สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 บังคับร่วมทีม



    เมื่อทำการเปิดช่องเก็บของขึ้น ผมก็พบตำราสกิลสีทองวางอยู่ที่มุมหนึ่ง เป็นประกายสุกใส งดงามสุดจะพรรณา และเมื่อเอื้อมมือออกไปสัมผัส ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเย็นที่บางเบา พร้อมทั้งมีควันบางๆบนพื้นผิวของหนังสือ จากนั้นกลุ่มควันจึงเริ่มก่อตัว รวมเป็นแนวความคิดศิลปะทางการต่อสู้ของเหล่านักรบนับพัน เต็มไปด้วยรัศมีการสังหารและเมื่อหนังสือถูกถือไว้ในมืออย่างสมบูรณ์ ตัวอักษรก็ลอยออกมาในทันที——

    【พายุสงคราม】 (ตำราทักษะระดับ SS): ทักษะติดตัว เมื่อโจมตีเป้าหมายมีโอกาส 10% ที่จะปล่อยพายุหมุนเข้ากวาดล้างเป้าหมายในพื้นที่ด้านหน้า สร้างความเสียหาย 150% เหมาะสำหรับอาชีพ: อัศวิน นักดาบ เรนเจอร์ เลเวลที่สามารถเรียนรู้: 35 ผู้เล่นที่ผูกมัด: จินซีเหอซี


    ……

    กลายเป็นว่ามันเป็นตำราสกิลที่ผูกมัดแล้ว ซึ่งทำให้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือขายได้ และผมหยิบมันขึ้นศึกษาอยู่เงียบๆ และพายุสงครามจึงกลายเป็นแสงสีทองส่องลงมาที่ฝ่ามือของผมอย่างรวดเร็ว พลังสังหารพลุ่งพล่านออกมา ร่างกายทั้งหมดเหมือนได้รับการชำระล้างจากศึกสงคราม และพายุสงครามก็ได้ปรากฏบนแถบสกิลด้วยลวดลายสีทองอย่างสวยงาม แม้ว่าจะเป็นทักษะติดตัว แต่มันก็เหมือนกับเบิกฟ้าสยบมาร ทั้งหมดเป็นสกิลที่อยู่เหนือระดับ S 

    ในช่วงเวลานี้ สกิลที่ผู้เล่นเรียนรู้ส่วนใหญ่เป็นสกิลทั่วไป อย่างเฮฟวี่สแลชและโบลวสไตรค์ที่เป็นสกิลระดับ C ดาบสองคมเป็นสกิลระดับ B จนถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้เรียนรู้สกิลระดับ A เลย แล้วจะนับประสาอะไรกับสกิลระดับ S สีทองหรือสูงกว่านั้น พูดได้เลยว่าแค่เบิกฟ้าสยบมารและพายุสงคราม ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมเหนือกว่าคนส่วนใหญ่ในด้านสกิลแล้ว!

    เป็นสกิลติดตัว ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองใช้ดูก่อน

    ผมกระตุ้นให้ลาป่าวิ่งไปข้างหน้า ทันทีที่เห็นแบดเจอร์ระหว่างทางก็รีบพุ่งเข้าชาร์จอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งใช้เบิกฟ้าสยบมารห้าคอมโบฟาดฟันออกไปทันที และในขณะคอมโบที่สี่ แขนทั้งสองของผมก็รู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมีพายุหมุนสีครามพัดออกมา "กวาด" ร่างแบดเจอร์ พายุพัดออกไปไกลเกือบสิบหลา สร้างความเสียหาย 1500+ แต้ม ทำเอาผมตะลึงจนอ้าปากค้าง สกิลนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ มันเป็นสุดยอดสกิลที่ช่วยในเก็บเลเวลจริงๆ เมื่ออุปกรณ์สวมใส่ดีพอ ก็สามารถพุ่งเข้าไปในกลางฝูงมอนสเตอร์และกวาดล้างพวกมันทั้งหมดได้ในคราวเดียว!

    เวลานี้หัวใจของผมรู้สึกสดชื่นอย่างมาก เมื่อพายุสงครามถูกกระตุ้นเป็นครั้งที่สองแบดเจอร์จึงถูกฆ่าตายในทันที จากนั้นผมที่เปิดรายการจัดอันดับเลเวลของเมืองจิ่นโจวอย่างคาดหวัง ก็พบว่าได้กลับขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอีกครั้งแล้ว ด้วยเพราะรางวัล 2 เลเวลนั้นถึงทำให้ตอนนี้ผมอยู่ที่เลเวล 37 แซงหน้าเฟยเยว่เจ้าของตำแหน่งอันดับหนึ่งอีกครั้ง——

    1. จินซีเหอซี เลเวล 37 อัศวิน

    2. เฟยเยว่ เลเวล 36 นักจิตวิญญาณ

    3. ทิรามิสุ เลเวล 36 นักจิตวิญญาณ

    4. กั่วเจวี๋ย เลเวล 34 อัศวิน

    5. เหล่ยเหยียน เลเวล 34 อัศวิน

    6. ไป๋อี้กงจื้อ เลเวล 33 นักดาบ

    7. เจี้ยนหยวี่ เลเวล 33 อัศวิน

    8. ซานโหย่วฝูซู เลเวล 33 นักลอบสังหาร

    9. ชิวฉุ่ยหาน เลเวล 32 นักบวช

    10. หั่วเยี่ยนฉู่ เลเวล 32 นักจิตวิญญาณ 
    ......

    ในสิบอันดับแรก นักจิตวิญญาณและอัศวินได้เข้าครองพื้นที่ส่วนใหญ่แล้ว และดูเหมือนว่าหลินเฉอเองในช่วงนี้ดูเหมือนจะเก็บเลเวลอย่างบ้าคลั่ง และบางทีก็มีออกมาลุยเดี่ยว เพื่อทวงคืนเลเวลของเขากลับ

    หั่วเยี่ยนฉู่เองก็ได้กลับเข้าสู่สิบอันดับแรกอีกครั้ง ดูแล้วเขาคงใช้ความพยายามอย่างหนัก

    หากทีมเทียนเสวี่ยนต้องการสร้างความรุ่งเรืองบนดินแดนแห่งนี้ เกรงว่าจะพวกเขาจะต้องทุ่มเทอย่างมาก ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้ว จึงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป เพื่อค้นหาสถานที่เก็บเลเวลใหม่ ตอนนี้ผมเลเวล 37 ความแข็งแกร่งจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นมอนสเตอร์เลเวล 39 จำนวนมากจึงไม่สามารถทำให้ผมพอใจได้อีกต่อไป และนอกจากนี้ต้นทรีจีนในป่าวายุนั้นก็ยังคงว่างเปล่า ถึงเวลาเปลี่ยนแผนที่แล้ว

    หลังจากที่วิ่งผ่านแผนที่มาหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็ยังไม่พบแผนที่ซึ่งเหมาะสำหรับเก็บเลเวลเลย บางทีก็เลเวลมอนสเตอร์ยังไม่เหมาะสม บางทีก็เป็นมอนสเตอร์ที่หนังหนาฆ่าได้ยาก แถมยังอัตราการดรอปต่ำเตี้ยเรี่ยดิน  จนกระทั่งลาป่าวิ่งขึ้นมาบนเนินเขาลูกหนึ่ง เห็นป่าสีทองในระยะไกลออกไป ทันใดนั้น ผมก็พบเป้าหมายใหม่ ต้นไม้ส่วนใหญ่ในป่าแห่งนี้มีแต่ต้นสน ใบไม้สีทองร่วงหล่นลงบนพื้นราวกับกำลังย้อมป่าแห่งนี้ให้เป็นป่าสีทอง

    ลาป่าก้าวเหยียบลงบนใบไม้สีทองที่ร่วงหล่นลงมาตลอดทางเข้าไปในป่า เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว สกิลรับรู้สมุนไพรของผมก็สว่างขึ้นอีกครั้ง แถวนี้มีสมุนไพรอยู่ แต่หลังจากที่ผมเดินไปรอบๆ ต้นไม้เป็นเวลานานก็ยังไม่พบสมุนไพรที่สามารถเก็บรวบรวมได้เลยสักต้น ทำเอาผมรู้สึกสับสนทันที เป็นไปได้ไหมที่สกิลรับรู้สมุนไพรจะผิดพลาด?

    ไม่น่าจะเป็นไปได้ นี่เป็นสกิลของหมอยา!

    ท้ายที่สุด เมื่อผมเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าลำต้นของต้นไม้ตรงหน้าถูกล้อมรอบด้วยเปลือกสีทองที่โปร่งใสปิดสนิท มันคือ คราบจักจั่น เป็นคราบที่จักจั่นสีทองได้ลอกทิ้งเอาไว้ เมื่อตอนที่มันจะโตเต็มวัย ทว่าคราบจักจั่นขนาดกำปั้นนี้ไม่ใช่คราบจักจั่นธรรมดาอย่างแน่นอน และมันคือคราบจักจั่นที่เป็นวัตถุดิบชนิดหนึ่งในเกม โดยไม่รอช้าผมจึงรีบเก็บรวบรวมคราบจักจั่นไว้ทันที และได้รับคราบจักจั่นวัตถุดิบปรุงยาระดับ 4 มาสามชิ้น

    เยี่ยมเลย แผนที่นี้เรียกว่า “ทะเลป่าสน” นี้ถือว่ายังดูอุดมสมบูรณ์มาก อย่างน้อยก็ทำให้ผมเก็บคราบจักจั่นได้มากพอ

    ขณะนั้นเองบริเวณข้างหน้าไม่ไกลนัก ก็มีเสียงกระพือปีกดังแว่วมา มอนสเตอร์ตัวแรกในทะเลป่าสนปรากฏตัวแล้ว มันคือจักจั่นยักษ์ที่มีปีกขนาดใหญ่ ลำตัวเป็นสีทอง อีกทั้งมีลวดลายสีทองสลับดำตรงส่วนท้อง นอกจากนี้ยังมีหนามแหลมที่หาง ดูเต็มไปด้วยแรงอาฆาต——

    【ปีศาจจักจั่น】 (มอนสเตอร์ระดับเงิน)

    เลเวล: 40

    พลังโจมตี: 450-650

    พลังป้องกัน: 200

    ค่า HP: 11000

    สกิล: 【เข็มมรณะ】 【น้ำลายพิษ】

    แนะนำ: จักจั่นที่กลายเป็นปีศาจ พวกมันไม่เพียงแต่ส่งเสียงที่แหลมที่น่ารำคาญเท่านั้น แต่ยังสามารถพ่นเยื่อพิษสีขาวออกมาได้อีกด้วย

    ……

    ในที่สุด ก็ได้เจอมอนสเตอร์เลเวล 40 สักที ซึ่งเหมาะสำหรับผมที่จะเก็บเลเวลในตอนนี้มาก

    ฆ่า!


    “ฟิ้วว” เสียงแหวกสายลมดังขึ้น ขณะที่ทหารม้าเหล็กพุ่งชนกระแทกปีศาจจักจั่นจนมึนงงนั้น ภายในเวลา 0.6 วินาทีก็เกิดมีแสงปะทุ ฟันเข้าใส่ปีศาจจักจั่นจนต้องล่าถอยไปทันที พร้อมกับตัวเลขความเสียหายอีกห้าตัวเด้งออกมาติดต่อกัน ในขณะเดียวกันพายุสงครามก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา พายุหมุนเชือดเฉือนปีศาจจักจั่นจนเลือดเหลือเพียงครึ่งหลอด ในช่วงเวลานั้นผมเทผงยารวบรวมลมปราณแล้วนั้นดาบสองคมก็ตามออกไป ก่อนที่แขนสองข้างของผมจะอุ่นขึ้น พร้อมทั้งพายุสงครามปรากฏขึ้นอีกลูก คลื่นอากาศสีฟ้าถาโถมเข้าใส่ปีศาจจักจั่นตัวนั้นจนตายภายในทันที!

    ผมมองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องตะลึง นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในพริบตาเดียว... มอนสเตอร์เลเวล 40 ในช่วงเวลาที่ติดสถานะมึนงง เลือด 11000 ถูกทำให้หมดหลอดในเวลาสั้นๆ นี่เป็นการสร้างความเสียหายที่น่ากลัวมาก หากผมพูดเรื่องนี้ออกไป คงจะมีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อเรื่องนี้ จริงไหม?

    ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง จก้มลงเก็บเหรียญเงินที่ปีศาจจักจั่นดรอปออกมา จากนั้นก็ออกเดินทางเพื่อค้นหามอนสเตอร์ตัวต่อไปและวัตถุดิบปรุงยาตัวต่อไป คราบจักจั่น
    แผนที่ทะเลป่าสนฝืนนี้มีขนาดใหญ่มาก มากถึงขนาดครอบคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา ดังนั้นหลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เมื่อผมไล่ฆ่ามอนสเตอร์จนมาถึงส่วนลึกของทะเลป่าสนแล้ว แต่กลับพบว่ายังเข้ามาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของแผนที่ทะเลป่าสนเลย และในขณะนั้นเองบริเวณด้านหน้าบนมินิแมพก็มีจุดสีเขียวสองจุดคลุมเครือปรากฎขึ้น นั่นคือจุดของผู้เล่น นึกไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะมีคนด้วย?

    ผมจึงรีบยกเลิกลาป่าทันที ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในเถาวัลย์ที่หนาแน่นเพื่อหลบซ่อน ตราบใดที่ด้านบนของศีรษะถูกปกปิดไว้ ผู้เล่นคนอื่นก็จะไม่เห็นจุดของผมแสดงบนมินิแมพแล้ว จากนั้นผมจึงค่อยๆคลำทางไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ถึงอย่างไรเวลานี้ผมยังมีชื่อแดง ทันทีที่ผู้เล่นเห็นผมพวกเขาจะเกิดความโลภขึ้นมาทันที ดังนั้นจึงต้องระวังตัวไว้สักหน่อย

    หลังจากคลำทางมาเกือบร้อยหลา ผมก็ยังคงรักษาสถานะ “ซ่อน” ไว้ได้เสมอ และพบว่าด้านหน้ามีคนสามคนยืนอยู่ใต้ต้นสนยักษ์สีทอง และสองคนในนั้นก็เป็นคนดังที่อยู่ในรายการจัดอันดับเลเวลอีกด้วย——

    【เฟยเยว่】(นักจิตวิญญาณ)

    เลเวล: 36

    สังกัดทีม: เฟยเยว่ฉีซือถวน

    【เหล่ยเหยียน】 (อัศวิน)

    เลเวล: 34

    สังกัดทีม: เฟยเยว่ฉีซือถวน

    【เซี่ยหยวี่】 (นางฟ้าพเนจร)

    เลเวล: 32

    สังกัดทีม: เฟยเยว่ฉีซือถวน

    ……

    ในที่สุด ผมก็ได้พบกับเธอ หัวหน้าทีมสาวสวยในตำนานของเฟยเยว่ฉีซือถวน——เฟยเยว่!

    เธอสวมใส่เสื้อคลุมวิญญาณสีแดงเพลิง ที่มีรอยผ่าแยกอยู่ด้านข้าง ฉะนั้นเรียวขาเรียวยาวและขาวผ่องดุจหิมะโชว์ออกมาน่าสัมผัสมาก เมื่อผมไล่สายตามองขึ้นไป เสื้อคลุมที่รัดรูปก็ได้เผยให้เห็นหน้าท้องส่วนล่างที่แบนราบ และส่วนโค้งของยอดเขาสูง ที่เพียงมองก็เดาได้ว่าอย่างน้อยมันก็ต้อง C + ทำเอาผู้คนถึงกับหายใจไม่ออกเลยทีเดียว และยิ่งบวกกับใบหน้าที่สวยงามอันวิจิตรราวกับนางฟ้าของเธอ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะสามารถรวบรวมอัศวินยอดฝีมือเพื่อทำงานให้เธอได้จำนวนมาก!

    คนที่ชื่อเหล่ยเหยียนนั้น เขาเป็นอัศวินหนุ่มที่สวมชุดเกราะ พร้อมทั้งถือโล่ในมือ ดูแล้วอายุน่าราวๆ 22 ปี อีใบหน้าเขาแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม และยังมีผู้เล่นอีกคน คือ เซี่ยหยวี่ นางฟ้าพเนจรของพวกเขา ซึ่งเป็นสาวสวยอีกคน ในมือของเธอถือคทาและคอยติดตามอยู่ข้างกายเฟยเยว่ด้วยท่าทางอ่อนโยน

    หลังจากที่ใช้สายตาตรวจสอบพวกเขาทั้งสามคนแล้ว เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ถัดจากพวกเขา มันทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้นเลยทีเดียว มันเป็นบอสที่ดูเหมือนเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก มีชื่อว่า “ปีศาจจักจั่นทอง” เลเวล 40 และที่สำคัญที่สุดคือ —— มันเป็นบอสระดับเงิน!

    พระเจ้าช่วย นี่จะทำการเฟิร์สคิลบอสระดับเงินที่นี่ใช่หรือไม่?

    ชั่วขณะหนึ่งที่หัวใจของผมเหมือนถูกเหยียบย่ำด้วยม้าศึกนับล้านตัว ทว่าก็ถือว่าคุ้ม และหากทีมเฟยเยว่ฉีซือถวนฆ่าบอสตัวนี้ได้ เช่นนั้นเฟิร์สคิลของพวกเราทีมเทียนเสวี่ยนก็หายวับไปเลยสิ!! อีกอย่างทั้งค่าความสำเร็จพิเศษและค่าความโชคดีก็จะหายเข้าไปในกลีบเมฆทันที แล้วที่อุตส่าห์ยากลำบากมาตั้งนาน ทุ่มเทเก็บเลเวลจนสูงขนาดนี้ ไม่ใช่ก็เพื่อเฟิร์สคิลนี้หรอกเหรอ?!

    วินาทีนี้หมื่นคำในใจของผมไม่มีคำไหนเลยที่บอกว่าจะยอม ถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าทีมเฟยเยว่ฉีซือถวนจะมาถึงก่อนก็ตาม

    แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้เข้าต่อสู้ ก็คงด้วยเหตุผลที่เหมือนกันคือคนไม่พอ นอกจากนี้การสู้กับบอสระดับเงินเลเวล 40 ด้วยคนเพียงสามคนมันก็ยากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งแทงค์ซึ่งเหล่ยเหยียนมีเลเวลเพียง 34 เท่านั้น สู้กับบอสเลเวล 40 เลเวลก็ต่างกันเกินไป และมีโอกาสสูงมากที่จะถูกฆ่าในไม่กี่วินาที ถึงแม้จะมีนางฟ้าพเนจรอยู่ ก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเฟยเยว่แล้ว คนอื่นๆแทบไม่มีดาเมจฆ่าบอสได้เลย หากเป็นแบบนี้การสู้กับบอสจะกินเวลานานเกินไป แถมยังมีตัวแปรอื่นๆอีกมาก

    ไม่ได้การ แบบนี้ต้องบังคับให้ “ร่วมทีม”ให้ได้!

    ในใจผมมีเป้าหมายชัดเจน แต่ต้องคิดหาวิธีที่จะดึงเฟยเยว่เข้ามาร่วมทีมต่อสู้กับบอสด้วยกัน และในขณะเดียวกันก็แข่งกันเพื่อช่วงชิงเฟิร์สคิลมาให้ได้ แม้ว่าสิ่งนี้...... จะดูเจ้าเล่ห์มากก็ตาม แต่ก็มีแค่ต้องทำแบบนี้แหละ เกมเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อเป็นอันดับหนึ่ง ไม่สามารถสละให้ผู้อื่นได้ อีกอย่างผมก็ไม่ได้แอบซุ่มลอบสังหารพวกเขาเสียหน่อย แค่นี้ก็นับว่ามีคุณธรรมที่ควรจะมี ถ้าหากเปลี่ยนเป็นหั่วเยี่ยนฉู่ หรือหลิวเฉียงล่ะก็ ตราบใดที่มีโอกาสเพียงน้อยนิด พวกนั้นจะลอบโจมตีทันที อีกอย่างด้วยความสามารถของผม การจะเข้าโจมตีอย่างเงียบๆ เพื่อฆ่าเฟยเยว่ได้ในไม่กี่วินาทีและส่วนอีกสองคน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

    ขณะนี้ใจของผมกำลังว้าวุ่น  มันต้องสร้างเรื่องก่อนว่า “ฉันเห็นบอสก่อน” มิฉะนั้นคำพูดจะไม่มีความน่าเชื่อถือ แถมจะดูน่ารังเกียจและไร้ยางอายมากด้วย

    หลังจากคิดแล้วคิดอีก ในที่สุดก็ได้วิธี ผมจึงคลานอย่างเงียบ ๆ อยู่ใต้เถาวัลย์ และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถปีนขึ้นไปอยู่อีกด้านหนึ่งของทีมเฟยเยว่ฉีซือถวนได้แล้ว จากนั้นจึงเรียกลาป่าออกมา ก่อนจะพุ่งชาร์จเข้าหาบอสอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งตวัดดาบยาวฟันไปที่บอสครั้งหนึ่ง แล้วกลับหลังหันออกวิ่งมุ่งตรงไปที่เฟยเยว่และคนอื่น ๆ ทันที ขณะเดียวกันก็พยายามทำหน้าให้ตื่นตระหนกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมทั้งฉายแววตาของความกังวลออกมา จากนั้นผมก็แหกปากร้องออกมาสุดเสียงทำเป็นตกใจว่า “โอ้พระเจ้า...... ทำไมพวกเธอถึงอยู่ที่นี่กันล่ะ? รีบหนีเร็ว ข้างหลังมีบอสกำลังตามมา พวกเธอระวังตัวด้วยอย่าถูกมันฆ่าตาย”

    “นาย……”

    ทันทีที่เฟยเยว่หมุนตัวกลับมาก็เห็นผม จากนั้นก็เห็นบอสที่ไล่ตามมาจากทางด้านหลัง และสุดท้ายที่เห็นไอดีของผม เธอก็กัดริมฝีปากสวยของเธอทันทีด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะพูดว่า “รีบหนีเร็ว หนีออกไปให้ไกล บอสจะไม่ไล่ตามหากนายไปไกลพอ!”

    และก็เป็นตามนั้นจริงๆ หลังจากที่ผมวิ่งไปเกือบสองร้อยหลา บอสก็ไม่ไล่ตามแล้ว แถมหมุนตัวกลับไปเลย

    ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงกรอบแกรบดังมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง หมูป่างั้นเหรอ?

    ผมที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แน่นอนด้วยเสียงชนดัง “ปัง” ซากศพของหมูป่าที่อยู่ท่ามกลางเถาวัลย์สีทองก็ถูกโยนออกมา จากนั้นเงาร่างที่สวยงามก็เยื้องย่างออกมาจากป่า ทำเอาหัวใจของผมสั่นสะท้านราวกับเกิดฟ้าผ่าลงกลางหน้าผาก เธอเป็นจอมเวทสาวสวยอีกคน ที่มีเสื้อคลุมจิตวิญญาณสีแดงเพลิงห่อหุ้มร่างอันสง่างามไว้ ส่วนในมือก็ถือไม้เท้าที่ล้อมรอบด้วยเปลวไฟ นอกจากนี้เรือนผมที่ยาวสลวยดำขลับนั้นก็ทิ้งตัวอยู่กับไหล่บางราวกับม่านน้ำตก อีกทั้งยอดเขาคมชัดที่กลมกลึงได้สัดส่วนออกมาเห็นได้ชัด พร้อมกับบั้นท้ายที่อวบอั๋น เอวคอดที่สอดรับกับช่วงเรียวขาที่ยาวสวย ภาพตรงหน้าเพียงแค่มองก็รู้สึกเหมือนพระเจ้ากำลังส่องประกาย ทั้งยังถูกดึงดูดจนไม่อาจถอนสายตาไปได้ แล้วเหนือศีรษะของเธอนั้นมีเส้นไอดีที่ละเอียดอ่อนพลิ้วไหวเขียนว่า——

    【ทิรามิสุ】 (นักจิตวิญญาณ)

    เลเวล: 36

    สังกัดทีม: ถังเหมิน

    ……

    แน่นอนว่าเป็นเธอ ถังหยุน รูปลักษณ์ของเธอเหมือนกับโลกแห่งความเป็นจริงโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ราวกับเอลฟ์ที่งดงามที่หายเข้าไปในส่วนลึกของป่า และเหนือเส้นผมที่ดูราวกับน้ำตกของเธอนั้นก็มีเครื่องประดับผมหมีมัฟฟินน่ารักๆคาดอยู่ ส่วนระหว่างกลุ่มผมกลุ่มหนึ่งก็มีเขามังกรที่ละเอียดอ่อนและงดงามยื่นออกมา และขณะที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นมองมาที่ผมด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่ง จากนั้นจึงเลื่อนสายตามองไปที่เฟยเยว่และคนอื่น ๆ แล้วยกมือชี้นิ้วไปที่เหล่ยเหยียนและชี้ไปที่ซากหมูป่าที่อยู่บนพื้น พร้อมทั้งพูดขึ้นว่า “เมื่อกี้นายใช้ธนูยิงสัตว์เลี้ยงของฉันตายสินะ”

    ให้ตายเถอะ มีคนที่ไร้ยางอายกว่าผมโผล่มาแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องสกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行) ที่คุณอ่าน