พลังของกายามังกร
เมื่อเห็นว่าดวงจิตของศิษย์ตนเองไม่สามารถป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตได้เจ้าสำนักเว่ยก็รีบกล่าวยอมแพ้ก่อนทีฟ่างเฉินจะให้ความโลภลงมือทันที“บัดซบ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องใช้สิ่งนี้แล้ว” เจ้าสำนักเว่ยกัดฟันแล้วกล่าวขึ้น“นั่นคืออะไรท่านประมุข” ศิษย์หลักคนหนึ่งกล่าว“นี่คือสร้อยโบราณที่บรรพชนของเราบังเอิญได้รับมา สร้อยนี้มันสามารถช่วยป้องกันการโจมตีจากพลังจิตได้ขอแค่อีกฝ่ายไม่ใช้การโจมตีพลังจิตระดับกึ่งเซียนสร้อยนี้ก็จะป้องกันการโจมตีทางพลังจิตได้หมด” เจ้าสำนักเว่ยกล่าว“แบบนี้นี่เองแสดงว่าเราก็ไม่ต้องกลัวพลังจิตของเจ้านั่นแล้วสินะ” ศิษย์หลักอีกคนกล่าว“เอาละใครจะขึ้นไปบนประลองก็สวมสร้องนี้เอาไว้ เจ้าจะได้ไม่ต้องกลัวพลังจิตของเจ้านั่น” เจ้าสำนักเว่ยกล่าว“ข้าจะขึ้นไปเอง” ศิษย์หลักที่มีรูปร่างใหญ่โตกล่าว“ดี จำไว้ถ้ามีโอกาสฆ่ามันซะ” เจ้าสำนักเว่ยกล่าวหนิงเซี่ยมองไปที่ฟางเฉินด้วยความสนใจโดยที่ไม่สนใจสำนักของตัวเองเลย ไม่สิต้องบอกว่าอดีตสำนักเพราะตอนนี้นางเป็นศิษย์ของนิกายพฤกษาครามแล้ว และด้วยอำนาจที่ห่างชั้นเกินไปทำให้นางในตอนนี้ไม่เห็นสำนักเว่ยอยู่ในสายตาอีกต่อไปและที่นางยังให้ความช่วยเหลือสำนักเว่ยในตอนนี้ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น“ในอนาคตชายคนนั้นจะต้องได้เป็นคนสำคัญของนิกายพฤกษาครามแน่ มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกท่านจะสามารถสังหารเขาในการประลองนี้ได้” หนิงเซี่ยกล่าวเตือน“ตอนนี้พวกเราไม่สามารถถอยกลับได้แล้วเพราะงั้นพวกเราจำเป็นต้องกำจัดเจ้าเด็กนั่นซะ” เจ้าสำนักเว่ยกล่าว“เฮ้อ ชั่งโง่เจลาโดยแท้พวกเจ้าไม่รู้เหรอว่าผู้อาวุโสท่านนั้นกำลังจับตาดูฟางเฉินอยู่ขอแค่ฟางเฉินอยู่ในอันตรายเขาจะต้องยื่นมือออกมาช่วยอย่างแน่นอน” หนิงเซี่ยคิดเป็นอย่างที่หนิงเซี่ยคิด ผู้อาวุโสของนิกายพฤกษาครามนั้นให้ความสนใจของฟางเฉินอยู่ตลอดและยิ่งฟางเฉินแสดงความสามารถออกมามากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งให้ความสำคัญต่อฟางเฉินมากเท่านั้น“ชายคนนี้แข็งแกร่งมาก แม้จะอยู่แค่ระดับนักรบขั้นกลางแต่พลังจิตที่ปลดปล่อยออกมาสามารถเทียบเท่าระดับปฐพีขั้นต้นได้เลย” ศิษย์นิกายพฤกษาครามกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“เพราะว่าระดับจิตวิญญาณของฟางเฉินคือระดับเทวะยังไงละแถมทั้งทักษะและจิตวิญญาณยังผสานกันได้อย่างลงตัวอีกด้วย” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าว“อย่างที่คิดเขามาจากตระกูลฟาง ด้วยทักษะที่เขาใช้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าเขาคือบุตรชายของอดีตผู้นำตระกูลที่หายไป ฟางเฉิน” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามคิดเมื่อถึงการต่อสู้ต่อไปฟางเฉินยังไม่ได้ใช้พลังปราณของตัวเองเลยแม้แต่น้อยใช้แต่พลังจิตของตัวเองจัดการอีกฝ่าย แต่ว่าอีกฝ่ายยังเหลือคนถึง 5 คน ทำให้ฟางเฉินไม่กล้าประมาท“ฮ่า ฮ่า ฟางเฉินครามนี้จิตวิญญาณดวงตาของเจ้าไม่สามารถใช้กับพวกเราได้แล้ว” ศิษย์หลักซึ่งมีร่างกายใหญ่ตาคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“หืม งั้นข้าขอลองหน่อยแล้วกัน” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับใช้พลังจิตโจมตีอีกครั้งแต่ว่าชายร่างใหญ่กลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย“ฮ่า ฮ่า ข้าบอกแล้วว่าการโจมตีด้วยพลังจิตของเจ้ามันไม่มีผลกับพวกเราแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาตายของเจ้าบ้างแล้ว” ชายร่างใหญ่คำรามออกมาจิตวิญญาณวานรศิลาปรากฏทำให้ร่างของชายร่างใหญ่ขยายใหญ่ขึ้นไปอีกและพละกำลังยังเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถทำลายพื้นบนสนามประลองได้แล้ว“ตาย!!!!!!!!” ชายร่างใหญ่คำรามออกมาและทุบลงมาใส่ร่างของฟางเฉินหมายจะบดขยี้ร่างของฟางเฉินให้แหลก“เจ้าคิดว่ามีเพียงเจ้างั้นเหรอที่มีร่างกายที่ทรงพลัง” ฟางเฉินคำรามออกมากล้ามเนื้อของฟางเฉินส่งเสียงดังลั่นพร้อมกับกายามังกรปะทุพลังออกมา ฟางเฉินชกหมัดที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงใส่อีกฝ่ายทันที“ตูม!!!!!!!!!!” ชายร่างใหญ่ระเด็นถอยหลังแล้วแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาฟางเฉินเองก็ถอยหลังไปสามก้าวแต่ว่าเพียงแค่นี้ก็ทำให้ทั่วทั้งสนามต้องตื่นตระหนกแล้ว ต้องรู้ว่าพละกำลังของชายร่างใหญ่ตอนนี้ไม่มีระดับนักรบคนใหนสามารถต้านทานได้แล้ว แต่ฟางเฉินกลับสามารถปะทะกับชายร่างใหญ่ตรง ๆโดยไม่แพ้นี่จะไม่ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกได้อย่างไร“เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่มีจิตวิญญาณที่เสริมพลังร่างกายแล้วเจ้ามีร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนี้ได้อย่างไร” ชายร่างใหญ่คำรามออกมา“ใครบอกว่าต้องมีจิตวิญญาณประเภทเสริมร่างกายเท่านั้นที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้” ฟางเฉินยิ้มเย็นก่อนจะพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย ด้วยกายามังกรขั้นที่ 4 ทำให้ฟางเฉินไม่กลัวเรื่องดวลพลังกายกับระดับนักรบหน้าใหนทั่งนั้น“บัดซบคิดจะหยามข้างั้นเหรอ” ชายร่างใหญ่คำรามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจก่อนจะระดมหมัดใส่ฟางเฉิน ฟางเฉินเองก็ระดมหมัดใส่อีกฝ่ายเช่นกัน ทั้งสองชกหมัดใส่กันอย่างต่อเนื่อง หมัดต่อหมัด แต่ว่าไม่นานชายร่างใหญ่ก็เริ่มถอยหลังเรื่อย ๆ ในขณะที่ฟางเฉินก้าวไปข้างหน้า“เป็นไปไม่ได้ ข้าคนนี้แพ้เรื่องพลังกายงั้นเหรอ” ชายร่างใหญ่คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ยอมรับ“แค่นี้คงพอได้แล้วละนะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับตบฝ่ามือหยกออกไป“ตูม!!!!!!!!!” อ๊ากกกกกกกก ชายร่างใหญ่กระเด็นตกสนามประลองออกมาไปพร้อมที่หน้าท้องปรากฏรอบประทับฝ่ามือสีแดงฉาน“ฟางเฉิน ต่อไปข้าจะเป็นคนจัดการกับเจ้าเอง” เว่ยกวนคำรามออกมาก่อนจะรับสร้อยคอมาจากชายร่างใหญ่ ต่อให้เป็นเว่ยกวนก็ต้องหวาดกลัวพลังจิตของฟางเฉินฟางเฉินหันไปทางเย่เซียนซึ่งเห็นเย่เซียนพยักหน้า ฟางเฉินจึงเดินลงจากสนามประลองทันที“ฟางเฉินเจ้าจะหนีไปใหน หรือว่าเจ้าหวาดกลัวจะแพ้ข้า” เว่ยกวนคำรามออกมา“เอาชนะเจ้าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับข้าแต่ว่าศิษย์พี่ของข้านางอยากจะออกกำลังเล็กน้อยข้าเลยยกเจ้าให้กับนางเท่านั้น” ฟางเฉินกล่าวโดยที่ไม่หันกลับมา“ฟางเฉินเจ้ากล้าดูถูกข้างั้นเหรอ ดี ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าพลังของข้าเว่ยกวนผู้นี้มากมายขนาดใหน” เว่ยกวนคำรามออกมาพายุที่รุนแรงโหมกระหน่ำเย่เทียนเหินขึ้นมาบนสนามประลองด้วยท่วงท่าสง่างามในมือของนางถือกระบี่เงินเล่มหนึ่ง รวดลายกระบี่ถูกแกะสลักแบบพิเศษเป็นรูปมังกรกำลังคาบกระบี่“เย่เซียนงั้นเหรอ ดี คราวนี้ข้าจะแสดงความเหนือชั้นให้เห็นกันเสียที” เว่ยกวนคำรามออกมาก่อนจะฟาดฟันใบมีดออกไปคมมีดสายลมเฉือนเข้าหาเย่เซียนด้วยความเร็วอย่างยิ่ง แต่เย่เซียนก็ยังแสดงสีหน้าสงบพริบตาที่กระบี่ถูกชักออกจากฝัก คมมีดสายลมทั้งหมดของเว่ยกวนก็ถูกทำลายลงในทันที