หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    สงคราม

            ​หลังจากที่ได้รับข่าวจักรพรรดิถูกวางยาพิษเหล่าผู้คนต่างก็ขวัญกำลังใจตกลงเพราะภายในอาณาจักรฉินจักรพรรดิถือเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดและเมื่อคนที่แข็งแกร่งที่สุดไม่สามารถร่วมต่อสู้ได้ก็เท่ากับกองทัพที่ขาดแม่ทัพ

            สามสำนักในตอนนี้ได้เริ่มต่อสู้กับสำนักปฐพีคลั่งเเล้วพลังของสำนักปฐพีคลั่งแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดผู้อาวุโสแต่ละคนต่างก็อยู่ปราณจักรพรรดิถึงจะแค่ขั้นที่1 แต่กลับมีจำนวนมากกว่าผู้อาวุโสที่อยู่ปราณจักรพรรดิของทั้งสามสำนักรวมกันซะอีก

            "นี่แสดงว่าพวกมันเตรียมการมาหลายปีเเล้วสินะ" เฉินฝ่านกล่าว

            "ไม่แปลกที่เจ้าแก่นั่นเก็บตัวมาตั่ง 10 ปีไม่รู้ว่าพลังของเจ้านั่นเพิ่มขึ้นเท่าไหร่เเล้ว"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าวด้วยความกังวล

            "จะปล่อยให้มันมีเวลาเพิ่มพลังไปมากกว่านี้ไม่ได้พวกเราต้องรีบบุกโจมตีก่อน" เจ้าสำนักวารพิรุณกล่าว

            ในตอนนี้สงครามก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการการต่อสู้นองเลือดได้ทำให้ชีวิตจำนวนมากต้องจบลง ทางหยางจื่อเองที่เป็นศิษย์อันดับที่1 ของสำนักอู่เสียก็ต้องเข้าร่วมสงครามด้วยเช่นกันหยางจื่อที่เหมือนมัจฉาในน้ำที่แหวกว่ายได้อย่างรวดเร็วทั้งครั้งที่หยางจื่อเคลื่อนใหวจะต้องมีศพของคนสำนักปฐพีคลั่ง

            มีหลายๆคนรู้สึกตกตะลึงกับการเคลื่อนใหวของหยางจื่อเพราะทักษะที่หยางจื่อใช้คือทักษะหนึ่งพันก้าวอัสนีฉับไว ที่หยางอวี้มอบให้กับหยางจื่อและทักษะดาบวายุอัสนีที่หยางจื่อเก็บไว้เป็นไพ่ตายอีกหนึ่งทักษะ

            "ทักษะของเด็กคนนั้นมันไม่ใช่ของสำนักของท่านใช่หรือไม่" องค์รัชทายาทกล่าวถามเฉินฝ่าน

            "ใช่เเล้วเขาได้มันมาในวันงานหมั้นหนะ" เฉินฝ่านกล่าว

            ''แบบนี้นี่เองข้าพอจะเข้าใจละ" องค์รัชทายาทกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "พวกท่านคุยเรื่องอะไรกันแค่สองคนงั้นรึ" เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว

            "เปล่าไม่มีอะไร ข้าว่าเราเองก็ควรจะต้องไปออกโรงได้เเล้วละไม่อย่างงั้นผู้อาวุโสของสำนักของพวกเราได้ตกตายไปหมดแน่"เฉินฝ่านกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

            องค์รัชทายาทที่พลังพลังเทียบเท่ากับเหล่าเจ้าสำนักอื่นๆก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วยทำให้มีผู้ทรงพลังปราณจักรพรรดิขั้นที่ 6ทั้งหมด 4 คน และมีผู้อาวุโสของราชวงศ์ฉินที่อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่5 อีก 4 คนมาช่วยทำให้กองกำลังของทั้งสามสำนักมีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นแต่กลับกันทางด้านเจ้าสำนักปฐพีคลั่งกลับไม่ปรากฏตัวออกมาเลยทำให้หลายๆคนรู้สึกกังวล

            ทางด้านหยางจื่อในตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับบุคคลที่หยางจื่อรู้จักดีซึ่งทั้งสองคนนี้ก็คือเย่เทียนและเย่ซานสภาพของพวกเขาทั้งสองในตอนนี้ไม่ต่างจากปีศาจมากนักผิวหนังของพวกเขาเป็นสีแดงและดวงตาก็เป็นสีแดงเช่นกันส่วนเส้นผมของพวกเขากลับเป็นสีขาว

            "ดูท่าพวกเจ้าจะตกต่ำจนยอมกลายเป็นปีศาจเพื่อให้ได้พลังมาสินะ"หยางจื่อกล่าว

            "ใช่เเล้วข้าในตอนนี้มีพลังมากพอจะสังหารเจ้าได้อย่างง่ายดาย"เย่ซานกล่าว

            "ที่พวกเราต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเจ้าถ้าเจ้าไม่มีเจ้าพวกข้าก็จะมีอนาคตที่ต้องรุ่งโรจน์และตระกูลเย่ก็คงไม่ถูกทำลายไป"เย่เทียนกล่าว

            "งั้นก็คงไม่มีอะไรต้องพูดกันเเล้วพวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันทั้งสองคนนั่นแหละ"หยางจื่อกล่าว

            "หยางจื่อ!!!!!!"

            เย่ซานตะโกนและปลดปล่อยพลังปราณสีแดงโลหิตออกมาน่าแปลกที่พวกเขาทั้งสองมีพลังอยู่ปราณปฐพีขั้นที่ 7 กันทั้งคู่นี่ทำให้หยางจื่อรู้สึกทึ่งเพียงเวลาไม่นานพลังของพวกเขากลับเพิ่มจึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

            "ตูม เคร้ง!!!!"

            หยางจื่อและพวกเย่ซานต่อสู้กันอย่างดุเดือดพวกเย่ซานที่โจมตีใส่หยางจื่ออย่างบ้าคลั่งและป่าเถื่อนราวกับสัตว์ร้าย

            "เจ้าพวกนี้สูญเสียสติสัมปชัญญะส่วนใหญ่ไปสินะสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจไว้คงมีแต่ความแค้นเพราะงั้นเมื่อพวกมันเจอข้ามันก็เลยบ้าคลั่งขึ้นมาในทันที" หยางจื่อคิดในใจ

            "ข้าจะช่วยส่งพวกเจ้าทั้งสองตามพี่น้องของพวกเจ้าที่อยู่ในนรกไปเอง"หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา

            หยางจื่อที่ระเบิดพลังและใช้ทักษะดาบหกประสานและทักษะเงามายาสะบั้นจันทร์ใส่ตรงหัวใจของเย่ซานและเย่เทียนทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หมดลงร่างของเย่ซานและเย่เทียนสลายหายไปกลายเป็นหมอกควัน

            แต่ในขณะที่หยางจื่อกำลังมองดูร่างของพวกเย่ซานหายไปก็มีพลังปีศาจที่น่าหวาดกลัวพุ่งมาทางหยางจื่อด้วยความรวดเร็ว

            "ปราณปฐพีขั้นที่ 9 !!!!!"

            หยางจื่อรู้สึกตื่นตระหนกและไม่ใช่แค่ปราณปฐพีขั้นที่9 ธรรมดาจากพลังที่แผ่ออกมาเป็นพลังที่ใกล้จะทะลวงสู่ปราณราชันเเล้ว

            "นั่นมันคลื่นพลังของซือถูกวงที่เป็นศิษย์หลักอันดับที่ 1 ของสำนักปฐพีคลั่ง"เจียงหยุนที่อยู่ไม่ใกลกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

            "เจ้าเองสินะหยางจื่อคนที่สังหารน้องชายของข้า"ซือถูกวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            "ใช่เเล้วเป็นข้าเอง" หยางจื่อกล่าว

            "ดีงั้นก็ตายไปซะ"

            ซือถูกวงใช้ง้าวฟันไปที่หยางจื่อด้วยความเร็วและทรงพลังอย่างมากหยางจื่อที่ใช้ดาบต้านรับเองไว้ถูกกระแทกลอบไปด้านหลังและกระอั๊กเลือดออกมากองโต

            "เจ้านี่แข็งแกร่งถ้าเรารับการโจมตีตรง ๆละก็แย่แน่"หยางจื่อกล่าวในใจ

            "ยอดเยี่ยมสมเเล้วที่สามารถสังหารน้องชายของข้าได้แต่มันยังไม่จบหรอกนะ"ซือถูกวงกล่าว

            หยางจื่อที่ถูกซือถูกวงโจมตีใส่หยางหนักหนวงทำให้หยางจื่อได้รับบาดเจ็บมากยิ่งขึ้น

            "ตูม!!!"

            ร่างของหยางจื่อถูกทวนของซือถูกวงกระแทกจนกระเด็นออกไปจนหมดสติเจียงหยุนที่เห็นเหตุการณ์ไม่สู้ดีก็รีบเข้ามาต่อสู้กับซือถูกวงเพื่อถ่วงเวลาให้คนพาหยางจื่อหนีไป

            ภายในสติขิงหยางจื่อในตอนนี้อยู่ในโลกสีขาวล้วนด้านหน้าของเขามีหญิงสาวที่งดงามอยู่นางสวมอาภรณ์สีขาวดวงตาสีฟ้าเหมือนน้ำทะเลและเส้นผมที่ขาวดั่งหิมะ

            "เจ้านี่มันอ่อนแอซะจริง ๆทั้งที่ข้าอุตส่ายอมให้เจ้าได้ครอบครองข้าแต่เจ้ากับไม่สามารถใช้พลังของข้าออกมาได้"หญิงสาวนางนั้นกล่าว

            "ท่านเป็นใคร แล้วหมายความว่าไงที่ท่านให้ข้าได้ครอบครองท่าน"หยางจื่อกล่าวอย่างสับสน

            "ข้าก็คือจิตวิญญาณที่อยู่ในดาบมังกรสวรรค์ที่เจ้าใช้ยังไงละ"หญิงสาวกล่าว

            "งั้นท่านก็คือเศษเสี้ยววิญญาณของมังกรสวรรค์ในยุคโบราณอย่างงั้นรึ"หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

            "ถูกต้อง ที่ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่เพราะข้าอยากจะถามเจ้าว่าเจ้าต้องการพลังหรือเปล่า" หญิงสาวกล่าว

            ---------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน