เฟยเสวี่ยยอมที่จะเสียเวลาเพื่อที่จะรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปจนถึงหนึ่งอาทิตย์นางค่อนข้างที่จะรู้สึกถูกชะตาในตัวหลินเอ๋อเป็อย่างมาก ไม่เพียงแต่นางจะเป็เด็กที่มีพร์แล้วนางยังเป็คนที่ว่าง่ายสอนง่ายอีกด้วยและยังเป็เด็กสาวที่ช่างเอาอกเอาใจ นี่ถือว่าเป็ความโชคดีของนางอย่างหนึ่งหากต้องไปใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนเทพธิดานั้นใครหน้าไหนเล่าที่จะกล้ารังแกนางในเมื่อมีรองผู้อำนวยการเฟยเสวี่ยดูแลอยู่ไม่ห่างเช่นนี้
ชีวิตของนางคงจะไม่ได้พบกับความยากลำบากและอีกอย่างสภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้านแห่งนี้นั้นมันไม่เลวเลยจริงๆ นางไม่ได้พบกับความสงบสุขเช่นนี้มานานมากแล้ว ระดับตัวตนเช่น จักพรรติจอมเวทเช่นนางนั้น มีเื่ปวดหัวเข้ามาไม่เว้นแต่ล่ะวันไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหรือจะเป็คนด้วยกันเอง การได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นั้นราวกับว่าตัวของนางได้กลับมาเป็คนปกติธรรมดาสามัญอีกครั้ง ในระหว่างที่กำลังกินอาหารเช้ากันนั้นดูเหมือนว่าวัตถุสื่อสารชิ้นหนึ่งเกิดการเรืองแสงขึ้น
“เห้อ…หลินเอ๋อ ดูเหมือนว่าเวลาที่พวกเราอยู่ที่นี่นั้นจะหมดลงแล้ว” นางนั้นยังไม่ตอบรับเ้าวัตถุสื่อสารนี้ในทันที และดูเหมือนว่านางจะรู้ว่าเป็ผู้ใดติดต่อมาอย่างเร่งรีบเช่นนี้
กรึกกกก ครึกกก “เฟยเสวี่ย นี่เ้ามัวทำอะไรของเ้าอยู่รีบกลับมาได้แล้ว อย่าให้ข้าต้องรอนานนักพายัยหนูที่มีพร์ระดับ 6 ดาวมาพบข้าด้วย” น้ำเสียงจากปลายสายในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างถึงที่สุด แต่หากฟังจากคำพูดคำจาของนางแล้วนั้นก็นับว่ามิใช่คนที่เลวร้ายอะไร แต่ในทางกลับกันมันแอบแฝงไปด้วยความเป็ห่วงด้วยซ้ำ
“รู้แล้ว รู้แล้วท่านพี่ พวกข้าจะรีบกลับกันภายในวันนี้เลย” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหงุดหงิดเล็กน้อยคนผู้นี้นั้นยังเป็บุคคลที่น่าปวดหัวไม่หายเลยหลังจากนั้นนางก็ตัดสายไปในทันที
“หลินเอ๋อดูเหมือนว่าพวกเรานั้นจะต้องกลับกันแล้ว ท่าทางผู้อำนวยการคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้พบเจอเ้า เ้าบอกลาพ่อแม่และพี่ชายของเ้าซ่ะ” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความจนใจ เพราะระยะทางที่พวกนางจะต้องเดินทางกลับไปนั้นนับว่าไกลจากสถานที่แห่งนี้พอสมควรมันจะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปอยู่มิใช่น้อยเลยมันอาจจะกินเวลานับวันกว่าที่พวกนางนั้นจะเดินทางไปถึง
“อะไรกันไวขนาดนั้นเลยเหรอ” นางรีบวิ่งไปโผลกอดกับผู้เป็แม่ในทันที ไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกนานแค่ไหนที่นางจะได้กลับมาที่บ้านอีก แต่นี่ก็เพื่อนาคตของครอบครัวนาง นางจำเป็ต้องไปเพื่อที่จะให้ทุกคนมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
“เด็กโง่ นี่ก็เพื่ออนาคตของเ้าเอง เ้าต้องเข้มแข็งให้มากๆนะลูกแม่ และอีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้จากกันไปตลอดนิอีกไม่นานพวกเราก็จะได้พบกันใหม่แล้ว” ผู้เป็แม่รีบกล่าวปลอบผู้เป็บุตรสาวของตนในทันทีส่วนผู้เป็พ่อนั้นก็ไม่ได้กล่าววาจาใดๆออกมาเพียงแค่แอบน้ำตาซึมเท่านั้นบุตรชายและบุตรสาวของพวกเขาในยามนี้นั้นโตขึ้นมากจริงๆ
“โรงเรียนเทพธิดานั้นเป็สถานที่ที่ดี ข้าเชื่อว่าเ้าจะต้องเจอมิตรสหายหรือผู้ฝึกสอนที่ดีภายในสถานที่แห่งนี้แน่ และข้าเชื่อว่าเ้าอยู่ที่โน้นจะมีความสุขไม่แพ้กับบ้านของเราเอง” หลินเทียนกล่าวให้กำลังใจนองสาวของตนถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นตัวของนางจะดูเติบโตขึ้นมาบ้างแต่เบื้องลึกภายในจิตใจของนางนั้นยังเป็เด็กขี้แยไม่เคยเปลี่ยนนี่คือลักษณะนิสัยของเขาล่ะไม่ว่าจะอย่างไรก็แก้ไม่หายเสียที
“ข้าจะเชื่อท่าน ท่านพี่” หลินเอ๋อกล่าวออกมาอย่างว่าง่ายในขณะเดียวกันน้ำตาของนางนั้นก็ยังซึมไม่หาย เพราะั้แ่เล็กจนโตไม่มีครั้งไหนที่ตัวของนางจะต้องจากบ้านไปไกลเช่นนี้ นางรู้สึกหวาดกลัวและอ้างว้างไปหมด
“พี่ชายของเ้าพูดถูกแล้วหลินเอ๋อ โรงเรียนเทพธิดานั้นก็เปรียบเสมือนครอบครัวของเ้า เ้าจะไม่มีทางอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็อันขาดเพราะสถานที่แห่งนี้นั้นอยู่กันแบบครอบครัวเดียวกัน” เมื่อได้คำกล่าวปลอบโยนจากทุกคนหลินเอ๋อก็กลับมาเป็สาวน้อยที่เข้มแข็งอีกครั้ง
“สำหรับเื่การกินอยู่ของนางภายในโรงเรียนจอมเวทของเรานั้นพวกท่านไม่ต้องเป็ห่วง สำหรับผู้มีพร์แล้วนั้นทางโรงเรียนของเรายินดีที่จะจ่ายให้นางเดือนล่ะ 1 เหรียญทอง มันมากพอที่ตัวของนางนั้นจะสามารถที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย” การอยู่ต่างถิ่นการอยู่แดนไกลนั้นจำเป็ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายและจำเป็ที่จะต้องเสียค่าเล่าเรียนแต่สำหรับหลินเอ๋อนั้นนางไม่ต้องแถมยังได้เงินใช้เดือนล่ะ 1 เหรียญทอง นับว่าโรงเรียนเทพธิดามีกำลังทรัพย์ไม่น้อยเลยในการที่จะเลี้ยงดูผู้มีพร์
"อะไรนะ 1 เหรียญทอง" คนทุกคนกล่าวออกมาด้วยความตื่นตะลึง จำนวนเงินขนาดนี้นั้นสำหรับคนที่นี่นั้นนับว่ามากมายเป็อย่างมาก เพราะมูลค่า 1 เหรียญทองนั้นเท่ากับ 1,000 เหรียญเงิน รายได้เดือนหนึ่งของครอบครัวหลินเทียนนั้นเพียงแค่ 700 เหรียญเงินต่อเดือเท่านั้น
“ท่านอาจารย์ข้าขอไม่รับได้ไหม ข้า้ามอบให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าทั้งหมด” หลินเอ๋อกล่าวออกมาทันที เพราะตัวของนางนั้นห่วงชีวิตความเป็อยู่ของครอบครัวอย่างถึงที่สุด
“ได้ซิ นั่นมันเป็สิทธิ์ของเ้าและอีกอย่าง อยู่แต่ภายในโรงเรียนจอมเวทนั้นก็ไม่ได้มีรายจ่ายอะไรหากว่าตัวของเ้าอยากมีรายได้เพิ่มก็เพียงไปรับภารกิจมาทำก็เท่านั้น” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความพรึงพอใจ ผู้ที่เห็นครอบครัวตัวเองเป็สิ่งสำคัญก็ย่อมที่จะเห็นผู้อื่นเป็สิ่งสำคัญด้วยการที่มีลูกศิษย์เช่นนี้ย่อมคุ้มค่าต่อการสั่งสอนและนางเชื่อว่าพี่สาวของนางนั้นยินดีที่จะสั่งสอนเด็กคนนี้ด้วยตนเองเมื่อพบกับพร์และความน่ารักของนางไม่ว่าใครก็อดที่จะมีความรักความเมตตาต่อนางไม่ได้
“นี่ นี่ ท่านอาจารย์ชิงหลง แล้วโรงเรียนดารา์ของพวกเรามีสวัสดิการดูแลลูกศิษย์เช่นนี้รึไม่” หลินเทียนกล่าวถามต่อผู้อำนวยการของตนด้วยความตื่นเต้นยินดี
“ไม่มีค่าใช้จ่ายต่างๆตัวของเ้านั้นต้องออกเองทั้งหมดรวมทั้งค่าอยู่ค่ากินด้วยโรงเรียนของเราตกอับถึงเพียงนี้จะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลลูกศิษย์เช่นเ้า” ชิงหลงพูดออกมาโดยไม่ต้องคิด
“อย่าทำหน้าอย่างงั้นซิหลินเทียน ไม่มีอะไรที่มันได้มาฟรีๆหลอกนะของทุกอย่างย่อมมีราคา แม้แต่ความรู้เองก็มีราคาของมันเองเช่นกัน หึหึหึ หากว่าเ้าไม่มีตังจริงๆค่ามีวิธีการดีๆพาเ้าไปหาเงินนะแถมได้ประสบการณ์อีกด้วย”
“ฮ่า ฮ่า สมกับเป็โรงเรียนดารา์ นี่เ้าหนู ตัวเ้านั้นยังไม่รู้อะไรในยามนี้นั้นโรงเรียนของเ้ากำลังถังแตกอย่างถึงที่สุด ไม่รู้ว่าเ้าคิดถูกหรือคิดผิดกันที่เลือกเรียนที่นั่นกัน” เฟยเสวี่ยะเิหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ที่สามารถทิ้งคำพูดที่เจ็บแสบกับตาเฒ่าเช่นนี้ได้
“ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์ แต่ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ท่านนั้นวางข่ายอาคมที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับหมู่บ้านข้า”
“ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกเ้าหนุ่มเพราะข่ายอาคมนี้ข้าก็คิดเงินกับเ้าด้วย ข้าคิดราคาแบบเป็กันเองและไม่มีดอกเบี้ยเ้าสามารถที่จะผ่อนกี่ปีก็ได้หรือจนกระทั่งเ้าเรียนจบออกมาแล้วก็ยังสามารถที่จะผ่อนส่งกับข้าได้” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เที่ยงธรรมอย่างถึงที่สุด
“ท่านจะคิดข้าในราคาเท่าไหร่” หลินเทียนเริ่มที่จะรู้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแล้วในตอนนี้เขารู้สึกร้อนวูบวาบที่หน้าของเขาเต็มไปหมดเขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าความรู้สึกเช่นนี้นั้นมันคืออะไรกันแน่
“ 1 ล้านเหรียญทอง” ชิงหลงกล่าวออกมาโดยไม่ต้องคิด ราวกับว่าราคาเช่นนี้นั้นซื้อผักซื้อปลาตามตลอดสด
“ 1 ล้านเหรียญทองบ้าไปแล้ว ไหนท่านบอกว่าราคามิตรภาพไง ไหนท่านบอกว่าถ้าข้ามาเรียนกับท่านแล้วท่านจะส่งเสริมข้าในทุกๆด้านตามที่ข้าร้องขอ”
“ฮ่า ฮ่า แน่นอนข้ายินดีที่จะส่งเสริมเ้าทุกอย่างไม่ว่าเ้าจะร้องขออะไรข้าสามารถที่จะจัดหาหรือทำให้เ้าได้แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันจะต้องมีรายจ่ายเล็กๆน้อยๆ แต่ก็วางใจเถอะข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของเ้าจะต้องใช้หนี้ข้าได้จนหมดแน่” นี่ถือว่าเป็การฝึกรูปแบบหนึ่ง
ทางด้านพ่อแม่ของหลินเทียนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกเคร่งเครียดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้เพราะทางด้านตัวของชิงหลงนั้นแอบมาปรึกษาผู้เป็พ่อของหลินเทียนแล้วและพวกเขาก็เชื่อว่าชายวัยกลางคนผู้นี้นั้นอาจจะมีนิสัยที่ผิดแปลกไปบ้างแต่ตัวเขานั้นก็เป็คนดีและเชื่อถือได้
“ตาเฒ่าผู้นี้นั้นยังเคี้ยวไม่เคยเปลี่ยน แม้แต่ลูกศิษย์ของตัวเองก็ตาม” แต่หารู้ไม่ว่าราคาที่หลินเทียนที่ต้องจ่ายนั้นนับว่าถูกมากแล้ว เพราะราคาที่พวกนางโดนไปนั้นมากถึง 10 ล้านเหรียญทอง และดูเหมือนว่าข่ายอาคมของหมู่บ้านแห่งนี้นั้นจะมีคุณภาพที่ดีกว่าอีกด้วย