
เสมอแข และล้ำฟ้า เหินลงมายังป่าหิมพานต์ เป็ที่ลุ่ม มีต้นไม้ใหญ่สองต้นอยู่บนเนินดิน เสมอแขนำฮูกเรไร และมักรีผลชมพูลงจากบ่าวางลงที่พื้น หล่อนค่อยๆนั่งลงหวังพักกายสักครู่ มองไปยังล้ำฟ้า ที่ยืนนิ่ง.. มองไปยังแสงอ่อนๆที่ลอดผ่านช่องว่างของต้นไม้ใหญ่ เหมือนกำลังใคร่ครวญบางสิ่ง
" ท่านล้ำฟ้า...."
......
" ท่านล้ำฟ้า ได้ยินข้าหรือไม่ " เสมอแขพยายามเรียกซ้ำ
" อืมมมมม... " ล้ำฟ้า
".......... " เสมอแข
" ข้าตั้งใจไว้ หวังให้ครึ่งชีวิตของข้า ไม่วุ่นวายเกี่ยวกับการฆ่าฟัน และา
ข้าไม่ปรารถนาจะสังหารใครอีก แม้จะเป็ศัตรู ข้าอยากพักผ่อนเต็มที.. เหตุใด ชะตาเล่นตลกกับข้าเช่นนี้ " ล้ำฟ้า
" อาจไม่ใช่ชะตา หากแต่เป็บุคคลอื่น บางคน ที่ตั้งใจให้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ " เสมอแข
" ศรของข้าพุ่งตรงไปไม่มีความลังแล หากแต่พลังของท่านที่ช่วยเสริมข้า ก็ยังไม่ลดถอย ไม่งั้นคนที่พลาดท่า อาจเป็ฝ่ายเรา " เสมอแข
" ข้าเข้าใจดี แต่เดิมที ครุฑนานนักกว่าจะกำเนิดสักตน หาใช่สัตว์หิมพานต์อย่างเราๆ แม้จำนวนฝ่ายเราจะมากกว่าฝ่ายปักษาถึงหกเท่า แต่ว่าครุฑ 1 ตน ก็สังหารพวกเราได้หลายตัว หลายตนนัก การครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่จำนวนแต่อย่างใด ถ้าถึงคราจำเป็ข้าอาจหน้าทน บากหน้า บังอาจฝ่า์ขึ้นไปพบองค์เทพด้วยตนเอง แม้ร่างจะแหลกก็ตาม ข้าไม่อยากให้เกิดการสูญเสียแม้เพียงน้อย " ล้ำฟ้ากล่าวอย่างลำบากใจ
" ท่านโปรดอย่าทำอะไรโดยพลการ พวกเราล้วนสามัคคีกันเป็ที่ตั้ง หากยังยึดสิ่งนี้อยู่ เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็อุปสรรคอันใด ล้วนผ่านไปได้ พี่สาวข้าก็เชื่ออย่างนั้น " เสมอแข
" บริเวณนี้เป็แหล่งของอาชาต่างๆ ข้าจักไปถามไถ่ พูดคุยสักหน่อย เ้ารุดหน้าไปหาท่านบัญชิณบถเถิดจัปลอดภัย "
กล่าวเสร็จ ต่างแยกทางมุ่งหน้าไปทำธุระของตน
ฮูกเรไรบินตามมาติดๆเสมอแข ส่วนมักรีผลชมพูเกาะติดบนบ่าของนาง
" พี่เสมอแข เหล่านักบวชที่ช่วยมา ปล่อยไว้ในป่า ให้เขาดำเนินชีวิตเองอย่างนั้น จะดีหรือ " ม้กรีผลชมพู
" ข้าเองล่วงดินแดนไปสังหารครุฑก็จริง แต่จะฝ่าประตูมิติที่มีท่านทวาณพเฝ้าอยู่คงไม่ง่าย ตอนนี้ให้พวกเขาตัดสินใจเองว่าจะติดต่อเพื่อกลับไปยังโลกมนุษย์ หรือว่าจะอยู่เพื่อบำเพ็ญต่อ " เสมอแขกล่าวพร้อมกับสังเกต เห็นหมอกมนต์ปริศนา
เส้นทางของมันมุ่งตรงไปยังป่าด้านหน้า เสมอแขใคร่อยากรู้นัก นางจึงบึ่งไปยังปลายทางของมนต์นั้นทันที
+++++++++++
ถ้ำใต้บาดาลทางทิศเหนือของเมืองนาค ศศินาคา หมายให้นาคตัวหนึ่งส่งข่าวไปให้คนรักรับทราบ ถึงเื่ที่ตนเห็นในถ้ำแต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างผ่องอำพันของไตรยวายุที่อยู่เนื้อใน ได้ปรากฎอย่างสมบูรณ์ รัศมีบารมีเปล่งประกาย สะท้อนไปทั่วถ้ำแสงเล็ดลอยออกมานอกถ้ำเห็นด้วยสายตาชัดเจนที่ดวงตาของนางนัก
นาคผู้กำลังจะไปส่งสารยังหยุด มิกล้าหาญขยับไปทิศทางใด ได้แต่ตะลึงในแสงนั้น
" เ้าไปได้แล้ว ไปบอกกล่าวท่านพี่ให้รับรู้" ศศินาคา
" ขอรับ" นาคผู้รับอาสาส่งสาร มุ่งทะยานขึ้นไปยังผิวน้ำเพื่อเดินทางไปยังอนันตานาคา
++++++++++
ที่บริเวณปากถ้ำำ หมอกมนต์ดำเริ่มเข้มข้นมากขึ้น เสือปีกสังเกตเห็นถึงความเหนื่อยล้าของอนันตาอย่างเห็นได้ชัด จึงเอ่ย
" ตัดสินใจเถิด หากท่านไม่เหลือกำลังไว้โจมตี มัวแต่ป้องกันอย่างนี้ เห็นทีเราคงรอแค่การพ่ายแพ้ " เสือปีก
หมอกมนต์ดำก่อตัวเป็อสูร รูปร่างเสมือนกุญชรวารี ทำให้กุญชรวารีแปลกใจนัก
แต่อนันตาแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองนาค เคยเห็นมนต์นี้มาก่อนหน้าในอดีต จึงเรียกสติกุญชรวารี
" หากเ้ามีความหวาดกลัว จิตเ้าจะตกอยู่ในการควบคุมของมัน " อนันตาเอ่ยพร้อมแบ่งใช้มนต์ป้องกันของตน ไปป้องกันกุญชรวารีเอาไว้
ทำให้เกิดช่องว่าง ในจังหวะการป้องกัน มนต์ดำแทรกซึมเกือบถึงตัวอนันตา อนันตาได้ทำการถอยหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึง 4 ก้าว พร้อมมีโลหิตออกทางจมูก เสือปีกเห็นท่าไม่ดี จึงเหินขึ้นไป้าด้วยความแข็งกร้าวดุร้าย แต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้ เพราะมีแค่หมอกทอดยาวขึ้นไป้า
หมอกดำคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พลันมีฝ่ามือที่อบอุ่นเปล่งประกายด้วยแสงสีขาว มีลมหายใจอันแ่เบา เป่ายาวทีหนึ่ง เป็หมอกสีขาวขับไล่ ย้อนหมอกดำนั้นถอยหลังกลับไปจนถึงครึ่งทางของหมอกดำ
ปรากฎร่างเล็ก สูงเพียงครึ่งหนึ่งของอนันตา ก้าวเท้าออกมา ค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละน้อย
" เหล่าวานรเพื่อนเล่นข้า หายไปไหนกันหมด !!! "
++++++++++
( ติดตามตอน 29 )