นายหัวจิรทิปต์ออกจากโรงพยาบาล กลับไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีปวริศาเป็นพยาบาลจำเป็น ที่คอยดูแลเขาอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เนื่องจากขาที่หักยังไม่ถอดเฝือกออก เวลาทำอะไรจึงค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงปวริศาที่เป็นพยาบาลเพียงเท่านั้น ก้านยาวก็ต้องมาช่วยด้วยอีกคน
“นายหัวๆ... ตำรวจมาขอสอบปากคำนายหัว!!!......”
“ไอ้ก้านยาว เข้ามาหันเคาะประตูแล้วก็พูดเบาๆ เป็นไหมวะ เดี๋ยวลูกฉันตกใจ!!!!!!......”
ก้านยาวเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับส่งเสียงร้องบอกนายหัวจิรทิปต์ไปด้วย ทำให้นายหัวหนุ่มที่กำลังนอนหนุนตักนุ่ม ซุกซบใบหน้าที่หน้าท้องนูนๆ ต้องหันไปมองก้านยาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ ติดรำคาญ ที่ถูกก้านยาวเข้ามากวนในเวลานี้
“เอ้า!!... ก็ประตูมันเปิดอยู่ แล้วอีกอย่างไอ้ก้านยาวก็พูดเสียงดังอย่างนี้ปกติอยู่แล้ว นายหัวจะมาว่าอะไรไอ้ก้านยาวตอนนี้เล่าคร้าบบ!!!!!!......”
ก้านยาวเลิกคิ้ว ก็เห็นแหละว่านายหัวจิรทิปต์กำลังอ้อนเมียอ้อนลูก ก้านยาวแค่อยากจะแกล้งนายหัวหนุ่ม จึงได้ร้องตะโกนเสียงดังกว่าปกติ แต่ก็ทำทีว่าที่พูดเสียงโทนนี้เป็นเรื่องปกติของตนเอง เพราะรู้ว่านายหัวหนุ่มลุกขึ้นมาเตะไม่ทันนั้นยังไงล่ะ จึงขอแกล้งหยอกล้อบ้างอะไรบ้าง ขำๆ กันไป
“ไอ้นี่ กวนตีนแล้วไหมล่ะ เดี๋ยวเถอะ!!!!!!”
นายหัวจิรทิปต์ตะคอกใส่ก้านยาว แต่ก้านยาวมีหรือจะกลัวเกรง ตอนนี้นายหัวหนุ่มยังเดินไม่สะดวกเลย แล้วจะมาไล่เตะได้ยังไงกัน ก้านยาวจึงทำหน้าทะเล้นอย่างไม่เกรงกลัวนายหัวหนุ่มแต่อย่างใดเลย
“อย่ามัวพูดกันอยู่เลย ไปเจอตำรวจเถอะ อย่าให้เขารอนาน”
ปวริศาพูดพลาง ก็ดันให้นายหัวจิรทิปต์ลุกขึ้นนั่งไปพลาง พอนายหัวหนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้ว เธอจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับช่วยประคองร่างแกร่งให้ลุกขึ้นด้วย โดยที่ก้านยาวก็หยิบไม้เท้าค้ำยันมาส่งให้นายหัวหนุ่ม เขาก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องนี้ ไปที่ห้องรับแขก ที่มีตำรวจรอสอบปากคำอยู่ที่นั่น
“สวัสดีครับคุณตำรวจ”
“สวัสดีครับนายหัวทิป สวัสดีครับคุณน้ำค้าง ผมมาสอบปากคำนายหัวเพิ่มเติม และแจ้งความคืบหน้าให้ทราบด้วยครับ”
นายหัวจิรทิปต์ส่งเสียงทักทายตำรวจสองนาย ตำรวจที่มีตำแหน่งสารวัตรกล่าวทักทายนายหัวจิรทิปต์ และปวริศา พร้อมกับแจ้งให้ทราบถึงจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ ขณะที่พูดก็พากันนั่งลงที่โซฟารับแขก
“ตอนนี้ทางตำรวจรวบรวมหลักฐานเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งหมายแจ้งไปให้คุณญารณาแล้ว ให้เขามารับทราบข้อกล่าวหา เดี๋ยวรอดูว่าเขาจะมาตามนัดหรือเปล่า หากไม่มาก็จะส่งหมายเรียกซ้ำ และหากไม่มาอีกก็จะยื่นขอหมายจับต่อศาล”
ตำรวจทำการสอบสวนทั้งนายหัวจิรทิปต์และปวริศาเสร็จ ก็แจ้งถึงความคืบหน้าของคดี ให้คนทั้งสองได้รับทราบ นายหัวหนุ่มรับฟังนิ่ง แต่ส่วนปวริศานั้นเธอไม่อยากจะเอาความอะไรกับญารณา เพราะเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกันเป็นอย่างดี
“น้ำค้างไม่อยากจะเอาเรื่องอะไรกับณาเลยนะจริงๆ”
“พี่ก็ไม่อยากจะเอาเรื่องณาหรอก พี่เข้าใจว่าณาเค้าเจ็บช้ำน้ำใจ พี่ผิดเองที่ไปให้ความหวังเขาอย่างนั้น แต่พี่ก็ไม่อยากให้ณามาทำร้ายน้ำค้างกับลูกอีก”
ปวริศาเอ่ยกับทั้งนายหัวจิรทิปต์และตำรวจทั้งสองนาย นายหัวหนุ่มยื่นมือใหญ่มาจับที่มือเรียวเล็ก พูดบอกเหตุผลให้เธอได้รับรู้และเข้าใจ
ถึงแม้ตัวเขาจะเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้ญารณาคิดทำร้ายปวริศา จนพลั้งเผลอทำให้ตัวเขาถูกรถยนต์ชน หากทำร้ายเฉพาะเขา เขาก็ไม่เอาเรื่องหรอก แต่นี่คิดทำร้ายปวริศากับลูก เขาจึงไม่คิดจะปล่อยผ่าน เพราะกลัวว่าญารณาจะกลับมาทำร้ายอีก
ปวริศามองหน้าหล่อเหลาคมเข้มของนายหัวจิรทิปต์ ที่ตอนนี้เขาได้โกนหนวดโกนเคราออกจนเกลี้ยงแล้ว เธอไม่ได้คัดค้านอะไรอีก เข้าใจดีว่านายหัวหนุ่มอยากจะปกป้อง ป้องกันเธอกับลูกจากภยันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะเจตนาจริงๆ ของญารณาคือทำร้ายเธอ หากญารณาโดนคดีอย่างนี้ ญารณาอาจจะไม่กล้าคิดทำร้ายเธออีก
แต่ก็นั่นแหละ ใจคนยากแท้หยั่งถึง ญารณาอาจจะเข็ดหลาบไม่กล้ามาทำร้ายปวริศาอีก หรือไม่ก็อาจจะโกรธแค้นมากขึ้น ที่ถูกนายหัวจิรทิปต์เอาผิดตามกฎหมายอย่างนี้ก็ได้ใครจะไปรู้
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗