อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 143 คำสาป

    บทที่ 143 คำสาป




    “พ่อคะ ซินเอ๋อร์กลัวค่ะ” หลังจากที่พ่ออันขับไล่คนจำนวนมากออกไปแล้ว เขาก็กลับมาข้างในบ้าน เวลาล่าพวกกลายพันธุ์คงต้องเลื่อนไปก่อน รอจนกว่าจะมั่นใจว่าคนพวกนั้นไม่กลับมารบกวนบ้านของพวกเขาแล้วนั่นแหละ พ่ออันจึงจะกล้าไป




    “ไม่เป็นอะไรแล้ว พ่อจะไม่ปล่อยให้ใครมารังแกครอบครัวของเราแน่นอน” อันเฉินกล่าวปลอบประโลม ในขณะที่ซูหยวนนั่งมองเหตุการณ์นี้อยู่ไม่ไกล 


                


    ชั่วขณะหนึ่งนั้น เธอได้เห็นแววตาเยาะเย้ยที่มาจากซินซินคนนั้นด้วย อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่พอใจ จึงได้ไม่คิดจะเข้ามาเอาอกเอาใจเธออีก เป้าหมายของซินซินในตอนนี้ก็มีแค่พ่ออันและแม่อันเท่านั้น


                


    ซูหยวนที่รู้เช่นเห็นชาติกันมาก่อนแล้ว ถ้าเธอเป็นคนอื่นคงจะลุกไปเผชิญหน้ากันโดยตรง ทว่า...ซูหยวนเป็นคนที่เคยผ่านชีวิตมาก่อน เธอจะมาอิจฉาและแย่งความรักเหมือนเด็กๆได้ยังไง




    “หยวนเอ๋อร์ หนูคงจะกลัวมากเหมือนกันสินะ” แม่อันยังคงใส่ใจลูกสาวของตัวเองมากที่สุด เมื่อเห็นว่าซูหยวนและซินเอ๋อร์มองหน้ากัน ก็กลัวว่าลูกสาวจะน้อยใจ เธอเดินเข้ามาแตะแขนเล็กๆของลูกสาวราวกับต้องการปลอบประโลมบ้าง




    “ไม่ค่ะ ตอนออกไปล่าพวกกลายพันธุ์ข้างนอกนั้นน่ากลัวกว่ามาก” ซูหยวนตอบกลับเสียงเรียบ


                


    คำพูดของเธอก็แค่ต้องการเตือนพ่ออันให้ได้สติ ตัวเขาต้องออกไปล่า หาเงินด้วยการใช้ชีวิตเข้าแลก แต่จู่ๆก็มีผู้หญิงคนไหนไม่รู้เข้ามารับผลประโยชน์ทั้งหมดไป


                


    ถึงพ่ออันจะเป็นนักล่าที่เก่งกาจขนาดไหน แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาซินซินก่อนหน้านี้ก็ทำให้ที่บ้านหมดเงินไปไม่น้อยแล้ว แถมที่ผ่านมา...ซูหยวนก็ปล่อยให้พ่ออันออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด


                


    เงินเครดิตที่พวกเขาตั้งใจจะเก็บเอาไว้ให้ลูกสาว ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า เพราะตอนนี้เงินในบ้านแทบจะถูกเอามาใช้ทั้งหมดแล้ว!


                


    ซูหยวนไม่ได้อยากได้เงินของพ่อแม่ เธอมีรายได้ที่มากกว่าอีกฝ่ายหลายพันเท่า แต่...ความเหนื่อยยากของพ่อแม่ จำเป็นต้องเอามาให้คนหลอกลวงแบบนี้ด้วยหรอ?


                


    ถึงจะไม่พอใจ แต่ซูหยวนก็ไม่คิดจะเร่งมือ เธอยังมีบทละครฉากใหญ่ที่เตรียมเอาไว้ให้พ่อของตัวเองอยู่ ก่อนหน้านี้น่ะ...ก็แค่เรียกน้ำย่อยเท่านั้น กลัวแค่ว่าพ่อของเธอจะรับมือไม่ไหวเสียมากกว่า




    “พวกนั้นไม่มากันแล้ว พ่อจะรีบออกไปล่าแล้วก็กลับเร็วหน่อย วันนี้ทั้งสามคนก็อยู่ในบ้าน อย่าออกไปไหนก็แล้วกัน” 




    “ค่ะ ซินเอ๋อร์จะเชื่อฟังพ่อค่ะ”




    “กลับมาอย่างปลอดภัยนะคุณ” ทุกคนรีบให้กำลังใจ ซูหยวนพยักหน้าให้กับบิดาของตนเอง เธอรู้ว่าพ่อของเธอแข็งแกร่งขนาดไหน เพียงแต่...ช่วงนี้ก็อันตรายอยู่บ้าง




    “ระวังหน่อยนะคะ นักเรียนที่สถาบันต่างๆมีทั้งคนดีและไม่ดี” เธอเตือนก็เพราะช่วงนี้นักเรียนจำนวนมากกำลังออกทำภารกิจ แม้แต่สถาบันของเธอก็เช่นเดียวกัน


                


    ขนาดพวกเขายังต้องเข้าไปในเขตลึกของพื้นที่เขต A เพื่อล่า แล้วพ่อของเธอจะหาสัตว์กลายพันธุ์เขตรอบนอกได้ยังไง 




    “เข้าใจแล้ว” พ่ออันรับคำของทุกคนแล้วก็จากไป ซูหยวนเข้าไปในห้องส่วนตัวของตนเอง แม้จะปิดห้องแล้วก็ยังได้ยินเสียงพูดคุยฉอเลาะรอดออกมาจากตัวบ้าน เป็นซินซินคนนั้นที่พูดคุยกับแม่ของเธออย่างออกรส




    ถ้าไม่บอกว่าซินซินคนนี้ไม่ใช่ผู้ใช้พลังงานล่ะก็...เธออาจจะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใช้พลังในการโน้มน้าวใจผู้คนไปแล้ว


                


    เวลาผ่านไป ซูหยวนเห็นว่าใกล้ช่วงที่พ่ออันจะกลับมาแล้ว เธอจึงออกจากฟาร์มของตนเองเพื่อมารอพ่ออันในห้องพร้อมกับทุกๆคน ภาพที่เธอเห็นก็คือซินซินคนนี้กำลังบีบนวดแขนให้แม่ของเธออยู่ ช่างเป็นเด็กสาวที่กตัญญูรู้คุณจริงๆ


                


    ถ้าหากว่าซินซินคนนี้ไม่โลภมาก เธอเองก็อาจจะอะลุ่มอล่วยให้ก็ได้ คิดเสียว่าพ่อแม่มีเพื่อนเพิ่มเข้ามา มีคนดูแลเอาใจใส่แทนลูกสาวคนนี้ แต่...จากที่เธอลองตรวจสอบดู ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กินใช้ตามลำพังตัว กลับนำของในบ้านอันไปมอบให้คนอื่นอีก นี่ต่างหากที่ทำให้เธอจำเป็นต้องจัดการให้อยู่หมัด


                


    ใกล้จะได้เวลาแล้ว...


                


    อันซูหยวนนั่งอ่านหนังสือของสถาบันไปพร้อมๆกับรอเวลาไปด้วย ตอนนี้ก็น่าจะใกล้ได้เวลาที่พ่ออันควรจะกลับมาแล้ว ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนของเธอ เขาจะต้องกลับมาพร้อมกับ....




    “แม่อัน!! เร็วเข้า! ต้องใช้เงิน มีเรื่องต้องใช้เงิน!!” พ่ออันตะโกนด้วยความตกใจ เขารีบเข้ามาในบ้าน ยังมีรอยเลือดติดที่อกเสื้อของเขาอยู่เลย




    “ว้าย! พ่ออัน ทำไมคุณได้รับบาดเจ็บหรอ? แย่แล้ว แย่แล้ว”




    “อย่าตื่นตระหนกไปแม่อัน ไม่ใช่ฉัน! ก่อนหน้านี้เป็นฉันที่ประมาทแล้วเข้าไปในส่วนลึกของเขต A ก็เลยถูกสัตว์กลายพันธุ์โจมตีไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นคุณอวี้ที่มาช่วย” 




    “ตายจริง...” แม่อันได้ยินคำอธิบายก็โล่งใจไปหนึ่งเปราะ ถึงอย่างนั้น...พ่ออันก็ได้รับความช่วยเหลืออีกครั้งแล้ว




    “เร็วเข้า ต้องใช้เงินรักษาเขาให้ดีที่สุด”




    “เข้าใจแล้ว นี่คือเงิน 1,000 เครดิต เอาไปก่อนนะ” แม่อันและพ่ออันทำงานเร็วมาก พวกเขาโอนเงินให้กันอย่างรวดเร็ว 


                


    ที่จริง เมื่อพ่ออันหารายได้มาจากข้างนอก เขาก็จะให้ภรรยาเก็บเอาไว้ในบัญชีของเธอ ด้วยกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขาเป็นอะไรไปในพื้นที่ล่า ครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก เงินส่วนตัวของพ่ออันเองก็หมดไปตั้งแต่ช่วยซินซินแล้ว เวลานี้จึงทำได้แค่วิ่งมาขอแม่อันเท่านั้น




    “ฉันไปก่อนนะ วันนี้อาจจะอยู่โรงพยาบาล”




    “ได้เลย ดูแลผู้มีพระคุณให้ดีนะ” แม่อันมองตามหลังด้วยความเป็นห่วง




    “แม่คะ อย่ากังวลใจเลยค่ะ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว ยังไงก็จะปลอดภัยแน่นอนค่ะ” ซินซินใจดีมาก เธอเข้ามากอดแม่อันด้วยความเป็นห่วง


                


    แม่อันมองดูเด็กสาวนอกสายเลือด หากแต่เป็นคนอบอุ่นเหลือเกิน ชั่วขณะนั้น...หัวใจของเธอก็พองโต รู้สึกรักและเอ็นดูอีกฝ่ายจริงๆ แม้จะน้อยกว่าลูกสาวอย่างอันซูหยวน ทว่า...เธอก็เปิดใจให้ซินซินเข้าไปในนั้นมากกว่าเดิมอีกแล้ว


                


    ซูหยวนไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะสั่งสอนบทเรียนให้ครอบครัวอัน เวลานี้พวกเขาเป็นเพียงคนในเขตชั้นกลาง เงินในตัวก็ยังมีไม่มาก ต่อให้ใช้จนหมดเธอก็ยังคืนพวกเขาได้ แต่...เธอกลัวแค่ว่าในอนาคต มิจฉาชีพจะไม่ได้ปรากฏตัวเพื่อหาเศษหาเลยอีก แต่อาจจะเป็นการเรียกผลประโยชน์ที่เหนือไปอีกขั้น


                


    ทั้งสองคนเป็นครอบครัวของเธอ มีคนมากมายที่เป็นศัตรูกับเธอ ถ้าครอบครัวไม่มีความแข็งแกร่ง เธอก็คงจะห่วงหน้าพะวงหลังอยู่แบบนี้


                


    วันคืนผ่านไป ค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเรียกเก็บก็อีกเป็นหมื่นเครดิต แม่อันโอนเงินให้พ่ออันด้วยสีหน้ากังวลใจ เงินในบัญชีเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว ซึ่งท่าทางของทั้งสองคน แม้แต่ซินซินก็ยังสังเกตได้




    “แม่คะ มีเรื่องให้เครียดหรอคะ”




    “เฮ้อ ก็เรื่องเงินนี่แหละ ช่วงนี้พ่อล่าแกนพลังงานได้น้อยเพราะเด็กๆจากสถาบันกำลังทำภารกิจกัน แต่เงินในบ้านของเราก็หมดไปกับการรักษาหมดแล้ว...อ๋า แม่ไม่ได้หมายถึงค่ารักษาของหนูหรือของผู้มีพระคุณนะ ที่พูดก็เพราะกังวลเท่านั้น บางที...พวกเราอาจจะต้องออกไปเก็บขยะกันตอนกลางคืน...” แม่อันคิดไม่ตก วิธีที่จะหาเงินได้ไม่มีมากนัก และเธอก็ไม่คิดจะขอเงินจากลูกสาวที่ไปเสี่ยงชีวิตมา


                


    ลูกสาวก็มีอนาคตเป็นของตนเอง เธอจะเข้าไปยุ่มย่ามได้อย่างไร แค่นี้ก็รู้สึกผิดต่อหยวนเอ๋อร์มากพอแล้ว!




    “เก็บขยะ? มันไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยหรอคะ งานเก็บขยะเป็นงานยากแต่ได้รายได้น้อยมากนะคะ ไม่ใช่ว่า...พวกเราก็มีทหารในครอบครัวหรอคะ น้องซูหยวนก็น่าจะมีเงินเดือนของทหารอยู่บ้าง น่าจะเจียดมาช่วยครอบครัวได้” ซินซินหันมาทางซูหยวน แม่อันหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินแบบนั้น




    “ไม่ได้ๆ จะรบกวนอนาคตของหยวนเอ๋อร์ไม่ได้ ลูกสาวมีเงินก็เพราะความสามารถของตัวเอง พ่อแม่จะไปรบกวนได้ยังไง”




    “แต่แม่คะ ถ้าไม่เอาเงินมา ครอบครัวก็ไม่มีเงินใช้จ่าย...”




    “ไม่เป็นไรนะซินซิน เมื่อก่อนพวกเราลำบากกว่านี้ เก็บซากพวกกลายพันธุ์ทั้งคืนก็เพื่อเงิน ถึงอย่างนั้นก็ยังอดมื้อกินมื้อ เวลานี้ดีกว่าแต่ก่อนมาก พวกเรายังมีอาหารสังเคราะห์ให้กินอยู่ ยังไงก็ไม่ปวดท้องแล้วล่ะ” แม่อันพยายามพูดในแง่ดี แต่สีหน้าของซินซินเวลานี้ได้เปลี่ยนเป็นสีดำมืดไปแล้ว




    “.............” เด็กสาวไม่ได้พูดอะไร เธอยังมองซูหยวนสลับกับหญิงวัยกลางคนอัน ดูท่า...ต่อให้จะกล่อมอีกเท่าไร อีกฝ่ายก็คงจะไม่เอาเงินของลูกสาวเป็นแน่


                


    ไม่มีใครรู้ว่าโชคร้ายถาโถมเข้ามาอย่างไร อีกสองวันต่อมา จู่ๆพ่อกันก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเลือดท่วมตัว และใช่! เขาก็มาขอเงินเหมือนเดิม




    “เกิดเรื่องแล้วจริงๆ ฉันเป็นนักล่าที่ไม่ได้เรื่องเลย! ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าเด็กๆพวกนั้นเป็นมือใหม่ แต่ก็ยังคิดจะไปล่าใกล้ๆกันอีก สุดท้ายก็เกือบถูกลูกหลง ดีนะที่มีคนมาช่วยฉันไว้ ตอนนี้ฉันส่งไปที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดแล้ว ขอเอาเงินไป 5,000 เครดิตก่อนนะ”




    “..................”




    “วันนี้เป็นวันโชคร้ายจริงๆ เจอฝูงของโคเขาแหลมกลายพันธุ์ไม่พอ ยังเจอกับริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์อีก สุดท้ายแขนของฉันหัก แต่ยังมีคนที่บาดเจ็บมากกว่า เขาต้องมาเจ็บตัวก็เพราะฉันเลย ดังนั้นต้องใช้เงินอีก 2,000 เครดิตก่อน”




    “....................”


                


    เหมือนกับเป็นคำสาป พ่ออันออกไปล่า และทุกๆสองหรือสามวันจะเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเสมอ เวลานี้ผ่านไป 8 วันแล้ว พ่ออันส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลถึง 3 คน ซึ่งมีหนึ่งคนที่กำลังจะหายดี




    “คุณอันครับ ผม...ผมบาดเจ็บขนาดนี้แล้ว คงอีกนานกว่าจะทำล่าได้อีก ระหว่างนี้...ผมคงจะอยู่ต่อไปด้วยตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไปล่ะก็...ขอผมพักกับคุณก่อนได้ไหม รอแผลผมหายดีแล้วจะไปทันที”




    “เอ่อ เรื่องนั้น...”




    “ไม่เป็นอะไรนะครับ ถ้าคุณไม่สะดวกใจจะช่วยเหลือผม ก็คิดว่าที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้เป็นแค่ผายลมก็ได้ ตอนที่ผมช่วยคุณก็ไม่ได้คิดว่าจะมาทวงบุญคุณอะไรอยู่แล้ว แค่เห็นคนกำลังลำบากก็เลยอยากช่วยเท่านั้น”




    “เอ่อ ..... ถ้าอย่างนั้นก็มาพักจนหายดีก่อนก็แล้วกัน”


                


    และเพราะเหตุผลแบบนั้น พ่ออันก็รับคนเข้ามาอยู่ในห้องที่ว่างอยู่อีกหนึ่งห้อง ท่ามกลางความกระอักกระอ่วนของผู้หญิงทั้งสองคน


                


    เมื่อบ้านมีคนอยู่มากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น เงินที่มีอยู่ก็แทบจะไม่เหลือแล้ว อันซูหยวนอยากจะดูว่าพ่อแม่ของเธอจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ สุดท้ายแล้วพวกเขาทั้งสองก็ตัดสินใจจะพากันไปพื้นที่ล่าตอนกลางคืนเพื่อเก็บขยะ




    “อะไรนะคะ ฉัน  ฉันก็ต้องไปด้วยหรอ” ซินซินไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะถูกปลุกกลางดึกเพื่อไปเก็บขยะ 


                


    ชีวิตที่ผ่านมามันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ? เธอเลือกบ้าน เลือกครอบครัวได้อย่างถูกต้อง พวกเขาเป็นนักล่าที่เก่งกาจ ลูกสาวเป็นทหาร และเพิ่งจะกลายมาเป็นคนในเขตชั้นกลาง หมายความว่าเพิ่งจ่ายเงินไป 100 ล้านเครดิตได้ เช่นนั้น...พวกเขาจะไม่เหลือเงิน หลังจากรักษาคนไปไม่กี่คนได้ยังไง




    “ซินเอ๋อร์ไม่ต้องกังวล แม่กับพ่อเคยเป็นผู้เก็บขยะมาก่อน รู้ว่าจะทำยังไงให้เก็บขยะได้เร็ว แล้วก็ตอนนี้พ่อเป็นนักล่าด้วย ดังนั้นย่อมไม่อันตรายเท่ากับก่อนหน้านี้แล้ว”




    “แต่....”




    “มาเถอะ วันนี้พวกเราควรจะทำเงินได้สัก 150 เครดิตนะ” แม่อันตั้งใจมาก แม้เธอจะเป็นคนของเขตชั้นกลางแล้ว แต่ก็ไม่ได้ดูถูกอาชีพที่เคยทำก่อนหน้านี้เลย




    “แม่คะ แล้วทำไมน้องซูหยวนไม่ต้องไปกับพวกเราล่ะคะ” ในที่สุด...ความไม่พอใจก็ยากที่จะสะกดเอาไว้ได้ ซินซินที่ไม่ใช่คนในสายเลือดอันด้วยซ้ำ กลับตั้งคำถามนี้ต่อคนที่ให้ข้าวให้น้ำเธอทุกวัน แม่อันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบ




    “หยวนเอ๋อร์กลับมาบ้านเพื่อพักผ่อน เธอยังต้องเรียนในสถาบันอยู่เลย ดังนั้นช่วงเวลานี้ไม่ควรจะรบกวนเธอแล้ว”




    “อะไรกันคะ ฉันเองก็อยากจะเรียนในสถาบันเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่...”




    “เฮ้อ พ่อกับแม่ก็จนปัญญานะ”




    “คะ? หมายความว่ายังไง”




    “ก็ที่หยวนเอ๋อร์ได้เข้าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ไม่ใช่เพราะความสามารถของพ่อแม่หรอกนะ แต่เป็นเพราะหยวนเอ๋อร์ทำงานให้กับสกุลจาง เขาเห็นความสามารถก็เลยรับเข้าเป็นนักเรียนทุนของตนเอง ทุกวันนี้...ถ้าไม่ได้ตระกูลจาง ชีวิตของพวกเราก็คงมาในจุดนี้ไม่ได้ อีกอย่าง...ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเท่านั้นที่หยวนเอ๋อร์ดูแลตัวเองนะ แม้แต่การพาพ่อแม่เข้ามาในเขตชั้นกลาง ก็ยังเป็นลูกสาวนี่แหละที่ทำให้”




    “................” ซินซินเบิกตากว้าง เธอไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเลย


               


     ไม่ใช่ว่าซูหยวนเป็นแค่เด็กน้อยหรอกหรือ? แล้วทำไม...ทำไมถึงเป็นดั่งหัวหน้าครอบครัวอันได้ล่ะ




    “อย่าบอกนะคะว่าเงิน 100 ล้านเครดิตที่ซื้อบ้าน ก็เป็นเงินของน้องซูหยวนน่ะ”




    “อ๋อ ใช่แล้ว แต่ได้ยินว่าใช้ไป 150 ล้านเครดิตเลยนะ หยวนเอ๋อร์ของเราเก่งมากใช่ไหม” แม่อันพูดไปยิ้มไป พ่ออันที่ได้ยินก็คลี่ยิ้มจางๆด้วย พวกเขาภูมิใจในตัวลูกสาวมาก ยิ่งเธอประสบความสำเร็จ พวกเขาก็ยิ่งมีความสุข




    ………………………………