Miracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์

    การสอบ

                ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยมั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อน

              มั่นใจว่าตกแน่ๆ

                เสียงโอดครวญในใจของโนอาห์ยังคงลอยไปลอยมาในหัวหลังจากสอบภาคทฤษฏีเสร็จ ตั้งแต่กลับมาจากการไปเป็นเพื่อนซื้อคทากับเซเรน่าเมื่อคืนนั้น เรียกได้ว่าโนอาห์แทบไม่ค่อยโผล่หน้ามาให้เพื่อนๆเห็นซักเท่าไหร่นัก จนมีบางคนหลงคิดไปว่าเขาอาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายหนีการสอบไปแล้วก็เป็นได้

                แต่แท้จริงแล้วมันคือการฝึกเก็บตัวในอีกรูปแบบหนึ่ง ในเมื่อเอาชนะคนอื่นเรื่องของเวทมนตร์ไม่ได้ก็ต้องนำความสามารถส่วนอื่นมาใช้ถึงจะพอมีหวัง และสิ่งๆนั้นอาจจะเป็นหนทางเดียวที่พอจะพยุงชีพให้เขาพอเอาตัวรอดจากการสอบย่อยในวิชาเวทมนตร์เบื้องต้นได้บ้างไม่มากก็น้อย

                พลังที่มีชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์

                แต่ตัวเขาเองดันลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไปเสียสนิท ว่าต่อให้ตนจะมีห้วงจินตนาการที่สูงล้ำเพียงไร มันก็หลีกหนีความจริงที่ว่าเพราะเขามัวแต่เอาเวลาไปจริงจังกับภาคปฏิบัติมากเกินไป ทำให้มวลความรู้เรื่องของเวทมนตร์จากหางอึ่งกระเถิบมาได้แค่หางจิ้งจก

                ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันไม่พอ

                ความผิดพลาดถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเริ่มต้นใหม่ก็จริง แต่อย่างน้อยๆก็หวังว่าข้อที่เขามั่วไปมันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง โนอาห์ถอนหายใจอีกครั้งแล้วจึงมองไปรอบๆ มีหลายคนที่สอบข้อเขียนเสร็จแล้วมานั่งรอในรอบต่อไปตรงสนามประลองที่อาจารย์โดโรธีไปขอใช้กับทางโรงเรียนเพื่อการสอบย่อยครั้งโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าระยะทางจากห้องเรียนมาสนามสอบจัดได้ว่าไม่ใกล้กันเลยซักนิด

                บางทีอาจจะเป็นแผนตัดกำลัง

                แต่ขอโทษที สำหรับเขาแค่ข้อสอบเมื่อกี้กำลังวังชาก็หดหายหมดแล้วเรียบร้อย

                “ฮืม...นายเป็นอะไรน่ะ? ไม่สบายหรือเปล่า” ดรากูนซักถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ ทั้งๆที่ตอนเช้ามันยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พกความมั่นใจมาเต็มที่กับการสอบย่อยครั้งนี้อยู่เลย

                “จะอะไรซะอีกล่ะ ก็แค่เรื่องที่ทำข้อสอบเมื่อกี้ไม่ได้เอง” อารันที่นั่งอยู่ใกล้ๆตอบแทนเจ้าตัว คลี่รอยยิ้มบางซึ่งในสายตาโนอาห์เห็นว่าน่าถีบยิ่งนัก แต่ใครจะไปรู้ว่ารอยยิ้มของมันทำสาวๆหออื่นใจละลายมานักต่อนัก

                “อย่ามาพูดจาซี้ซั้วแถวนี้หน่อยเลยอารัน ข้อสอบแค่นั้นมันจะทำอะไรฉันได้ ไอ้เมื่อกี้ก็แค่การแสดงเอาไว้ข่มขวัญคู่ต่อสู้เท่านั้นแหละ” โนอาห์สวนกลับทันควันตีสีหน้าสบายๆยักไหล่หนึ่งครั้งพอเป็นพิธี ในขณะที่คนอื่นหรี่ตามองเขาเหมือนกับมีนัยอะไรบางอย่างก่อนที่ทั้งหมดจะถอนหายใจพร้อมกัน

                ข่มขวัญคู่ต่อสู้ด้วยการทำหน้าซีด

                ใครเชื่อก็คงจะโง่เต็มทน

                “เอาน่าๆ ถ้าโนอาห์มันสอบตกก็แค่ต้องไปซ่อมเท่านั้นนี่นา จริงไหม” เสียงระรื่นจากเลชานที่ตอนนี้นั่งเปิดหนังสือไปพลางพร้อมกับพูดไปพลาง จนโนอาห์ต้องหันไปยิ้มแยกเขี้ยวใส่

                “จะว่าไปก็ยังไม่ให้พวกฉันฟังเลยไม่ใช่เหรอ ไอ้เรื่องที่วันนั้นกลับมาหอตั้งดึกดื่นน่ะ ว่าไงสหาย เรื่องนี้มันเป็นมายังไงกันแน่ฮื้ม” เดรคกอดคอเขาแน่นใบหน้ามีรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม และตามมาด้วยเสียงรับเป็นทอดๆจากเพื่อนที่นั่งอยู่ในวงสนทนา ไม่เว้นแม้แต่เจ้าอารันที่ดูจะเสนอหน้ายิ่งกว่าใคร

                โชคดียังของโนอาห์และเซเรน่าที่วันนั้นเหมือนจะไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาสองคนหายไปไหน ถึงจะมีใครซักคนตั้งทฤษฏีเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนสองคนหายตัวไปพร้อมกันแล้วดันกลับมาพร้อมๆกันว่ามันมีอะไรบางอย่างซึ่งอาจจะเป็นข่าวดีหายาก แต่เหมือนจะถูกหักล้างไปโดยทันทีตั้งแต่ซายากะยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าเซเรน่าอยู่กับพวกเธอเกือบตลอดทั้งวัน มีแค่ช่วงก่อนจะค่ำที่เธอขอแยกตัวไป และคงไม่มีใครกล้าถามอะไรต่อในเมื่อมียูกิทำตัวเป็นเครื่องปรับอากาศที่ฆ่าคนได้ยืนอยู่ข้างหลัง

                อันที่จริงแล้วในวันนั้นตอนช่วงขากลับเขากับเซเรน่าได้ตกลงกันว่าจะให้ฝ่ายหญิงเป็นคนเข้าหอไปก่อน เดี๋ยวตัวเขาขอเดินเล่นรอบโรงเรียนซักหน่อยค่อยตามไปเพื่อป้องกันเรื่องอย่างว่า แน่นอนว่าฝ่ายหญิงตกลงปลงใจด้วยปฏิกิริยาที่ทำเขาต้องเก็บความคิดอะไรบางอย่างไว้ในใจ แต่สุดท้ายแล้วแผนการนี้ก็เหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีตราบใดที่ทั้งสองยังไม่ปากโป้งขึ้นมา

                โนอาห์นึกดีใจครามครันที่อย่างน้อยตอนนี้เซเรน่าไม่ได้มานั่งอยู่ด้วยกันกับตนตรงนี้ สายตาเหลือบมองไปยังกลุ่มผู้หญิงที่ตั้งวงคุยกันเป็นที่สนุกสนาน ในอีกแง่ก็คือมีแค่เขาที่ต้องหาข้อแก้ตัวของเพื่อนๆผู้อยากรู้อยากเห็นแทบไม่เว้นวัน

                ดูเหมือนว่าคราวนี้คงไม่ต้อง

                “เอาล่ะจ๊ะ ในเมื่อมากันพร้อมหน้าแล้วอาจารย์ก็ขออธิบายกติกาคร่าวๆเลยก็แล้วนะ” เสียงหวานใสจากอาจารย์โดโรธีที่เดินมาพร้อมกับนักเรียนคนอื่นๆที่พึ่งสอบเสร็จ ทำให้ความสนใจทั้งหมดจากนักเรียนที่นั่งคุยกันให้หันไปมองผู้มาใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้

                “เป็นไงครับ ทำข้อสอบได้หรือเปล่า” นิกซ์เอ่ยถามหลังจากทิ้งตัวลงนั่งข้างโนอาห์ ชายคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่พึ่งสอบเสร็จเช่นเดียวกัน โนอาห์คิดว่าคงจะเป็นเพราะทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีกจนหมดเวลาถึงคืนข้อสอบ

                ชายผมดำไม่ตอบอะไรเอาแต่ยิ้มแล้วยกนิ้วโป้ง นิกซ์ถอนหายใจในลำคอสรุปความในใจว่าอีหรอบนี้ไม่พ้นทำไม่ได้ก็คงจะมั่ว ก่อนจะไปสนใจอาจารย์แม่มดที่กำลังอธิบายข้อบังคับต่างๆในการประลองซึ่งแทบไม่แตกต่างกับกฏทั่วไปจะมีเสริมมาก็แค่ให้ใช้ได้แต่เวทมนตร์เท่านั้น หรือจะเป็นเรื่องของพลังกายมาด้วยก็ไม่ว่า ขอแค่อะไรที่นอกเหนือไปจากนี้ถ้าใครฝืนข้อบังคับจะถูกปรับตกทันที

                “การสอบจะแบ่งเป็นรอบละห้านาที การตัดสินจากอาจารย์จะถือว่าเป็นที่สิ้นสุดและการจับคู่จะเป็นแบบสุ่มซึ่งอาจารย์ได้เตรียมไว้ให้พวกเธอเรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้ยังมีเหลืออีกราวๆสองนาที ขอให้คู่แรกเตรียมตัวให้พร้อมจากนั้นขึ้นสนามได้เลยนะจ้ะ” อาจารย์โดโรธีวาดมือบนอากาศ พริบตานั้นกระดาษรายชื่อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านักเรียนทุกคน พวกเขาต่างพากันคว้าหมับแล้วเพ่งมองดูรายชื่อตนเองทันทีว่าจะได้เจอกับใคร

                โนอาห์คือหนึ่งในคนที่จับกระดาษไวที่สุด สายตาสอดส่ายไปมาว่าชื่อของตนอยู่ตรงไหน เขาไล่มาเรื่อยๆจนถึงบรรทัดสุดท้ายก่อนจะลอบยิ้มอยู่ในใจ

                “คนสุดท้ายเลยแฮะ...เวลาเตรียมตัวเยอะกว่าชาวบ้านเขาล่ะนะ แล้วไหนดูซิว่าใคร...เฮ้ย!!” จากรอยยิ้มเปลี่ยนไปรอยบิดเบี้ยวบนใบหน้า เมื่อพบว่าคนที่เขาต้องเจอนั้นคือใครและผลจากที่เขาตะโกนออกมาไม่รู้สี่รู้แปดนั้นเองจึงทำให้สายตาทุกคู่จับต้องมาที่โนอาห์เป็นทางเดียว แต่เจ้าตัวที่กำลังเป็นเป้าสายตาก็หาได้สนใจแต่อย่างใด

                ในเมื่อในกระดาษรายชื่อมันน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ

                “โนอาห์...เธอเป็นอะไรหรือเปล่า หรือหาชื่อตัวเองไม่เจอ?” อาจารย์แม่มดเลิกคิ้วถามเขา

                ก็ในเมื่อชื่อที่อยู่ตรงข้ามชื่อของเขาดันเป็นคนๆนั้นนี้สิ

                วาตานาเบะ ยูกิ คนที่ให้ตายยังไงเขาก็ไม่อยากประมือด้วยเป็นที่สุด

                “อาจารย์ครับ...ผมปวดขี้!!” ข้อเสนอที่ไม่น่าเป็นไปได้ถูกยกออกมาใช้ในทันใด

                แน่นอนว่าถูกปฏิเสธในทันควัน

     

     

                รอดพ้นจากนรกมาได้ดันมามหาขุมนรก

              โนอาห์ทอดมองการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่ซีดเผือดเหมือนหมูกำลังจะโดนเชือด การต่อสู้ที่ถึงแม้จะเร้าใจเพราะคนบนสนามดันเป็นอารันกับเฟียน่า น่าแปลกที่ถึงแม้ดวงตาแห่งธอธจะถูกนำออกใช้อย่างเต็มขั้นจนอาจจะมากกว่าครั้งที่ชิงตำแหน่งหัวหน้าชั้นปีซะอีก แต่สาวแว่นคนนั้นก็ยังใช้เพียงบอลธาตุหลากสีตอบโต้เวทมนตร์หลากหลายบทจนดูน่าตื่นตาตื่นใจมากเป็นพิเศษ

                ถ้ามองไม่ผิดเหมือนเขาจะเห็นทั้งคู่กำลังยิ้มให้กันยังไงยังงั้นแหละ

                การต่อสู้เร้าใจแต่ทำให้เขาเร่าร้อนไม่ได้ เพราะในเมื่อหลังจากจบคู่นี้คนต่อไปที่จะต้องไปสอบก็คือเขาและยูกิที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรแม้ว่าเขาจะไปทักทายด้วยนิดหน่อยด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่าเธอจะออมมือให้

              ฝีมือของยูกิไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องวางใจปล่อยตัวปล่อยวางได้ง่ายๆ แล้วยิ่งเชิงดาบที่เขาคิดว่าอาจจะเหนือกว่าเขาซักขั้นสองขั้นที่ยังเป็นปัญหา และถึงจะถูกข้อจำกัดที่ว่าให้ใช้แต่เวทมนตร์ก็ไม่ส่งผลกระทบกับยูกิแต่อย่างใดเพราะรายนั้นดันเป็นนักดาบที่ใช้อาวุธเวทมนตร์แทนอาวุธจริงๆ ในขณะที่เขาแทบไม่จะเหลืออะไรหากให้ใช้แต่เวทมนตร์

                ต่อให้ทุ่มทุกอย่างที่มีเขายังไม่มั่นใจว่าจะชนะผู้หญิงคนนั้นได้

                นับประสาอะไรกับการที่เขาไม่สามารถใช้ท่าเท้าล่องนภากับฝ่ามือนวดาราได้ ถ้าอาศัยสองวิชานี้หรือต่อให้พึ่งแค่ท่าเท้าล่องนภาโนอาห์ยังมั่นใจว่ายังรับมือกับยูกิได้อย่างไม่เสียเปรียบ แต่ในสถานการณ์ที่จำกัดจำเขี่ยเช่นนี้คนที่โดนจำกัดสิทธิ์มากที่สุดดันเป็นตัวเขาเอง

                จะให้อาศัยแต่สิ่งๆนั้นก็ใช่ว่าจะเชื่อใจได้เต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว

                ขืนเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาไม่ตายคงเลี้ยงไม่โต

                “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ?” เสียงใสทักเขาจากด้านข้าง โนอาห์หันไปมองก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นยูกิที่ยืนยิ้มเอาสองมือไขว้หลังอยู่ เขาพยักหน้าน้อยๆเธอจึงค่อยนั่งลง

                “จากสีหน้าตอนนี้โนอาห์คงกำลังไม่สบายใจ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

                “ใช่แล้ว ฉันกำลังไม่สบายใจ...ไม่สบายใจอย่างมาก และถ้าอยากช่วยล่ะก็ไปบอกให้เพื่อนเธอเพลาๆมือหน่อยก็ดี” เขายิ้มออกมาเจื่อนๆเหลือบมองการต่อสู้บนสนามที่กำลังจะถึงจุดแตกหัก

                ซายากะกระพริบตาปริบๆก่อนจะหัวเราะคิกคักจนโนอาห์ต้องหันไปมองว่าเป็นอะไรนักหนา เธอที่เหมือนรู้ว่ากำลังถูกมองอยู่จึงเอ่ยปากไขข้อข้องใจให้

                “ยูกินิยมคนที่มีฝีมือค่ะ” ซายากะเอ่ยยิ้มๆ “และโนอาห์เองก็คงจะเป็นแบบเดียวกัน ใจจริงแล้วคงจะไม่อยากให้ยูกิออมมือหรอกใช่ไหมคะ ถึงเด็กคนนั้นจะเงียบไม่พูดจาโต้ตอบอะไร แต่ก็เป็นปกติของเธอที่จะต้องทำสมาธิก่อนที่จะได้ประมือกับคนที่เธอยกย่องว่ามีฝีมือในระดับเดียวกันหรือมากกว่า หรือก็คือเธอตีค่าโนอาห์ไว้สูงมาก" หญิงสาวหัวน้ำตาลมองไปยังยูกิที่ตอนนี้กำลังนั่งสมาธิอยู่จริงๆ โนอาห์เองได้แต่ฝืนยิ้มเจื่อนๆก่อนจะตอบกลับไปว่า

                “แต่นั้นมันก็ในกรณีที่ฉันมีฝีมือในระดับนั้นใช่ไหมล่ะ เธอก็รู้ว่าอาจารย์ดันมีกฎว่าให้ใช้แต่เวทมนตร์ แล้วแบบนี้จะให้ฉันเอาอะไรไปประมือกับนางพญาน้ำแข็งคนนั้นไหว” ชายหนุ่มยักไหล่วืดก่อนจะหันไปสนใจการต่อสู้ที่เริ่มจะตัดสิดนผลแพ้ชนะกันได้แล้ว

                “นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าโนอาห์จะเป็นพวกชอบดูถูกตัวเอง...หรือจะเรียกว่าถ่อมตัวดีล่ะ แต่ยังไงก็เถอะตลอดหลายวันที่ผ่านโนอาห์เองคงไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆไม่ทำเลยใช่ไหมล่ะคะ ไม่มีอะไรมารับประกันหรอกนะว่ายูกิชนะแล้วโนอาห์จะแพ้ หรือโนอาห์จะแพ้แล้วยูกิจะชนะก็เหมือนกัน” น้ำเสียงหวานในดังเข้าโสตประสาทของโนอาห์เพียงแต่ว่าตอนนี้สิ่งที่ตนกำลังมองเห็นเบื้องหน้านั้นทำเอาเขาตาค้างจนไม่อาจจะแบ่งสมาธิไปตอบกลับซายากะได้

                ผลสรุปของการประลองระหว่างอารันและเฟียน่า

                เจ้าอารันมันแพ้

                เขามองเห็นมาตั้งแต่ต้นว่าถึงแม้ทั้งคู่จะดูสูสีแต่ฝ่ายที่ได้เปรียบก็คืออารันโดยเฉพาะดวงตาแห่งธอธที่ดูจะสร้างปัญหากับคู่ต่อสู้ทุกคนที่ต้องมาเจอกับชายคนนี้ แต่แล้วในช่วงสุดท้ายก่อนที่พายุมนตรากำลังจะถาโถมเข้าใส่เฟียน่าทุกทิศทาง สถานการณ์กลับพลิกกลับในบันดลเพียงแค่มีบอลธาตุน้ำลูกหนึ่งเล็ดรอดสายตาจากทุกคนที่กำลังดูและดวงตาแห่งธอธพุ่งเข้าโจมตีด้านหลังวงเวทย์รูปลักษณ์ดวงตาที่เสมือนหัวใจของเวทย์ประจำตัวบทนี้

                จากนั้นเองสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ได้บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก บอลธาตุน้ำที่ไม่น่ามีพิษสงกลับทำลายได้แม้วงเวทย์รูปดวงตา จากนั้นวงเวทย์อื่นๆและเวทมนตร์ทุกบทพลันอันตรธานหายไปในบันดล เวลาก็ได้หมดลงในตอนนี้พอดีกับที่บอลธาตุนับสิบลูกพุ่งโจมตีอารันจนเจ้าตัวถึงกับล้มลงเอามือพื้น

                น่าแปลกที่มันยังยิ้มได้

                “ขนาดคุณอารันยังแพ้ได้ บางทีโนอาห์เองอาจจะมีสิทธิ์ชนะยูกิได้เหมือนกันนะคะจริงไหม” หญิงสาวกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

                “คู่สุดท้าย โนอาห์ อิคารอส วาตานาเบะ ยูกิ ขึ้นมาบนสนามประลองได้เลยนะจ้ะ” เสียงของอาจารย์โดโรธีราวกับเสียงระฆังแห่งความตายที่กำลังจะลากเขาไปสู่ขุมนรก แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มออกมาในวินาทีก่อนจะเดินไปยังสนามประลองช้าๆจนสวนทางกลับอารันที่กำลังจะเดินลงจากสนาม

                “หวังว่านายจะชนะ” อารันหันพูดขึ้นพลางยิ้มไปด้วยแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยฝุ่นควันและรอยสกปรก

                “ฉันไม่แพ้ผู้หญิงเหมือนนายหรอกน่า” โนอาห์กระตุกยิ้มบนใบหน้าเดินเลยอารันไป

                “งั้นนายจะบอกว่ามีวิธีเอาชนะยูกิงั้นสิ?” ชาวหัวเขียวหันหลังกลับไปถาม

                ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากปากของโนอาห์

                ต่อให้ศึกนี้เขาไม่ชนะ แต่เขาก็จะไม่แพ้เช่นเดียวกัน

                “เริ่มได้!” สัญญาณจากอาจารย์แม่มดดังขึ้นราวกับว่าเป็นระฆังสัญญาณเตือนการประลอง

                และแล้วการสอบรอบสุดท้ายก็ได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น

    คล้ายกับเรื่องMiracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์ ที่คุณอ่าน