บทที่5
ตอนในเมื่อทำก็ต้องดื่ม
ตาทั้งสองข้างเบิกกว้างค้างทั้งคืน แขนซ้ายก่ายหน้าผากในใจคิดฟุ้งซ่านจนไม่ได้นอน หลี่หยวนถอนหายใจคิดไม่ตกเป็พักๆทุกคนที่ตนรู้จักเมื่อหกหมื่นปีก่อนบัดนี้ล้วนเหมือนคนแปลกหน้าทั้งสิ้นนิสัยใจคอแปรเปลี่ยนยากจะคาดเดา
หลี่หยวนถอนหายใจยากจะวางเื่หนักอกหนักใจก่อนจะเลิกแขนเสื้อขึ้นเหม่อมองรอยช้ำที่ท้องแขนพลางคิดถึงขบวนท่าของอดีตลูกศิษย์นางใช้ท่าเวทผสมกับการต่อสู้ระยะประชิดช่างว่องไว หลี่หยวนเองก็มองไม่ทันถึงได้รอยช้ำมา วิชาเช่นนี้คงไม่พ้นที่ชางหลินจะเป็ผู้สอน “เฮ่อ!ชีวิตนี้ของข้าใครจะคิดละว่าต้องมาโดนอดีตลูกศิษย์เตะต่อยไม่ไว้หน้าเช่นนี้”หลี่หยวนพึมพำแ่เบา “ขึ้นมาแดนเทพครานี้เหมือนอยู่กลางฝูงหมาป่าชัดๆ”
แววตาสีน้ำตาลเข้มเหม่อลอยแสงแดดยามเช้ากระทบม่านตา “ข้ายังไม่ได้นอนเลย” เสียงทุ้มเข้มตัดพ้อกับตัวเองก่อนดีดกายลุกนั่งนิ่งณ ขอบเตียงพร้อมมองไปยังผนังหน้าโต๊ะไม้
ตารางเรียน
วันจันทร์
วิชาแรก วิชาปรุงยา(พิษ) - ทดสอบพิษ- ปรุงยา(แก้พิษ)
“เฮ่อ!ข้าอยากโดดเรียน…”
หลี่หยวนจำได้ว่าตัวเองเคยร่ำเรียนวิชานี้กับท่านอาจารย์ตั้งสามปีกว่าจะผ่านยิ่งตอนเวลาทดสอบพิษเขามักจะทำใจไม่ได้ที่ต้องมาเห็นสัตว์ถูกลองพิษ และถ้าปรุงยาแก้พิษไม่ทันสัตว์ตัวนั้นก็ต้องตายด้วยยาพิษที่ตนเองเป็ผู้ทำ
“เป็วิชาที่จะได้บุญหรือบาปก็ขึ้นอยู่กับฝีมือตนโดยแท้”
“แต่จะว่าไปศิษย์น้องจิงเป็คนรักสัตว์จะมองดูพวกมันโดนพิษได้ลงคอรึ?”
หลี่หยวนคิดไปพลางลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัวไปพลาง
ยามเฉิน
หลี่หยวนย่างกรายก้าวเท้าเข้าห้องเรียนมองหาโต๊ะเรียนที่หลบมุมเพื่อนั่งหลับศิษย์สี่คนที่เหลือทยอยเข้าห้องเรียนตามมาติดๆ หลี่หยวนกำลังจะย่อกายนั่งลง
จิงเซียนพลันย่างกรายโบกพัดจิ้งจอกอย่างเชื่องช้าไปมาสายตามิได้เหลียวแลผู้ใด ทว่ากลับเอ่ยปากเรียกศิษย์ผู้หนึ่ง
“หลี่หยวนเ้าย้ายมานั่งข้างหน้า”
ทุกสายตาหันหลังมองศิษย์น้องเล็กคนใหม่เป็ตาเดียวหลี่หยวนเลิ่กลั่กก่อนที่ความสงสัยจะครอบงำ
“ท่านอาจารย์มีเหตุผลหรือไม่ที่ข้าต้องย้ายที่”
อวิ้นหยางจ้องหลี่หยวนนิ่งไม่คิดว่าศิษย์น้องจะปากกล้าเพียงนี้แม้กระทั่งจิงเซียนยังผงะแววตาไร้พิษภัย้าเพียงคำอธิบายไม่กี่ประโยคเช่นนี้ก็ทำให้จิงเซียนนึกถึงหลี่ชงหยวนอยู่ไม่น้อย
จิงเซียนผ่อนลมหายใจก่อนยิ้มให้อย่างเป็มิตรพร้อมอธิบาย “ที่ข้าให้เ้ามานั่งหน้าก็เพราะเ้าเป็ศิษย์ที่เพิ่งมาใหม่เผื่อว่ามีอะไรที่เ้าตามไม่ทันเ้าจะได้ถามข้าได้สะดวก”
ฟังดูเป็อาจารย์ในอุดมคติของใครหลายๆคนแต่กับข้า…เ้าดูพูดฝืนตัวตนที่แท้จริงสุดๆ
หลี่หยวนทำเป็พยักหน้าเออออตามก่อนย้ายที่ไปนั่งหน้า
อวิ้นหยางมองหลี่หยวนทีหนึ่งแล้วมองเทพจิงเซียนอีกหนึ่งหนเขาแปลกใจยิ่งนักที่จิงเซียนกล่าวอธิบายให้อย่างใส่ใจช่างแตกต่างที่เวลาตนอยากได้คำอธิบายท่านเทพผู้นี้ถึงกับเอาตำราให้อวิ้นหยางไปอ่านแทน
หลี่หยวนไม่ได้สนใจนักว่าใครจะคิดอะไรตนทำเพียงเดินทอดน่องลากสังขารไปนั่งหน้าแต่โดยดี
จิงเซียนพยักหน้าพลางมองไปรอบห้องก่อนจะเริ่มอธิบายเื่ยาพิษประเภทใหม่โดยใช้ดอกไม้ในเหมันต์ฤดูเป็ส่วนผสมหลัก
ปรุงดอกไม้งามให้เป็ยาพิษชั้นดีออกจะยากสำหรับหลี่หยวนไปสักหน่อยแต่ยังดีที่ตนเคยร่ำเรียนวิชามาสามปี อย่างน้อยก็ยังมีเศษเสี้ยวความจำเกี่ยวกับวิชานี้อยู่หนึ่งส่วนที่ยังไม่ได้คืนท่านอาจารย์
“มีใครตอบข้าได้บ้างว่าการใช้ดอกไม้เหมันต์ฤดูส่วนผสมหลักจะเป็ยาพิษกลุ่มของประเภทใด”
หลี่หยวนรีบยกมือ ในเมื่อกาลก่อนตัวข้านั่งโง่อยู่หลังห้องตั้งนานในวิชานี้มาหนนี้ข้าขอใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาสามปีของวิชานี้หน่อยเถิด
“หลี่หยวน เ้าตอบ”จิงเซียนชี้ไปยังศิษย์คนใหม่
“เมื่อใช้ดอกไม้เหมันต์ฤดูเป็ส่วนผสมหลักปรุงยาพิษจะเป็พิษประเภทอัมพาตแต่จะอัมพาตส่วนใดนั้นขึ้นอยู่กับดอกไม้ชนิดในเหมันต์ฤดูอีกทีขอรับแต่พิษชนิดนี้จะไม่ถึงตาย แต่ถ้าไม่ถอนพิษตามเวลาที่กำหนดก็จะเป็อัมพาตเช่นนั้นไปตลอดชีวิต”
“อืม” จิงเซียนยิ้มพยักหน้า “ใช่”
ท่าทางภาคภูมิใจของจิงเซียนทำให้หลี่หยวนนึกถึงท่านอาจารย์จับใจก่อนจะยิ้มภาคภูมิใจให้ตนเอง
ข้าดูฉลาดจริงๆ
“อวิ้นหยางเตรียมเครื่องมือปรุงยาให้พวกเขาเลย” จิงเซียนหันไปหาศิษย์คนโปรดอวิ้นหยางผ่ายมือปรากฎอุปกรณ์เครื่องมือปรุงยาบนโต๊ะไม้ทันใด
จิงเซียนไล่สายมองสำรวจเครื่องมือบนโต๊ะ “วันนี้พวกเ้าจะได้ปรุงยาพิษชนิดนี้มีในตำรา และดอกไม้ในเหมันต์ฤดูทุกชนิดจะวางไว้ในตะกร้าให้พวกเ้าได้เลือกใช้แล้วจงใช้เครื่องมืออุปกรณ์อย่างระวัง เมื่อปรุงเสร็จให้พวกเ้ายกมือยืนอยู่กับที่แล้วข้าจะไปตรวจ”
“ขอรับ” เหล่าศิษย์รับทราบพร้อมเพียงกัน
หลี่หยวนถือเล่มตำราพลิกไปมาเป็ว่าเล่นก่อนจะลงมือปรุงยาพิษตามหนังสือไม่มีผิดเพี้ยน หลี่หยวนคลับคล้ายคลับคลาว่าดอกไม้พวกนี้ควรเลือกใช้เพียงชนิดเดียวอย่ามือซนหยิบมาใส่รวมกันเกินสองชนิดมิเช่นนั้นหายนะได้บังเกิดแน่
ตูม!
หม้อแตก!ศิษย์พี่ที่ปรุงอยู่ข้างๆถูกะเิใส่หน้าจนคิ้วเข้มหายไปทั้งแทบหน้าตามึนงงไปชั่วขณะ หลี่หยวนไล่มองเศษซากก่อนสรุปได้ว่าเขาใส่ดอกไม้มากกว่าสองชนิด
“เปลี่ยนหม้อแล้วต้มใหม่”จิงเซียนนั่งเท้าคางมองอยู่ห่างๆ
หลี่หยวนผ่อนลมหายใจใช้สองนิ้วคีบดอกไม้สีเงินขึ้นมาช้าๆก่อนจะเด็ดกลีบดอกไม้ลงหม้อต้มหลี่หยวนชะโงกหน้ามองดอกไม้ที่ตนหยิบใส่ลงไปแววตาเ็าที่มองลงไปดูเป็กังวลไม่น้อย
ข้าก็ลืมไปแล้วว่าดอกไม้แต่ละชนิดที่อยู่ในตะกร้ามีฤทธิ์ร้ายแรงอย่างไร…แล้วดอกไม้สีเงินชนิดนี้ที่ข้าเลือกใช้ทำให้เป็อัมพาตส่วนใดน่ะ?
หลี่หยวนเกาศีรษะงุนงงนึกไม่ออกอยู่เพียงครู่ “ช่างเถิดข้าจำไม่ได้แล้ว” เขาพูดกับตัวเอง
ท่าทางพึมพำพูดคนเดียวของหลี่หยวนช่างดึงดูดสายตาจิงเซียนยิ่งนักไม่ว่าจะทำอะไรหลี่หยวนผู้นี้มีบางอย่างที่เหมือนศิษย์พี่ใหญ่บ้างไม่เหมือนบ้างแต่ท่าทีพูดคนเดียวเช่นนี้ช่างเหมือนศิษย์พี่หลี่ไม่มีผิด ยิ่งตอนลงมือปรุงยาก็เก้ๆกังๆเหมือนกันอย่างกะแกะ
สองชั่วยามผ่านพ้นร่ำเรียนวิชาที่ไม่ชอบเหมือนลงนรกทั้งเป็หลี่หยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมพยายามยกมือเป็คนสุดท้ายอย่างหมดแรง
“ศิษย์น้องสภาพเหมือนไปออกศึกไม่มีผิด”
เหล่าศิษย์พี่ต่างเห็นใจกับสภาพของหลี่หยวนที่ประหนึ่งจะล้มนอนตายได้ทุกเมื่อ
จิงเซียนชะโงกมองหม้อปรุงยาพยักหน้ายิ้ม “ใช้ได้”
รอดสักที…
หลี่หยวนนั่งลงหมดอาลัยตายอยาก
“อวิ้นหยางเตรียมยาพิษ”น้ำเสียงนิ่งสงบเอ่ยสั่งอย่างลื่นปากลื่นคอหลี่หยวนคอยมองจิงเซียนว่าจะอ้าปากสั่งอวิ้นหยางให้เตรียมสัตว์น้อยใหญ่มาลองยาเมื่อไร
อวิ้นหยางจัดแจงยาพิษของแต่ละคนใส่จอกสุราก่อนจะวางไว้บนโต๊ะเรียนของแต่ละคนหลี่หยวนมองยาพิษในจอกสุราก่อนจะเลิกคิ้วมองจิงเซียน
เทพจิงเซียนมองหลี่หยวนพร้อมส่งสายตาพยักพเยิดยาพิษให้ศิษย์คนใหม่ “ดื่มเสีย”
“หา!” หลี่หยวนร้องเสียงหลง
“ไม่ต้องใขนาดนั้นที่จริงแรกเริ่มเดิมทียาพิษพวกนี้ก็ถูกลองยากับสัตว์น้อยใหญ่นั้นแหละซึ่งเป็ขั้นตอนที่ข้าไม่ชอบที่สุดแต่พอข้ามาเป็เ้าสำนักฟางหรูเสียเองข้ากลับคิดว่าสัตว์พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อยเหตุใดต้องโดนลองยาด้วยเล่า”จิงเซียนจับพัดลายจิ้งจอกในมือเล่นพร้อมกล่าวต่อ “ให้ผู้ปรุงยาลองยาเองยอมดีที่สุดจะได้คิดหน้าคิดหลังก่อนวางยาผู้อื่นว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันคุ้มเสียหรือไม่”
“แล้วท่านอาจารย์เคยวางยาพิษกับผู้อื่นหรือไม่ขอรับ”หลี่หยวนเอ่ยถามลอยๆพลางเหม่อมองยาพิษตรงหน้า
“…”
จิงเซียนจ้องหลี่หยวนนิ่งก่อนกล่าวเสียงแ่เบาสั่นเครือแค่ว่า “ไม่เคยใช้แต่เคยถูกขโมยก็เท่านั้น”
ถูกขโมย
“ท่านอาจารย์เหตุใดถึงบอกข้าง่ายดายเช่นนี้ขอรับ”หลี่หยวนสงสัย
“ในสำนักนี้รู้กันหมดอยู่แล้วแต่คนนอกยากจะเชื่อ เ้าไม่ต้องแปลกใจหรอก” จิงเซียนตอบอย่างสบายอารมณ์“เ้าอย่าถามมากรีบๆดื่มยาพิษเสีย”
หลี่หยวนขมวดคิ้วลังเลขอบกระเบื้องจรดริมฝีปากทว่าหลี่หยวนกลับขยับปากหนีเอ่ยถาม “พิษชนิดนี้มันจะร้ายแรงหรือไม่”
“ก็แล้วแต่ว่าเ้าจะปรุงออกมาอย่างไรเ้ามั่นใจฝีมือตนเองมากน้อยแค่ไหน” จิงเซียนยักไหล่
ข้าปรุงยาพิษได้ห่วยแตกที่สุดพิษคงไม่ร้ายแรงมาก…หวังว่านะ
หลี่หยวนรีบยกจอกสุราในมือดื่มหมดในคราเดียว
“อวิ้นหยางเ้าแยกศิษย์น้องแต่ละคนไปแต่ละห้องให้พวกเขาปรุงยาแก้พิษเอง” จิงเซียนหุบพัด “พวกเ้ามีเวลาเพียงหนึ่งเค่อที่ยายังไม่ออกฤทธิ์มากและเวลาหนึ่งก้านธนูต้องได้รับถอนพิษไม่เช่นนั้นได้เป็อัมพาตไปตลอดชีวิตแน่”
ข้าชักจะเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิว่าตนเองคิดถูกหรือไม่ที่ดึงดันอยู่แดนเทพข้าเหมือนเอาชีวิตมาทิ้งที่นี้เป็รอบที่สองไม่มีผิด…
หลี่หยวนชักสีหน้าขมวดคิ้วร้อนท้อง ตายแน่ตายแน่ ข้าตายแน่ๆ