บทที่ 3 คำตอบที่เกินความคาดหมาย
ท่ามกลางเสียงหรีดเรไรที่ส่งเสียงร้องคลอเคล้าไปกับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดผ่านสวนหลวงอย่างเอื่อยเฉื่อย ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติที่มนุษย์สร้างสรรค์ในเมืองใหญ่ องค์ชายองค์ที่สองของจักรวรรดิกลับได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นอย่างชัดเจน เสียงของมันราวกับกลองศึกที่โหมกระหน่ำ ชวนให้ฮึกเหิม...จนจะเป็ลมให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น
โอ้...เทพเ้าองค์ใดดลใจให้เขาเอ่ยเช่นนั้นออกไปกัน อีกฝ่ายเป็ถึงพยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนเหนือเชียวนะ
ทันใดนั้นเรนเดลก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่ส่งผ่านมาจากตัวของอีกฝ่าย ฟีโรโมนที่ส่งกลิ่นคล้ายแก่นไม้ มันแฝงด้วยอะไรบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ ในฐานะอัลฟ่าเขารู้ดีว่าคนตรงหน้าควบคุมฟีโรโมนของตนเองได้เก่งแค่ไหน คนผู้นี้ร้ายกาจยิ่งนัก ถึงกับกล้ายั่วยวนเขาด้วยฟีโรโมนเชียวหรือ
เขากัดกรามแน่น ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่าย ใกล้กันแค่เอื้อมเท่านั้น เรนเดลเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เพราะความสูงที่มากกว่าของดยุกแดนเหนือ ก่อนจะยกยิ้มเล็ก ๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดเล่นว่า
“ข้าจะรอคำตอบจากท่าน...ท่านดยุก” เรนเดลกระตุกยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะตบเบา ๆ ลงไปที่ไหล่กว้างของชายตรงหน้า
แข็งชะมัด...
แต่ก่อนที่เขาจะได้ถอยหนีออกไปจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง ทันทีที่เขากำลังจะหันหลังกลับ แขนของเขาก็ถูกดึงเข้าหาลำตัวหนาจนปะทะเข้ากับอกแกร่ง ก่อนที่เขาจะนึกคำโวยวายออก ริมฝีปากของเขาก็ถูก่ชิง ความอุ่นร้อนสอดแทรกเข้ามาคว้านเอาความวาบหวิวแทรกเข้ามา ลิ้นอุ่นตวัดเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นที่อ่อนประสบการณ์ขององค์ชายลำดับที่สอง ความโชกโชนของมันทำทุกอย่างภายในหัวของเขามลายหายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่ขาวโพลน เขาคิดอะไรไม่ออกเลย
“อึก! อือ” เรนเดลผลักอกของดยุกแดนเหนืออย่างแรง จนตัวเองล้มลง เขายกมือขึ้นเช็ดปากของตัวเอง อีกมือหนึ่งก็ค้ำร่างของตัวเองไม่ให้ลงไปนอนแอ่งแม้งหมดสภาพ
“จะ เ้า! เ้า! ทำอะไรลงไปน่ะ”
เซริกกระตุกยิ้มมุมปาก เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตน ดวงตาสีอำพันของเขาส่องเป็ประกายวิบวับ
“หวานไม่เบานี่พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรอจดหมายสู่ขอจากทางราชวัง” เขาว่าแบบนั้นก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังและเดินจากไป เรนเดลมองร่างสูงไปจนลับตา ปากของเขาอ้า ๆ หุบ ๆ อยู่หลายรอบ แต่ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ ออกจากปากของอัลฟ่าหนุ่ม ก่อนที่เขาจะลงมือทุบพื้นดินอยู่สองสามครั้งแล้วพยุงตัวเองลุกขึ้น
บ้าจริง...ที่บอกว่าบ้าจริง เพราะเขาดันรู้สึกเสียวซ่าไปกับจูบบ้า ๆ ของผู้ชายคนนั้น ไม่ได้รังเกียจเลยสักนิด แถมยังรู้สึกดีอีก อยากจะบ้าตายจริง ๆ ป่าเถื่อนที่สุด คอยดูเถิดแต่งงานกันไปแล้ว เขาจะใช้ประโยชน์จากเ้านั้นให้ถึงที่สุดเลยเชียว...รอก่อนเถอะ
“ฮึย!”
ร่างสูงโปร่งกลับเข้าห้องด้วยท่าที่ไม่สบอารมณ์นัก เขาไล่ข้าหลวงรับใช้ออกจากห้องไปจนหมด ก่อนที่จะมานั่งจมอยู่บนโต๊ะเครื่องเขียนของตนเอง
กระดาษใบแล้วใบเล่า ถูกน้ำหมึกบรรจงเขียนลงไป สักพักมันก็ถูกมือเรียวเ้าของลายมือที่จรดลงบนกระดาษขย้ำจนเป็ก้อนกลมแล้วปาลงพื้นอย่างไม่แยแส เป็อย่างนั้นอยู่สักพักในที่สุด ฎีกาขอการสมรสพระราชทาน และจดหมายสู่ขอของเขาก็เสร็จสิ้น เหลือแค่ส่งจดหมายสู่ขอภายใต้ตราประทับของพระองค์ไปยังปราสาทของเ้าบ้านั้น รอเ้านั้นตอบกลับ เขาก็จะเอาหนังสือตอบกลับการแต่งงานนั้นไปยื่นพร้อมกับพระราชฎีกาที่ร่างไว้ เพื่อขอสมรสพระราชทาน
เหอะ! ลองได้สมรสพระราชทานมาเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นอยากจะหย่ากับเขาก็คงยากหน่อย เพราะมีสมรสพระราชทาน ก็ต้องมีการอนุญาตหย่าพระราชทานเช่นกัน หากไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์จักรพรรดิก็อย่าหวังว่าจะหย่าร้างกันได้เลย
“มีคนอยู่ข้างนอกหรือเปล่า” เขาเอ่ย พลางสั่นกระดิ่งทองเหลืองในมือ
“พะย่ะค่ะองค์ชาย” ข้าหลวงคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย
“เตรียมน้ำอาบให้เราที” เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นยืน เหล่าข้าหลวงที่รู้หน้าที่ก็ตรงเข้ามาปลดพันธนาการที่ปกปิดร่างกายของเขาออกไป
เรนเดลหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน วันนี้เป็วันที่เขาเจออะไรมากมายเหลือเกิน....
ท่ามกลางกลิ่นคาวคละคลุ้ง ร่างกายขาวโพลนที่เปลือยเปล่าของเรนเดลองค์ชายลำดับที่สองของจักรวรรดินั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงฉานของโลหิตสด ๆ ผิวที่เนียนละเอียดถูกร่างใหญ่กำยำที่กำลังทาบทับฉกชิมด้วยลิ้นร้อน
ทุก ๆ อนูพื้นผิวที่ได้ถูกัันั้นร้อนระอุราวกับถูกไฟแผดเผา ยามมือหนาที่หยาบกรานจากศึกบีบเค้นเอวบางย้ำ ๆ ทำเอาเรนเดลสั่นสะท้านจนแทบคลั่ง
“อ๊า~ อือ เร็วเข้า ใส่มันเข้ามาเร็วเข้า” ชายหนุ่มจ้องลำ์ของพยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนเหนือที่มันกำลังผง่าชูชันเต็มกำลังด้วยแววตาหยาดเยิ้ม เขาแหกขาของตัวเองออกกว้าง สองมือนั้นแหวกก้อนก้นนุ่มออกจากกันอย่างยั่วนวน เผยให้เห็นรอยจีบสีชมพูสดที่กำลังขมิบถี่รัวราวกับ้าสิ่งเติมเต็ม ช่องทางสีหวานนั้นเต็มไปด้วยน้ำหวานจากการกามารมณ์ที่ร่างกายหลั่งออกมาเคลือบจนแวววาว แลดูน่าลิ้มลองเป็อย่างยิ่ง
ร่างสูงจ่อหัวปลายบานของลำแท่งเข้ากับช่องทาง
“อ๊ะ!” ร่างของเรนเดลกระตุกเฮือก เขาจิกเนื้อของตัวเองแน่น เสียวท้องไปหมดยามสิ่งดุดันนั้นกำลังเสือกสนตัวของมันเองเข้ามาเพื่อย่ำยีช่องทางคับแคบของเขา อ๊า...ชอบจัง เอาอีก
“กระแทกแรงอีก เอาแรงอีก อือ..”
ร่างหนาไม่ตอบอะไร เขาจับเอวบางแน่นขนัดก่อนจะเกร็งสะโพกตอกจุดกระสันของคนใต้ร่างจนอีกฝ่ายตาลอยแทบจนถึงฝั่งฝัน
ความเสียวซ่านจากช่องท้องตีขึ้นจนเขาแทบจะสำลักความสุข องค์ชายลำดับที่สองลำตัวเกร็งสั่นระริก ปลายแท่งมนมีน้ำรักพุ่งออกมาเพื่อบ่งบอกว่าเขาพอใจเพียงใด พร้อม ๆ กับที่คมมีดของกิโยตินตกลงมาพาดผ่านลำคอของเขาพอดิบพอดี
“เฮือก!!!”
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นรู้สึกตัว เขาทาบมือลงบนหน้าอกของตัวเอง มันกำลังเต้นเป็จังหวะที่เร็วและแรงมาก เรนเดลสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ จนหน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างชัดเจนตามลมหายใจ
นิ้วเรียวของผู้เป็บุตรแห่งพระอาทิตย์ลูบไปบนลำคอของตัวเองช้า ๆ ยามปลายนิ้วััลำคอ เขารู้สึกร้อนผ่าวราวกำลังแตะสิ่งต้องห้าม
แต่นอกเหนือจากอะไรทั้งหมดนั้น ชายหนุ่มในวัยตกมันอย่างเขารู้ตัวเป็อย่างดีว่าบางสิ่งบางอย่างในร่มผ้าของเขา มันกำลังแข็งขืนอยู่ภายใต้กางเกงผ้าเนื้อดีนั้น
บัดซบ!
เขาเพิ่งจะถูกคนบ้าจูบมาก็จริง แต่ก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจิตใต้สำนึกของเขามันจะเอาไปสานต่อในรูปแบบที่ไม่อาจเรียกได้ว่าฝันดี แต่ร่างกายเขาดันมีอารมณ์ไปกับฝันที่น่ากลัวแบบนั้นเนี่ยนะ...คอขาดแบบนั้นเนี่ยนะ
พระเ้า...นี่มันช่างเกินไปจริง ๆ และอีกอย่างทำไมเขาดู...ดู้าอีกฝ่ายขนาดนั้นกัน ให้ตายเขาก็ไม่คิดจะทำท่าทางน่าอายแบบนั้นออกมาแน่
เรนเดลหันเพ่งมองนาฬิกาเรือนน้อยที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง ท่ามกลางความมืดสลัว ๆ ดวงตาของเขาที่ชินกับความมืดก็มองเห็นเข็มนาฬิกาที่ชี้บอกเวลาว่า ณ ตอนนี้เป็เวลาตีสี่ของเช้าวันใหม่ เหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะได้ใช้ชีวิต
“หึ คงต้องจัดการกับเ้านี่ก่อนสินะ”
มือเรียวเลื่อนลงต่ำ สอดเข้าไปในกางเกงผ้าลื่นของตน เขาค่อย ๆ ััองค์ชายสององค์น้อย ก่อนจะรูดรั้งมันเบา ๆ พลางหลับตาพริ้ม
“ซี้ด อ๊า...” มือเรียวของเขานั้นมีความสากเล็กน้อยจากการฝึกฟันดาบ ยามสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบจากการตราตรำนั้นรูดรั้งบนผิวลื่นของลำแท่ง มันยิ่งทำให้รู้สึกเสียวซ่าน เป็รสััที่ยากจะลืมเลือน ขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับการพยายามรีดน้ำคาวของตัวเองออก ภาพในฝันก็หวนซ้อนขึ้นมาในมโนความคิด
เขาหอบหายใจหนัก ช่องท้องรู้สึกวาบหวิวราวกับมีผีเสื้อนับพันกำลังกระพือปีกอยู่ในนั้น สะโพกของเขาหดเกร็งและลอยขึ้นเหนือฟูกนุ่ม
“อ๊า...” เขาครางออกมายาวเบา พร้อมกับใบหน้าที่แจ่มชัดของดยุกแห่งแดนเหนือที่ลอยเข้ามา สายธารอุ่นแห่งเชื้อพันธุ์หน่อกษัตริย์ทะลักออกมาจนเหนอะไปทั้งกางเกง
เรนเดลทิ้งตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อน อกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงก่อนจะค่อย ๆ กลับมาเป็จังหวะปกติเมื่อแรงแห่งความปรารถนามอดดับ
“เฮ้อ...” เขาถอนหายใจยาว มือข้างที่ยังสะอาดถูกยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรง ๆ สองที ก่อนที่ดวงตาสีน้ำทะเลจะมองลอดผ่านซอกนิ้วของตัวเอง มองมืออีกข้างที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวหนืด
นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน ทั้งการที่ตัวเองตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งการที่จู่ ๆ ก็มีตัวละครตัวใหม่ที่ในชาติก่อนโผล่เข้ามาในชีวิต ทั้ง ๆ ที่เขาและคนคนนั้นแทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อน มิตรสหาย ศัตรู คนรู้จัก หรือแม้แต่คนรัก ไม่สิต้องบอกว่านอกจากกิตติศัพท์ของกันและกันแล้ว เขาทั้งคู่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนด้วยซ้ำไป ครั้งแรกที่เขาเจอหน้าดยุกแห่งแดนเหนือนั้นคือตอนที่เขาถูกลากขึ้นลานปะา ครั้งนั้นเป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
เขาในฐานะองค์ชายของจักรวรรดิไม่เคยเจอหน้าของผู้ปกครองแห่งแดนเหนือนั้นเป็เื่จริง เพราะอีกฝ่ายหลังจากงานฉลองครบยี่สิบปีของเขาก็ไม่เคยโผล่หน้ามาเมืองหลวงอีก แม้กระทั่งตอนที่องค์จักรพรรดิทรงพระประชวนและเสด็จตก็มีเพียงน้องชายของฝ่ายนั้นที่มีอายุสิบห้าปีมาร่วมงานในฐานะตัวแทนของดยุกแห่งแดนเหนือ เพราะอีกฝ่ายติดพันกับการรุกรานของสัตว์อสูร หรือแม้แต่ตอนที่เขากำลังช่วยน้องชายปูทางไปสู่บัลลังก์ ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ แดนเหนือทั้งอาณาจักรกลับวางตัวเป็กลางไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่มีตระกูลขุนนางจากแดนหนาวเหน็บะโเข้ามาร่วมวงแย่งชิงเปื้อนเืนี้เลยสักคน ราวกับว่าพวกเขาคิดว่าเื่เหล่านี้เป็เื่ไร้สาระเกินว่าที่อาณราจักรกราเซียต้องใส่ใจ
เรนเดลกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นั่นสินะ กราเซียน่ะคิดถูกแล้ว เขาต่างหากที่คิดน้อยไปหน่อย สุดท้ายแม้แต่ชีวิตน้อย ๆ ของตัวเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว น่าสมเพชอะไรเช่นนี้ แค่นิสัยสันดานของคนผู้หนึ่งเขาก็มองแก่นแท้ใจจริงของผู้นั้นไม่ออก แต่ก็ยังทะนงตนคิดกล้าฝักใฝ่ถึงชีวิตที่เรียบง่าย ตอนนั้นเขาคิดเื่พวกนี้ไปได้อย่างไรกัน กี่ชีวิตที่เขาปลิดทิ้งไป กี่ชีวิตกัน...
ปวดหัวเหลือเกิน
เรนเดลหันหน้ามองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ม่านที่ปิดอยู่ยังคงนิ่งสงบอย่างเคย
ทำไมชีวิตถึงได้ใช้ยากเย็นเช่นนี้กัน ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงใหญ่ ตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดคราบคาว ตราบใดที่เขายังได้หายใจ เขาจะไม่มีวันเลือกทางที่ทำให้ตัวเองต้องเ็ป ทางรอดของเขาคือต้องมีขาเก้าอี้ที่แข็งแรง และเกาะมันให้แน่นที่สุด และเขาเลือกแล้วขาเก้าอี้ที่ว่านี้ คือเซริก ฟอน ไอเซนเบิร์ก พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนเหนือ อีนิกม่าเพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏขึ้นในรอบร้อยกว่าปีของจักรวรรดิผู้นี้เท่านั้น
ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยแววตาแน่วแน่ ขอพระเ้าอวยพรให้คนบาปกลับใจคนนี้ด้วยเถิด...