" น้องชาย ใยเ้ามิเข้าไปสำรวจ " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยออกมา เมื่อเขามาถึงยังปากทางอีกฝั่ง
" พวกเ้าก็เข้าไปสิ " หานลี่ที่นั่งขัดสมาธิยังพื้นเอ่ยออกมา
" น่ากลัวขนาดนั้นผู้ใดจะกล้าเข้าไป " หานลี่เอ่ยออกมา
" จริงอยู่มันน่ากลัว แต่เราเป็ผู้ฝึกยุทธ เราต้องมีความกล้า " ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ย
" เฮอะ " หานลี่แค่นเสียง
" ความกล้า " หานลี่ร้องออกมาทั้งใบหน้ายังบิดเบี้ยว
" ความกล้าประเภทนี้ข้ามิเอาด้วย ข้าเข้าไปข้าตาย พวกมันเล่าเพียงยืนรอฟังข่าว " หานลี่เอ่ย
" ฮื่อห์ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" แต่เ้าก็รับค่าแรงแล้วมิใช่รึ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" ค่าแรง ค่าแรงอันใด ข้าถูกไล่เข้ามาต่างหาก " หานลี่เอ่ยออกมา พลางหยัดกายลุกยืน
" หากข้าจะเข้าไป ข้าต้องได้สิ่งที่ข้า้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" เ้าจะทำเช่นนี้มิได้ หากผู้าุโท้งแห่งตระกูลท้งหมายหัวเ้า เ้าจะมิมีที่ยืนในเมืองหลวงแคว้นฟู่ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" ข้ามิเชื่อว่าข้าจะมิมีที่ยืนในเมืองหลวงแคว้นฟู่ " หานลี่เอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
" ขอเพียงข้าแข็งแกร่ง ข้าก็สามารถยืนได้อย่างมั่นคงในแคว้นฟู่ " หานลี่เอ่ยออกมา
" พวกเ้ามัวแต่พูดคุยกันอยู่ได้ เหตุใดจึงมิรีบเข้าไปสำรวจวิหารอีก " เสียงชราดังขึ้นที่หยกถ่ายทอดเสียง
" หึ " หานลี่แค่นเสียง
" ไป " เหล่าจอมยุทธที่เพิ่งมาถึงต่างทะยานร่างเข้าหาวิหารสีดำอย่างรวดเร็ว
สองตาของหานลี่มองจ้องยังแผ่นหลังของเหล่ายอดยุทธ ที่เวลานี้อยู่เบื้องหน้าวิหารสีดำ
หานลี่ััได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกประหลาด เมื่อเท้าของเหล่ายอดยุทธััพื้น
" ถอยออกมาก่อน " หานลี่ร้องะโออกไป
เสียงของหานลี่ดังขึ้นที่หยกถ่ายทอดเสียงในมือชายชรา
" หมายความว่าเช่นใด ถอยออกมาก่อน " ชายชราท้งพึมพำ
" เร็วเข้า ข้าบอกให้ถอยออกมา " หานลี่ร้องะโออกสุดเสียง
เหล่ายอดยุทธเ่าั้เพียงหันมามอง แต่ก็มิได้สนใจในเสียงร้องของชายหนุ่ม
" ข้าควรทำเช่นใด " หานลี่พึมพำ
เขารู้สึกว่ากลิ่นอายประหลาดนี้ แข็งกร้าวเป็อย่างยิ่ง ทั้งยังเหี้ยมโหด
" เปิด " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยออกมา พลางใช้เท้าถีบไปยังประตูบานใหญ่
" ตึง " ประตูบานใหญ่ถูกแรงถีบอันหนักหน่วง พลันเลื่อนถอยเข้าไปภายในตัววิหาร
" วิ้ว " เสียงลมกรีดกรายผ่านมวลอากาศ ทั้งความหนาวเย็นมากมายพุ่งทะยานออก
" กรี๊ด " เสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังระงมทั่ว
" กร้อบ " ชายชราท้งกำหมัดทั้งสองข้างแน่น เมื่อฟังเสียงที่ถูกถ่ายทอดมา
" เหตุใดมันจึงหนาวเย็นขนาดนี้ " เสียงของหานลี่ดังขั้น
" ทั้งกลิ่นนี่อีก ช่างเหม็นชวนอาเจียนยิ่งนัก "
" คล้ายกับว่าได้ยินเสียงิญญากรีดร้อง "
หมู่ชนที่เงี่ยหูฟังต่างใจเต้นมิเป็จังหวะ เหงื่อกาฬของพวกเข้าไหลหลั่งอาบราดรดทั่วร่างจนเปียกชุ่ม
" ในตำราบอกว่า " เสียงของหานลี่พลันเงียบหาย
นั่นยิ่งเป็เหมือนการส่งสัญญาณเตือน ให้กับเหล่ายอดยุทธทั้งหลายได้รับรู้
" เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ " ชายชราท้งพึมพำ
" เคร้ง เคร้ง เคร้ง " เสียงราวกับเหล็กแข็งกล้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียน
" อ้าก " เสียงร่ำร้องะโอย่างเ็ปดังขึ้น เสียดแทงในใจของเหล่ายอดยุทธที่ตั้งใจฟัง
" ตาย ตายกันหมดแล้ว " หานลี่ร้องะโออกสุดเสียง
" ตาย หมายความว่าเช่นใด " ชายชราท้งร้องออกมา
" เวรเอ๊ย " หานลี่สบถออกมา พร้อมกันผินกายโกยแน่บอย่างมิคิดชีวิต
เหล่ายอดยุทธที่ยืนอออยู่ในโพรงถ้ำ ต่างตั้งสมาธิรอรับฟังเสียง
" มันเกิดสิ่งใดขึ้น ผ่านมาสองเค่อแล้ว ใยมิมีสัญญาณเสียงมา " ชายชราท้งพึมพำ
" เคร้ง เคร้ง เคร้ง " เสียงคล้ายกับเหล็กแข็งกล้ากระทบกันดังขึ้นที่ช่องทางเดิน
เหล่ายอดยุทธต่างมองยังปากทาง สีหน้าแลแววตาของพวกเขานั้น หวาดวิตกเป็อย่างยิ่ง
" บางสิ่งกำลังมา " ชายชราท้งพึมพำ
" ผู้ที่แข็งแกร่ง อยู่ด้านหน้า " ชายชราท้งเร่งเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว
" ขอรับ " เหล่ายอดยุทธต่างพยักหน้า แลเร่งเข้าประจำตำแหน่ง
" มันคือทหารผีหยิน " หานลี่พึมพำ
่นาทีวิกฤต หานลี่ตัดสินใจโยนหยกถ่ายทอดสัญญาณเสียงไปเบื้องหน้า แลทะยานร่างเข้าหลบยังซอกหลืบของทางเดิน
เขาต้องกลั้นหายใจ ทั้งปิดผนึกตนเอง หลบอยู่ในความมืดมิดกับช่องที่คับแคบ กว่าที่กองทหารผีหยินนับร้อยจะเดินผ่านไปจนหมด
" ฟู่ว " หานลี่เป่าปากออกมาอย่างแรง พลางออกจากซอกหลืบ
" ไป " หานลี่เร่งทะยานไปยังวิหารสีดำอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าวิหาร ที่มีแต่ร่างที่ไร้ิญญาของยอดยุทธกลุ่มนั้น
" ข้าเตือนพวกเ้าแล้ว " หานลี่พึมพำ
หานลี่เร่งสำรวจร่างของพวกเขา แลเดินเข้าไปในวิหารสีดำ
มือหนึ่งกำขวานผ่าฟืนไว้แน่น สองตากวาดมองทั่วอย่างระแวดระวัง สองเท้าก้าวเดินอย่างเชื่องช้า
โถงกลางของวิหารกว้างพอประมาณ สูงหลายจ้าง มีการตกแต่งอย่างเรียบง่ายเน้นที่การใช้งาน
หานลี่เดินมาถึงยังด้านในของวิหาร ร่างของชายหนุ่มพลันแข็งทื่อ สองตามองจ้องยังโลงศพโปร่งใส
ข้างในโลงศพโปร่งใสปรากฎมีโครงกระดูกสวมชุดเกราะสีทองนอนอยู่ในนั้น
สองมือกระดูกวางอยู่กลางอก สองมือกระดูกกอบกุมด้ามกระบี่ไว้ ส่วนปลายกระบี่ชี้ลงยังปลายเท้า
หานลี่เดินเข้าหาโลงศพโปร่งใสอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่วทั้งโลงศพ
เขาพบว่าเกราะที่โครงกระดูกสวมใส่อยู่นั้นมีร่องของการต่อสู้อยู่เต็มทั่ว มิว่าจะเป็รอยกระบี่ ดาบ รอยบุบยุบตัวของเกราะสีทอง ทั้งยังปรากฎคราบโลหิตแห้งเกรอะกรังติดอยู่
ที่นิ้วกระดูกนั้นสวมใส่แหวนสีสรรแปลกตาอยู่สามวง ไร้สิ้นซึ่งประกายใดๆ
รอบร่างกระดูกนั้นปรากฎมีสมบัติล้ำค่ามากมาย วางเรียงรายข้างร่างกระดูก แลสมบัติล้ำค่าเ่าั้ไร้สิ้นซึ่งพลังแล้ว
" น่าจะนานมิรู้กี่ปี สมบัติเหล่านี้จึงสิ้นสภาพ " หานลี่พึมพำ
พลันปรากฎเสียงะเิดังขึ้นตูมตามล่องลอยเข้ามาในวิหาร ร่างของชายหนุ่มพลันสะดุ้ง
" สู้กันแล้ว " หานลี่พึมพำ
หานลี่ครุ่นคิดถึงกองทหารผีหยินที่แข็งแกร่งนับร้อยตน ที่ทั้งแข็งแกร่งแลทรงพลัง
ผีหยินแต่ละตนนั้นต่างมีดวงตาสีชาด ทั่วร่างแผดไอเย็นอันหนาวเหน็บ พลังกายอันกล้าแกร่ง
พวกมันไร้ซึ่งปราณพลัง แต่กลับสามารถสังหารยอดยุทธกลุ่มแรกได้ ทั้งที่ยอดยุทธกลุ่มนั้นก็มิได้อ่อนด้อย
" หวังว่าจะถ่วงเวลาได้มากหน่อย " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มพยายามอย่างมากที่จะเปิดฝาโลงศพ แต่มิว่าจะทำเช่นใดก็มิสามารถเปิดได้ จึงได้แต่ถอนตัวออกมา
ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายไปยังประตูหลายบานที่อยู่้าของโลงศพ
หานลี่เร่งทำการเปิดประตูหินสุดแกร่ง สาระพัดวิธีที่ใช้ออกล้วนแล้วมิเป็ผล
" เฮ้อ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง สองตามองยังประตูแลโลงศพอย่างสิ้นหวัง
" เสียเวลาเปล่า " หานลี่พึมพำ
" เสียงต่อสู้ข้างนอกก็เงียบลงแล้ว " หานลี่พึมพำ
" ไป " หานลี่ส่ายหน้าอย่าอย่างสุดแสนเสียดาย เข้าเร่งออกจากโถงวิหารแลมิลืมที่จะเก็บศพของยอดยุทธเ่าั้ไปด้วย
หานลี่ทะยานร่างไปยังช่องทางเดินสุดท้าย ที่ตรงข้ามกับทางที่เขาเข้ามา แลเร่งทะยานร่างฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งเค่อ
ชายชราท้งปรากฎกายอยู่ที่ปากทางเดิน สองตาของเขากวาดมองทั่ว
" ไป " ชายชราท้งทะยานร่างเข้าไปในวิหารอย่างรวดเร็ว
" แม่เ้า " ชายชราท้งร้องออกมาในทันใดเมื่อพบกับโลงศพโปร่งใส
" นี่เป็สุสานของแม่ทัพสมัยโบราณ " ชายชราท้งพึมพำ
ร่างชราเดินเข้าหาโลงศพโปร่งแสง พลางกวาดตามองสำรวจทั่ว
" ยังมิมีผู้ใดเปิดมัน " เขายกยิ้มออกมาในทันใด