บิดามารดาของหลินหลินที่เดินมาเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ต่างมองหน้ากันว่าจะทำเช่นไรดี บุตรสาวของตนปกติแล้วอ่อนโยนนัก หากไม่ถูกกลั่นแกล้งหรือทำให้นางต้องเสียเปรียบก็ไม่เคยเห็นนางจะเอาเรื่องใดมาใส่ใจนัก ชายหนุ่มผู้นี้คงถึงคราวเคราะห์เป็นแน่
“เกิดอันใดขึ้นรึอาหลิน เหตุใดต้องไปจับเขาไว้เช่นนี้”
มารดาของหลินหลินถามอย่างอ่อนโยน ด้วยอยากให้นางใจเย็นลงก่อน
“เขาชนข้าแรงมากแต่ไม่ขอโทษ ซ้ำยังทำให้ขนมที่ท่านพ่อซื้อให้ข้าหล่นลงพื้นเจ้าค่ะ ข้าจะเขาชดใช้แต่เขาจะหนี ข้าเลยต้องจับเขาไว้เจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มที่ถูกหลินหลินจับไว้ได้ยินเช่นนั้นจึงพูดแทรกขึ้น
“เป็นเช่นนี้เอง ข้าจะชดใช้ให้เจ้าเอง เอาไปนี่เงินตำลึง คงพอให้เจ้าซื้อได้หลายอัน ส่วนเรื่องชนเจ้าข้าไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษแล้วกัน เจ้าจะปล่อยข้าได้รึยัง ข้ารีบจริงๆ”
หลินหลินได้ยินเช่นนั้น ทั้งยังได้เงินตำลึงก็ปล่อยมือเขาอย่างไม่ติดใจ นางไม่ได้โกรธแค้นเขาถึงขั้นคอขาดบาดตาย เพียงแต่ไม่ชอบความอยุติธรรมหรือยอมให้ผู้อื่นมารังแกเอาเปรียบนางได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นย่ามใจได้ นางเคยใจดีกับผู้อื่นมาแล้ว แต่คนเหล่านั้นก็ยังทำซ้ำๆ มันทำให้รู้ว่ายิ่งเราปล่อยผ่านสิ่งไม่ดีที่ผู้อื่นทำกับเรา พวกเขาก็จะยิ่งได้ใจ
แต่เมื่อทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว หลินหลินก็ไม่คิดถือสา ซ้ำยังยิ้มแย้มดีใจที่จะได้กินขนมอีกมากมายหลายอย่าง โดยที่ไม่ต้องเปลืองเงินตำลึงของบิดามารดาอีกด้วย
“ท่านพ่อท่านแม่เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาขนมอื่นกินเพิ่ม”
หลินหลินรีบเดินมาดึงแขนของบิดามารดาตนอย่างออดอ้อน นางไม่หันไปมองชายผู้นั้นอีกเลย แม้รู้ว่าเขายังมองนางอยู่
ชายหนุ่มผู้นั้นยังงุนงงที่เห็นท่าทีของนางเป็นเช่นนี้ เมื่อครู่ยังต่อสู้กับเขาอยู่เลย ตอนนี้กลับเดินหนีเขาไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ช่างเป็นสตรีน่าตายนัก
เขาสะบัดแขนเดินรีบร้อนไปอีกทางทันที ด้วยมีสิ่งอื่นที่เขาต้องทำอยู่อีก จึงไม่ใคร่ใส่ใจนางอีกแล้ว
หลินหลินยังคงสนุกสนานกับการเดินเที่ยวตลาดเมื่อบิดามารดาเดินตามนางไปทุกที่ และยังคอยซื้อขนมแปลกๆ ให้นางได้ชิมตลอดทาง กว่าทั้งสามคนจะออกจากตลาดได้ก็ใกล้พลบค่ำแล้ว คืนนี้พวกเขาพักในโรงเตี๊ยมชื่อดังที่จองไว้ตั้งแต่เดินทางมาถึง หลินหลินขอนอนลำพังผู้เดียวเช่นเคย เพราะนางให้เหตุผลกับบิดามารดาว่านางโตแล้ว ทั้งยังมีวรยุทธเอาตัวรอดได้ คงไม่มีใครกล้าทำร้ายเด็ก 10 ขวบเช่นนางเป็นแน่ ตลอดการเดินทางหลินหลินจึงได้นอนคนเดียวอย่างสบายใจ นางรู้ว่าบิดามารดาย่อมต้องการความเป็นส่วนตัว พวกเขาเลี้ยงดูนางมาถึง 10 ปีแล้ว จึงอยากให้พวกเขาได้หวานชื่นกันสักหน่อย ไร้ก้างขวางคอเช่นนาง
อยู่ดีๆ มีเสียงดังตุ๊บ! เหมือนสิ่งใดหล่นเข้ามาในห้องของหลินหลิน
หลินหลินไม่ได้ปิดหน้าต่างด้วยอากาศค่อนข้างอบอ้าวและกำลังเตรียมจะเข้านอนพอดี นางจึงรีบลุกขึ้น ใช้สายตาเพ่งมองไปตามเสียงนั้นอย่างสงสัย
“นั่นใคร!?”
หลินหลินเอ่ยปากถามออกไปอย่างไม่เกรงกลัว แต่ไร้เสียงตอบกลับ หลินหลินจึงก้าวเข้าไปดูช้าๆ จึงเห็นเหมือนก้อนดำๆ ก้อนใหญ่กองอยู่บนพื้น มีน้ำที่มีกลิ่นคาวเหมือนไหลนองบนพื้น
หลินหลินรีบเดินไปก้มดูทันทีเมื่อเห็นเงาดำมืดก้อนใหญ่นิ่งอยู่นานและไม่โต้ตอบสักที
“เอ๊ะ! นี่เจ้า”
หลินหลินจับก้อนดำใหญ่ยักษ์ยกขึ้นจนเห็นเป็นใบหน้าคนชัดขึ้นจากแสงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เป็นชายหนุ่มที่ชนนางในตลาดเมื่อกลางวันนี่เอง เหตุใดเขาบาดเจ็บเช่นนี้ ทั้งยังเข้ามาในห้องของนางอีก เขารู้หรือไม่รู้ว่านี่คือห้องของนาง แม้หลินหลินจะสงสัยแต่ก็ไม่อยากให้ชายผู้นี้ต้องมาตายตรงหน้า จึงรีบนำน้ำวิเศษในมิติกำไลของตนป้อนเข้าปากเขาทันที และค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นเพื่อจะได้ทำแผลและทำความสะอาดคราบเลือดตรงพื้นนี้ออกไป ด้วยกลัวว่าจะมีคนตามเขามาและอาจจะได้กลิ่นคาวเลือดในห้องพักของนาง
เมื่อจัดการแผลและคราบเลือดของชายผู้นี้แล้วหลินหลินจึงแบกเขาไปนอนพักบนเตียงของนาง ส่วนนางฟุบนอนบนโต๊ะและคอยเฝ้ายามดูว่าจะมีใครติดตามเขามาหรือไม่ด้วย
แสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างที่หลินหลินเปิดทิ้งไว้ ช่างแสบตานัก แต่หลินหลินก็พยายามฝืนตนเองลืมตาขึ้นมองดูชายคนเมื่อคืนที่ตนเองช่วยไว้ เพราะสงสัยว่าเขาจะหายดีหรือยัง แต่บนเตียงกลับไม่มีใครนอนอยู่ ซ้ำบนตัวของหลินหลินยังมีผ้าห่มคลุมอยู่อีกด้วย หรือว่าเขาฟื้นขึ้นมากลางดึกแล้วกลับไปเช่นนั้นรึ ทำไมไม่ล่ำลากันสักคำ ช่างทำตัวลึกลับนัก
พลันหางตาของหลินหลินก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่พร้อมเงินตำลึงทองและตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึง
ของรางวัลตอบแทนที่ช่วยชีวิตข้า อย่าได้เกรงใจ ข้ารู้ว่าเจ้าชอบเงินตำลึงจึงให้มากหน่อย ถือเป็นคำขอบคุณจากข้า...ลาก่อน
หลินหลินอ่านข้อความจบก็ยกยิ้มพอใจ ถือว่าชายผู้นี้รู้จักบุญคุณคน เช่นนั้นนางก็จะรับไว้แล้วกัน
เช้านี้หลินหลินอาบน้ำฮัมเพลงอย่างสบายใจก่อนจะออกเดินทางต่อไปกับบิดามารดา โดยหารู้ไม่ว่าบนหลังคามีชายหนุ่มแอบดูนางอยู่ เขายังไม่กลับไปไหน เพียงละอายใจที่หลบหนีมายังห้องของนางและทำให้นางต้องใช้ของวิเศษรักษาเขา เพราะหากไม่ใช่ของวิเศษย่อมรักษาบาดแผลที่ถูกพิษร้ายแรงของเขาไม่ได้เป็นแน่ เขาจึงมอบรางวัลเป็นเงินให้นาง ด้วยตอนกลางวันเห็นนางไม่ติดใจอันใดเมื่อได้เงินชดใช้จากเขา เขาจึงคิดว่าตอบแทนนางด้วยเงินตำลึงและตั๋วเงินนางคงจะพอใจ ยิ่งได้ยินเสียงใสๆ อารมณ์ดีของนางเช่นนี้ก็ทำให้เขาเบาใจ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบารีบจากไปทันที