[จบ] ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว

    ตอนที่ 37 ส่งแกไปสู่สุคติ

            ตอนที่ 37 ส่งแกไปสู่สุคติ


            ชายหลายคนรวมตัวกันในที่เปลี่ยว พวกเขาล้อมเซียวหมิงเยวี่ยกับยาย สายตามองมาอย่างประสงค์ร้าย สีหน้าดูมาดร้าย


            “ผู้หญิงสองคน คนหนึ่งเป็นหญิงสาวอีกคนหนึ่งเป็นหญิงแก่ สวมชุดกันยุง น่าจะเป็นสองคนนี้นี่แหละพี่เหว่ย”


            คนที่ถูกเรียกว่าพี่เหว่ยก้าวออกมาด้านหน้า บนศีรษะสวมหมวกแบบคนเลี้ยงผึ้ง แม้จะสวมหมวกก็ยังไม่สามารถปิดบังรอยแผลเป็นน่ากลัวบริเวณคิ้วขวาไว้ได้


            “พวกแกเองเหรอที่ทำร้ายพ่อของฉัน เธอดึงผ้าพันหัวของพ่อฉัน เขาก็เลยถูกยุงรุมตอมและกัดที่หัว ไหนลองบอกมาสิว่าฉันจะคิดบัญชีกับแกยังไงดี?”


            เซียวหมิงเยวี่ยดันตัวยายไว้ด้านหลังเพื่อปกป้อง “แกจะทำอะไร?”


            “แม่หนูคนนี้ใจสู้ดีนี่” ชายด้านหลังเธอเอ่ยขึ้น


            พี่เหว่ยมองเธอด้วยสายตาเย็นชาพลางบอก “พ่อฉันเจ็บหนัก ค่ารักษาอย่างน้อยต้องมี 500,000 หยวน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน พวกเราเป็นนักเลง มีเรื่องกับพวกเราแล้วต่อให้เรียกตำรวจมาก็ไม่ง่ายหรอกนะ”


            เซียวหมิงเยวี่ยยกแขนกอดอกแล้วเอ่ยเสียงเรียบ


            “แล้วยังไง?”


            พี่เหว่ยตกใจเล็กน้อย เขาเลียริมฝีปากก่อนบอก


            “เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นผู้หญิงใจกล้าแบบนี้ คนที่ฉันเคยเจอมาก่อนหน้านี้ ไม่ทันได้พูดสักคำก็กลัวจนฉี่ราดกางเกงแล้ว”


            สายตาของเขาเปี่ยมตัณหา “เธอก็ดูดีเหมือนกันนะ ผิวเนียนนุ่ม ถ้าพอมีมันสมองต่อไปก็ติดตามฉันซะ ฉันสัญญาว่าจะทำให้เธออยู่ดีกินดี คิดว่าไงล่ะ?”


            เซียวหมิงเยวี่ยแค่นเสียง เขาถอดแบบมาจากพ่อไม่มีผิดเพี้ยน เจ้าวัดไม่ดีหลวงชีสกปรกขนานแท้


            ยายโมโหก่อนบอก “พวกแก! ไอ้ชั่ว ฉันจะโทรแจ้งตำรวจมาลากคอเข้าคุก”


            “ยายเฒ่าเสียสติไปแล้ว คิดว่าข่มขู่ใครอยู่กัน?”


            “ใช่แล้ว”


            “ตำรวจนั่งกินนอนกินพวกนั้นไม่กล้ายุ่งกับพวกเราหรอก!”


            “วันที่อากาศร้อนระอุแบบนี้ พวกเขาก็คงเอาแต่นอนตากแอร์ในสถานี ใครจะโง่ออกมา”


            ชายด้านหลังหัวเราะลั่นราวกับได้ยินเรื่องตลก


            พี่เหว่ยเอ่ยอย่างเหลืออด “แม่หนู ตัดสินใจได้หรือยัง? แต่เธอต้องก้มหัวคำนับขอโทษพ่อฉันก่อน ฉันถึงจะรับเลี้ยงเธอ เข้าใจไหม?”


            เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตามอง เห็นรอยสักสีดำบนคอของชายสองคน ในหัวนึกถึงข่าวที่เห็นเมื่อหลายวันก่อน และคาดเดาบางอย่างในใจได้


            “ถ้าฉันจำไม่ผิด คุณเป็นคนแก๊งมังกรดำใช่ไหม? กลุ่มอันธพาลที่ขึ้นชื่อเรื่องข่มขืนและปล้น ก่ออาชญากรรมมาหลายคดีในเมืองทางใต้ แล้วตำรวจก็กำลังตามล่าตัวคุณอยู่”


            โศกนาฏกรรมเพิ่งที่เกิดขึ้นแถวบ้านเรือนแถบนี้ สมาชิกครอบครัว 4 คนถูกฆ่า พ่อแม่ตายคาที่ ลูกสาว 2 คนหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของแก๊งมังกรดำ


            เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องคิดก็รู้ว่าหากผู้หญิงไม่สามารถป้องกันตัวในโลกอันโกลาหลแบบนี้ คงได้แต่ถูกปีศาจพวกนี้กระทำราวเป็นของเล่นและข่มเหงรังแกตามอำเภอใจ


            หากลูกสาวครอบครัวนั้นยังมีชีวิตอยู่ พวกเธอก็น่าจะตกอยู่ในเงื้อมมือของคนกลุ่มนี้เป็นแน่


            “แหม รู้กระทั่งเรื่องนี้ สมกับเป็นผู้หญิงที่ฉันสนใจ”


            พี่เหว่ยกลับยิ่งได้ใจ เขาชอบเอาชนะผู้หญิงฉลาดที่ไม่ยอมจำนน มันชวนให้เขารู้สึกประสบความสำเร็จ


            “เราคือแก๊งมังกรดำ! คำว่าแก๊งดูไม่น่ายุ่งเกี่ยวด้วยแล้วใช่ไหมล่ะ”


            “ฮ่า ๆ ตำรวจไม่ตามล่าตัวเราหรอก พวกเขาไม่กล้าท้าทายเราแม้แต่น้อย”


            “ใช่แล้ว”


            กลุ่มผู้ชายด้านหลังดูย่ามใจและอวดดี ราวกับพวกเขาทำเรื่องดีตอบแทนบุญคุณบรรพบุรุษมา ถึงได้ภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน


            “มิน่าล่ะพ่อของคุณถึงได้บอกว่าคุณยิ่งใหญ่มาก ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยเอ่ยแฝงความนัย


            พี่เหว่ยยิ้มกระหยิ่มก่อนบอก “ฉันนี่แหละผู้ยิ่งใหญ่!”


            ยายขยุ้มชายแขนเสื้อของเซียวหมิงเยวี่ยไว้แน่นพลางกระซิบ


            “หมิงเยวี่ย หลานหนีไปก่อน ยายจะขวางไว้เอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหันหลังกลับมา ไปหาพ่อของหลานซะ!”

     

            สีหน้าของยายมุ่งมั่นราวกับพร้อมกลับบ้านเก่า เธอแก่เฒ่ามากเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว แต่หลานสาวของเธอจะตายไม่ได้! หมิงเยวี่ยอายุเพียง 20 ต้น ๆ จะสูญเสียวัยสาวอันมีค่าไปด้วยน้ำมือของไอ้ชั่วพวกนี้ได้อย่างไร!


            เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกแสบจมูกเล็กน้อย “หนูมีแผนค่ะ ยายคะ ไม่ต้องกลัวไปนะคะ”


            ยายคิดว่าหลานสาวเพียงปลอบใจตนเองจึงบอก “หลานรัก ฟังยายนะ วันนี้หลานต้องฟังยาย”


            “กระซิบอะไรกัน!” พี่เหว่ยตวาด


            เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มก่อนบอก “ฉันรับปากโดยไม่มีเงื่อนไขว่าจะให้เงินแก 500,000 หยวน แล้วจะยอมเป็นของแกด้วย แต่แกต้องปล่อยยายฉันไป”


            “จริงเหรอ? ฉันละชอบที่เธออยู่เป็นจริง ๆ!” เขาลั่นขำ 


            ชายคนอื่นพากันยิ้มและแสดงความยินดีกับพี่เหว่ยที่ได้สาวงามมาครอบครอง เสียงหัวเราะของพวกเขาช่างเสียดแทงหูเหลือเกิน


            “ไม่ได้ ๆ! พูดอะไรออกไปน่ะ เจ้าเด็กโง่!” ยายลนลานรั้งตัวเซียวหมิงเยวี่ย ตื่นตระหนกจนปล่อยโฮออกมา


            เซียวหมิงเยวี่ยเอ่ยสัญญาอีกครั้ง “ยายคะ กลับไปก็รีบไปแจ้งตำรวจนะคะ ไม่ต้องห่วง หนูมีทางออก ไม่อย่างนั้นเราจะหนีไปไม่ได้สักคนเลยนะคะ”


            หญิงชราจะสบายใจได้อย่างไร?


            “ยายแก่นี่ จะไปไหนก็ไป ถ้าไม่ไปฉันจะฆ่าแกเดี๋ยวนี้” พี่เหว่ยว่าอย่างหมดความอดทน


            “ไปสิคะ!” เซียวหมิงเยวี่ยเร่งเร้าให้ไม่อาจปฏิเสธได้


            ยายไม่มีทางเลือก ตอนนี้เธอทำได้แค่หนีไป ไม่อย่างนั้นจะไม่มีคนกลับไปขอความช่วยเหลือ หมิงเยวี่ยกล้าหาญเสียจนหญิงแก่อย่างเธอละอายใจนักที่ต้องให้หลานสาวเสี่ยงชีวิตช่วยตนเองเอาไว้


            เธอทำได้เพียงวิ่ง วิ่งให้สุดฝีเท้า วิ่งกลับบ้านไปหาพ่อเซียว วิ่งไปแจ้งตำรวจ


            หลังยายจากไป พี่เหว่ยมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาโลมเลียพลางสาวเท้าเข้าไปอย่างเนิบช้า


            “แม่หนู วันนี้เป็นคืนเข้าหอของเรา ปรนนิบัติฉันให้ดีแล้วฉันจะเคี่ยวเนื้อให้เธอ คงไม่ได้ลิ้มรสเนื้อมาหลายวันแล้วใช่ไหมล่ะ?”


            เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแต่น้ำเสียงกลับเยือกเย็น


            “แกเป็นคนร้ายถูกหมายหัว ฆ่าแกไปคงไม่ผิดกฎหมายใช่ไหม สวรรค์มีทางไปแต่แกไม่ไป นรกไม่เปิดกลับบุกเข้าไป วันนี้ฉันจะส่งแกไปสู่สุคติซะ!”


            ยายไม่อยู่ที่นี่แล้ว เธอสามารถรับบทฆาตกรได้เต็มที่ อยากจะลองพลังที่ได้จากยาชูกำลังมานานแล้ว บังเอิญได้ฝึกกับขยะสังคมพวกนี้พอดี


            และสิ่งที่ทำให้เธอสนใจคือแก๊งมังกรดำทั้งแก๊ง!


            เซียวหมิงเยวี่ยพลันบีบคอพี่เหว่ยมาแล้วยกเขาจนเท้าลอยไม่ติดพื้น


            รอยยิ้มหื่นบนใบหน้าเขานิ่งค้าง ก่อนแทนที่ด้วยท่าทีเหลือเชื่อ ใบหน้ากลายเป็นแดงก่ำ เขาดิ้นทุรนทุรายคล้ายอยากจะพูดบางอย่าง


            ทว่าเสียงกร๊อบก็ดังขึ้นในชั่วขณะต่อมาเมื่อเธอบิดคอเขาหัก พี่เหว่ยถูกโยนลงกับพื้นราวกับเป็นขยะ ร่างยังคงชักกระตุก


            ชายคนอื่นงุนงงและหวาดกลัวแทบสิ้นสติ ความกระหยิ่มใจหายไปจนหมด


            “พี่... พี่เหว่ย ตายแล้วเหรอ?”


            “เธอ... เธอมีแรงเยอะขนาดนี้ได้ยังไง เวรแล้วไง!!!”


            เซียวหมิงเยวี่ยยังคงสีหน้านิ่ง ท่าทางดูน่าเกรงขาม


            “ใครจะเป็นคนต่อไป ลองเดาดูสิ?”


            คนพวกนี้ชั่วช้า ปฏิบัติกับผู้หญิงเป็นของเล่น ข่มเหงรังแกตามอำเภอใจ ฆ่าร้อยครั้งยังไม่นับว่าเกินเหตุ


            พวกเขาอยากจะหนี ทว่าจะหนีไปได้อย่างไร เพียง 5 นาทีเซียวหมิงเยวี่ยก็ฆ่าไป 6 คนแล้ว เหลือเพียงคนเดียวที่นอนกองอยู่กับพื้น ส่งเสียงร้องอ้อนวอนขอความเมตตาจากเธอ


            เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา นี่มันปีศาจกินคนชัด ๆ! ปีศาจที่ฆ่าคนได้ในพริบตา!


            “อย่า... อย่าฆ่าฉันเลยนะ อย่าฆ่าฉันเลย! ฉันเองก็ถูกบังคับมา ถ้าฉันไม่เข้าแก๊งมังกรดำ ฉันก็มีแต่ต้องตาย!” 


            “อย่ามาแก้ตัว เลิกพูดเหลวไหลแล้วพาฉันไปหาคนที่แกเรียกว่าหัวหน้า ไม่อย่างนั้นแกได้ตายไปกับพรรคพวกที่นี่แน่ เข้าใจไหม?”


            เซียวหมิงเยวี่ยบีบคอเขายกขึ้นอย่างง่ายดายราวกับยกลูกเจี๊ยบ


            ในเมื่อฆ่าคนไปแล้วก็ต้องถอนรากถอนโคน ไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อนไม่สิ้นสุด เธอเดาว่าพี่เหว่ยเป็นแค่หัวหน้าระดับเล็กในแก๊งมังกรดำ คนไร้สมองแบบนี้จะมาเป็นหัวหน้าใหญ่ได้อย่างไร พ่อเขายังต้องมาซื้อข้าวราคาพิเศษด้วยตัวเองอยู่เลยไม่ใช่เหรอ


            “เข้าใจแล้ว! ฉันจะพาไป อย่าฆ่าฉันเลยนะ!” อีกฝ่ายกลัวจนฉี่แทบราด


            “แก๊งแกมีกันทั้งหมดกี่คน?”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว ที่คุณอ่าน