19
เลิกโกรธได้แล้ว
“ข้าไม่อนุญาตผู้ใดจะกล้าค้นเรือนฮูหยิน ช่างเหิมเกริมเสียจริง เยี่ยนฟางเ้าดูแลคนใช้อย่างไรกัน” น้ำเสียงแข็งกร้าวของหยุนฮ่าวหรานทำให้ผู้คนหยุดมองด้วยความใ ไม่คิดว่าจะมีวันที่เขาออกรับแทนเจียงถิงถิง
ผู้ที่ใที่สุดเห็นจะเป็ซ่งเยี่ยนฟางนางเข้าใจว่าสามีอาจหลงใหลความงดงามของฮูหยิน แต่ไม่คิดว่าผู้เป็สามีจะหลงใหลนางถึงขนาดว่ากล่าวนางต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้
“เยี่ยนฟางขออภัยฮูหยินเ้าค่ะ หลินซางคงไม่ทันได้คิดนางเพียงอยากหาของสำคัญของเยี่ยนฟางให้เจอ ขอฮูหยินอย่าได้เอาผิดนางเลย” ซ่งเยี่ยนฟางเดินมาหยุดตรงหน้าเจียงถิงถิงคำนับนางขออภัยให้แก่สาวใช้ของตนเอง ระหว่างที่พูดก็เงยหน้ามองหยุนฮ่าวหรานเพราะเขาเอาแต่มองเจียงถิงถิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ผู่เย่ว์พาฮูหยินไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนเถอะ” อันอี้เฉินที่ทนเห็นญาติผู้พี่แทะเล็มเจียงถิงถิงด้วยสายตาไม่ไหว หันไปบอกกับผู่เยว์ซึ่งยืนหัวฟูอยู่ข้างกายนาง
“ไปเถอะเ้าค่ะ” ผู่เย่ว์สะกิดเรียกให้ผู้เป็เ้านายเข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อยอย่างที่คุณชายอันอี้เฉินกล่าว เพราะตอนนี้นางสวมผ้าคลุมบางๆ ยืนกอดอกมองนายหญิงรองอยู่ พอเห็นว่านายหญิงไม่ขยับผู่เย่ว์จึงกึ่งลากกึ่งจูงนางให้ตามเข้าไปในห้อง
“เดี๋ยวสิผู่เย่ว์”
“ค้นเรือนฮูหยินกันครึกโครมเช่นนี้หาเจอบ้างหรือไม่”
“ว่าอย่างไรหาสิ่งใดเจอบ้าง” หยุนฮ่าวหรานกล่าวต่อเห็นด้วยกับญาติผู้น้อง สาวใช้ค้นเรือนกันมากมายเช่นนี้ไม่รู้หาสิ่งใดเจอบ้าง หากเขาไม่สนใจปล่อยเลยตามเลยคงถูกนางเกลียดมากกว่าเดิมแน่นอน
“ว่าอย่างไรหลินซาง ท่านพี่ถามอยู่เหตุใดเ้ายังไม่ตอบอีก” ซ่งเยี่ยนฟางหันไปถามสาวใช้คนสนิท พอสบตากันนางก็ขยับคิ้วส่งสัญญาณหลินซางพยักหน้าเบา ๆ ไม่ให้ผู้ใดผิดสังเกตุ นางค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อตอบคำถาม
“ยังเ้าค่ะ บ่าวยังหาไม่ครบทุกที่…”
“เช่นนั้นก็เอาสิ เข้าไปหาในห้องข้าด้วยเสียเลย” เ้าของเสียงหวานเอ่ยเสียงดังแฝงแววเยาะหยัน ทั้งที่ตนเองยังเดินออกมาไม่ถึงหน้าห้องเสียด้วยซ้ำ นางมั่นใจอยู่แล้วว่าอย่างไรเสียปิ่นนั่นก็ต้องอยู่ในห้องตนเอง ไม่เช่นนั้นหลินซางคงไม่กล้าหาญทำถึงเพียงนี้
แต่นางอยากรู้ว่าสองนายบ่าวนั่นจะทำอย่างไรต่อไป…
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” หยุนฮ่าวหรานถามเสียงอ่อนพร้อมออกหน้าปกป้องภรรยาเอกอย่างเจียงถิงถิงเต็มที่
“เ้าแน่ใจหรือว่าจะยอมให้ผู้อื่นเข้าไปในห้อง”
“ทีท่านยังพรวดพราดเข้าห้องข้าได้เลย” เจียงถิงถิงหันไปเอ็ดบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็สหายด้วยท่าทีเอาเื่แต่ใบหน้าพลันฉายแววน่าเอ็นดู แต่คำกล่าวของนางกลับทำให้ผู้เป็สามีเกิดความไม่พอใจ
“ไปสิ ไปหาให้เจอ” หลินซางคำนับหนึ่งครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของเจียงถิงถิงตามที่เ้าของห้องได้อนุญาต นางเดินเปิดกล่องไม้ตามชั้นวาง ใต้โต๊ะ ใต้ชั้นวางของแต่ไม่ได้ละเอียดทุกซอกทุกมุม ราวกับเดินผ่านไปเฉย ๆ ที่สุดท้ายคือเตียงนอนไม้แดง นางเปิดใต้ฟูกด้านในสุดของเตียงล้วงมือเข้าไปใต้ฟูก สุดท้ายนางก็หาปิ่นหยกขาวจนเจอ
“เจอแล้วเ้าค่ะ”
“เหตุใดปิ่นของข้าจึงไปอยู่ในห้องของฮูหยินได้” ซ่งเยี่ยนฟางตอบพร้อมยกมือขึ้นมาทาบอกใกับการพบเจอปิ่นของตนเองในห้องฮูหยิน ท่าทีราวกับไม่เคยรับรู้มาก่อนแต่เจียงถิงถิงกลับไม่แปลกใจท่าทีของนางเลย เพราะมันคือสิ่งที่นางคิดไว้แต่แรก…
“เ้าลองถามหลินซางสิ ว่ามันไปอยู่ในห้องข้าได้อย่างไร”
“ฮูหยินหมายความว่าอย่างไร”
“ไม่ใช่เ้าเป็คนสั่งนางหรอกหรือ”
“เหตุใดเยี่ยนฟางต้องทำเช่นนั้นให้วุ่นวายกันทั่วเรือนเล่าเ้าคะ”
“ข้าเองก็อยากถามเ้าเช่นกันว่าทำแบบนี้ไปเพื่อสิ่งใด หรือทนไม่ได้ที่หยุนฮ่าวหรานมาหาข้าบ่อยขึ้น ถ้าเป็เช่นนั้นเ้าคงโง่กว่าที่ข้าคิดเพราะวิธีนี้มันช่างสิ้นคิดสิ้นดี” เจียงถิงถิงว่าพร้อมเดินวนไปวนมากล่าวอย่างใจเย็น ไม่มีท่าทีคับแค้นอันใด หยุนฮ่าวหรานและอันอี้เฉินจึงทำได้เพียงยืนฟัง
“ฮูหยินเกลียดเยี่ยนฟางมากถึงขั้นต้องป้ายสีกันเลยหรือเ้าคะ”
“ใช่ ข้าเกลียดเ้าแต่ไม่มีความจำเป็ต้องขโมยของเล็ก ๆ ราคาถูกของเ้า เครื่องประดับ ปิ่นปักผมข้าไม่ขาดแม้สักอย่าง จะอยากได้ของไร้ค่าของเ้าไปเพื่อสิ่งใด” ทุกสายตาล้วนมองมายังเจียงถิงถิงและอนุภรรยาอย่างซ่งเยี่ยนฟาง คิดเห็นเช่นเดียวกับคำของฮูหยิน เป็ที่รู้กันดีว่าสกุลเจียงนั้นร่ำรวยเพียงใด สินเดิมของเจียงถิงถิงก็มากโขไม่มีความจำเป็ใดต้องหยิบฉวยของ ๆ นายหญิงรองไปเลยสักนิด
“ฮูหยินก็รู้ว่าปิ่นนี้ท่านพี่มอบให้ข้าเป็สัญญาว่าจะแต่งข้าเป็ภรรยา” พูดจบก็ยกมือขึ้นมาใช้นิ้วแสร้งปาดน้ำตาออกแ่เบา ผู้เป็สามีจึงเดินเข้ามาโอบกอดนางเพื่อปลอบโยน ซ่งเยี่ยนฟางหันหน้าซบลงบนแผงอกกำยำของสามี
“ข้าจะไปรู้เื่ของเ้าได้อย่างไร ไร้สาระสิ้นดี เลิกเสแสร้งแล้วพาคนของเ้าออกไปจากเรือนข้าได้แล้ว แล้วคราวหน้าช่วยคิดแผนที่มันฉลาดกว่านี้ด้วย”
“เจียงถิงถิงเหตุใดเ้าต้องป้ายสีว่านางทำสิ่งที่ไม่ได้ทำ”
“เช่นนั้นท่านจะบอกว่าข้าขโมยของนางเช่นนั้นหรือ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“หากไม่้าสืบความกันต่อ ท่านพี่พาฮูหยินรองไปพักเถอะ อากาศเย็นเดี๋ยวจะเจ็บไช้กันเสีย” เมื่อเห็นว่าหากเท้าความกันต่อเื่ราวก็คงไม่จบ อันอี้เฉินจึงเข้าไปแก้หน้าโดยการให้ทุกคนแยกย้ายเกรงว่าเจียงถิงถิงจะโมโหจนเจ็บไข้อีก
“เช่นนั้นเื่นี้ก็พอเท่านี้ อย่างไรก็พบปิ่นแล้ว” แม้จะไม่พอใจที่ญาติผู้น้องเช้ามาปกป้องฮูหยินตนเอง แต่หยุนฮ่าวหรานก็เห็นควรว่าควรหยุดสาวความกันเพียงเท่านี้ จึงจำใจพาซ่งเยี่ยนฟางออกจากเรือนข้างไป
พอคนไปกันจนหมดหลงเหลือเพียงเจียงถิงถิง อันอี้เฉินและผู่เย่ว์ เ้าของใบหน้างดงามผุดผาดก็มุ่ยหน้าเบ้ปากใส่บุรุษตรงหน้าทันที นอกจากจะไม่ช่วยนางแก้ตัวแล้วยังพาให้เื่จบง่าย ๆ ทั้งที่นางเป็ฝ่ายถูกป้ายสีแท้ ๆ
“ข้าไม่ปล่อยให้เ้าถูกป้ายสีหรอก ไม่ต้องห่วง จะกล่าวหาผู้ใดย่อมต้องมีหลักฐาน เลิกโกรธได้แล้ว” วาจาของอันอี้เฉินราวกับรู้เท่าทันความคิดของเจียงถิงถิง พอได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้นใบหน้าหงิกงอก็พลันหายไป แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ถูกกดกั้นเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
“แสนรู้”
“เ้าเป็สหายข้า ข้าจะไม่รู้ได้เช่นไร นี่ก็มืดแล้วเข้าห้องไปได้แล้วเดี๋ยวต้องลมจนป่วยใครจะทำอาหารให้ข้ากินเล่า”
“หึ คนเห็นแก่กิน”