มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 27 เล่ยเฟิง อมยิ้มของคุณตกอยู่น่ะค่ะ

            

            ปากกระบอกปืนดำสนิททำให้เย่เทียนเซี่ยหรี่ตาลงรอยยิ้มบนใบหน้ากลับฉีกยิ้มสดใสยิ่งขึ้น เขาเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวแล้วพูดออกไปอย่างช้าๆ“แกวางปืนกระบอกนั้นลงซะจะดีกว่านะ ฉันโคตรจะไม่ชอบให้ใครถือปืนจ่อมาที่ฉันเลย ไม่งั้นพวกแกอาจรับผลที่จะตามมาไม่ไหวเอานะ”

            “หึ ไอ้โง่”ชายชุดดำที่ถือปืนอยู่ราวกับได้ยินคำพูดน่าขัน ริมปากของเขากระตุกยิ้มเย็นแล้วหัวหน้าของพวกมันก็พูดขึ้นเสียงเย็น “เลิกไร้สาระได้แล้ว จัดการมันซะ”

            ปั้ง!

            ในศตวรรษที่ 23 เสียงของปืนนั้นได้มีแนวโน้มในการพัฒนาไปในทางที่ไร้ที่ติเมื่อกระสุนพุ่งออกจากรังปืนก็จะมีเพียงแค่เสียงเหมือนมีอะไรชนกันเบาๆเท่านั้น

            สิบก้าว.....เย่เทียนเซี่ยยืนอยู่ห่างจากพวกมันแค่สิบก้าวเท่านั้น เมื่อเสียงยิงปืนดังขึ้นลูกกระสุนก็ตรงมายังตรงกลางหว่างคิ้วของเย่เทียนเซี่ยเท้าของเขาก็หยุดชะงักในทันที

            “อื้ออื้อ.....อื้ออื้อออ.....”หญิงสาวหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ไม่กล้าหันไปมองฉากที่ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันคนนั้นล้มลงโดยมีเลือดสดๆไหลออกมาจากศีรษะแต่ทันใดนั้นหูของเธอกลับได้ยินเสียง “กริ๊ง” เบาๆดังกลับมามันเหมือนกับเสียงของโลหะตกลงกระทบพื้นแข็ง

            รอบๆเปลี่ยนเป็นความเงียบงันในทันทีมันเป็นความเงียบที่น่าหวาดผวา สายลมอ่อนพัดผ่านเข้ามาในค่ำคืนอันร้อนระอุ สิ่งที่เห็นตรงหน้าที่มาพร้อมกับสายลมเย็นสบายทำให้ร่างของคนทั้งสี่สั่นกลัวมันเหมือกับการโจมตีของยมทูตที่โจมตีเข้าไปในกระดูและหัวใจของพวกเขา

            กระสุนที่ส่งออกไปไม่ได้นำมาซึ่งเลือดสดๆท่ามกลางม่านตาที่หดตัวลงของคนทั้งสี่กระสุนที่ส่งออกไปก็ค่อยๆร่วงลงจากหัวของเย่เทียนเซี่ยตกลงบนพื้นเกิดเป็นเสียงเบาๆที่เกือบจะทำให้หัวใจของพวกเขาหยุดเต้น

            พวกเขา.......กำลังมองตัวอะไรอยู่เนี่ย!?

            นี่มันเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า? หรือว่าดวงตาของพวกเขามีปัญหากันแน่......

            หญิงสาวคนนั้นในที่สุดก็รวบรวมความกล้าแล้วลืมตาขึ้นในที่สุดเมื่อมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเธอก็เห็นว่าเย่เทียนเซี่ยร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดีไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายเธอเกือบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง

            เย่เทียนเซี่ยยื่นมืออกมาแล้วกดลงเบาๆตรงที่ที่ถูกลูกกระสุนลูกนั้นพุ่งเข้าใส่รอยยิ้มที่มุมปากยกขึ้นช้าๆ สิ่งที่ปรากฏในสายตาของชายชุดดำทั้งสี่คือรอยยิ้มของปีศาจจากนรกแม้เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนลูกนั้น แต่ก็ยังคงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอยู่เมื่อคิดย้อนกลับไปเขาก็จำไม่ได้แล้วว่าคนที่กล้ายกปืนขึ้นจ่อเขาครั้งล่าสุดตายไปตั้งแต่เมื่อไร

            เสียง “กริ๊ง” ของปืนสีเงินที่ตกลงบนพื้นดังขึ้นมาอีกครั้งสองมือของชายชุดดำสั่นเหมือนคนเป็นไข้ คนที่อยู่ตรงหน้าเขาห่างไปไม่ไกลนั้นใช้ร่างกายป้องกันกระสุนไว้จริงๆอีกทั้งยังใช้ส่วนหัวหยุดมันไว้อีก สิ่งที่เขาได้รับรู้ในเวลานั้นส่งผลให้เขารู้สึกหวาดกลัวราวกับเห็นปีศาจและมันยังเอาชนะแนวป้องกันในจิตใจเขาได้อย่างง่ายดาย

            “สัตว์ประหลาด!” สีหน้าของคนเหล่านั้นซีดเผือดก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวมนุษย์อย่างพวกเขาไม่มีทางที่จะมีคุณสมบัติเหนือชั้นแบบนั้นได้...... เท้าที่กำลังก้าวถอยไปของชายคนนั้นเพิ่งจะแตะลงบนพื้นเงาดำสายหนึ่งก็พัดพาสายลมเย็นวูบพุ่งมาถึงตรงหน้าเขา ในตอนนั้นเองความเจ็บปวดก็พุ่งขึ้นมาจากหัวใจของเขาเวลานั้นก่อนที่เขาจะมีสติได้ป้องกันตัวหูของเขาก็พลันมีเสียงหน้ากลัวของชายหนุ่มคนนั้นดังขึ้นมา“ขอโทษนะ........ฉันไม่ใช่”

            ชายชุดดำทั้งสี่เกือบจะทรุดลงในเวลาเดียวกันซึ่งห่างกันแค่เพียงไม่เกินหนึ่งวินาทีเพราะมีความมืดปกคลุมอยู่จึงไม่มีใครเห็นชัดเจนว่าจริงๆแล้วพวกเขาล้มลงได้อย่างไรเย่เทียนเซี่ยโบกมือไปมา ก่อนจะพูดออกไปด้วยความเมตตา “จริงๆแล้วก็กะจะแค่ทำให้พวกแกกลายเป็นไอ้โง่สี่ตัวแค่นั้นแต่ในเมื่อพวกแกอยากตายซะขนาดนี้ งั้นก็เก็บแรงของพวกแกไว้เถอะ”

            เย่เทียนเซี่ยเลิกคิ้วเดินตรงไปยังด้านหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นเขาพยุงเธอขึ้นมาแล้วแก้มัดที่ข้อมือรวมทั้งที่ปากของเธอด้วยอาศัยแสงสว่างจากดวงจันทร์ทำให้ใบหน้างดงามที่ฉายแววงุนงงชัดเจนปรากฏสู่สายตา ผมยาวยุ่งเหยิงของเธอสยายอยู่ด้านหลังใบหน้าสวยสง่าสมบูรณ์แบบนั้นเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชายตกตะลึงและแม้ใบหน้าของเธอจะซีดเซียวแค่ไหนก็ไม่อาจปกปิดลักษณะสูงส่งที่มีมาแต่เกิดของเธอได้......เด็กสาวคนนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

            “เอาล่ะ ตอนนี้เธอกลับบ้านได้แล้ว”เย่เทียนเซี่ยพยุงร่างของเธอแล้วพูดออกมา แต่ผ่านไปซักพักโดยไม่ต้องรอคำตอบของเธอหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาก็มีน้ำตาพรั่งพรูออกมาทันทีเหมือนน้ำที่โอบล้อมดวงดาวไว้ฟันซี่เล็กของเธอขบริมฝีปากแน่นจนแทบไม่เห็นสีเลือด จมูกของเธอสั่นเล็กน้อยแม้แต่เสียงหายใจที่ปล่อยออกมาก็ดูอ่อนแรงเต็มที เธอยังคงไม่หายจากอาการกลัวและตกใจ

            หญิงสาวมีรูปร่างสูงเพรียว เตี้ยกว่าเย่เทียนเซี่ยไม่ถึงครึ่งศีรษะเธอพิงตัวเข้ามาหาเย่เทียนเซี่ย ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าจมูก ภายใต้ความมึนเบลอเธอลืมไปแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนไม่แม้แต่จะตระหนักได้ว่าตัวเธอเองกำลังตกอยู่ภายใต้อ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่ง เธอเพียงแค่มองมาทางเขาด้วยความหวาดกลัวท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด หญิงสาวคนหนึ่งที่ไร้ซึ่งความหวังกับคนชั่วจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มที่มีความสามารถล้ำเลิศและเสน่ห์เหลือร้ายจากสวรรค์มาจัดการพวกคนชั่วทั้งหมดช่วยเหลือหญิงสาวที่ไร้ทางสู้

            เวรเอ้ย....ช่วงเวลาแบบนี้ทำไมมันคุ้นๆวะ!?

            แต่ช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านี้ อยู่ในฝันอันสวยงามของหญิงสาวเกือบทุกคนเมื่อมองเจ้าชายขี่ม้าขาวใกล้ๆหญิงสาวก็รู้สึกราวกับติดอยู่ในความฝันอันสวยงาม

            สัมผัสที่หนักขึ้นและเริ่มไม่เกรงใจมากขึ้นเรื่อยๆวนเวียนอยู่ที่เอวของเธอสัมผัสอุ่นร้อนจากมือใหญ่กำลังไล้วนอยู่ที่เสื้อของเธอและกำลังทำบางอย่างที่“แนบชิด” กับเธอ หญิงสาวเกิดอาการหน้าแดงลำคอระหงเหมือนหยกขาวค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพู หลังจากนั้นก็ตื่นจากภวังค์ในทันทีเธอถอยออกมาราวกับถูกไฟฟ้าช็อต จ้องมองเขาด้วยความตื่นตะลึง

            เย่เทียนเซี่ยหมุนตัวกลับไปแล้วพูดอย่างสบายๆ “แล้วเจอกันนะพี่สาวคนสวยคราวหน้าคราวหลังก็ระวังความปลอดภัยด้วย ดึกขนาดนี้แล้วทางที่ดีไม่ควรออกมานอกบ้านนะ”

            ตัวเธอเองเกือบจะถูกลักพาตัวไปแล้วแต่หลังจากนั้นเขาก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาเหมือนซุปเปอร์แมนที่ใช้ร่างกายหยุดกระสุนต่อมาก็ล้มคนทั้งสี่คนได้จนหมด เรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปปรากฏอยู่ในหัวของเธอเป็นฉากๆในขณะที่เธอกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่นั้นเย่เทียนเซี่ยก็เดินจากไปไกลแล้ว

            “รอก่อน.......คุณชื่ออะไรคะ?” หญิงสาวที่พิงตัวไว้กับรถด้วยความกลัวและอ่อนแรงตะโกนออกไปเสียงดัง

            เย่เทียนเซี่ยไม่ได้หยุดฝีเท้าแล้วตอบออกมาเสียงเบา “เล่ยเฟิง”

            “เล่ยเฟิง? เล่ยเฟิง......อมยิ้มของคุณตกอยู่น่ะค่ะ”หญิงสาวหยิบอมยิ้มที่ตกลงจากร่างของเย่เทียนเซี่ยขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

            เย่เทียนเซี่ยสะดุดขาตัวเองถ้าหากเวลานี้ข้างกายเขามีฝาท่อระบายน้ำเขาคงไม่ลังเลที่จะเปิดมันออกแล้วกระโดดลงไปเขาเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น วิ่งออกไปไกลจนไม่เห็นแม้แต่เงาฉากอันงดงามที่วีรบุรุษได้ช่วยสาวงามไร้ทางสู้เอาไว้ ภาพวีรบุรุษผู้ซึ่งสูงสง่าและผึ่งผายถูกทำลายลงด้วยอมยิ้มแท่งหนึ่ง!

            “นี่ คุณอย่าเพิ่งไปสิคะ......”หญิงสาวตะโกนเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับจากเย่เทียนเซี่ย เมื่อมองแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วแล้วสายตาของหญิงสาวก็ปรากฏความมึนงงเล็กน้อยเธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นแผ่นหลังแบบนี้ที่ไหนมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องมังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน