เข้าวันที่ 4 ของงานเทศกาลลอยกระทง แม่อุ๊กะชัญญา มาตั้งร้านั้แ่ยังไม่หกโมงเย็น ขณะหยิบอุปกรณ์ทำอาหารจัดวางชัญญา
เหลือบไปเจอ นักดนตรีพ่อ-ลูก คู่นั้น ที่เธอจำได้ ซึ่งเห็นเมื่อคืนแรกของงาน กำลังเดินผ่านหน้าเธอไป“แม่ แม่ เดี๋ยวหนูมานะ แป๊บเดียว”
“จะไปไหนละ ลูก มาจัดของให้เสร็จก่อน” “รอแป๊บเดียวแม่ไม่นาน” แล้วสาวน้อย ก็รีบจ้ำตามหลังนักดนตรีคู่นั้นไปแบบไม่คลาดสายตา
กระทั่งนักดนตรีสองพ่อ-ลูกวางอุปกรณ์การเล่น หยุดอยู่จุดเดิมข้างถนน เหมือนที่เล่นในคืนแรก @@ ชัญญาเดินมาถึงอึดใจเดียวมี
เสียงชายสูงวัย พูดขึ้นมา “อ้าว มาแล้วเหรอ อาจารย์อุ๋ย” “อ้อครับ” อาจารย์อุ๋ยยิ้ม ขานรับสั้นๆ แก่ชายสูงวัย ชัญญา จึงเข้าไปถามชาย
สูงวัย คนนั้น
ชัญญา – ลุงค่ะ ทำไมเรียกแกว่าอาจารย์อุ๋ย
ชายสูงวัย - อ๋อ ตะก่อนแกเป็นักดนตรีที่มีวงประจำเล่นในโรงแรม ตามร้านอาหาร แต่พักหลังๆ สมาชิกในวงแต่ละคนแยกย้ายกัน
ไปอยู่ที่อื่นวงเลยยุบไป แกเลยมารับจ้างสอนดนตรีให้คนที่อยากเรียนแหละหนู”
“อ้อ ค่ะ แล้วผู้หญิงคนนั้นคือ”
“อ่อ นั่นเหรอ เ้าเมี่ยงลูกสาวอาจารย์อุ๋ย โตเป็สาวแล้ว”
พอชัญญาเข้าใจที่มาที่ไปของอาจารย์อุ๋ยแล้ว จึงถือโอกาสเดินปรี่เข้าไป “สวัสดีค่ะ เอ่อพอดีวันก่อนหนูได้เคยเห็นอาจารย์อุ๋ย
เล่นดนตรี หนูชอบมากเลย”
“ครับ สวัสดี แล้วหนูรู้จักชื่อผมด้วย”อาจารย์อุ๋ยทักทายกลับ
“อ้อ พอดี เมื่อกี้มีลุงคนนึงบอกหนูอะค่ะ” (อาจาย์อุ๋ยพยักหน้ารับ) “เห็นว่าอาจารย์อุ๋ย สอนดนตรีให้กับคนที่อยากเรียนด้วย
เหรอค่ะ” ชัญญา ถามเข้าเป้า
“ใช่ครับ ทำไมเหรอ หนูสนใจเหรอ”
“อ่อๆ ค่ะ หนูว่า ใจหนูชอบนะแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเรียนรู้จากตรงไหนก่อน”
“เอางี้ ถ้าหนูมีเวลา คืนนี้ประมาณ 3ทุ่ม ผมกับลูกเลิกเล่น มาเจอที่นี่ได้ หรือโทรหาตามนามบัตรนี้ อาจารย์อุ๋ยเริ่มตอบรับในความ
สนใจดนตรีสากลของชัญญา
เธอรับนามบัตรของอาจารยอุ๋ยมา และเดินกลับไปที่ร้านช่วยแม่เธอตามเดิม@@ พอตะวันลาลับ แสงจันทร์เริ่มส่อง ผู้คนเริ่มทยอย
มาเดินเที่ยวในงานจนเวลาล่วงเข้าประมาณหนึ่งทุ่ม มีมอเตอร์ไซค์คนนึง ขับมาจอดข้างร้านแม่อุ๊ “อ้าวบะหนุน มาคนเดียวเหรอ” แม่อุ๊
ทัก “ใช่ครับ น้าอุ๊ พอดีวันนี้แม่ผมแกี้เีมา เลยให้ผมมาหาซื้อของกินให้”
“ไง บะหนุน จะไปไหนวันนี้” ชัญญา ทัก
“ยังไม่รู้เลย” บะหนุน ตอบกลับ
“งั้นนั่งอยู่ร้านแม่ก่อนก็ได้” แม่อุ๊ชวน
“ได้ครับ น้าอุ๊”
ชัญญา กับ บะหนุน ก็อยู่ช่วยแม่อุ๊ขายของกันไป กระทั่งเกือบๆ สามทุ่ม ลูกค้าเริ่มซา แม่อุ๊ เลยทักขึ้นมาว่า “เอ๊ะวันนี้ วันเกิดหนู
ใช่ไม๊ลูก แม่ลืมเลย” “อ้อ ใช่ๆ ค่ะแม่” ชัญญานึกขึ้นได้เช่นกัน
ชัญญา - อืมวันก่อนหนู เห็นมีร้านนึง ขายเค้ก เดี๋ยวหนูไปซื้อเค้กมานะแม่
แม่อุ๊ - อืม เอาสิ บะหนุน ไปเป็เพื่อนน้องหน่อย(บะหนุนพยักหน้าตอบรับ)
ร้านเค้กห่างจากร้านแม่อุ๊ ราวๆ 100 เมตร และต้องเดินผ่านจุดที่อาจารย์อุ๋ยเล่นดนตรี ่เดินไปชัญญา ไม่เห็นนักดนตรีสองพ่อ-ลูก
แล้ว เลยตรงเข้าไปถามร้านค้า ที่อยู่ใกล้เคียงตรงนั้นเลยได้ใจความว่า ลูกสาวอาจารย์อุ๋ย ไม่ค่อยสบาย เลยกลับบ้านกันไปแล้ว เธอเลยอด
ได้พูดคุยเื่ดนตรีตามที่้า
กระทั่งมาถึงร้านขายเค้กบะหนุน ก็ดูกระดี๊กระด๊า เห็นของกินละลานตาตรงหน้า อยากกินอันนั้นอันนี้ ไม่เก็บอาการความเป็ชายไว้แล้ว
@@ เ้าของร้านเค้กเห็นเลยทักเสียงดัง “อ้าวบะหนุน พาใครมาด้วย แฟนเหรอ”
บะหนุนกับ ชัญญา สวนทันควัน “ไม่ใช่ครับ / ไม่ใช่ค่ะ (พร้อมส่ายหน้า)” “หนูพาเค้ามาเป็เพื่อนเฉยๆ”ชัญญา รีบออกตัว
“อะ อ่อ ใช่ครับ” “ที่ร้านมีเค้กแบบไหนสำหรับวันเกิดบ้างค่ะ”
“งั้นอันนี้เลยค่ะ ช็อตเค้ก สตอเบอรี่ เค้กไวท์ช็อคเค้กหน้านิ่มช็อกโกแลต” เ้าของร้านแนะนำ “ได้ค่ะ งั้นเอา 3 ชิ้นนี้ที่พี่
แนะนำหนูละกัน”
พอจ่ายเงินให้ร้านเค้กเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินออกจากร้านทันทีทางพี่เ้าของร้านเลยเรียกให้บะหนุน กลับมาเอาตังค์ทอนก่อน จังหวะ
นั้นเอง ชัญญาก็หันกลับมามองที่ตู้กระจกใส่เค้ก ทำให้ประสบกับใบหน้าและแววตาที่ดูคุ้นๆของวัยรุ่นสาวคนนึง ที่น่าจะอายุน้อยกว่าเธอ ซึ่ง
หันมามองบะหนุน
ชัญญายืนอึ้ง ไม่ต่างจากสาวน้อยคนนั้น ที่รู้สึกประหลาดใจ ว่าเคยเห็นนัยต์ตาหยาดน้ำผึ้งนี้ที่ไหนชัญญาเองก็บอกไม่ถูกว่า แววตาที่
ดูอ่อนโยนของสาวน้อยคนนี้ เห็นจากที่ไหน “ชัญญาชัญญา ไปได้แล้ว” บะหนุน เรียกเพื่อนสาวเธอกลับ พร้อมจูงข้อมือทำเอาสาวน้อย
ที่ยืนจ้องไม่กระพริบ เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นทีละนิด จากชื่อนั้นที่เพื่อนชายเรียกออกมาซึ่งเหมือนจะรำลึกได้ว่า คนที่เธอกำลังสบตา คือใคร
“ข้าวปุ้น ข้าวปุ้น” “ค่ะ พ่อ” ลูกสาวขานรับ “ลูกจะกินอะไรมั้ย” คนเป็พ่อสะกิดที่ข้อมือลูกสาวจนเธอหันกลับไปชี้เอาเค้กชิ้นนั้น
ชิ้นนี้ ในตู้แบบผ่านๆแล้วก็หันกลับมาสบตากับชัญญาอีกครั้ง และชัญญา ก็ยิ้มตอบด้วยสายตาที่ละมุนโดยที่บะหนุน ก็ฉุดข้อมือซ้ายของชัญญาออกจากร้าน ทั้งๆ ที่เธอยังหันหน้าเหลียวมองข้าวปุ้นอยู่ “มองอะไรของแกเนี่ย กลับได้แล้ว ถ้าจะซื้ออีกค่อยมาใหม่พรุ่งนี้”
##########
กลับถึงร้าน ชัญญา ยังอมยิ้มไม่หยุด แม่อุ๊เลยต้องถามเพราะดูผิดสังเกต แต่ลูกสาวคนสวยได้แต่ส่ายหัวหงึกๆ บอกไม่มีอะไร กระทั่ง
ถึงบ้านก็ยังมีแอบอมยิ้มจนเผลอให้แม่อุ๊เห็น “เป็อะไร แม่เห็นยิ้มั้แ่อยู่ที่ร้านแล้ว” “ชอบบะหนุนเข้าแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่นะแม่ ชอบเชิ้บ อะไร แม่ไม่รู้เหรอบะหนุน มันเป็” ชัญญาหลุดปาก
“เป็อะไร ลูก” แม่อุ๊ เค้นถาม
“คือ ไอ้หนุน มันออกจะไม่ค่อยผู้ชายเท่าไรอะแม่” ชัญญา เฉลย
“จริงหรือลูก รู้ได้ไง อย่าพูดไป เดี๋ยวน้าเกี๋ยงรู้ บะหนุนจะลำบาก”แม่อุ๊ ออกปากเตือน
“ทำไมจะไม่จริงละแม่ วันที่มันไปเดินเที่ยวกะหนูคืนแรกไอ้หนุนมันเปลี่ยนไปใส่กางเกงขาสั้น และใส่ที่คาดผมกระต่ายด้วย”(แม่อุ๊
ได้ฟังที่ลูกสาวเล่า ก็ได้แต่พยักหน้า ยิ้มแห้งๆ)
พอถึงห้องพักของนักดนตรี วงโยฯ ในพื้นที่มหาวิทยาลัย ข้าวปุ้นกลับมาถึง ก็นั่งอมยิ้มไม่หยุด คนเป็พ่อเลยต้องถาม “เป็อะไร ลูก
ยิ้มไม่หุบเลย” “อ้อ ไม่มีอะไรค่ะพ่อ แค่เห็นงานที่เดินเมื่อกี้ แล้วชอบ แต่งานนี้เห็นว่ามีอีก 3 คืน งั้นพรุ่งนี้ พ่อพาหนูไปเดินอีกนะ
นะค่ะพ่อ” ข้าวปุ้น อ้อนพ่อ
“ได้ ได้ เพราะเดี๋ยวอีก 2วันข้างหน้า หนูจะต้องซ้อมกับเพื่อนๆ แล้ว งั้นไปแค่พรุ่งนี้อีกคืนเดียวนะ” พ่อเชิดตอบรับตามที่ลูกสาว
อ้อน
ความปรารถนาที่ข้าวปุ้น จะไปเดินเที่ยวงานพรุ่งนี้อีกคืนเป็ผลสำเร็จ แต่จะเจอชัญญาหรือไม่