เล่มที่ 3 บทที่ 22
วูปปปเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนที่ตัดผ่านป่าอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางป่ารกหยางอี้ไม่เสียเวลาแม้แต่น้อยในเขตนอก เพื่อให้มีเวลามากที่สุดในการตามหาดวงจิตอสูร เมื่อผ่านค่ายกลเข้ามาชายหนุ่มมุ่งหน้าเข้าสู่เขตกลางเพื่อตรงไปยังเส้นทางที่จดจำไว้เมื่อเข้ามาครั้งที่แล้วทันทีด้วยความรวดเร็วผ่านไปไม่นานหยางอี้ก็มาถึงน้ำตกใหญ่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของหญ้าบัวราตรี ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรอเวลาค่ำคืนเพื่อหามัน ชายหนุ่มตรงเข้าสู่ถ้ำหลังน้ำตกทันทีด้วยความช่ำชองผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามขุมทรัพย์หญ้าบัวราตรีกว่าร้อยต้นก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่มิติพิเศษจนหมด ชายหนุ่มยิ้มอย่างเบิกบานใจก่อนจะมุ่งหน้าออกจากถ้ำและเข้าสู่เขตในทันทีตลอดระยะทางหยางอี้แปลกใจไม่น้อยที่ไม่พบสัตว์อสูรเลยสักตัว ระยะทางจากเขตกลางสู่เขตในนั้นไกลพอสมควร เนื่องจากเขตในเป็นบริเวณเขาแฝดทำให้สามารถมองเห็นได้เด่นชัดหยางอี้ผ่านค่ายกลเข้ามาด้วยป้ายทองตามกฎของเขาเดิมพัน ภายในนั้นมีบรรยากาศแตกต่างกับภายนอกอย่างชัดเจน ทั้งความเข้มข้นของลมปราณธรรมชาติและแรงกดดันมีมากจนเขตกลางเทียบไม่ติดหยางอี้ลดความเร็วลงอย่างมากเปลี่ยนมาเป็นเดินสำรวจทีละน้อย เสี่ยวเฮยออกมาอยู่บนไหล่หยางอี้ แล้วคอยแนะนำเส้นทางให้กับชายหนุ่ม เดิมทีหยางอี้ยังคงต้องการค้นหาสมุนไพรอยู่แต่การมาครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการหาดวงจิตระดับสูง ดังนั้นเรื่องอื่นต้องวางเอาไว้ก่อน หยางอี้เองก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าเสี่ยวเฮยจะใช้วิธีใดในการหาดวงจิตอสูร แม้จะไม่เต็มสิบส่วนแต่หยางอี้ยังมั่นใจถึง 8 ส่วนว่าจะเอาตัวรอดภายในเขตในนี้ได้ จากที่ได้รับข้อมูลมาภายในเขตสัตว์อสูรที่มีระดับสูงสุดคือระดับสวรรค์ขั้นที่ 8 และหยางอี้ในตอนนี้สามารถรับมือกับสัตว์อสูรระดับสวรรค์ขั้นที่ 3 ได้อย่างสูสี หากเจอที่ระดับสูงกว่านั้นคงได้แต่ต้องพึ่งความเร็วในการหนีครั้งนี้ไม่เหมือนการปะทะกับราชาวานรเผือก หยางอี้จึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ราชาวานรเผือกนั้นอยู่ในระดับ 5 ขนาดร่วมมือกัน 5 คนกับพวกเจินเซียงยังแทบเอาตัวไม่รอด ดังนั้นเมื่อต้องปะทะคนเดียวหยางอี้อดไม่ได้ที่จะต้องเสียวสันหลัง เพราะเป้าหมายนั้นคือดวงจิตสัตว์อสูรระดับสวรรค์ขั้นสูง ! ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบเจอพวกมันได้ ตอนนี้ได้แต่หวังว่าวิธีการของเสี่ยวเฮยจะไม่ยุ่งยากถึงกับต้องปะทะกับพวกมัน“ได้เรื่องแล้วเจ้าหนู ข้าสัมผัสได้ถึงเจ้าเด็กน้อยพวกนั้น ดูเหมือนจะเป็นเชื้อสายที่พัดหลงมาอยู่ในจักวรรดิแห่งนี้”เสี่ยวเฮยกล่าวขึ้นมา ทำให้หยางอี้อดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่ก็มิได้ถามอะไรออกมาเพียงมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่เสี่ยวเฮยบอกเท่านั้น ยิ่งมายิ่งลึก โดยไม่รู้ตัวเดินทางตามเส้นทางที่เสี่ยวเฮยบอก ตอนนี้หยางอี้พลันหน้าเปลี่ยนสี หน้าผากหลั่งเหงื่อออกมาไม่หยุด เพราะเบื้องหน้าของเขาเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ที่บนยอดเขาแฝดแรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากใจกลางแอ่งกระทะไม่หยุดหย่อน เหมือนเป็นการประกาศอาณาเขตของผู้ปกครองอย่างชัดเจน หยางอี้สัมผัสได้ถึงอาณาเขตนั้นจึงหยุดเท้าลงแล้วลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากก้าวเข้าไปอีก 5 ก้าวจะเป็นการบุกรุกอาณาเขตนี้อย่างชัดเจน หยางอี้เคยสัมผัสมาแล้วเมื่อครั้งถูกราชาวานรไล่ล่า ความเร็วของสัตว์อสูรระดับสูงไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นได้“เสี่ยวเฮย อย่าบอกนะว่าไอ้ตัวที่เจ้าให้ข้ามาหาน่ะคือ...”“ใช่แล้ว ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าแห่งนี้แล้ว”“บัดซบ เจ้าจะพาข้ามาตายหรือไงกัน”หยางอี้สบถออกมาอย่างหัวเสีย เจ้าตัวนี้คือตัวที่เขาคอยหลีกเลี่ยงและไม่อยากเจอมากที่สุดไม่ใช่หรือ “เฮ้ไอ้หนู เจ้าคิดว่าข้าผู้นี้เป็นใครกัน อีกอย่างจะหาทั้งทีมันก็ต้องหาของที่ยอดเยี่ยมที่สุดสิฟะ”งูน้อยแผดเสียงเล็กแหลมออกมาทำให้หยางอี้ได้แต่ขมุบขมิบปาก เสี่ยวเฮยจึงกล่าวออกมาอีกครั้ง“เจ้าคิดว่าในป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรระดับสูงกี่ตัวกัน? แล้วตลอดทางที่เข้ามานี่เจ้าพบเจอสักตัวงั้นหรือ?”หยางอี้เองก็ประหลาดใจอยู่นานแล้ว ตลอดยะระทางที่เข้ามา แม้จะได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรอยู่ไกลๆ แต่ในระยะ 5 กิโลเมตรรอบตัวกลับไม่มีแม้แต่สัมผัสของสัตว์อสูรเลยด้วยซ้ำ“หรือว่าเจ้าทำอะไรงั้นหรือ”“ทำอะไร? ทำไมข้าต้องทำอะไรด้วย เพียงแค่ตัวตนของข้าก็มากพอแล้วที่จะขับไล่หนอนแมลงพวกนั้น”เสี่ยวเฮยชูคอขึ้นกล่าวออกมาอย่างภูมิใจ หยางอี้เห็นเช่นนี้ก็โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง แต่อย่างไรสัตว์อสูรระดับสวรรค์ขั้นที่ 8 ก็ไม่ใช่อะไรที่จะวางใจได้ แม้จะสามารถขับไล่ตัวอื่นๆไปได้แต่พวกระดับสูงนั้นล้วนมีสติปัญญาสูง แถมยังอยู่ในฐานะราชันของป่าแห่งนี้ มันต้องเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองแน่นอน และเมื่อเหลียวมองมายังงูน้อยน่ารักสีดำบนไหล่หยางอี้ก็อดไม่ได้ที่คิดหนักอีกครั้ง“ไปได้แล้ว อย่ามัวชักช้า”เสี่ยวเฮยกล่าวออกมาโดยไม่สนใจท่าทีของหยางอี้เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ หยางอี้ก็หลุดพ้นป่ารกที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เบื้องหน้าเป็นแอ่งกระทะกว้างที่เต็มไปด้วยโขดหินเล็กใหญ่ วางเรียงสลับกันเต็มไปหมด ตรงกึ่งกลางมองดูแล้วเป็นรูกลวงโบ๋ลงไปมีควันสีขาวลอยฟุ้งขึ้นมาตลอดเวลา ภาพนี้ทำให้หยางอี้รู้ได้ทันทีว่าแท้จริงแล้วภูเขาลูกนี้คือภูเขาไฟ ไม่ใช่เขาธรรมดา ไอน้ำสีขาวไม่ได้ผุดขึ้นมาจากปล่องของมันเท่านั้น บริเวณโขดหินและพื้นยังคงมีรูเล็กๆที่ไอน้ำหลุดลอดขึ้นมาทั่วแอ่งกระทะ แต่สิ่งที่ทำให้หยางอี้ตาโตและตกตะลึงไม่ใช่ภาพของภูมิประเทศเหล่านี้ แต่เป็นต้นไม้เลื้อยเล็กๆที่เหมือนกับอสรพิษสีแดงขึ้นอยู่ทั่วแอ่งกระทะเต็มไปหมด“อ่า นี่มันคือสมุนไพรชนิดใดกัน”หยางอี้ไม่รู้จักต้นไม้พวกนี้แต่มั่นใจได้อย่างแน่นอนว่ามันต้องมีระดับสูง เพราะในสมุนไพรระดับหนึ่งนั้นหยางอี้ศึกษามาหมดแล้ว อีกทั้งระดับสองเองก็ศึกษามาบางส่วน ดังนั้นต้นไม้สีแดงเบื้องหน้าจะต้องมีระดับที่สูงกว่าเพราะหยางอี้ไม่เคยเห็นมันในตำราของกู่เทียนชาง“ฮึ่ม! เจ้าอย่าเพิ่งมาโลภมากตอนนี้ หากกำราบเจ้าตัวที่อยู่ข้างล่างนี่ได้ สมุนไพรทั้งหมดนี่แน่นอนว่าจะเป็นของเจ้า"เสี่ยวเฮยกล่าวออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภของหยางอี้ หยางอี้เลิกสนใจสมุนไพรพวกนี้ชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในแอ่งกระทะ แน่นอนว่าตั้งแต่เข้ามาชายหนุ่มก็โคจรทักษะซ่อนจันทร์ไว้ก่อนแล้ว แม้จะไม่สามารถตบตาพวกระดับสูงได้แต่หากไม่อยู่ใกล้จนเกินไปก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างอุณหภูมิพุ่งขึ้นสูงทันทีเมื่อหยางอี้ก้าวเท้าเข้ามาภายในลานหินด้านบนปล่องภูเขาไฟ เสี่ยวเฮยคอยบอกทางหยางอี้ให้ก้าวเดินไปช้าๆ เขาเองก็แปลกใจไม่น้อยว่าทำไมเจ้าตัวที่อยู่ข้างล่างนี่ไม่ยอมโผล่ขึ้นมา ความจริงมันน่าจะสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาได้แล้ว“หยุดก่อนเจ้าหนู! รีบถอยก่อนเร็วเข้า!”เสี่ยวเฮยกล่าวออกมาเสียงดัง ก่อนที่หยางอี้จะหยุดลงแล้วรีบกระโดดถอยออกจากบริเวณปล่องภูเขาไฟ จากนั้นพื้นที่ทั่วทั้งภูเขาพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงร้องของสัตว์อสูรภายในป่ากู่ร้องกันอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะวิ่งกันจ้าละหวั่นเพื่ออกห่างจากเขาเขตในให้มากที่สุดทันทีที่ภูเขาไฟเกิดการสั่นไหว ภายนอกค่ายกลที่ล้อมรอบป่าสวรรค์เหล่าศิษย์ต่างได้รับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาทันที ความตื่นตระหนกเริ่มปกคลุมก่อนจะมีประกาศให้ทุกคนออกจากบริเวณเขาเดิมพันทันที ก่อนที่ชายชราชุดคลุมเงินคนหนึ่งจะรีบออกมาจากตำหนักแฝดที่ตั้งอยู่หน้าป่าสวรรค์“รีบไปแจ้งผู้อาวุโสสูงสุดและเจ้าสำนักทันที ราชันย์แดงมีการเคลื่อนไหวแล้ว”หลังจากสั่งการเสร็จเขาก็รีบพุ่งทะยานเข้าสู่ป่าสวรรค์ทันที พร้อมๆกับที่ลึกลงไปในทะเลสาบขนาดใหญ่อันมืดมิดบนยอดเขาแฝดอีกลูกได้มีดวงตากลมรีดวงใหญ่สีฟ้ามรกตได้เปิดขึ้น