ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 122 : สถานที่ลับ

    เซี่ยซีหานเขาพบว่าตัวเองกับงานประมูลบ้านเร้นลับนั้น ดวงไม่ค่อยสมพงษ์กันเท่าไหร่ ทุกครั้งที่เขาคิดว่าจะไปที่นั่น แต่กลับมีเรื่องทำให้ไม่จำเป็นต้องไป อย่างเช่นครั้งแรกที่เขาต้องการไปหาซื้อสมุนไพรเพื่อรักษาเจียตัว เขาก็พบว่าตัวเองต้องวุ่นวายอยู่กับการฆ่าเหล่าโจรและช่วยเด็กๆ


    หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นเซี่ยซีหานก็เริ่มร่ำรวย เขาพบว่าเขาไม่จำเป็นต้องร่วมงานประมูลของบ้านเร้นลับอีก แต่ครั้งนี้เซี่ยซีหานรู้ดีว่าเขาไม่ควรที่จะพลาดมัน


    "ท่านผู้วิเศษเคอซวน ข้าจะไปกับท่านด้วย"


    "ข้ารู้ว่าเจ้าต้องไปกับข้า ดังนั้นข้าเลยมากับเจ้านี่ไง" เคอซวนพูดอย่างรู้ทัน


    เซี่ยซีหานไม่รู้ทำไม นับตั้งแต่ผ่านช่วงเวลาเป็นตายมาด้วยกันกับเคอซวนและพี่ชายถางเทียนเจี๋ย ทั้งสองคนดูเป็นห่วงตัวเซี่ยซีหานมากขึ้น


    โดยเฉพาะเคอซวน เขาพูดเสมอว่า ก่อนที่เจ้าจะไปไหน เจ้าควรบอกข้าหรือถางเทียนเจี๋ยก่อนเสมอ


    เซี่ยซีหานจึงถามกลับไปว่าทำไม เคอซวนมักทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้และมักอ้างเรื่องมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาสามคนเคยผ่านมาด้วยกัน


    นอกจากนั้นยังมีความกังวลใจเรื่องความไร้ประสบการณ์ของตัวเซี่ยซีหาน เขาไม่ใช้คำว่าเป็นห่วง สิ่งนี้ทำให้เซี่ยซีหานประทับใจเคอซวนเล็กๆ และคิดไปว่าเคอซวนก็ดีกับตนเหมือนกัน 'อย่างน้อยเขาก็เป็นห่วงข้า'


    คิดไปคิดมาเซี่ยซีหานก็คิดว่าตัวมันคงไปสร้างความประทับใจในเหตุการณ์นางเงือกขาวให้เคอซวนจริงๆ จึงทำให้เคอซวนเป็นเช่นนี้ และด้วยความที่เซี่ยซีหานก็คิดว่าดีเช่นเดียวกัน การได้คนมีประสบการณ์ให้คำแนะนำจะทำให้ทุกๆ การเดินทางของตัวเขาปลอดภัย เป็นแบบนี้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเซี่ยซีหานมักปรึกษาเคอซวน และเขามักได้รับคำแนะนำดีๆ กลับมาเสมอ


    เคอซวนมีความรู้มากอย่างน่าเหลือเชื่อ หลายๆ เรื่องที่เขารู้ มันเลยขอบเขตของอาณาจักรชั้นที่สองไปแล้ว นั่นมักทำให้เซี่ยซีหานมักคาดเดาตัวตนแท้จริงของเคอซวน จนบางครั้งเขาคิดไปว่า เรื่องที่เคอซวนเคยโม้เอาไว้ ตอนเล่นแสงหลอกผู้วิเศษแท้จริงจนหัวหมุนในศึกกับกองกำลังหมาล่าเนื้อเป็นเรื่องจริง


    แต่สุดท้ายเซี่ยซีหานก็จำต้องส่ายหัว หากเคอซวนเทพจริงๆ และเป็นผู้ที่เคยอยู่ใน 'มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์หัตถ์แห่งพระเจ้า' ทำไมตอนนี้เขาจึงกากเหลือเกิน แน่นอนนี่ต้องเทียบกับบรรทัดฐานของผู้ที่จะเป็นผู้วิเศษในมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์หัตถ์แห่งพระเจ้า


    เซี่ยซีหานถามเรื่องนี้กับพี่ชายถางเทียนเจี๋ย และคำตอบก็คือที่แห่งนั้น คือสถานที่ที่รวบรวมเหล่าผู้วิเศษที่เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง ของเหล่าผู้วิเศษในทวีปแห่งนี้ มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ


    ...


    15 วันต่อมา เซี่ยซีหานและคณะนายช่างจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว พวกเขาได้ชื่นชมความเจริญของเมืองหลวงอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งเพียงช่วงสั่นๆ รับรู้เพียงว่าเมืองหลวงแห่งนี้ ตั้งอยู่บนกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ ตัวต้นไม้โบราณสูงเกือบจะแตะสัมผัสก้อนเมฆ นอกจากนั้นยังเมืองหลวงยังเนืองแน่นไปด้วยพลังธรรมชาติ


    แต่น่าเสียดายพลังธรรมชาตินี้ ไม่หนาแน่นพอจะเทียบเท่าป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวในปัจจุบันได้


    'ติงเชินฮุย' นายช่างหลอมระดับสอง แต่อายุมากที่สุด เขาเป็นคนที่เข้าไปในวังและติดต่อสิ่งต่างๆ แทนพี่ชายถางเทียนเจี๋ย


    ถึงแม้เซี่ยซีหานจะมีทักษะการหลอมและตีเหล็กที่ดีที่สุด แต่พี่ชายถางเทียนเจี๋ยไม่ต้องการให้เซี่ยซีหานมีภาระ ต้องคิดและตัดสินใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน


    ดังนั้นการไปอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งในครั้งนี้ สำหรับถางเทียนเจี๋ย เขาต้องการให้เซี่ยซีหานทำเพียงหน้าที่ช่วยหลอม 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' เท่านั้น ภาระหน้าที่อื่นๆ ถางเทียนเจี๋ยไม่ต้องการให้เซี่ยซีหานแบกรับ เพราะเขารู้ว่าเซี่ยซีหานต้องแบ่งเวลาในการฝึกพลังวิเศษและศิลปะการต่อสู้


    เซี่ยซีหานได้ฟังแนวคิดเหล่านี้ของถางเทียนเจี๋ย เขาก็ได้แต่ขอบคุณ


    ถางเทียนเจี๋ยเป็นพี่ชายที่ดีจริงๆ เขาคิดเพื่อเซี่ยซีหานเสมอ


    เมื่อติงเชินฮุยออกจากวัง เซี่ยซีหานและคณะช่างหลอมก็พบว่า สถานที่ทำงานของพวกเขา ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง พวกเขาจำต้องเสียเวลาเดินทางอีกราวหนึ่งวันหนึ่งคืน ไปที่แนวเขาลึกลับ ที่เนืองแน่นไปด้วยป่าหนา


    แต่ก่อนออกเดินทางเซี่ยซีหานจำต้องเจ็บปวดหัวใจเล็กน้อย ตงตงไม่สามารถร่วมเดินทางกับเขาได้ มันจำเป็นต้องถูกส่งกลับบ้าน นั่นเพราะที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ลับ และมีแต่นายช่างที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่จะเขาไปได้ ตงตงกอดขาเซี่ยซีหานอย่างน่าเวทนา


    แต่ความน่าเวทนานั้นอยู่เพียงครู่สั้นๆ เคอซวนถือเนื้อย่างกลิ่นหอม และสัญญาว่าจะซื้อเนื้อย่างให้ตงตงกิน ตงตงไปจากเซี่ยซีหานอย่างไร้อาลัย


    แต่ความเจ็บปวดของเซี่ยซ๊หานก็เกิดเพราะตงตงอีกครั้ง เคอซวนแม้สัญญาจะมอบเนื้อย่างแสนอร่อยให้ตงตง แต่เขาไม่คิดจะใช้เงินของตัวเอง เคอซวนบอกให้ตงตงไปขอเงินจากพ่อของมัน ตงตงกลับมาไถ่เงินเซี่ยซีหานอย่างรู้ความ


    ...


    เดินผ่านเทือกเขาอันสลับซับซ้อนอยู่นาน พวกเขาก็ได้เห็นปราสาทซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ดูลึกลับ มันอยู่ติดแนวเขาเช่นเดียวกับป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว แต่ที่แห่งนี้ดูใหญ่โตและลึกลับกว่ามาก นอกจากนั้นยังมีทหารลาดเวรเยอะเหลือเกิน


    คณะเดินทางของเซี่ยซีหาน นายช่างหลายคนมองที่นี่อย่างประหลาดใจ บางส่วนแฝงความหวาดกลัวเล็กๆ


    นั่นเพราะคนส่วนใหญ่นั้น ต่างสวมเกราะหนักที่ดูน่ากลัว ตราอกบนเกราะของพวกเขาต่างมีแต่สัญลักษณ์ดาบ หนึ่งถึงสองดาบที่อกแทบทั้งนั้น


    ดูท่าทางอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งจะให้ความสำคัญกับการสร้าง 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' จริงๆ


    ในกลุ่มฝูงชน เซี่ยซีหานเขาพบว่า เขาพบคนคุ้นเคย...


    "พวกเจ้าเป็นคนจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวใช่หรือไม่" เสียงเหวินชูท่านชายเจ้าสำราญพูดขึ้น นี่คือหนึ่งในชายหนุ่มรูปงามที่ปรนเปรอเซี่ยซีหานอย่างดี ตอนที่เขาอยู่ในเมืองรากไม้ เขาคือบุตรของผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้


    ติงเชินฮุยรีบโค้งกายนอบน้อมและพูดคุยกับท่านชายเหวินชู


    เซี่ยซีหานสังเกตเห็นสายตาของท่านชายผู้นี้ ที่มองสำรวจคณะของเซี่ยซีหานอย่างละเอียดเป็นระยะระยะ และครั้งหนึ่งทั้งสองคนสบตากัน เซี่ยซีหานตื่นเต้นเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้แสดงอาการใดๆ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในฐานะของ 'ยุ่นอี้' ท่านทูตแห่งโถงที่เก้าตัวปลอม


    ส่วนสูงแตกต่าง ใบหน้าแตกต่าง เซี่ยซีหานมั่นใจว่าท่านชายต้องจำตัวเขาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณแห่งนักรบเตือนเขาว่า ตัวเขาถูกท่านชายผู้นี้ทำการสแกนตรวจสอบอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว


    ติง<span id="proof-wrong_0_2" class="proof-not-found proof-wrong_0_2 wrong-word">เ</span>ชิน<span id="proof-wrong_0_4" class="proof-not-found proof-wrong_0_4 wrong-word">ฮุย</span>ดูร้อนรนเล็กน้อย เพราะนี้คือการรับหน้าที่สำคัญครั้งแรกและเขาได้คุยกับคนใหญ่คนโตมากมาย คุยได้สักพักเขาก็เดินกลับมาที่กลุ่มนายช่างทั้งหลาย และรีบบอกทุกคนว่า พวกเราต้องทำอะไรบ้างและพักที่ไหน และที่นี่มีกฎอะไรสำคัญ


    โดยใจความหลักๆ ของนายช่างหลอมเช่นพวกเขา พวกเขาจำเป็นต้องหลอมสร้างวัตถุรูปทรงประหลาดมากมายตามคำสั่ง ขนาดและรูปร่างของมันห้ามผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย


    โดยการทำงานทั้งหมดต้องอยู่ในถ้ำลึก โดยจะมีเวรยามตรวจสอบ


    ติงเชินฮุยย้ำกับทุกคนว่า ตลอดระยะเวลาหลายเดือนต่อจากนี้ พวกเขาจะไม่สามารถไปที่ไหนได้


    ตอนนี้เซี่ยซีหานร้องฉิบหายในใจแล้ว เขาต้องไปร่วมงานประมูลบ้านเร้นลับ เรื่องนี้เขานัดกับเคอซวนไว้แล้ว เขาจึงต้องรีบโต้แย้งและพูดคุยกับติงเชินฮุยเรื่องนี้ เพราะติงเชินฮุยเป็นตัวแทนป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว


    เซี่ยซีหานพูดว่า เขาจำต้องกลับไปที่เมืองหลวงในระยะเวลาอีกราวๆ หนึ่งเดือน


    หากเป็นคนอื่นติงเชินฮุยคงจะบ่นว่า ไอ้เวร! เรามาที่นี่เพื่อทำงานไม่ใช่เพื่อเที่ยวเล่น


    แต่เซี่ยซีหานคือใคร? ในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว โดยที่คนภายนอกไม่รู้ เซี่ยซีหานเหมือนสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของทุกคนในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวไปแล้ว ทุกคนต้องให้เกียรติเขา ไม่ใช่แค่เพราะฐานะนายช่าง แต่เขาคือชายที่ช่วยชีวิตครอบครัวญาติมิตรของใครหลายคนในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเอาไว้ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในสามคนที่ทำลายกองกำลังหมาล่าเนื้อ


    ใช่แล้วเขาเป็นชายที่แข็งแกร่ง!


    "นายช่างใหญ่ซีหานโปรดรอสักครู่นะขอรับ" ติงเชินฮุยแม้จะอายุมากกว่าเซี่ยซีหานเกินสองรอบ แต่เขาก็พูดกับเซี่ยซีหานอย่างนอบน้อม


    ก่อนจะรีบวิ่งไปหาท่านชายเหวินชูเพื่อแจ้งเรื่องของเซี่ยซีหาน ติงเชินฮุยรู้ว่าเซี่ยซีหานคือชายที่สำคัญมาก และเซี่ยซีหานมีอำนาจมากกว่าตัวเขาเอง แม้แต่สั่งให้นายช่างทั้งหมดกลับก็ตามเซี่ยซีหานทำได้


    ดังนั้นเขาจำต้องบอกเรื่องที่เซี่ยซีหานต้องการวันหยุดต่อท่านชายเหวินชู เพื่อที่จะไม่ต้องสร้างปัญหาระยะยาวแก่ตัวเอง


    ตอนท่านชายได้ฟังติงเชินฮุยพูด เริ่มแรกท่านชายเหวินชูขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย แต่พอเขานับวันเวลาที่คนของติงเชินฮุยต้องการหยุด เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเซี่ยซีหานต้องการอะไร ตอนนี้ท่านชายเหวินชูจำต้องขมวดคิ้วอย่างหนัก และพูดถามอย่างไม่อาจจะห้ามความสนใจของตัวเองต่อเซี่ยซีหานได้ ทำไมกันนะ?


    "คนของท่านต้องการไปบ้านเร้นลับงั้นรึ?"


    ใบหน้าติงเชินฮุยโง่งมเขาไม่รู้ว่าบ้านเร้นลับคืออะไร ไม่ใช่ทุกคนในโลกใบนี้ที่สนใจวงการผู้วิเศษ


    "เอ่อ... เอ่อ... เอ่อคือ" ติงเชินฮุยไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เขารีบวิ่งไปหาเซี่ยซีหานและโค้งตัวอย่างนอบน้อม เอาคำถามของท่านชายเหวินชูไปบอกกับเซี่ยซีหาน


    และทันทีที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เซี่ยซีหานได้แต่ยิ้ม สัญชาตญาณนักรบบอกเขาว่า ตอนนี้ตัวเขากำลังถูกสแกนอย่างละเอียดมากขึ้นอีกครั้ง


    จนเซี่ยซีหานได้แต่คิดในใจ


    'ตอนนี้บิดาโคตรเป็นเป้าสนใจเลย' พูดกับตัวเองจบก็ได้แต่ยิ้มๆ หันไปมองทางท่านชายเหวินชู อย่างเก้อเขิน