ตอนที่ 45 ไอ้แดงประลองกับพ่อเดช
อีกสามวันผ่านไป.......
หลังจากที่ชาวบ้านและกลุ่มต่อต้านย้ายเขามาในหมู่บ้านท่าเสด็จแล้ว เวลาสามวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสามวันที่ผ่านไปนั้นมีบ้านเรือนหลายหลังที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ รวมถึงกำแพงไม้สูงกว่าสามเมตรตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมา และนอกจากกำแพงแล้วยังมีหอคอยอีกสองหอที่มีความสูงกว่าห้าเมตรถูกสร้างขึ้นที่ข้างๆ กับประตูทางเข้าด้วย........
นอกจากเรื่องการก่อสร้างแล้ว ก็ยังเรื่องการฝึกซ้อมกำลังทหารด้วย โดยผู้ที่เป็นคนคนสอนการต่อสู้ทางการทหารนั้นก็คือพ่อเดช เพราะพ่อเดชนั้นเป็นนักรบชั้นนายพันแถมยังเรียกพิชัยยุทธ์ทางการทหารมาไม่น้อย ดังนั้นหมื่นเรืองจึงมอบหน้าที่นี้ให้กับพ่อเดชเพื่อเป็นผู้ฝึกสอนให้กับชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้าน และแน่นอนว่าเมื่อกลุ่มชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าถิ่นจะต้องมาถูกคนอื่นสอน พวกเขาย่อมไม่ยอมและเกิดเรื่องขัดแย้งขึ้นมา.......
ไอ้แดงและไอ้บุญสองสหายผู้ที่คิดว่าตนนั้นแข็งแกร่งแล้วได้ท้าสู้กับพ่อเดชเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนนั้นเก่งและไม่ต้องได้รับการฝึกใดๆ ซึ่งในตอนแรกพ่อเดชไม่อยากยอมรับเพราะเขากลัวว่าจะทำร้ายทั้งสองคน แต่เพราะผู้ใหญ่สุขบอกให้เขาสั่งสอนสองคนนี้ได้ตามสบาย พ่อเดชจึงได้ตอบตกลงและนัดประลองกันในวันนี้ที่ลานฝึกซ้อนที่สร้างขึ้นใหม่ใกล้ๆ กับวัดท่าเสด็จ......
ณ ลานฝึกซ้อมใกล้ๆ กับวัดท่านเสด็จ.......
“ไอ้แดง! ไอ้บุญ! ข้าว่าพวกเอ็งเลิกคิดที่จะประลองกับพ่อเดชเถอะ เพราะข้าได้ยินมาว่าพ่อเดชนั้นเป็นทหารชั้นยอดคนหนึ่งด้วย แถมพลังของเขาก็มิใช่ย่อยด้วยนะ!” ไอ้ยอดเดินเข้าไปหาไอ้แดงและไอ้บุญที่ทำท่าหักข้อไม้ข้อมืออยู่ข้างๆ กับลานฝึก จากนั้นก็ได้พูดเตือนให้ทั้งสองคนเลิกคิดที่จะท้าประลองในครั้งนี้ เพราะเขาได้ยินมาว่าพ่อเดชนั้นแข็งแกร่งพอๆ กับผู้ใหญ่บ้าน......
“เอ็งนี่ยังไงวะไอ้ยอด! เอ็งเป็นพวกเราหรือเป็นพวกมันวะ? เอ็งก็รู้ว่าพวกเรานั้นเป็นเจ้าถิ่นของที่นี่แล้วมันเป็นผู้ใด? ถ้าอยากที่จะมาสอนข้ามันก็จักต้องแสดงฝีมือให้ข้าผู้นี้ยอมรับก่อนโว้ย!” ไอ้แดงรีบพูดตอบไอ้ยอดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจทันที ซึ่งมันเองก็เคยได้ยินเรื่องความสามารถของพ่อเดชมาบ้าง แต่มันก็ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ ในเมื่อมันเอ่ยปากออกไปแล้วมันก็ต้องสู้.....
“ใช่! ครานี้ข้าเห็นด้วยกับไอ้แดงมัน ถึงพวกข้าจะสู้กับมันไม่ได้ แต่ข้าก็จะไม่ยอมแพ้ก่อนที่จักได้สู้ดอกโว้ย!” ไอ้บุญเองก็คิดเช่นเดียวกันกับไอ้แดงเหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้หัวร้อนเหมือนกันไอ้แดงก็ตาม แต่มันก็จะไม่ยอมแพ้เมื่อได้ลั่นวาจาไปแล้ว......
“ถ้าเยี่ยงนั้นก็ขอให้พวกเอ็งโชคดีก็แล้วกัน!” ไอ้ยอดได้แต่ส่ายหัวกับความหัวรั้นของทั้งสองคน ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังเขาก็จะไม่เตือนอีกและปล่อยให้ทั้งสองคนเจอดีบ้าง......
ในตอนนี้ผู้ชายในหมู่บ้านทั้งหมดที่สามารถฝึกการต่อสู้และนักสู้จากค่ายต่อต้านที่อพยพมาที่นี่ได้มารวมกันที่ลานฝึกทั้งหมดแล้ว รวมถึงพ่อเดชที่มาพร้อมกับคนของเขา......
“สรุปแล้วพวกเอ็งจะยังประลองกับข้าอยู่ไหม?” พ่อเดชได้ตะโกนออกมาเมื่อมองไปที่ไอ้แดงและไอ้บุญที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มที่มุมปากของเขา......
“แน่สิ! พวกข้าสองคนมิใช่พวกขี้ขลาดดอกนะ ในเมื่อพวกข้าเอ่ยวาจาไปแล้วก็ต้องทำตามที่ได้พูดออกไป มิเช่นนั้นคนคงได้หาว่าพวกข้านั้นดีแต่ปากพอดี!” ไอ้แดงเป็นคนพูดตอบพ่อเดช ซึ่งมันดูไม่ค่อยมั่นใจเลยในตอนนี้ เพราะบรรยากาศที่พ่อเดชปล่อยออกมาในตอนนี้มันต่างกับก่อนหน้านี้คนละเรื่องเลย ก่อนหน้ามันยังสัมผัสอะไรได้ไม่มาก แต่ในตอนนี้มันรู้ได้เลยว่าพ่อเดชนั้นมีพลังสูงกว่าตัวมัน รวมถึงผ่านประสบการณ์ต่อสู้มาไม่น้อยด้วย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังตอบตกลง.......
“ขะ.....ขะ.....ข้าเองก็ด้วย!” ซึ่งไอ้บุญเองก็รู้สึกได้เช่นกัน ในตอนนี้ที่ด้านหลังของมันมีเหงื่อไหลออกมาเต็มไปหมดจนคนอื่นสังเกตเห็นได้ เพราะมันไม่ได้ใส่เสื้อนอกจากกางเกง......
“งั้นก็ดี! ข้าละชอบนักไอ้พวกเลือดร้อนแบบนี้ แต่พวกเอ็งมิต้องเป็นห่วงนะ เพราะข้าจะเบามือให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้พวกเอ็งต้องอับอายขายหน้าดอก! ว่าแต่ใครจะเข้ามาก่อนดีละ? หรือว่าพวกเอ็งจะเข้ามาพร้อมๆ กันเลยดี?” พ่อเดชยังคงยิ้มอยู่ในขณะที่พูดตอบกลับไอ้แดงและไอ้บุญ ซึ่งในตอนแรกเขารู้สึกไม่พอใจกับสองคนนี้ที่ไม่รู้จักประเมินตัวเอง แต่เมื่อเขาเห็นว่าทั้งสองคนไม่ได้คิดที่จะยอมแพ้และยังเลือกที่จะสู้ต่อ เขาจึงรู้สึกชื่นชมแทน แต่เพื่อที่จะสั่งสอนทั้งสองคนตามคำขอของผู้ใหญ่สุข พ่อเดชจึงต้องพูดยั่วยุและทำให้ทั้งสองคนโกรธแล้วเข้ามาสู้กับเขา.......
ชิ!
“อย่าได้ใจนักเลย! พวกข้าสองคนจะไม่เข้าไปรุมเหมือนหมาดอก ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะข้าก็จะสู้มันด้วยตัวข้าเอง เตรียมรับมือ!” ไอ้แดงเป็นคนแรกที่ก้าวเดินออกไปเพื่อสู้ ถึงแม้ว่ามันจะดูขี้เล่นและกวนประสานไปบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาต้องสู้แล้ว สีหน้าของมันก็ดูจริงจังเป็นอย่างมาก และเมื่อมันพูดจบแล้วมันก็พุ่งเข้าใส่พ่อเดชที่อยู่อีกฝั่งในทันที......
[หมัดสามยอด]
ฟุ่บ! ฟุบ! ฟุบ
ทันทีที่ไอ้แดงพุ่งตัวเข้าไปใกล้จะถึงตัวพ่อเดชนั้น มันก็ได้ใช้วิชาท่าหมัดสามยอดที่เป็นวิชาหมัดระดับทั่วไปขั้นต้นออกมา ซึ่งหมัดสามยอดนี้คือการต่อยออกไปสามครั้งติดต่อที่จุดเดิมๆ เมื่อหมัดทั้งสามเข้าเป้าได้ครบทั้งหมด ศัตรูจะได้รับบาดเจ็บอย่างมากถึงขั้นที่ทำลายกระดูกได้เลย แต่ถ้าศัตรูมีความแข็งแกร่งของร่างกายมากเกินไปก็อาจจะไม่ได้ผลมากนัก.......
“เป็นวิชาหมัดที่ดี แต่น่าเสียดายที่เอ็งยังช้าเกินไปแถมยังโจมตีแบบตรงๆ อย่างนั้น!” พ่อเดชรู้สึกชื่นชมวิชาหมัดที่ไอ้แดงใช้ เพราะมันเป็นท่าหมัดที่ดีเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นวิชาระดับทั่วไปขั้นต้น แต่มันก็ดีกว่าทักษะหมัดต่อสู้ทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่วิชาการต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นพ่อเดชก็ไม่ได้กังวลกับวิชาที่ไอ้แดงใช้ออกมาเลยสักนิดเดียว เพราะตัวเขาผ่านการต่อสู้มามาก ถึงแม้จะไม่เคยเห็นวิชาหมัดนี้ แต่เขาก็มั่นใจว่าสามารถที่จะกลับหมัดชุดทั้งสามนี้ได้......
หวืด! หวืด! หวืด!
ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่พ่อเดชคิดเอาไว้ เพราะเขาสามารถหลบมันชุดทั้งสามของไอ้แดงได้อย่างง่ายดายเลย เขาเพียงแต่เอี้ยวตัวลบซ้ายทีขวาทีตามจังหวะของหมัดก็สามารถหลบได้ครบทั้งสามหมัดแล้ว ซึ่งในระหว่างที่เขาหลบนั้นเขาก็มองเห็นว่าไอ้แดงมีช่องโหว่เยอะมาก แต่เขาก็ไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการสวนกลับไปแต่อย่างใด......
ปะ.....ปะ....เป็นไปได้ไงวะ?
ในตอนนี้ไอ้แดงทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะถึงมันจะมั่นใจมาก แต่เมื่อเห็นว่าพ่อเดชสามารถหลบหมัดชุดทั้งสามของมันได้อย่างง่ายดายก็ทำให้ความมั่นใจของมันลดหายไปเยอะเลย.......
“มีแค่นี้? ถ้าเอ็งมีแค่นี้ข้าคงผิดหวังมากเลยไอ้แดง แต่ถ้ายังมีอีกก็ใส่มาให้หมดเลย” พ่อเดชยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาเพื่อกวักเรียกไอ้แดงให้เข้ามาโจมตีอีก เพราะเขาเชื่อว่าไอ้แดงไม่ได้มีความสามารถเท่านี้แน่......
ได้!
“ถ้าต้องการข้าก็จะจัดให้งามๆ เลย ลองรับวิชามวยนี้ดูเป็นอย่างไร!”
[วิชามวยสี่บัญญัติของหลวงตาเสาร์ กระบวนท่าที่หนึ่ง หมัดสะกดศัตรู]
ฟุ่บ!
การออกหมัดของไอ้แดงครั้งนี้เร็วและรุนแรงกว่าครั้งก่อนเป็นเท่าตัวเลย ไม่เพียงแค่มันจะรุนแรงและเร็วขึ้นเท่านั้น หมัดนี้ยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังสะกดข่มอีกด้วย......
หือ?
“ไม่เลวเลยนี่หว่า! แบบนี้สิวะค่อยสมกับราคาคุยหน่อย!” พ่อเดชพยักหน้าอย่างพอใจและรู้สึกชื่นชมไอ้แดงมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นวิชามวยที่ไอ้แดงใช้ เพราะมันสามารถทำให้เขารู้สึกถึงพลังและแรงสะกดข่มได้จากหมัดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคิดว่าสามารถหลบหมัดนี้ได้อยู่ดี........
หวืดดดดดด!!
ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่พ่อเดชคิดเอาไว้ไม่มีผิด เพราะในตอนที่หมัดเกือบจะถึงตัวของเขานั้น เขาจึงเอี้ยวตัวหลบอย่างง่ายดายเหมือนกับครั้งก่อนหน้านี้ แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง.....
หือ?
[วิชามวยสี่บัญญัติของหลวงตาเสาร์ กระบวนท่าที่สอง ศอกสกัดกั้น]
ท่าทางของไอ้แดงก็ได้เปลี่ยนไป จู่ๆ มันก็ลดหมัดลงและยกข้อศอกขึ้นมาพร้อมกับหมุนตัวไปกลับไปยังทิศทางที่พ่อเดชหลบไปเพื่อสับศอกของมันโจมตีใส่ ซึ่งกระบวนท่านี้มีไว้เพื่อปิดกั้นไม่ให้ศัตรูหลบไปได้ และหากว่าศัตรูไม่อาจหลบไปจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างหนักแน่เพราะแรงหลบบวกกับแรงหมุนตัวของผู้ที่ใช้กระบวนท่านี้.......
ปัง!!
พ่อเดชไม่อาจที่จะหลบศอกนี้ได้ทันแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องยกแขนขึ้นมาเพื่อป้องกันศอกเอาไว้ไม่เห็นโดนหัวของเขา และด้วยประสบการณ์ในการต่อสู้ของเขาที่มีมาก เขาจึงรู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การปะทะในครั้งนี้ส่งผลกับตัวเขาน้อยที่สุด และเมื่อปะทะกันแล้วเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก ก็แค่แขนของเขาแดงเล็กน้อยก่อนที่จะทรงตัวได้ แต่ทว่าก่อนที่เขาจะได้หายใจอย่างโล่งใจนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนที่อยู่ข้างล่าง......
ยังไม่จบ?
[วิชามวยสี่บัญญัติของหลวงตาเสาร์ กระบวนท่าที่สาม บาทากวาดลาน]
ปั๊ก! ตุบ!!
ซึ่งเป็นขาของไอ้แดงที่กำลังวาดกวาดอยู่ข้างล่างนั้นเพื่อที่จะทำให้พ่อเดชล้มลง ซึ่งการใช้ออกกระบวนท่าที่สามนี้เร็วมากจนพ่อเดชตั้งตัวไม่ทันเลยเพราะพึ่งได้สติกลับมาจากการโจมตีเมื่อครู่นี้โดยศอกของไอ้แดง ดังนั้นพ่อเดชจึงได้ถูกกระบวนท่านี้เข้าและล้มลงกับพื้นอย่างมึนงง......
ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ทำให้คนของพ่อเดชและคนที่ได้ชมการต่อสู้ถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กันเลย เพราะฝ่ายของพ่อเดชก็ไม่คิดว่าพ่อเดชจะพลาดท่าให้กับไอ้แดงที่มีพลังน้อยกว่าได้ ส่วนฝ่ายของหมู่บ้านท่าเสด็จเองก็ไม่คิดว่าไอ้แดงจะมีความสามารถมากขนาดนี้......
โอ้ว!
สุดยอด!
ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
[วิชามวยสี่บัญญัติของหลวงตาเสาร์ กระบวนท่าที่สี่ เข่าพิชิตชัย]
แต่การโจมตีของไอ้แดงยังไม่ได้หยุดแค่นั้น ไอ้แดงได้ใช้กระบวนท่าที่สี่และเป็นกระบวนท่าสุดท้ายของวิชามวยสี่บัญญัติต่อในทันทีเพื่อจบการต่อสู้ เพราะตราบใดที่พ่อเดชยังไม่กล่าวยอมแพ้หรือหมดสภาพ มันก็ยังถือว่าไม่ใช้ผู้ชนะ.......
หึ!
พรึบ!
ทว่าก่อนที่เข่าของไอ้แดงจะถึงหน้าของพ่อเดชที่กำลังนั่งมึนงงอยู่นั้น สีหน้าของพ่อเดชก็เปลี่ยนไปพร้อมกับคลื่นพลังที่อยู่รอบๆ ตัวของเขาที่ถูกปลดปล่อยออกมา จากนั้นไม่นานร่างของเขาก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับกระโดดออกมาเพื่อเพิ่มระยะห่างของเขากับไอ้แดง........
หือ?!
“เป็นวิชามวยที่เยี่ยมยอดยิ่งนัก ถ้าคนที่ใช้วิชามวยนี้เป็นท่านผู้ใหญ่สุขแล้วละก็ ข้าคนนี้คงได้แพ้ไปแล้วตั้งแต่กระบวนท่าที่สอง แต่ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอชมเอ็งเลยไอ้แดง ถ้าเอ็งฝึกเพิ่มอีกและแข็งแกร่งกว่านี้ ข้าเชื่อเลยว่าคงไม่มีใครในรุ่นเอาชนะเอ็งได้ แต่การละเล่นของเราคงต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้แล้ว ครานี้เป็นทีของข้าบ้างละนะ!”
ในตอนนี้พ่อเดชเปลี่ยนความคิดที่ไม่ค่อยดีต่อไอ้แดงแล้ว เพราะถึงไอ้แดงจะพูดมากไปบ้าง แต่ฝีมือก็ไม่ใช่ย่อยเลย เพราะหากว่าไอ้แดงมีระดับพลังเท่ากับเขา คนที่แพ้จะต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน เพราะวิชามวยสี่บัญญัตินั้นเป็นวิชามวยที่น่าทึ่งมาก ถึงจะไม่ใช่วิชาระดับสูงแต่อานุภาพก็ใช้ได้เลย แต่มันน่าเสียดายที่ไอ้แดงมีพลังน้อยกว่า เขาจึงสามารถหลบกระบวนท่าสุดท้ายได้ และเพื่อเป็นการไม่ทำให้ไอ้แดงอับอาย เขาจึงคิดที่จะใช้ความสามารถอย่างเต็มที่.......
ลองรับหมัดข้าของบ้างไอ้แดง!
[วิชาหมัดพุทธวิเชียร]
หึง! หึง! หึง!
เมื่อพ่อเดชพูดจบเขาก็ใช้ออกวิชาหมัดของเขาทันที ซึ่งหมัดพุทธวิเชียรนี้เป็นวิชาหมัดที่ถูกสอนโดยกองทัพ ทหารทุกคนล้วนได้ฝึกวิชาหมัดนี้ทั้งหมด แต่ถึงมันจะเป็นวิชาทั่วๆ ไปในกองทัพ แต่มันก็เป็นวิชาระดับทั่วๆ ไปขั้นกลางเลยทีเดียว.......