- 18 -
เจียหลิงอ้างว้าง
นานนับกว่าชั่วโมงแล้ว ที่เทวีโม่หลี่เฉียนยืนตากหิมะอยู่หน้าที่ตั้งสูงใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งมันเคยมีศิลาแก้วใสแวววาวส่องประกาย จิตการหยั่งรู้ของนางดับลง นางมองไม่เห็นความเป็ไปของกาลเวลา
“เสด็จแม่!”
“โอ้...โม่หราน ลูกรักของแม่”
นางสวมกอดโอรสด้วยความรัก ชีวิตของโม่หรานไม่ได้ง่ายอย่างเช่นเด็กทั่วไป ภาระหน้าที่ขององค์รัชทายาท รวมไปถึงการดูแลเจียหลิงในอนาคต อย่างไรก็ต้องฝากไว้ที่สายเืของนาง
“มันหายไป!! เป็ไปได้อย่างไรเสด็จแม่”
"แม่เองก็ไม่รู้ไ
"เสด็จพ่ออยู่ที่ใดหรือ"
“ข้างใน”
โม่หรานสวมเสื้อคลุมให้มารดาอีกชั้น ก่อนจะจับมือให้เดินไปด้วยกัน การกระทำที่แสนอ่อนโยนนี้ทำคนเป็แม่อบอุ่นหัวใจขึ้นมา
“เสด็จพ่อ..”
“โม่หราน! นี่เ้ามาได้อย่างไร?”
“หม่อมฉันขอให้ลูกกลับมาเองเพคะ อย่างไรเราก็ต้องตามหาศิลาทำนาย”
เง็กเซียนฮ่องเต้ถอนพระทัยเสียงเบา พระองค์เป็ห่วงความปลอดภัยของโม่หราน สิ่งที่เทวีมองเห็นก่อนศิลาทำนายจะหายไปนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะต่อกรได้ง่ายเลย
"ลูกเรายังเด็ก หากเกิดอะไรขึ้น์เก้าชั้นฟ้าคงล่ม"
“แต่เขาเป็สายเืของเทพนะเพคะ!”
“ข้ารู้เทวี...ข้ารู้ว่าโม่หรานต้องรับผิดชอบดินแดนนี้ แต่เ้าเข้าใจหรือไม่ว่าสิ่งนั้นมัน –”
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่พะยะค่ะ นี่มันเื่อะไรกันแน่”
โม่หรานที่นั่งปิดปากเงียบฟังทั้งสองถกเถียงกัน เขาเองก็อยากรู้ว่ามันเื่อะไรนัก เสด็จพ่อถึงไม่อยากให้เขาทำสิ่งใดสักอย่าง หลายครั้งที่พระองค์เอาแต่บอกให้โม่หรานอยู่เฉยๆ
“ฟังข้าให้ดีโม่หราน ศิลาทำนายหายไปจากแดนเจียหลิง เกี่ยวกับเื่เมื่อหมื่นปีก่อน!”
เพ่ยอิงยังคงนั่งเหม่อลอย สามวันมาแล้วที่เอาแต่เหม่อลอย โจวซวงนึกอยากโกรธชายหนุ่มผู้นั้น ไม่รู้ว่าทั้งสองสนทนาอะไรกัน ั้แ่นั้นเพ่ยอิงก็ดูมีเื่ให้คิดมากมาย
โจวซวงกำลังจะเดินเข้าไปหา แต่ก็ช้ากว่าอาจารย์เป๋ยซานหลิงที่เดินเข้าไปก่อน เขาเลยต้องแอบหลบมุมเพื่อฟังการสนทนาของทั้งคู่
“อาเพ่ย...เ้ามานั่งคิดอะไรอยู่ตรงนี้ผู้เดียว”
“ท่านรู้ใช่ไหม? ท่านรู้ว่าเราเป็ผู้ใด” เพ่ยอิงยังคงอยากได้คำตอบ แม้ว่าเ้าตัวมักจะพูดอยู่เสมอว่าไม่อยากจดจำสิ่งใดที่ผ่านมา
“เ้าต้องหาคำตอบเองสิ”
“กระบี่สาดแสงธารา ทำไมคนอย่างเราถึงมันได้ ศัสตราวุธชั้นสูงแบบนั้น” โจวซวงที่แอบฟังอยู่ก็ยกมือปิดปากทันที เขาเกือบส่งเสียงออกไปแล้วเมื่อครู่ เป็ไปได้อย่างไรที่อาเพ่ยจะกระบี่เล่มนั้น เขาต้องหูฝาดและฟังผิดแน่เลย
“อย่างเ้าแล้วมันยังไง?”
“ท่านอาจารย์ เราควรเลือกเมินเฉย หรือกลับไปแก้ไขดี”
“คนบางคนไม่มีแม้โอกาสให้กลับไป แต่คนบางพวกได้รับโอกาสจนเคยตัว คิดว่าผิดพลาดก็กลับไปได้ เลยทำซ้ำเื่เดิมอยู่แบบนั้น เ้าก็ลองคิดดูว่าอยากเป็คนประเภทไหน”
เป๋ยซานหลิงอยากขอโทษเพ่ยอิงเป็พันครั้ง ชะตากรรมอันน่าสงสารกลายเป็เครื่องมือของผู้อื่น แม้องค์ยูไลอยากเปลี่ยนทุกอย่างอีกกี่ครั้ง ก็หลีกเลี่ยงลิขิตนี้ไม่ได้อยู่ดี
อาจารย์เป๋ยซานหลิงเดินออกไป เหลือเพียงเพ่ยอิงที่นั่งอยู่ลำพังตรงนั้น โจวซวงสบโอกาสก็เดินเข้าไปหาทันที เขาเองก็หวังว่าเพ่ยอิงจะพูดอะไรกับเขาบ้าง
“อาเพ่ย...”
“ศิษย์พี่โจวคงได้ยินทุกอย่างแล้ว”
“เอ่อ...ค..คือว่า”
“มันไม่ใช่ความลับอะไรหรอก ท่านไม่ต้องกังวลขนาดนั้น” เพ่ยอิงยกยิ้มน้อยส่งมา เมื่อโจวซวงทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ท่าทางเหมือนคนอยากขับถ่ายเต็มทน
“เ้าอย่ากลับไปเลย อาเพ่ย”
“หือ?”
“อดีตของเ้ามีแต่เื่น่าเ็ป ข้าไม่หวังให้เ้ากลับไปทุกข์ทน”
“ศิษย์พี่โจว”
“....”
“เราดีใจมากที่ได้รู้จักท่าน การได้มาอยู่ในสำนักต้าินี้ทำให้เรามีความสุข” เพ่ยอิงยังคงส่งรอยยิ้มอยู่เสมอตลอดการสนทนา แม้ไม่ได้กล่าวออกมาตามตรง แต่โจวซวงก็รู้ว่าเพ่ยอิงเลือกหนทางใด
เสี่ยวซิงอยู่หน้าหุบเขาของเมืองไห่ฉือ ลึกเข้าไปก็เป็ที่ตั้งของสำนักต้าิ ในเวลานี้เทพหนุ่มเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้มีพลังของกระบี่สาดแสงธารา
“เขาอยู่ที่แห่งนี้จริงด้วย อ่า...ดวงตาของท่านช่างหลักแหลม”
“เด็กคนก็นั้นน่าสนใจเช่นกัน ศิษย์เอกของสำนักต้าิ” น้ำเสียงขี้เล่นลอยมากับสายลม เสี่ยวซิงมองสะท้อนเข้าไปด้านใน เด็กคนนั้นที่ถูกกล่าวถึงเป็ศิษย์รักของเป๋ยซานหลิง
“ความมุ่งมั่นมีไม่น้อย เผ่ามาร้าคนเช่นนี้อยู่พอดี”
“ข้าจะหาทางนำตัวกลับไปก็แล้วกัน”
บุคคลที่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่นานนับชั่วโมงลืมตาขึ้นอีกครั้ง และพบเข้ากับหญิงสาวหน้าตางดงามโปรยรอยยิ้มอบอุ่นมาให้
“พี่หญิง!”
“หลานของเ้าหน้าตาเช่นไร ลูกชายของข้าอยู่ที่ใดหรือ?”
“มะ มันไม่จริง!!!!”
“จวิ้นหยาง! ข้าถามว่าลูกชายข้าอยู่ที่ใด!!!!” หญิงสาวกดเสียงต่ำตะคอกใส่หน้า
“หึ!..อ่า..อึก! ฮึก..”
แผลที่หน้าอกกลับมาเ็ปอีกครั้ง โลหิตสีดำไหลออกมาจากาแ มันลามไปทั่วบริเวณหน้าอก แม้จะใช้พลังควบคุมไว้ก็ยังเ็ปอยู่ดี เขาเบ้หน้ามองไปทางอื่น มืออีกข้างก็กดปากแผลของตนเอาไว้
“มันกำลังเติบโต เ้ายังหวาดกลัวข้า”
“ออกไป!!!! ท่านตายไปแล้วพี่หญิง จำได้หรือไม่ว่าท่านตายอย่างไร อึก...!”
“แล้วเขาตายอย่างไร?”
“ผู้ใด!?”
“หลานของเ้า เขาตายอย่างไร?” หญิงสาวแสยะยิ้มออกมาอย่างสมเพช ร่างของชายหนุ่มเกลือกกลิ้งไปกับพื้นอย่างทรมาน เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มกรอบหน้า ยิ่งเห็นหน้าของนางดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“พี่หญิง...ท่านไม่มีวัน อึก! ออกมาได้!”
“....”
“เวทย์กำลังเสื่อมคลาย ท่านอย่าพยายามนักเลย” เพียงชั่ววูบมหาเทพจวิ้นหยางก็ลืมตาขึ้น โลหิตสีดำไหลซึมออกมาจนมองเห็นาแ เส้นเืสีดำกระจายไปรอบเป็บริเวณกว้าง
ผนึกใต้ปรภพกำลังเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า องค์ยูไลมองเห็นสรรพชีวิตมากมายที่ทุกข์ทรมาน แต่ไม่เคยเห็นสรรพชีวิตตนไหน ที่ปลดปล่อยตนเองได้อย่างง่ายดาย
“พุทธองค์แห่งสรวง์ ท่านยอมแพ้แล้วกลับไปเถิด”
“หยุดเถอะหนา”
“ท่านเห็นไหมเล่า เห็นสิ่งนั้นแยกเป็รอยร้าวหรือไม่ อีกไม่นานมันก็จะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง”
“เราเห็น”
“เช่นนั้นท่านก็ควรรู้ไว้ว่า พวกเราไปไม่ได้ในเวลานี้” ิญญาร้ายปรายตามองไปอีกฝั่งของขุมนรก “เราจะต้องช่วยให้เขาได้ตื่นก่อนน่ะ ฮ่าฮ่า!”
องค์ยูไลหลับตาสงบนิ่ง ครบแสนกัลป์แล้วแต่ก็ไปจากที่แห่งนี้ไม่ได้ ด้วยเบื้องหน้าของพระองค์นั้นยังคงมีเหล่าิญญาร้ายมากมาย ที่รอการกลับมาของสิ่งที่อยู่ในผนึก มันแตกร้าวมากกขึ้นทุกวัน ดูท่าแล้วคงจะมีคนใช้ร่างของตนหล่อเลี้ยงจิตที่หลุดรอดออกมาในครั้งนั้น
ที่โรงเตี๊ยมเมืองไห่ฉือยังคงคึกคักสนุกสนาน ซัวเหิงแสดงอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัด ป๋อเหวินจับสังเกตได้ว่าเ้าิญญาดาบแปลกไป
“มีสิ่งใด?”
“ข้าอยากรู้นายท่าน มีบางสิ่งบางอย่างที่พลังรุนแรง มันส่งมาเตือนข้าอยู่เป็ระยะ”
ป๋อเหวินขมวดคิ้วทันที โดยปกติพลังที่รุนแรงขนาดส่งมาหาดาบอัคนีปีศาจได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็ระดับเทพผู้สร้าง หรือผู้ที่อยู่ในแวดวงของศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์
“เ้าแน่ใจนะซัวเหิง”
“ขอรับ”
เสี่ยวซิงส่งสัญญาณหาป๋อเหวิน อย่างน้อยก็ต้องกระตุ้นให้เด็กนี่รู้จักตื่นตัวบ้าง มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็มารผ่าเหล่าผ่ากอ การแทรกจิตของป๋อเหวินไม่ได้ยาก คงเป็เพราะเอาแต่เมามาย
ั์ตาฟ้าครามของเพ่ยอิง กำลังมองไปโดยรอบ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาของเสี่ยวซิงที่มองจากด้านนอก ป๋อเหวินจำได้อย่างขึ้นใจกับคนผู้นี้
“เพ่ยอิง!”
“ฮ่าฮ่า ข้าบอกแล้วป๋อเหวิน ว่าข้าหาตัวเด็กคนนี้เจอเมื่อไรล่ะก็....”
“หยุดซะ หยุดทุกอย่างที่ท่านกำลังจะทำ!!!”
ป๋อเหวินกำลังหัวเสียอย่างที่สุด เขาอยากให้มันเป็เช่นนี้ อยากให้เด็กคนนั้นได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เผ่ามารกำลังบีบบังคับเขา โดยใช้เพ่ยอิงมาเป็ตัวล่อ!
“กลับเผ่ามารได้แล้วป๋อเหวิน แล้วข้าไม่ยุ่งกับเด็กนี่เลย ข้าจะรายงานชินอ๋องเยี่ยหลางว่าไม่พบเจอเอง เ้าจะว่าอย่างไร?"
เสี่ยวซิงแสยะยิ้มชอบใจ อย่างเขาไม่ได้ทำงานให้กับใครคนใดคนหนึ่ง เขาทำงานให้กับผู้มีอำนาจต่างหาก ใครที่ไปอยู่จุดเหนือสุดก็พร้อมจะภักดี
เื่ที่ศิลาทำนายหายก็เป็ข่าวแพร่มาถึงปรภพ ชินอ๋องเยี่ยหลางผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันที
“ท่าน! ไปเอามันมารึ?”
“เอะอะไปได้ชินอ๋อง”
“เสด็จพี่คงแห่มาที่นี่แน่ และข้าจะไม่ยอมตกเป็นักโทษของ์เด็ดขาด!”
“หึ! ฮ่าฮ่า…เป็ถึงเ้าแห่งปรภพ ท่านกลัวสิ่งใดนักหนา”
“ข้าไม่มีวันได้ ท่านเองก็เช่นกัน! อีกอย่างป๋อเหวินกำลังกลับมา เราไม่จำเป็ต้องทำให้มันเป็เื่ใหญ่โต แผนของท่านจะได้ง่ายดายขึ้น”
คนตรงหน้ากลับไม่คิดใส่ใจคำพูดของชินอ๋องเยี่ยหลาง แผนการครองสามภพกำลังใกล้เข้ามา อีกไม่นานเขาก็จะกลายเป็ใหญ่ เป็ผู้สร้าง เป็ผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับทุกคน
“ชินอ๋องพะยะค่ะ จดหมายจากเง็กเซียนฮ่องเต้”
“เอามา”
รอยยิ้มพึงใจของคนที่นั่งจิบชาอย่างมีความสุข อ่า...ปรภพนี้มันช่างทำให้ชามีกลิ่นหอมกว่าเดิม
ชินอ๋องเยี่ยหลางเปิดจดหมายอ่าน พบว่าเป็การรายงานสถานการณ์ของศิลาทำนาย โดยเง็กเซียนฮ่องเต้จะเยือนปรภพพร้อมกับเทวีโม่หลี่เฉียนและองค์รัชทายาทโม่หราน
อ่านจบก็ปาลงพื้นอย่างโมโห การมาปรภพไม่ต่างอะไรกับการเหยียบย่ำตัวของเขา ที่แห่งนี้เคยเอาศิลาทำนายมาไว้ใน ทว่าตอนนี้มันกลับวนไปเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง
“ไม่เอาน่าชินอ๋องเยี่ยหลาง”
“ท่านจะทำสิ่งใดก็ทำไป! อย่าให้สาวมาถึงตัวของข้า”
“กลัวหรือ?”
“เกรงไว้บ้างก็ดี ท่านอย่าลืมว่าตอนนี้ตนเองย่ำแย่เพียงใด” ชินอ๋องเยี่ยหลางกล่าวจบก็เดินออกไป ส่วนคนที่กำลังดื่มด่ำกับชากลิ่นหอม ก็ขว้างถ้วยชาทิ้งจนแตกกระจาย
ขอเพียงเขาทำสำเร็จ ทุกคนก็จะหมอบกราบแทบเท้าของเขา ร้องขอความเมตตาจนเสียบแหบแห้ง