เทียนบอกกับคุณหนูเซียงเอ๋อว่า จะไปพบคนผู้หนึ่งก่อนกลับมาแล้วค่อยคุยกัน
“ พี่หมอจะไปพบใคร เจ้าคะ”
“ ท่านนักพรต มู่ชิง” เทียนเอ่ยจบก็มาปรากฏร่างที่หน้าถ้ำของ นักพรตมู่ชิงทันที
“ เจ้ากลับมาทำไมอีก คิดจะสังหารข้าแล้วหรือ” นักพรตมู่ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงปราศจากความกลัว
“ ข้าจะมาบอกท่าน ข้าจะกวาดล้างจักรวรรดิต้าฉินใหม่ สังหารจักรพรรดิต้าฉินและรัชทายาท และจะทำลายล้างอีก ห้าสำนัก หลังจากนั้น ข้าอยากให้ท่านสนับสนุนคุณหนูหลิวเซียง ขึ้นเป็นจักพรรดินี ครองจักรวรรดินี้ต่อไป” เทียนพูดช้าๆ แต่หนักแน่น นักพรตมู่ชิงลืมตามองหน้าเทียนทันที
“ พลังขั้นเซียน” เทียนปล่อยพลังเซียนออกมา ให้นักพรตมู่ชิงได้รับรู้
“ เรื่องทายาทนั้นข้ารู้มาบ้าง แต่ว่าท่านเพียงคนเดียว เกรงว่าจะลำบาก เพราะว่าหากท่านลงมือกับห้าสำนัก ประมุขใหญ่คงต้องออกมาจัดการกับท่าน ข้ารู้มาว่า
เขาสำเร็จขั้นเซียนมาได้ยี่สิบปีแล้ว และเขานี่แหละเป็นคนเปลี่ยน จักรพรรดิฉินจากพี่ชาย มาเป็นน้องชาย ท่านต้องระวังเรื่องนี้ด้วย” นักพรตมู่ชิงเอ่ยเตือน
“ พลังขั้นเซียนกว่ายี่สิบปี ข้าไม่กลัวหรอก ข้าจัดการพวกมันทั้งหมดแล้ว ท่านพร้อมจะสนับสนุน คุณหนูหลิวเซียงหรือไม่”
“ หากท่านสามารถทำได้อย่างที่ท่านพูดไว้ ข้ากับสำนักม่อฉือ จะสนับสนุนคุณหนูหลิวเซียงเป็นจักพรรดินี”
“ ดี ตกลงตามนั้น” เทียนเอ่ยจบก็หายไป
“ คำทำนายของศิษย์พี่ใกล้เป็นความจริงแล้วซินะ” นักพรตมู่ชิงเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
ความจริงนั้น นักพรตมู่ชิงเป็นศิษย์น้องของนักพรติลู่สวิน คนที่ทำนายชะตาให้กับ หลิวเซียง ว่าจะเป็นพญาหงส์เหนือมังกร
เทียนกลับมาถึงจวนเสนาบดี ก็พบว่า ท่านเสนายืนรออยู่กับ ฮูหยินรอง
“ ท่านหมอเทียน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” เสนาบดีหลิวรีบเอ่ยทันทีที่ เห็นเทียนกลับมา
“ เรื่องอะไร”
“ อาเจิน หอบเสื้อผ้าไปอยู่กับ รัชทายาทแล้ว” ฮูหยินรอง ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เทียนมองแล้วส่ายหัว
“ ท่านรู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะต้องเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ห้ามคุณหนูรองไว้เสียแต่ทีแรก ยังไงพวกเขาก็ไม่เก็บตระกูลหลิวเอาไว้แน่” ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีทหารองครักษ์มากันนับพัน มีขันทีเดินหน้า เข้ามาประกาศราชโองการ ทุกคนคุกเข่ากันหมด
เทียนยืนนิ่งอยู่คนเดียว
“ บังอาจ พระราชโองการมาไม่คุกเข่า ทหารจับมัน” ขันทีสั่งทหารที่มาด้วยนับสิบ เข้าจับเทียนทันที เทียนใช้ฝ่ามือฟาดทีเดียว ร่างของทหารที่มาด้วย กระเด็นออกนอกจวนเสนาทุก ๆคน เทียนเข้ามาใช้ดาบพาดคอ ขันทีเอาไว้
“ จักรพรรดิว่าอย่างไร บอกมา” ขันทีตกใจตัวสั่นรีบบอกว่า
“ ฝ่าบาทมีพระราชทานพิธีภิเษกให้ คุณหนูหลิวเซียงกับรัชทายาท คืนนี้แล้วเชิญเข้าวังทันทีเลย ส่วน ตระกูลหลิว เชิญเข้าวังไปด้วยกันพร้อมกันทั้งหมดเลย พิธีอภิเษกได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว” ขันทีเอ่ยอย่างเร็ว
“ เชิญเข้าวังไปทำพิธีอภิเษกสรส ทำไมส่งทหารมามากมายเช่นนี้ บอกมาจักรพรรดิคิดจะทำอะไรกันแน่”
เทียนเป่ามนต์สะกดใจให้พูดความจริงออกมา ขันทีเลยบอกว่า
“ พระองค์มีคำสั่งให้สังหารคนตระกูลหลิวทั้งหมด แล้วจับตัวคุณหนูหลิวเซียงเข้าวังแต่เพียงผู้เดียว” ขันทีพูดจบ เสนาบดีหลิว กับฮูหยินรองถึงกับทรุดตัวไปกองกับพื้น เป็นลมไปในทันที ตูม ! หัวขันทีถูกเทียนทุบจนระเบิดออกมา มีทหารเข้ามาด้านในอีกหลายคน ถูกเทียน ตัดหัวกระเด็น เลือดนองเต็มพื้นบ้านตระกูลหลิวไปจนหมด
เทียน เดินออกไปนอกบ้าน เห็นทหารยืนรอรับคำสั่งเกือบพันคน เทียนโยนหัวของหัวหน้าให้พวกมัน แล้วต่อยหมัดดาวนพเก้าเข้าใส่ กองทหารนับพัน ร่างแหลกเหลวไปเกือบ หมด ที่เหลือก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต ไม่มีใครยืนอยู่หน้าบ้านตระกูลหลิวแม้แต่คนเดียว เทียนเดินกลับเข้าบ้านไป ทุกคนออกมารอฟังคำสั่งเทียนว่าจะเอาอย่างไร
“ คิดไม่ถึง พวกมันจะเร่งจัดการตระกูลหลิวเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ ท่านเสนาหลิว ท่านคิดว่า คนในราชสำนัก มีใครจงรักภักดี ต่อจักรพรรดิองค์ก่อนบ้าง”
เสนาบดีหลิวถูกทำให้ฟื้น แล้วยังตกใจอยู่ไม่หาย พอได้ยินเทียนถามก็ได้สติแล้วรีบเอ่ยว่า
“ คนที่ภักดี กับจักรพรรดิองค์ก่อน ตายหมดแล้ว ที่เหลือ ก็เป็นแค่พวกประจบสอพลอ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอยู่แล้ว มีแต่พวกแม่ทัพที่ไม่ขอยุ่ง เกี่ยวกับเรื่อง ราชสำนัก มุ่งแต่คอยป้องกันชายแดน และความเรียบร้อยของเมืองอย่างเดียว”
“ แล้วสำนักยุทธ์ ที่รับใช้จักรพรรดิกับรัชทายาทมีกี่สำนัก”
“ ที่รับใช้จริงๆ ก็มี 6 สำนัก แต่ว่าสำนักม่อฉือ ประกาศปิดสำนักไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก ก็คงเหลือ แค่ 5 สำนัก แต่ท่านหมอต้องระวัง ประมุขหกสำนักด้วย ได้ข่าวว่าท่านสำเร็จเป็นเซียนไปแล้ว” เสนาบดีเริ่มตั้งสติได้บ้างแล้ว
“ ท่านพี่แล้วจะช่วย อาเจินได้อย่างไรนี่”
“ ลูกไม่รักดี ปล่อยมันไป จะเป็นจะตายก็ชั่ง ป่านนี้มันคงส่งข่าวให้รัชทายาทรู้เรื่องหมดแล้ว เจ้าด้วย ข้าไม่น่าเล่าเรื่องสำคัญให้เจ้าฟังเลย เก็บข้าวของเตรียมหนีไปจากที่นี่ได้แล้ว” ที่แท้เสนาบดีหลิว เป็นคนบอกเรื่องนี้กับฮูหยินรองเอง
“ ไม่ต้องไปไหน อยู่ที่นี่แหละ ในเมื่อพวกมันเชิญพวกท่านไปงานเลี้ยงพระราชทานสมรส พวกท่านก็ไปแต่งตัว ข้าจะพาพวกท่านเข้าไปในวัง ด้วย”
“ หา ให้พวกเราไป ก็ตายกันพอดี ท่านหมอเทียนอย่าพูดเล่น”
“ หรือว่า พวกท่านไม่อยากช่วย คุณหนูรอง”
“ ท่านหมอเทียนช่วยได้จริง ๆ หรือ” ฮูหยินรองรีบเอ่ยออกมา
“ ตอนนี้พวกมันคงยังไม่ทำอะไร คุณหนูรอง ถ้าพวกท่านอธิบายให้นางฟัง แล้วกลับตัวกลับใจ อาจจะมีทางรอด แต่ถ้ายังถลำลึก ใครก็ช่วยไม่ได้ เอาล่ะทุกคนไปแต่งตัว พวกเราจะออกเดินทางเข้าวัง ไปจบเรื่องนี้กัน” เทียนหันมาทางเซียงเอ๋อ ที่เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา
“ เจ้าไม่ต้องแต่งชุดเจ้าสาว แต่งชุดนี้ไปก็ได้ ยังไงเจ้าก็สวยอยู่แล้ว ไม่ต้องร้องไห้วันนี้ ข้าจะจัดการคนที่คิดร้ายต่อเจ้าทั้งหมด ต่อไปเจ้าจะได้อยู่อย่างมีความสุขเสียที” เทียนใช้นิ้วปาดน้ำตาของเซียงเอ๋อ
“ พี่หมอ ข้าเป็นห่วงท่าน พวกเราหนีกันไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย”
“ ไม่ได้หรอก คนเลวพวกนี้ถ้าไม่กำจัด ต่อไปก็คงไปทำชั่วร้ายกับคนอื่นๆ อีก
เจ้าคงไม่อยากเห็นประชาชนของเจ้า ต้องเดือดร้อน เพราะคนชั่วเหล่านี้ใช่ไหม”
“ พี่หมอ”
“ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เจ้านำอาวุธวิญญาณใส่ไปหลายๆ ชิ้น แล้วให้อี้หลิงกับอี้จูใส่เพื่อป้องกันภัยเอาไว้ด้วย ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรเจ้าได้อย่างแน่นอน”
เทียนนำเรือเหาะมา แล้วพาคนไปเพียง 5 คนเท่านั้น พอถึงหน้าวังทหารรู้ว่าคืนนี้มีงานอภิเษก เลยให้ทุกคนเข้าไปทันที ไม่ตรวจอะไรมากมาย
ในห้องจัดงานเลี้ยงถูกประดับประดา ไปด้วยตัวอักษรสีแดง ห้อยตามที่ต่างๆ มีขุนนางเข้ามาในงานเลี้ยงมากมายส่วนหนึ่งไม่รู้เรื่องอะไรก็เข้ามาทักทายเสนาหลิวที่ ยังยืนตัวสั่นไปไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี
จนเทียนต้องปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปร่างกายเพื่อให้หายตื่นเต้น ทุกคนพอเห็นคุณหนูหลิวเซียงเดินมาด้วยชุดสีขาวธรรมดา ไม่ใช่ชุดแดงก็สงสัย ต่างเข้ามาถามไถ่กันมากมาย
แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด จนกระทั่ง ไทเฮา จักรพรรดิต้าฉิน รัชทายาท และคุณหนูรอง เดินออกมาพร้อมกัน ทุกคนเลยเงียบกันไปหมด เทียนมองไปที่ด้านข้างเวที มีชายชราแต่งกายคล้ายนักพรต ห้าคนจ้องมองเทียนด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น
“ เซียงเอ๋อ ทำไมมายืนตรงนั้น แล้วทำไมไม่ไปแต่งตัว” ไทเฮาเอ่ยออกมาเช่นนี้ทุกคนก็หันมามอง เซียงเอ๋อ เพียงผู้เดียว รัชทายาท พอเห็นเซียงเอ๋อก็ตกใจ
ไม่คิดว่า เซียงเอ๋อ จะงดงามปานเทพธิดาเช่นนี้ จึงรีบ แกะมือของคุณหนูรองออกแล้วเดินมาหาเซียงเอ๋อ ทันที
“ เจ้าคือ เซียงเอ๋อหรือ โอ้ ข้าเคยเห็นเจ้าแต่ตอนเด็ก ไม่คิดเลย ว่าเจ้าโตมาแล้วจะสวยแบบนี้ ข้าดีใจนัก ที่จะได้ชายาเช่นเจ้า” คุณหนูรองได้ยินแบบนี้แทบจะส่งเสียงกรีดร้องออกมา ฮูหยินรองพยายามส่งสัญญาณมือให้ลูกมาหา แต่คุณหนูรองไม่ยอมมา สร้างความกลัดกลุ้มใจแก่ฮูหยินรองยิ่งนัก
“ ขออภัยอย่างยิ่ง ที่หม่อมฉันมาวันนี้ ก็เพื่อบอกว่า หม่อมฉันจะไม่ภิเษกสมรสกับรัชทายาท อย่าได้เข้าใจผิด” เสียงของคุณหนูหลิวเซียง ดังก้องกังวานไปทั่วงานเลี้ยง
“ บังอาจ กล้าขัดราชโองการของข้าเชียวหรือ” องค์จักรพรรดิยืนขึ้น ทุกคนได้แต่คุกเข่ากันจนหมด ยกเว้นเทียน กับ คุณหนูหลิวเซียง
“ เฮ้อ ส่งทหารไปเข่นฆ่าครอบครัวของเขา นับพัน แล้วยังมีหน้ามาบอกว่า จะพระราชทานเลี้ยงภิเษกสมรส ข้าไม่เคยเห็นใครหน้าด้านเท่าจักรพรรดิอย่างเจ้าเลย”
เทียนเอ่ยออกไปเสียงดังไปทั่ว ห้องจัดเลี้ยง ทุกคนฟังแล้วตกใจยิ่งนักไม่รู้ว่าเทียนเป็นใครกล้าพูดกับ จักรพรรดิเช่นนี้ได้อย่างไร มีแค่นักพรตเจ้าสำนักยังคงนั่งเงียบไม่พูดจาอะไร
“ บังอาจกล้าพูดกับเสด็จพ่ออย่างนี้ได้อย่างไร ทหารลากตัวมันไปตัดหัว”
รัชทายาท ตะโกนสั่งทหารด้วยเสียงอันดัง เปรี้ยง ! เทียนบุกเข้าใกล้ตัวรัชทายาทแล้วเตะเข้ากลางเป้า รัชทายาท ร้องอุบคำเดียวลงไปคุกเข่าต่อหน้าเทียน
เทียนบีบคอรัชทายาทที่ตอนนี้กำลังหน้าเขียวคล้ำ พูดอะไรไม่ออก เพราะถูกเทียนเตะจนสูญพันธ์ไปแล้ว ทหารเห็นเช่นนั้นก็หยุดไม่กล้าเข้ามาใกล้
“ ใครกันแน่บังอาจพูดกับข้าเช่นนี้” เทียนเอ่ยคำรามออกมาได้ยินกันทั่ว
“ หยุดก่อน ปล่อยรัชทายาทเดี๋ยวนี้ เจ้าต้องการอะไร บอกมา” จักรพรรดิต้าฉินยกมือบอกให้เทียนหยุด กลัวว่ารัชทายาทจะมีอันตราย
“ บอกให้ห้าเจ้าสำนักฆ่าตัวตายซะ ไม่เช่นนั้น รัชทายาทตายแน่” เทียนพูดเรียบๆ
แต่ทุกคนตกตะลึงกันหนักเข้าไปอีก
“ น้องชายเรื่องนี้คุยกันได้ อย่าให้ต้องมีการตายกันเลย ข้าคือหยางคุณแม่ทัพใหญ่ของจักรวรรดิต้าฉิน ขอรับประกัน ไม่มีใครทำอันตราย น้องชายแน่ๆ”
“ แม่ทัพหยางคุณท่านจงรักภักดีต่อใครกันแน่ จักรพรรดิต้าฉินองค์ก่อน หรือ จักรพรรดิต้าฉินองค์ใหม่ คนที่ฆ่าได้แม้แต่พี่ชายตัวเองเพื่อให้ได้เป็นใหญ๋ แม้แต่ทายาทคนสุดท้าย ก็ไม่ยอมละเว้น” เทียนเอ่ยคำนี้ออกมา เกิดเสียงฮือฮากันอีกรอบลืมเรื่องรัชทายาทที่กำลังจะถูกหักคออยู่แล้ว
“ นี่ท่านพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ ใครคือทายาทของท่านจักรพรรดิองค์ก่อน”
แม่ทัพใหญ่เอ่ยถามอย่างรวดเร็ว เทียนใช้พลังปลุกจิตวิญญาณพญาหงส์ไฟในตัวของเซียงเอ๋อให้ทุกคนดู โดยที่เทียนใช้ฝ่ามือปล่อยแสงแห่งพุทธะ เข้าไปในร่างของเซียงเอ๋อ ทำให้หน้าผากเซียงเอ๋อมีรูปหงส์ไฟสีแดงตัวน้อยอยู่บนหน้าผาก
แล้วเงาวิญญาณพญาหงส์ไฟ ก็ปรากฏด้านหลังตัวใหญ่เต็มห้องจัดเลี้ยง มีประกายเพลิงล้อมรอบ ทุกคนเห็น ต้องลงไปคุกเข่ากราบไหว้โดยไม่รู้ตัว
“ แม่ทัพหยางท่านถอยไปก่อน ว่ายังไง ห้าเจ้าสำนัก พวกเจ้าภักดีต่อรัชทายาทก็ฆ่าตัวตายซะ”
“ฝ่าบาทอย่าไปเชื่อมัน ถึงพวกกระหม่อมตาย มันก็ไม่ปล่อยรัชทายาทแน่”
หนึ่งในห้าเจ้าสำนักรีบเอ่ยก่อน จักรพรรดิร้อนใจยิ่งนักไม่รู้จะทำอย่างไร
จู่ๆ ไทเฮาก็เอ่ยออกมา
“ หยุดก่อนพ่อหนุ่ม เจ้าต้องการอะไร ข้าจะให้เจ้าเอง แต่ปล่อยหลานข้าเถิด”
“ ข้าบอกความต้องการบอกไปแล้ว พวกมันไม่ภักดีต่อรัชทายาทสักคน ข้าก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ข้าคงต้องทำตามที่สวรรค์บัญชา”
เทียนพูดจบก็หักคอ รัชทายาททิ้งทันที พล็อก ! รัชทายาทตายคางานเลี้ยงจบสิ้นชีวิต ในสภาพคอหันกลับไปทางด้านหลัง ไทเฮากรีดร้องออกมาสุดเสียง แล้วสลบไปทันที ทหารหลายคนเข้ามาหาเทียน ล้วนถูกค่ายกลเวทย์ที่เทียนตั้งไว้รอบตัว เอวขาดเป็นสองท่อน จนไม่มีใครกล้าเข้ามาอีก เจ้าสำนักทั้งห้าคน พุ่งเข้ามาล้อมเทียนเอาไว้
“ ครั้งก่อน พวกเจ้าทั้งห้าคนขวางทางไม่ให้ อาจารย์ฉางคงของข้ากลับไปช่วยข้าทำให้อาจารย์ของข้า ต้องตัดปราณชีวิตที่เหลือทิ้งไป ข้าอุตส่าห์ไว้ชีวิตพวกเจ้าแล้ว แต่พวกเจ้ายังไม่สำนึกตัวอีก เช่นนั้น ก็ตายๆ ไปซะ”
เทียนเอ่ยจบ ก็ใช้ดาบมารเคลื่อนไหวผ่านมิติ ฟันคอหัวหน้าสำนักคนที่ 1 ขาดกระเด็นไปเป็นคนแรกที่เหลือตกใจ แต่ไม่มีเวลาคิดหนี ต่างก็ใช้อาวุธกระบี่ แทงเข้าใส่เทียนตรงจุดตายพร้อมกันทั้งสี่จุด เทียนไม่หลบใครสักคน ใช้ดาบฟันกลางลำตัวเจ้าสำนักอีกสองคนจนขาดเป็นสองท่อน กระบี่อีกสองเล่ม ที่แทงกลับไม่สามารถแทงเข้าร่างเทียนได้
เพราะเทียนมีพลังเซียนคุ้มกันเอาไว้ เทียนหันกลับมาตวัดดาบไปตัดหัวเจ้าสำนักอีกคนกระเด็นไป ที่เหลืออีกคนยิงพลุไฟทะลุหลังคาออกไป เหมือนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่เทียนไม่สนใจ ใช้มือจับดาบสองมือกระโดดฟันเข้ากลางศรีษะเจ้าสำนักที่เหลือคนสุดท้าย
ถึงแม้จะใชกระบี่ต้านทานเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถต้านได้ กระบี่ที่นำมาต้านถึงกับหักเป็นสองท่อน ร่างเจ้าสำนักคนสุดท้ายถูกแยกเป็นสองส่วน อวัยวะภายในไหลออกมาเลือดนองพื้นงานเลี้ยงไปหมด คนภายในงานแตกฮือออกไป ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้
เทียนเตะกระบี่หักพุ่งเข้าใส่จักรพรรดิต่อทันที เพล้ง กระบี่ถูกพลังที่ส่งมาแต่ไกล
ดีดจนแตกหักไป มีลำแสงพุ่งเข้ามาขวางหน้าเทียนกับจักรพรรดิเอาไว้
ปรากฏร่างชายหนุ่มคนหนึ่งดูวัยแล้วไม่เกินสามสิบปี หรือว่าเป็นเซียนที่ท่านนักพรตมู่ชิงเอ่ยถึง
“ เด็กน้อย อายุเจ้าเท่านี้กลับลงมือโหดเหี้ยมยิ่งนัก เจ้าเป็นมารร้ายกลับชาติมาเกิดหรืออย่างไรกัน” เซียนหนุ่มคนนี้ปรากฏร่างมาช่วยจักพรรดต้าฉินได้ทันไม่เช่นนั้นได้ไปอยู่เป็นเพื่อนรัชทายาทไปแล้ว
“ ท่านเซียนว่านหลี่ ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด” จักรพรรดิรีบเข้ามาขอร้องทันที
“ ไม่ต้องกลัว บัลลังก์นี้ข้ามอบให้เจ้า ใครกล้ามาแย่งไป ฮึ ก็แค่นังพญาหงส์ไฟตัวน้อยจะทำอะไรได้”
“ เจ้านี่มันชั่วช้าไม่มีลิมิตจริงๆ วันนี้ข้าจะเป็น คนตัดสินโทษเซียนชั่วอย่างเจ้าให้ตายไร้ที่ฝัง ไม่ให้ไปผุดไปเกิดสร้างความชั่วกับใครได้อีกต่อไป” เทียนกำดาบมารแน่นแล้วระเบิดพลังเซียนขั้นสูงสุดออกมาทันที...