บทเสริม:ทิน
ตอนนั้นเป็นฃ่วงที่เขาอยู่ม.ต้น และเนียร์ก็พึ่งขึ้นม.1 มาพอดี แล้วยังเป็นโรงเรียนเดียวกันกับเขาด้วย ถึงยัยนั่นจะอ้างว่าเพราะเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านดีก็เถอะ แต่เขาก็เชื่อว่าเหตุผลมันไม่ได้มีเท่านั้นหรอก
ตลอดเวลาทั้งหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาเห็นแล้วว่าน้องเขาไม่ค่อยจะมีเพื่อนที่สนิทกันเท่าไหร่ และบ่อยครั้งที่มักจะเดินอยู่คนเดียวเสมอ เพราะเพื่อนเก่าที่เคยสนิทกันสมัยอยู่ประถมไม่อยู่โรงเรียนเดิมก็ย้ายไปที่อื่น ทำให้ไม่มีเพื่อนสนิท แต่ที่ยอมย้ายมาที่นี่ จะเรียกว่าไงดีล่ะ...เป็นเด็กติดพี่ล่ะมั้ง
หึ หึ หึ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย ก็เขาออกจะเป็นพี่ชายแสนดี หล่อเพอร์เฟคออกปานนี้ แต่ไม่รู้ทำไม เดี๋ยวนี้เวลาเห็นเขา ยัยนั่นชอบทำหน้าสยองแล้วพยายามหลบเขาทุกที เอ...ถ้าให้จำไม่ผิด รู้สึกจะเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่สอนเล่นบาสให้นะ
เพราะไม่มีเพื่อนคนไหนยอมเล่นด้วยก็เลยหันมาหาเขาแทน ก็เลยนึกอยากแกล้งให้น้องตัวเองสดชื่นขึ้นมาสักหน่อย จะได้ไม่หมกมุ่นเรื่องเพื่อนนั่นให้มากนัก ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็รู้สึกว่าจะแกล้งไปจนเป็นกิจวัตรไปแล้ว ก็แค่...อัดลูกบาสใส่หน้า สกัดขาให้ล้ม กับต่อยนิดเตะหน่อยเท่านั้นเอง ปัดโธ่ กับอีกแค่เรื่องแค่นี้ทำเป็นกลัวหัวหงอไปได้ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ
เอาเถอะ ถึงยัยนั่นจะไม่ค่อยมาตอแยเขาอีก แต่ยังไงเขาก็จะคอยตามกวนตามแกล้งยัยนั่นเอง
ช่วงวันจบปีการศึกษา รู้ผลการเรียนของเด็กนักเรียน ทินที่ถูกเพื่อนนักเรียนหญิงห้องเดียวกันพามาคุยด้วยแบบเป็นส่วนตัว ซึ่งจากบรรยากาศโดยรวมแล้วนั้นก็ทำให้เขาไม่สงสัยเลยว่าอีกฝ่ายเรียกเขามาคุยเรื่องอะไร ดังนั้น...เมื่อได้ยินคำสารภาพรักจากปากของเด็กสาวตรงหน้าปุ๊ป เขาก็บอกปฏิเสธไปทันทีอย่างไม่ต้องคิด
“โทษทีนะ ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะคบกับใครหรอก”
ไม่มีน้ำตาแห่งความเศร้าหรือใบหน้าแสดงความเจ็บปวดจากเด็กสาว มีเพียงรอยยิ้มบางเท่านั้น
“รู้อยู่แล้วล่ะ ฉันก็แค่อยากพูดออกมาให้มันสบายใจก็เท่านั้นเอง เพราะว่านายกับฉันไม่ได้ย้ายไปเรียนต่อม.ปลายที่เดียวกันนี่นา” พูดถึงตรงนี้เด็กสาวก็พึ่งคิดได้ “เออ นายจะไปต่อที่ไหนนะ”
ทินยักไหล่ “ไม่รู้สิ คงเป็น...มัธยมปลายหฤทันล่ะมั้ง เห็นว่าที่นั่นไม่ค่อยเคร่งกฏระเบียบดี ฉันว่าจะไปทำสีผมซะหน่อย”
อีกฝ่ายทำหน้าเข้าใจแบบ ตอบมาสมเป็นนายดีนะ ก่อนจะบอกลาแยกกันไป
ทินชินแล้วล่ะกับการหักอกผู้หญิง ก็ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็มีคนมาชอบเขาเยอะอยู่แล้วนี่ แต่เขายังไม่คิดจะคบกับใครหรอก ตราบใดที่เขายังต้อง.... อ้าว นั่นเนียร์นี่นา
สายตาทินไปสะดุดอยู่ที่เด็กผู้หญิงคนนึงที่ตัดผมบ็อบสั้นเลยติ่งหูมาหน่อยตามกฎระเบียบโรงเรียนเป๊ะๆ ไม่มีการไปซอยให้มันสั้นกุดเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ เลยสักนิด เธอเดินมาคนเดียว ก้มหน้ามองพื้นแบบไม่อยากจะสนใจอะไรอีกแล้ว ทำให้เขารู้ได้ในทันที
น้องเขาโดนเพื่อนทิ้งมาอีกแล้วสินะ
ทินส่ายหน้าน้อยๆ อย่างเอือมระอา ไอ้เพื่อนที่ทิ้งกันแบบนี้น่ะไม่ต้องไปสนให้รกสมองหรอก
“ไง เนียร์ ทำหน้าซึมกระทือมาเชียว มีวิชาที่สอบตกรึไง” เขาร้องทักออกไป ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมา
จากหน้าซึมๆ กลายเป็นบูดบึ้งทันทีที่ได้รับข้อกล่าวหา “สอบผ่านหมดโว้ย! อย่ามาแช่งกันสิวะ นายต่างหากล่ะ ต้องเรียนซ้ำชั้นรึเปล่า”
ทินยิ้มกวน หยิบใบเกรดเฉลี่ยตัวเองขึ้นมาโชว์เลข 4.00 ให้เห็นกันจะๆ จนคนดูอดเข่นเขี้ยวด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ มีแต่เรื่องนี้เท่านั้นแหละที่เนียร์รู้สึกเจ็บใจที่ต้องมาแพ้ให้กับพี่ชายตัวเอง
“โทษทีนา เห็นทีปีหน้าฉันคงจะอยู่เป็นเพื่อนกับเธอไม่ได้แล้วล่ะ อย่าเหงาล่ะ”
“ใครจะไปเหงากัน” เนียร์โต้กลับทันควัน “ดีซะอีก ที่จะได้ไม่ต้องมาเจอคนกวนๆ อย่างนาย เจอกันแค่ที่บ้านก็จะปวดหัวตายอยู่แล้ว ถ้ายังต้องไปเจอที่โรงเรียนอีกมีหวังไมเกรนขึ้นแน่ๆ”
ทินยังคงยิ้มพรายเต็มไปหน้า แม้ใจจะนึกว่า ไม่ถามว่าทำไมถึงเลือกมาเรียนม.1 ที่เดียวกันจะดีกว่า
“ว่าแต่นายเถอะ...อาจารย์ปล่อยเร็วกว่าม.1 ไม่ใช่รึไง ทำไมยังไม่รีบกลับบ้านไปอีก”
“มาหักอกผู้หญิงเล่น” เขาตอบกวนๆ ทำให้เนียร์ตั้งท่าจะด่าต่อ แต่เขาก็ชิงพูดเสียก่อน “เธอน่ะมาช่วยฉันดีกว่าว่าจะไปย้อมสีผมสีอะไรดี สีน้ำตาลดีมั้ยนะ”
เนียร์หุบปากที่กำลังจะอ้าด่าแล้วยอมเก็บคำถามไปคิด “อย่างนายน่ะไม่เหมาะหรอก..ฉันชอบสีทองนะ แต่ให้ทองอร่ามทั้งหัวคงไม่ไหว ดูทุเรศไปหน่อย” เธอกะด่าตรงๆ แบบที่อีกฝ่ายมันน่าจะเลิกคิดอยากถาม แต่ทินยังคงเงียบรอฟังเธอพูดต่ออย่างใจจดใจจ่อ ทำให้เนียร์ตอบกลับไปแบบส่งเดฃ “งั้นนายก็ลองไปย้อมสีทองแบบแซมๆ กับสีดำดูละกัน คงจะเหมาะกับนายดีนะ”
ทินกอดอกทำท่าครุ่นคิด “สีดำแซมทองงั้นเหรอ....”
“ก็ถ้านายอยากจะทำแบบที่ไม่เหมือนใครให้กลายเป็นตัวประหลาดก็เชิญ” เนียร์ไม่คิดหรอกว่าพี่ชายตัวเองจะกล้าทำจริงๆ แต่ปรากฏว่า
“อืม ความคิดเข้าท่าดีนะ”
“เฮ้ย!” เนียร์ทำหน้าเหวอเมื่ออีกฝ่ายดันคิดทำจริง ทั้งๆ ที่เธอแค่เสนอแบบตั้งใจให้อีกฝ่ายทำไม่ได้จริงไปแท้ๆ แล้วสีหน้าเธอตอนนี้มันคงจะตลกเอามากๆ ทินถึงได้หัวเราะซะเสียงดังขนาดนั้น
แล้วพอขึ้นม.ปลาย มา ทินก็ดันไปทำตามที่น้องสาวบอกมาจริงๆ ด้วย แล้วยังเข้ากับเขาได้อย่างเหมาะเจาะอีกต่างหาก ราวกับเป็นสีและทรงที่เกิดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะยังไงยังงั้น
จนตอนนี้ขึ้นม.6 แล้วเขาก็แทบจะกลายเป็นหนุ่มที่สาวๆ ในโรงเรียนร่วมด้วยช่วยกันโหวตว่าเป็นหนุ่มสุดหล่ออันดับ1 ของโรงเรียน
ส่วนคนต้นคิดสีผมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ให้น่ะเหรอ... ปากเคยบอกไม่อยากจะมาอยู่โรงเรียนเดียวกันอีกก็ได้มาอยู่ที่เดียวกันอีกจนได้ แถมยังอ้างนู่นอ้างนี่ไปเรื่อย สารพันจะสรรหา
แต่ทว่า...ครั้งนี้มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มน้องสาวตัวเองมากขึ้น ทุกเย็นที่กลับบ้านไปก็ไม่ได้ทำหน้าเศร้าซึมอีกแล้ว
เขาหายสงสัยทันทีเมื่อไปเจอเนียร์กับเพื่อนที่นั่งโต๊ะเดียวกันอีกสามคนในตอนเช้าก่อนเข้าแถว เขาสังเกตเห็นว่าเธอกับเพื่อนอีกสามคนนั้นพูดคุยเล่นกันอย่างเป็นกันเอง ถึงมีแกล้งมีด่าบ้าง แต่น่าแปลกที่น้องสาวเขาดูร่าเริงจนน่าเหลือเชื่อ
เจอแล้วสินะ...ที่อยู่ของเธอ
ทินแอบยิ้มดีใจให้กับน้องสาวตัวเอง เพื่อนที่เธอไว้วางใจที่จะเอาหัวใจมาวางไว้ เพื่อนที่จะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหนให้อยู่ตัวคนเดียวอีก เจอแล้วสินะ...เนียร์
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะเลิกแกล้งหรอก ก็มันสนุกดีนี่นา แล้วยิ่งอีกฝ่ายเจอเรื่องเครียด พอมาโดนเขากวนทีเดียว สีหน้าเคร่งเครียดเหล่านั้นก็หายไป
ดีแล้วล่ะ...เพราะเขาไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนั้น เขาอยากเห็นรอยยิ้ม อยากจะปกป้องน้องสาวของเขาไว้ตลอดไป จนกว่าเนียร์จะเจอคนที่สามารถปกป้องตัวเธอได้
ดังนั้น...ตอนนี้แม้จะอยู่ม.6 แล้วก็ตามเขาก็ยังคงไม่มีแฟน และไม่คิดจะมองผู้หญิงคนไหน
ตราบใดที่...
เขายังต้องดูแล ยังต้องปกป้องน้องสาวคนนี้ต่อไป