทันทีที่มันได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังเข้ามาในห้วงสำนึก ตัวมันก็สามารถตื่นรู้ได้ในทันที อาจจะบอกว่ามันเป็นตัวเดียวที่ตื่นรู้ได้เร็วกว่าใครด้วยซ้ำ เพราะเวลาเพียงแค่2 เค่อเท่านั้น ตัวมันก็ได้ทำความเข้าใจกับพลังของตนเอง และเศษเสี้ยวของพลังที่เหลืออยู่ของสมุนไพรเทวะ จนสามารถยกระดับตัวเองขึ้นเป็นอสูรระดับเซียนขั้นที่เก้าระดับสูงสุด กลายเป็นกิเลนวารีมายา หนึ่งในตัวตนที่ใกล้เคียงความเป็นเทพที่สุดอีกตนหนึ่ง ที่จะคอยคุ้มครองปกปักษ์ ดินแดนแห่งนี้ไปอีกนานแสนนาน...

     

     

    ..........................................

     

    มาแล้วจ้า หายไปหลายวันเลย…

    ก่อนอื่นก็ขอขอบคุฯพี่สาวผู้ใจดีที่โดเนทไรท์มา500บาทวันนี้นะครับ เนื่องจากพอมีมาม่าเหลืออยู่ราวๆ สิบห่อกับไข่อีก7-8ใบ เลยกะจะเก็บเอาไว้ก่อนเผื่อฉุกเฉิน*-* แฮ่ะๆ ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ขอบคุณจริงๆ 

    แล้วก็อย่างที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้นะครับ ว่า5-10ตอนแรก(ตามความเร็วในการพิมพ์) จะเป็นตอนฟรีไปก่อนนะ ชดเชยที่หายไปนานครับ(เดือนที่แล้วได้สามตอนถ้วน*-*) 

    แล้วก็ตอนนี้เสียงดังมากๆ ครับพอดีว่าหน้าบ้านเขาจัดงานแต่งกันพรุ่งนี้ น่าจะมีเสียงต่อไปอีกวันเต็มๆ แต่ก็จะพยายามมาให้ถี่ที่สุดจ้า 

    ยังไงก็ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหนน้า แล้วเจอกันในตอนถัดไป ส่วนวันนี้ก็ฝันดีน้า ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ยังไงถ้าไม่รบกวนจนเกินไป อยู่กันไปนานๆ นะครับ

     

    คล้ายกับเรื่อง月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...) ที่คุณอ่าน