ร้านขายของเก่าหมายเลข 10

    ตอนที่ 39 แพะรับบาป

    ซานชุยกลับมาถึงสำนักเหมินฟางพร้อมกับลูกศิษย์จำนวนสิบคน แต่ทว่าพอมาถึงสำนัก กลับเห็นคนของทางการจำนวนมากมารอจับกุมเขา

    “ท่านพี่!” หวนเจินที่ท้องได้แปดเดือนแล้วได้เดินเข้าไปจับมือซานชุยเพื่อให้กำลังใจ

    “มันเกิดอะไรขึ้น! พวกเขามาทำอะไรกันที่นี่” ซานชุยสงสัย

    “นางมารลู่เฟยได้ฟ้องร้องว่าเจ้าฆ่าสามีของนางจนเสียชีวิต เมื่อวานนี้” มือปราบนายหนึ่งกล่าว

    “เป็นไปไม่ได้! ข้าได้ปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันขบวนลำเลียงเสบียงไปที่ชายแดน และเพิ่งจะกลับมาถึงที่นี่วันนี้ ลูกศิษย์ของข้าเป็นพยานให้ข้าได้” ซานชุยกล่าว

    “ใช่แล้ว! อาจารย์อยู่กับพวกเราตลอด ไม่มีทางที่จะไปแอบสังหารใครได้” ตัวแทนลูกศิษย์ของซานชุยกล่าว

    “หลายเดือนก่อนเจ้ากับท่านเจ้าวังได้มีปัญหากัน ชาวยุทธ์ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี และถึงลูกศิษย์ของท่านจะยอมมาเป็นพยานให้ แต่พวกเขาก็เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ พวกเขาย่อมเข้าข้างท่านผู้เป็นอาจารย์อยู่แล้ว อีกอย่างใครจะมาคอยเฝ้าดูท่านตลอดเวลา ท่านเป็นคนมีวรยุทธ์สูง ท่านอาจไปมาไร้ร่องรอยและแอบไปสังหารท่านเจ้าวังถึงที่วังป่าดิบก็เป็นได้” ท่านมือปราบไม่เชื่อ

    “แล้วท่านมีหลักฐานอะไรที่กล่าวหาว่าข้าเป็นคนร้าย” ซานชุยสงสัย

    “แม้ว่าเจ้าจะสวมชุดดำอำพรางตน แต่นางมารลู่เฟยเห็นว่าคนร้ายคนนั้นได้ใช้ฝ่ามือมังกรซัดไปที่ท่านเจ้าวังจนเสียชีวิต” ท่านมือปราบยืนยัน

    “เรื่องราวความบาดหมางระหว่างท่านเจ้าวังกับซานชุยจบลงไปแล้ว พวกเขาไม่ได้มีเรื่องอะไรขัดแย้งกันอีกแล้วนะเจ้าคะ” หวนเจินช่วยพูด

    “จงไปที่ศาลเมืองหลีโจวให้ใต้เท้าไต่สวนก่อนเถิด” ท่านมือปราบไม่อยากเสียเวลาอีก

    “ไม่เจ้าค่ะ! ข้าจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องสามีของข้า” หวนเจินเอาตัวเข้ามาขวาง

    “ไม่เป็นไรนะฮูหยิน ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกไม่นานข้าก็จะถูกปล่อยตัวเอง” ซานชุยจับไปที่ไหล่ของฮูหยินและกล่าว

    หวนเจินจำต้องยอมให้ท่านมือปราบคุมตัวซานชุยไปที่ศาลเมืองหลีโจวอย่างช่วยไม่ได้

    ********************************************

    ณ ศาลเมืองหลีโจว

    “ข้าน้อยซานชุย คำนับใต้เท้าขอรับ” ซานชุยคารวะ

    “เมื่อวาน ตอนเที่ยงวัน เจ้าอยู่ที่ไหน” ใต้เท้าถาม

    “ในช่วงเวลานั้น น่าจะเป็นช่วงที่ข้ากำลังเดินทางกลับจากการคุ้มกันขบวนลำเลียงเสบียงไปที่ชายแดนเสร็จแล้ว ซึ่งผู้ร่วมเดินทางของข้าก็คือเหล่าลูกศิษย์ของข้าเองขอรับ” ซานชุยเล่า

    “เบิกตัวนางมารลู่เฟย” ใต้เท้ากล่าว

    “ข้าน้อยลู่เฟย คำนับใต้เท้าเจ้าค่ะ” นางมารลู่เฟยคุกเข่าทำความเคารพ

    “เจ้าเห็นกับตาอย่างนั้นหรือว่าคนร้ายที่ฆ่าสามีเจ้าคือซานชุย” ใต้เท้าสงสัย

    “แม้ข้าจะไม่เห็นหน้าคนร้าย แต่ดูลักษณะภายนอกของคนร้ายต้องเป็นหนุ่มร่างกายกำยำที่มีอายุประมาณราวๆ 30 ปี เนื่องจากผมของเขายังคงดกดำและผิวหนังยังคงเต่งตึง นอกจากนี้ชายคนนั้นมีวรยุทธ์ของสำนักเหมินฟาง แถมเขายังได้รับการถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรมาจากท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนอีกด้วย คนที่มีสิทธิ์ได้รับการถ่ายทอดต้องเป็นผู้ที่จะได้ดำรงตำแหน่งประมุขพรรคเท่านั้นซึ่งนั่นก็มีซานชุยคนเดียวเจ้าค่ะ” นางมารลู่เฟยกล่าวอย่างมั่นใจ

    “เป็นเพราะท่านเจ็บแค้นที่สามีเจ้าชู้ก็เลยพลั้งมือฆ่าสามีหรือเปล่า แล้วท่านก็เลยโยนความผิดมาให้ข้า” ซานชุยสงสัย

    “ข้ารักสามีมาก ข้าไม่มีวันสังหารสามีตัวเองหรอก” นางมารลู่เฟยกล่าว

    “เบิกตัวท่านพ่อเฒ่าเฉียนชาง ผู้รอบรู้ในยุทธภพ” ใต้เท้ากล่าว

    “ข้าคือเฉียนชาง คำนับใต้เท้าขอรับ” เฉียนชาง ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยบาดแผลว่าเกิดจากวิทยายุทธ์จากสำนักใด กล่าว

    “ผลชันสูตรศพ สรุปว่าท่านเจ้าวังเสียชีวิตด้วยวิทยายุทธ์จากสำนักใดกันแน่” ใต้เท้ารีบถาม

    “ท่านเจ้าวังตายเพราะฝ่ามือมังกรของสำนักเหมินฟางขอรับ” เฉียนชางกล่าวอย่างมั่นใจ

    “หลักฐานแน่นหนา เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวอีกมั้ยซานชุย” ใต้เท้าตบโต๊ะเสียงดัง

    “ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ข้าไม่ได้ฆ่าท่านเจ้าวังจริงๆ นะขอรับ โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย” ซานชุยกล่าว

    “จะสารภาพดีๆ หรือว่าต้องให้ข้าโบยเจ้า” ใต้เท่าข่มขู่

    “ต่อให้โบยข้าถึงตาย ข้าก็จะไม่รับผิดในคดีที่ข้าไม่ได้ก่อขอรับ” ซานชุยกล่าวอย่างมุ่งมั่น

    “จับมันไปโบยเดี๋ยวนี้” ใต้เท้าสั่ง

    “ขอรับ” ทหารรับคำ

    ซานชุยถูกจับไปโบยถึง 50 ไม้ เขาถึงขั้นสลบเหมือดไปเลย

    ********************************************

    วันต่อมามีข่าวว่า อีกห้าวันจะมีการประหารชีวิตซานชุยในคดีสังหารท่านเจ้าวัง เมื่อหวนเจินได้ทราบข่าว นางจึงรีบขอเข้าเยี่ยมซานชุยในคุก แม้ตนจะอยู่ในสภาพท้องแก่ก็ตาม

    “ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ทำไมพวกเขาถึงโหดร้ายกับท่านถึงเพียงนี้” หวนเจินรู้สึกสงสารสามี เพราะสามีมีบาดแผลเหวอะหวะที่หลัง

    “ฟังนะหวนเจิน ข้าถูกใส่ร้าย ข้าถูกมือปราบจับนิ้วโป้งประทับลงไปในคำรับสารภาพ ข้าไม่ได้ฆ่าท่านเจ้าวังจริงๆ ข้าสาบานได้” ซานชุยกล่าว เขาไม่ต้องการให้ฮูหยินเข้าใจเขาผิด

    “ข้าเชื่อท่านพี่เจ้าค่ะ” หวนเจินเชื่อมั่นในตัวสามี

    “แค่นี้ข้าก็นอนตายตาหลับแล้ว ที่เจ้ายอมเชื่อใจข้า” ซานชุยกล่าว

    “ข้าจะหาวิธีช่วยท่านให้จงได้เจ้าค่ะ” หวนเจินมีน้ำตาคลอ แต่นางจะไม่ยอมแพ้

    “ไม่มีประโยชน์หรอก คดีได้ตัดสินไปแล้ว ใครก็ช่วยข้าไม่ได้” ซานชุยรู้สึกหมดหวัง

    “ไม่ลองก็ไม่รู้นะเจ้าคะ” หวนเจินไม่ยอมสิ้นหวัง

    “นั่นเจ้าจะไปไหนน่ะ” ซานชุยสงสัย

    “ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ” หวนเจินกล่าว

    “เจ้าไม่ควรไปด้วยตัวเองนะ หนทางไปเมืองหลวงนั้นอีกยาวไกล เจ้ากับลูกอาจเป็นอันตรายได้” ซานชุยเป็นห่วงฮูหยินและลูกในครรภ์

    ซานชุยมิอาจห้ามปรามฮูหยินได้ บัดนี้ฮูหยินของซานชุยได้นั่งรถม้ามุ่งหน้าไปเมืองหลวงเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาท

    ********************************************

    สมกับความพยายาม หวนเจินได้เดินทางมาถึงที่วังหลวงและขอเข้าเฝ้าพระชายาเหรินซวง

    “เจ้ามาเยี่ยมเราอย่างนั้นหรือ หวนเจิน” พระชายาทรงดีพระทัย

    “เพ… โอ๊ย! หม่อมฉันปวดท้องเพคะ” หวนเจินมีอาการปวดท้องอย่างหนัก

    “เจ้าจะคลอดอย่างนั้นหรือ” พระชายาจึงเรียกนางกำนัล “ใครก็ได้ไปเรียกหมอหลวงเหมยซูมาที่นี่เดี๋ยวนี้”

    สักพักทหารองครักษ์ก็ช่วยกันประคองหญิงท้องแก่ใกล้คลอดให้ไปที่ห้องพักรักษาพยาบาลเพื่อเตรียมคลอด

    อู๊แว้ๆ อู๊แว้ๆ อู๊แว้ๆ เด็กทารกคลอดออกมาอย่างปลอดภัย

    “เจ้าได้ลูกชายนะ หวนเจิน” เหมยซูกล่าวยิ้มๆ และอุ้มเด็กทารกน้อยไปให้แม่เด็กดูใกล้ๆ

    หวนเจินกลับรีบจับแขนของท่านหมอเหมยซูที่กำลังอุ้มเด็กทารกและกล่าวว่า “ฟังนะ ท่านหมอเหมยซู บัดนี้สามีของข้าได้รับโทษประหารในอีกสี่วันข้างหน้า เขาถูกปรักปรำว่าเป็นคนร้ายฆ่าท่านเจ้าวัง ได้โปรดช่วยสามีของข้าด้วย เขาทำงานให้ฝ่าบาทโดยไปคุ้มกันขบวนลำเลียงเสบียงจนถึงชายแดน จึงไม่มีทางที่เขาจะไปสังหารท่านเจ้าวังได้เจ้าค่ะ” หลังจากนั้นหวนเจินก็สลบไป

    “หวนเจิน! หวนเจิน!” ท่านหมอเหมยซูพยายามเขย่าตัว

    ท่านหมอเหมยซูจับชีพจร พอพบว่าหวนเจินแค่สลบไปเท่านั้น นางจึงรู้สึกโล่งใจ หวนเจินนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่หลังจากที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางมาไกลและมาถึงที่วังก็ต้องคลอดบุตรทันที

    ********************************************

    ณ ห้องบรรทมของพระชายาเหรินซวง

    “หลังจากที่องค์รัชทายาททรงทูลฝ่าบาทเกี่ยวกับเรื่องของซานชุย ฝ่าบาทจึงทรงมีพระราชโองการให้ใต้เท้าเหวินเป็นผู้แทนพระองค์ไปทำการไต่สวนคดีฆาตกรรมทันที ไม่เพียงเท่านั้นองค์รัชทายาทยังทรงมอบหมายให้เหลียงกังเดินทางไปหาท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนเพื่อสอบถามว่าท่านได้ถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรให้ผู้อื่นนอกเหนือจากซานชุยบ้างหรือเปล่า” พระชายาเหรินซวงตรัส

    “ขอให้ซานชุยได้รับความเป็นธรรมด้วยเถิดเพคะ ตอนนี้เขาได้เป็นพ่อคนแล้ว หม่อมฉันไม่อยากให้ลูกของหวนเจินต้องกำพร้าพ่อ และต้องมารับรู้ว่าพ่อของเขาถูกปรักปรำจนตาย” เหมยซูรู้สึกเห็นใจ

    “คดีนี้มันเป็นยังไงกันแน่นะ ซานชุยคือคนร้าย หรือนางมารลู่เฟยฆ่าสามีตัวเองแล้วโยนความผิดมาให้ซานชุย” พระชายาทรงสงสัย

    “หรืออาจมีบุคคลที่สามฆ่าท่านเจ้าวังด้วยฝ่ามือมังกรก็เป็นได้นะเพคะ” เหมยซูกล่าว

    “เราอยากไปเยี่ยมหวนเจิน” พระชายาทรงรู้สึกสงสารหวนเจิน

    “เชิญทางนี้เพคะ” เหมยซูนำทาง

    พระชายาเหรินซวงจึงเสด็จตามเหมยซูไปเยี่ยมหวนเจินกับลูก โชคดีที่ตอนนี้หวนเจินฟื้นแล้ว

    ********************************************

    ณ ห้องพักของหวนเจิน

    “ปล่อยข้านะ! ข้าจะเดินทางกลับเมืองหลีโจว ข้าจะไปหาสามี” หวนเจินพยายามดิ้นรนขัดขืน ในขณะที่นางกำนัลกำลังจับตัวเพื่อรั้งนางไม่ให้นางเดินทางไปไหน

    “เจ้าอ่อนแอมากเลยนะหวนเจิน ตอนนี้เจ้าห่วงตัวเองและลูกก่อนเถิด ส่วนสามีเจ้า เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ใต้เท้าเหวินต้องช่วยให้ความเป็นธรรมแก่สามีเจ้าได้แน่” พระชายาตรัส

    “แต่ว่า” หวนเจินยอมหยุดดิ้นและคุกเข่าทำความเคารพพระชายา

    “หากเจ้าฝืนตัวเดินทางกลับเมืองหลีโจวในตอนนี้ เจ้าและลูกอาจเกิดอันตรายได้นะ” เหมยซูช่วยพูด

    “และถ้าหากช่วยซานชุยไม่สำเร็จล่ะ ข้าก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขาเลยน่ะสิเจ้าคะ” หวนเจินกังวล

    “ให้หวนเจินไปเถิด ข้าจะให้เจ้าติดตามหวนเจินไปพร้อมกับมีทหารองครักษ์คอยคุ้มกันไปด้วย หากให้นางอยู่ในวังแห่งนี้ต่อไป นางคงจะเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่” พระชายาทรงเข้าพระทัยและตรัสบอกหมอเหมยซู

    “ก็ได้เพคะ” เหมยซูรับคำ

    “เจ้าจงระวังตัวด้วยล่ะ จงอย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าได้เป็นแม่คนแล้ว จะทำอะไรก็ต้องห่วงชีวิตตัวเองและลูกด้วย” พระชายาทรงเตือน

    “ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเข้าพระทัยหม่อมฉัน หม่อมฉันจะดูแลตัวเองและลูกให้ดี” หวนเจินกล่าว

    พระชายาทรงพยักพระพักตร์ให้นางกำนัลไปเตรียมการบอกให้ทหารองครักษ์ช่วยจัดเตรียมรถม้าให้เหมยซูและหวนเจินพร้อมกับเด็กทารก เพื่อให้พวกนางเดินทางมุ่งหน้ากลับเมืองหลีโจว

    ********************************************

    ณ ถ้ำในป่าลึก

    เหลียงกังได้เดินทางมาถึงถ้ำซึ่งเป็นที่พำนักของพ่อเฒ่าฝางเฉียนและแม่เฒ่าอี้หลิน

    “เจ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ” ท่านพ่อเฒ่าสงสัย

    “เกิดเรื่องกับซานชุยแล้วขอรับ” เหลียงกังรายงาน

    “มีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ” ท่านพ่อเฒ่ารีบถาม

    “ตอนนี้ได้มีคดีที่คนร้ายบุกวังป่าดิบ แล้วต่อสู้กับท่านเจ้าวัง เขาคนนั้นได้ใช้วิทยายุทธ์สำนักของท่านและใช้ฝ่ามือมังกรปลิดชีพของท่านเจ้าวังขอรับ” เหลียงกังเล่า

    “เป็นฝีมือของซานชุยอย่างนั้นหรือ” ท่านพ่อเฒ่าสงสัย

    “ไม่ใช่เขาเด็ดขาด เพราะระหว่างที่เกิดคดี ซานชุยยังเดินทางกลับมาไม่ถึงเมืองหลีโจวเลย และลูกศิษย์ของเขาต่างเป็นพยานบุคคลให้เขาได้ เพราะพวกเขาได้ร่วมเดินทางกลับเมืองหลีโจวด้วยกันขอรับ” เหลียงกังกล่าว

    “มีคนอื่นที่ใช้วิทยายุทธ์สำนักของข้าอย่างนั้นหรือ หรือว่าพวกเจ้ากำลังสงสัยข้า” ท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนระแวง

    “เป็นไปไม่ได้! สามีของข้าอยู่กับข้าที่ถ้ำแห่งนี้ตลอด เขาไม่มีทางเป็นฆาตกรได้ อีกอย่างเขาคงไม่รู้จักท่านเจ้าวัง” แม่เฒ่าอี้หลินยืนยัน

    “อย่าห่วงเลยขอรับท่านแม่เฒ่า พยานผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่าคนร้ายเป็นคนหนุ่มวัยประมาณ 30 ปี ยังไงคนร้ายก็คงไม่ใช่ท่านพ่อเฒ่าหรอก แต่ที่ข้าอยากรู้ก็คือว่าท่านพ่อเฒ่ายังมีลูกศิษย์คนอื่นอีกหรือไม่ ท่านเคยถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรให้ใครอีกหรือเปล่า” เหลียงกังกล่าว

    “ความจริงก็มีคนนึงนะ แต่เขาห่างหายไปจากยุทธภพนานแล้วนี่” ท่านพ่อเฒ่านึกขึ้นได้

    “ท่านบอกข้ามาเถิดว่าเขาเป็นใคร” เหลียงกังอยากรู้

    “สุ่ยอี้เฉิน เขาเคยเป็นศิษย์เอกของข้า แต่จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะพรรคอื่นๆ ได้มาฟ้องข้าว่าสุ่ยอี้เฉินได้สมคบคิดกับฝ่ายมาร ข้าก็เลยขับไล่เขาออกจากพรรคไปแล้ว ถ้าเป็นเขาจริง เขาควรฆ่าประมุขพรรคฝ่ายธรรมะคนอื่นๆ สิถึงจะถูก ไม่เห็นว่าจะต้องไปสังหารท่านเจ้าวังเลยนี่” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว

    “มีสุ่ยอี้เฉินคนเดียวใช่มั้ยขอรับ ยังมีคนอื่นอีกมั้ย” เหลียงกังอยากรู้

    “ข้าเคยถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรให้กับสุ่ยอี้เฉินและซานชุยเท่านั้น เพราะข้าตั้งใจว่าจะมอบตำแหน่งเจ้าสำนักให้พวกเขา” ท่านพ่อเฒ่ายืนยัน

    “ขอบคุณผู้อาวุโสมาก ข้าคงต้องรีบตามสืบเรื่องราวเกี่ยวกับสุ่ยอี้เฉินเสียแล้ว” เหลียงกังกล่าว

    “ข้าจะไปเมืองหลีโจวพร้อมกับเจ้า” ท่านพ่อเฒ่าอยากช่วย

    “ท่านจะทิ้งข้าให้อยู่ที่นี่คนเดียวหรือเจ้าคะ” ท่านแม่เฒ่าจับแขนสามี

    “ฮูหยิน! จงรอข้าอยู่ที่นี่เถอะนะ รับรองว่าข้าไม่ทิ้งเจ้าอย่างแน่นอน แต่ที่ข้าต้องไปเพราะหากสุ่ยอี้เฉินเป็นคนร้ายจริง ข้าว่าเขาต้องสังหารคนอื่นๆ อีก การที่สุ่ยอี้เฉินสามารถฝึกฝ่ามือมังกรได้สำเร็จ มันสร้างภัยอันใหญ่หลวงต่อยุทธภพ เพราะชายคนนั้นไม่ได้ใช้วิทยายุทธ์ในการปกป้องผู้อื่นหรือช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าเหมือนกับซานชุย ศิษย์ชั่วคนนั้นใช้วิทยายุทธ์ในการทำลายอริศัตรูคู่อาฆาต และถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิด สุ่ยอี้เฉินต้องคิดสังหารคนและใส่ความซานชุยอีกอย่างแน่นอน” ท่านพ่อเฒ่าคาดการณ์ว่าจะมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นอีกหากคนร้ายคือสุ่ยอี้เฉินจริงๆ

    “ขอบคุณผู้อาวุโสขอรับ” เหลียงกังกล่าว

    “ข้าเชื่อใจท่าน ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” ท่านแม่เฒ่ากล่าว

    ********************************************

    ณ ลานประหาร เมืองหลีโจว

    “ใต้เท้า! นี่ยังไม่ถึงวันประหารเลย เหตุใดถึงพาข้ามาที่ลานประหารล่ะขอรับ” ซานชุยไม่เข้าใจ

    “ช้าเร็วยังไงเจ้าก็จะต้องถูกประหารชีวิตอยู่ดี ประหารวันไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ” ใต้เท้ากล่าว

    “ท่านต้องการเร่งปิดคดีเพื่ออะไรขอรับ หรือว่าท่านร่วมมือกับคนร้ายตัวจริงรีบหาแพะในคดีใช่หรือไม่” ซานชุยสงสัย

    “บังอาจ! ข้าตัดสินได้อย่างยุติธรรมที่สุดแล้ว เจ้ากล้าพูดจาหมิ่นประมาทข้าได้อย่างไร ทหาร! ตบปากนักโทษเดี๋ยวนี้” ใต้เท้าสั่ง

    “ขอรับ” ทหารรับคำ

    เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ ซานชุยถูกตบปากสี่ครั้งด้วยกัน

    “เอาล่ะ นักโทษซานชุยเจ้ามีความผิดฐานบุกไปสังหารท่านเจ้าวังด้วยความแค้นส่วนตัว บัดนี้ได้เวลาประหารชีวิตแล้ว ทหาร! ประหารได้” ใต้เท้าสั่งการ

    “ไม่นะใต้เท้า อาจารย์ของข้าไม่ผิด ได้โปรดให้ความเป็นธรรมต่ออาจารย์ของข้าด้วยเถิดขอรับ” ลูกศิษย์ของซานชุยคนนึงกล่าว

    “ใครที่กล้าเข้ามาขัดขวาง ฆ่าได้ทันที” ใต้เท้าสั่งทหาร

    “ช้าก่อน!”

    “เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงกล้ามาขัดขวางการประหารชีวิตนักโทษ” ใต้เท้าตวาด

    “เห็นป้ายทองทำไมไม่คุกเข่า” ใต้เท้าเหวินแสดงป้ายทองอาญาสิทธิ์ของฝ่าบาทให้ดู

    “ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี” ทุกคนคุกเข่า

    “ท่านกุนซือ! อัญเชิญพระราชโองการ” ใต้เท้าเหวินสั่งกุนซือ

    ท่านกุนซือข้างกายใต้เท้าเหวินได้อ่านพระราชโองการ ความว่า

    เราได้เคยจ้างให้ซานชุยและลูกศิษย์คอยคุ้มกันขบวนลำเลียงเสบียงไปที่ชายแดน แต่ในระหว่างที่ซานชุยยังเดินทางกลับไปไม่ถึงสำนักของเขา อยู่ดีๆ ก็มีคนกล่าวหาว่าเขาเป็นคนร้ายในคดีสังหารท่านเจ้าวังจนเสียชีวิต ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถไปปรากฏตัวที่วังป่าดิบได้เนื่องจากระยะทางมันไกลมาก ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม เราขอแต่งตั้งให้ใต้เท้าเหวินเป็นผู้ไต่สวนคดีนี้ด้วยตนเอง จบราชโองการ

    “เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วพะย่ะค่ะ” ซานชุยกล่าวด้วยความปลาบปลื้มใจ

    “ใต้เท้าตู้เหว่ย ท่านจงโอนสำนวนคดีทั้งหมดมาให้ข้า” ใต้เท้าเหวินสั่งการ

    “ได้ขอรับ ใต้เท้าเหวิน” ใต้เท้าตู้เหวยยอมปฏิบัติตามเพราะฝ่าบาททรงมอบอำนาจให้ใต้เหวินสืบสวนคดีนี้อย่างเต็มที่

    “ทหาร! พาตัวซานชุยไปขังไว้ก่อน รอการไต่สวนคดีครั้งต่อไป” ใต้เท้าเหวินสั่ง

    “ขอรับ” ทหารรับคำและคุมตัวซานชุยกลับเข้าไปในห้องคุมขังดังเดิม

    ********************************************

    ณ ห้องทำงานของใต้เท้าเหวิน ในเรือนรับรองของใต้เท้าตู้เหว่ย

    “ข้าขอยืนยันว่าซานชุยไม่มีทางเป็นฆาตกรได้อย่างแน่นอน” ท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนยืนยัน

    “แล้วท่านมั่นใจแน่หรือว่า ลูกศิษย์คนที่ชื่อสุ่ยอี้เฉินคือคนร้าย” ใต้เท้าเหวินสงสัย

    “ข้าไม่มั่นใจ แต่ข้ามีแผนการขอรับ” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว

    “งั้นว่ามาสิ” ใต้เท้าเหวินรอฟัง

    พ่อเฒ่าฝางเฉียนจึงกระซิบแผนการบางอย่างให้ใต้เท้าเหวินทราบ

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของเก่าหมายเลข 10 ที่คุณอ่าน