อ่อยยยย—
น่าหงุดหงิดเป็บ้า...
หลายวันมานี้ฉันทำได้เฝ้าดู 'เรย์เน่' ใช้ชีวิตไปวันๆ ส่วนฉัน...ต้องแอบยืมร่างของเธอตอนที่เธอหลับ เพื่อจะได้ลองทำอะไรหลายอย่าง เพราะถ้าออกนอกห้องแล้วโดน 'วิเวียร์' จับได้คงไม่ดีกับฉันและเรย์เน่แน่ๆ จะให้คนอื่นรู้เื่ของฉันไม่ได้เด็ดขาด
น่าอิจฉาเรย์เน่จริงๆ ที่ได้ใช้ร่างกายนี้อย่างอิสระ ตรงกันข้ามกับตัวฉัน—ทั้งการกินอาหารที่ฉันทำได้แค่เฝ้ามองเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยที่ตัวฉันกลับไม่สามารถรับรู้รสชาติได้เลย หรือจะเป็การลงแช่นํ้าที่ดูเย็นสบายแค่ไหนก็ตาม... ฉันก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น
เื่การพูดก็พอจะคล่องกว่าตอนแรกเพราะฉันฝึกโดยอิงจากเรย์เน่ ทั้งการพูดและการเรียนตัวอักษรต่างๆ ที่สอนโดยแม่ของวิเวียร์ ทำให้เข้าใจได้เร็วขึ้น จะมีแต่เื่คู่สนทนานี่แหละ... ที่ฉันยังหาไม่ได้
ส่วนเื่เวทมนตร์ ฉันไม่สามารถใช้ 'อาร์ตส์' ได้แบบที่วิเวียร์บอก แต่ในขณะเดียวกัน ฉันกลับใช้ 'เรโซแนนซ์' ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก แต่ก็สามารถสร้างนํ้าแข็งก้อนเล็กๆ ขึ้นมาได้ ที่น่าแปลกใจก็คือ... เรย์เน่กลับไม่สามารถใช้ทั้งอาร์ตส์หรือเรโซแนนซ์ได้เลย เอาเถอะ... ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่น่ะ
เื่งานบ้านต่างๆ นาๆ ที่เรย์เน่เรียนกับแม่ของวิเวียร์ก็ดูจะไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเหมือนกัน ฉันเลยไม่ได้สนจะอะไร แต่ในขณะเดียวกัน เรย์เน่ก็ตั้งใจทำทุกอย่างไปซะหมดเลย ขยันจริงๆ
ในที่สุดพวกเราก็กำลังเดินทางไปยังเมืองฟัลนัสที่อยู่ไม่ไกล เดินทางประมาณหนึ่งสัปดาห์... ไม่นานมาก แต่ก็น่าเบื่อสุดๆ เพราะฉันทำได้แค่ดูวิวต้นไม้ข้างทาง หรือไม่ก็ฟังเรย์เน่กับวิเวียร์คุยกัน
เรย์เน่... เธอไม่มีความทรงจำอะไรเลย แต่ที่น่าแปลกก็คือเธอเรียนรู้อะไรต่างๆ มาจากคนที่เธอเรียกว่า 'ท่านแม่' ...หรือว่าเรย์เน่กับเธอคนนั้น... จะเป็คนเดียวกันงั้นเหรอ? นิสัยก็คล้ายกันเหลือเกิน... คงไม่หรอกมั้ง?
ไม่! ไม่! ไม่!
ถ้าเป็เธอคนนั้นจริงๆ ล่ะก็...จะต้องไม่มีทางลืมเื่ระหว่างเราสองคนอย่างแน่นอน!
ไม่มีทางที่เรย์เน่จะเป็เธอคนนั้นหรอก ใช่แล้ว—ต้องไม่ใช่เธอเด็ดขาด...
อ๊ะ!
ระหว่างที่กำหลังหงุดหงิดอยู่นั้น ฉันกลับััได้ถึงอะไรบางอย่าง ความรู้สึกแบบนี้... มันเหมือนถูกอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองอยู่เลย แต่ทุกคนในกองคาราวานกลับััมันไม่ได้ ชักใจคอไม่ดีแล้วสิ...
เป็อย่างที่คิดจริงๆ ด้วย!
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเราก็ถูกมอนสเตอร์ล้อมเอาไว้ ตอนนี้ทุกคนก็เร่งเตรียมตั้งรับ ส่วนเรย์เน่นั่งอยู่ริมด้านนอก—และในตอนนั้นเองฉันก็ััได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาจากข้างหลังของพวกเรา... นี่มัน มอนสเตอร์ไม่ใช่เหรอ!?
หลบสิเรย์เน่!
ฉันพยายามะโเตือนเธอ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เธอก็ไม่ได้ยินฉันเลย
คิดสิ ตัวฉัน... คิดสิ!
ทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงได้ยินฉันกันล่ะ?
หลบออกไปจากตรงนี้เร็วเข้าเรย์เน่!!!
อ่ะ!
เหมือนเธอจะรู้สึกตัวแล้ว... ไม่สิ—ไม่! ไม่! เธอคิดว่าแค่หูฝาดหรือเพราะเหนื่อยล้าเท่านั้น แต่ไม่ใช่นะ! ฉันเรียกเธอจริงๆ น่ะ!
ไม่ทันไร มอนสเตอร์ตัวนั้นก็เข้ามาใกล้เธอ และกว่าที่เธอจะรู้ตัว... ก็สายเกินไปแล้ว!
โธ่เอ๊ย! นี่เธอจะซื่อเกินไปแล้วหรือไง!
'ยายบ้า! หลบออกจากตรงนั้น—เร็วเข้า!!!'
โอ้—ครั้งนี้เธอได้ยินเสียงของฉันชัดเจน เพราะเธอรีบหันกลับไปมองทันที แต่แทนที่จะะโหลบออกมาจากตรงนั้น... เธอกลับไม่ขยับไปไหนเลย!
'หลบเร็วเข้า!!'
ทำไมไม่หลบล่ะ!
'หลบสิ!!'
แย่แล้วสิ... ตัวของเรย์เน่แข็งทื่อเพราะความกลัวแน่ๆ !
ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง... ถ้าฉันเข้าควบคุมร่างนี้ได้—ใช่แล้ว! ฉันต้องแย่งการควบคุมร่างนี้มาจากเธอ!
ต้องตั้งสมาธิอีกครั้ง เพ่งไปที่การขยับร่างกาย... และในที่สุดฉันก็ทำได้! ร่างกายขยับออกไปด้านข้างจนล้มลงไปนอนกับพื้นหญ้า แต่ก็เพียงพอที่จะหลบออกจากเส้นทางที่มอนสเตอร์พุ่งเข้ามา
โอ้ยยยย—! ทำไมมันถึงปวดหัวขนาดนี้กันนะ!?
หลังจากรอดมาได้ ฉันก็ต้องทรมานกับอาการปวดหัว คงเป็ผลลัพธ์จากการฝืนควบคุมร่างนี้... แต่ว่า อย่างน้อยเรย์เน่ก็รอดมาได้
วิเวียร์และคนอื่นๆ รีบกรูกันเข้ามาหาเรย์เน่เพื่อดูว่าเธอเป็อะไรไหม ส่วนเ้าตัวน่ะเหรอ... เธอกลับมึนงงกับสื่งที่เกิดขึ้นจนถึงขั้นที่วิเวียร์เรียกเธอซํ้าๆ เธอก็ยังไม่ตอบ จนฉันต้องเป็ฝ่ายเรียกดึงสติเธอกลับมา
'เฮ้ ตั้งสติหน่อย เรย์เน่!'
เฮ้อ—ทำไมฉันต้องมาคอยดูแลยัยนี่ด้วยเนี่ย... ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางเ็ปกับผลลัพธ์เมื่อครู่นี้ไปด้วย...
ตอนนี้พวกคนคุ้มกันกำลังปะทะกับฝูงมอนสเตอร์จำนวนมากที่แนวหน้า วิเวียร์ก็อยู่ที่นั่นด้วย ถึงจะมีฝีมือกันแค่ไหน แต่ถ้าเจอจำนวนมอนสเตอร์ขนาดนี้ก็คงต้องมีเครียดกันแน่ๆ ส่วนพวกเราอยู่ที่แนวหลังสุดอย่างปลอดภัย... อย่างน้อยก็ในตอนนี้ละนะ
หืมมม— ดูเหมือนว่าอีเรียแมวขนสีเทาที่แนวหน้าจะะโอะไรบางอย่างออกมา ทันใดนั้น ทุกคนก็รีบหันหน้าหลบ ไม่ให้สายตาไปมองบนท้องฟ้า ขณะเดียวกันอีเรียแมวคนนั้นก็ดูเหมือนกำลังพยายามจะใช้เรโซแนนซ์... อย่าบอกนะว่า—
'ย-ยายงั่ง! อย่ามอ—'
วาบบบ—
"อ๊าาาาาา— ตาฉัน! ตาฉัน!!"
ทันทีที่อีเรียแมวคนนั้นใช้เรโซแนนซ์ ทันใดนั้นแสงก็สว่างจ้าไปทั่วท้องฟ้า และฉันก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลยหลังจากนั้น
'เฮ้อ...'
รู้สึกโชคดีจริงๆ ที่ร่างนี้ไม่ได้แบ่งปันความรู้สึกหรือความเ็ประหว่างกัน เพราะไม่อย่างนั้น... ฉันก็คงทรมานแบบเรย์เน่ ที่ตอนนี้กำลังนอนกลิ้งอยู่บนพื้น
'...หยุดดิ้น'
'หยุดสิ...'
'หยุด—'
เฮ้อ—กว่าเธอจะหยุดกลิ้งไปมา ก็ตอนที่มีลุงคนหนึ่งเข้ามาช่วยไว้ เสื้อผ้าจากที่เคยขาวสดใส ตอนนี้กลับเปื้อนไปคราบดินไปซะแล้ว น่าเสียดายจริงๆ
โฮกกกกก!!!
ยังไม่จบอีกเหรออออ!!!
มีฝูงมอนสเตอร์โผล่เข้ามาเพิ่มอีก แถมรอบนี้ยังฝ่าแนวที่วิเวียร์อยู่มาด้านหลังได้เยอะด้วย
คนของกองคาราวานที่อยู่กับพวกเราต่างรีบคว้าอะไรก็ตามที่พอจะใช้เป็อาวุธขึ้นมา เพื่อช่วยกันจัดการมอนสเตอร์ที่หลุดเข้ามา แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย... เพราะส่วนใหญ่แล้ว คนของกองคาราวานไม่มีทักษะการต่อสู้แบบพวกที่อยู่แนวหน้าตอนนี้
"เอ้านี่ ยายหนู! เอามีดนี้ไป!"
ลุงคนนั้นยื่นมีดเล่มเล็กมาให้ แต่แทนที่เรย์เน่จะรีบรับไว้ เธอกลับรังเล ไม่ยอมหยิบมาสักที... ทำไมถึงโลกสวยขนาดนี้กันนะ ยัยนี่! ไม่มีใครจะมาช่วยเธอในสถานการณ์แบบนี้หรอกนะเรย์เน่!
'...หยิบมันมาซะ'
'ต-แค่ว่า...'
'หยิบมีดนั่นซะ!'
"ค-ค-ค่ะ..."
เธอพยายามจะหาเหตุผลเพื่อปฏิเสธ แต่ฉันตะคอกใส่ทันที สุดท้ายเธอจึงรีบหยิบมีดขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัว ๆ
โฮกกกกก!!!
ทันใดนั้น ลุงคนนั้นก็ถูกมอนสเตอร์ตัวหนึ่งกระโจนใส่จนล้มลงไปนอนกับพื้น ก่อนที่มันจะขึ้นคร่อมและใช้กรงเล็บพยายามข่วนไปทั่วลำตัวของลุง
"ค-ใครก็ได้—!"
เรย์เน่… เธอหวาดกลัวจนทำได้แค่เพียงถอยหลังหนีอย่างเดียว…
เฮ้อ— อย่างน้อยเธอก็มีมีดอยู่ในมือแล้ว และสามารถใช้มันจัดการเ้ามอนสเตอร์ทีเผลอได้ แต่กลับเลือกจะกรีดร้องแทนจนมันหันกลับมาสนใจเธอซะงั้น!
เรย์เน่พยายามดันตัวถอยห่างจากมัน แต่ในท้ายที่สุด... หลังของพวกเราก็ชนเข้ากับเกวียน
"อึก... ว-วิเวียร์..."
กรรรรรร...
"ค-คุณลินเซ คุณเตรอซาน คุณแบร์มา... ใครก็ได้..."
ไม่มีใครมาช่วยเธอหรอก... คนที่จะช่วยเธอได้ มีเพียงตัวเธอเองเท่านั้น— ไม่รู้เพราะอะไรฉันถึงคิดแบบนั้น... แต่ว่านั้นก็เป็ความจริงที่กำลังเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนต่างอยากที่จะมีชีวิตรอด เลยพยายามกันจนถึงเืหยดสุดท้าย
"ไม่นะ… ไม่นะ…!!!"
แต่เธอ... เรย์เน่— กลับนั่งร้องไห้ เอาแต่หวังว่าจะมีใครสักคนเข้ามาปกป้อง
ถ้าเป็เธอคนนั้นที่เคยอยู่กับฉันมาก่อน... ไม่สิ ก็คงไม่ต่างกันหรอก ก็เธอออกจะใสซื่อ และไม่ชอบความรุนแรงเหมือนกับเรย์เน่นั่นแหละ
เฮ้อ— ทำไมคนรอบตัวฉันถึงมีแต่พวกที่ไม่ได้เื่กันน่ะ...
'...ทำไมถึงไม่ทำอะไรสักอย่าง?'
เรย์เน่มองไปรอบข้าง พยายามหาว่าใครกันเป็คนพูด แต่เสียใจด้วย—เธอไม่มีวันหาฉันเจอหรอก
'ทำไมไม่สู้กลับ?'
"ท-ทำไมนะเหรอ... ก็มันน่ากลัวนะสิ!"
'แล้วทำไมถึงกลัวละ?'
"ท-ทำไมเหรอ..."
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง... ไม่รู้ว่าเพราะใที่คุยกับเสียงในหัว หรือกำลังหาคำตอบอยู่กันแน่
'ทำไมไม่สู้? เธอจะรอให้เพื่อนของเธอเข้ามาช่วยตลอดเหรอ?'
"ฉ-ฉัน..."
ในขณะเดียวกัน พวกมอนสเตอร์ก็เพิ่มขึ้นมาอีกสองตัว สถานการณ์เลวร้ายลงสำหรับเรย์เน่
'ฟังฉันนะเรย์เน่... เธอต้องสู้ ถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย—เธอจะตาย'
"ฉ-ฉันทำไม่ได้... เธอกำลังขออะไรที่มันเป็ไปไม่ได้อยู่นะ!"
'โถ่เอ๊ย เรย์เน่... เธอมีมีดอยู่นะ! อย่างน้อยก็สู้กลับสิ!'
เรย์เน่มองมีดในมือ แล้วเหลือบไปที่พวกมันสลับไปมาอย่างลังเล
ใช่แล้ว! ฆ่าพวกมันซะ!
"ม-ไม่ไหวหรอก... ไม่ว่ายังไงก็ไม่—"
'เรย์เน่!!!'
ฉันกระแทกเสียงด้วยความอารมณ์เสีย จนเธอสะดุ้งใ
'ถ้าเธอจะไม่ทำสักอย่าง—ฉันจะเป็คนจัดการเอง...'
แต่เธอยังคงเอามือกุมใบหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น
'ไม่ไหวจริงๆ สินะ… งั้นฉันขอยืมร่างเธอหน่อยแล้วกัน!!!'
ฉันพยายามตั้งสมาธิอีกครั้ง ั้แ่ออกเดินทางมาก็ไม่มีจังหวะให้ฉันได้ใช้ร่างนี้เลยเพราะมีกองคาราวานอยู่ แต่ตอนนี้...เพื่อไม่ให้ตาย ฉันต้องเข้ามาช่วยเรย์เน่ และต้องใช้ร่างนี้อีกครั้งให้ได้
"หึ หึ หึ หึ—"
และฉันก็ทำสำเร็จ... คราวนี้ฉันเข้ามาแย่งการควบคุมร่างของเรย์เน่ ทั้งที่เธอยังตื่นอยู่ ไม่รู้หลังจากนี้ฉันจะต้องทรมานแค่ไหน แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยให้เรย์เน่รอดพ้นจากตรงนี้ก่อน
มอนสเตอร์ที่อยู่ข้างหน้าสุดฉวยโอกาสในจังหวะที่ฉันกำลังหัวเราะอย่างมีความสุข กระโจนเข้ามาใส่เรย์เน่—ไม่สิ! ฉันต่างหากล่ะ! เรย์เน่ที่อ่อนแอคนนั้นนะ... ตอนนี้เธอไม่อยู่แล้ว!
ฉันรีบขยับหลบไปด้านข้างเพื่อให้พ้นจากเส้นทางที่มันพุ่งเข้าใส่ ก่อนจะคว้ามีดที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วแทงเข้าไปที่ข้างหัวของมันอย่างแม่นยำ เืของมันสาดกระเด็นเปื้อนตัวของฉันไปเล็กน้อย
อ่า~ กลิ่นเืนี่... ช่างหอมหวานจริงๆ ~
ยังหรอก—ยังไม่พอหรอก...!
ฉันอาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังชะงัก พุ่งเข้าใส่ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วกรีดมีดไปที่ข้อต่อขา ทำให้ขาของมันใช้การไม่ได้ในทันที ส่วนเืจากาแนั้นพุ่งกระเซ็นไปทั่วทุ่งหญ้า... อ่า~ ช่างง่ายดายอะไรอย่างนี้!
อะ!
มอนสเตอร์ตัวสุดท้ายฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังตั้งหลัก กระโจมเข้ามาจนฉันเสียหลักล้มลงไปนอนกับพื้น มันขึ้นคร่อมทันทีก่อนจะอ้าปากที่บิดเป็เกลียวออกมา... ช่างน่ารังเกียจอะไรอย่างนี้!
"หึ หึ หึ หึ ฮะ ฮะ ฮะ! ต้องแบบนี้สิ!"
มือข้างหนึ่งรีบยันลำตัวมันไว้ เพื่อไม่ให้เข้ามาทำร้ายร่างนี้ได้ และในเมื่อมีดตกหายไปแล้ว—งั้นก็ลองใช้เล็บมือคู่นี้ กับเรโซแนนซ์ดูหน่อยก็แล้วกัน!
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของฉันโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ภายในกลับรุ่มร้อน... เพราะความตื่นเต้นที่เอ่อล้นออกมาจากเหตุการณ์ตรงหน้า ช่างเป็อะไรที่... สนุกที่สุด ั้แ่ฉันได้ตื่นลืมตาขึ้นมาเลย!
มืออีกข้างที่ว่างอยู่ถูกง้างกลับมาข้างลำตัว นิ้วทั้งห้างอเข้าหากันเป็รูปทรงดูแหลมคม ก่อนที่ฉันจะรวบรวมสมาธิที่เหลืออยู่ ผสานรวมเข้ากับความตื่นเต้นตรงหน้า เพื่อรวบรวมเอสเซนซ์... ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เรโซแนนซ์
กรงเล็บที่คมอยู่แล้ว กลับถูกห่อหุ้มไปด้วยความเยือกเย็นของนํ้าแข็งจนแหลมคมยิ่งกว่าเดิม ฝ่ามือข้างนั้นพุ่งทะลวงเข้าที่ลำตัวและเจาะผ่านเนื้อหนังของมัน เืพุ่งทะลักจากาแที่ฉีกเปิดและสาดเปื้อนไปทั่วมือและลำตัวของฉัน
ฮะ... ฮะ ฮะ ฮะ...
ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ!!!
ฉันค่อยๆ ดันร่างที่ไร้ิญญาของมอนสเตอร์ออกไป ก่อนจะนั่งมองมือของตัวเอง... และผลลัพธ์จากการต่อสู้ตรงหน้า ช่างเป็ภาพที่งดงามเหลือเกิน ฉันไม่เคยคิดเลยว่าการต่อสู้จะสนุกได้ถึงเพียงนี้ ต่างจากที่คุณแม่เคยเล่าบรรยายไว้โดยสิ้นเชิง!
เรย์เน่เอ๋ย... เธอพลาดความสนุกแบบนี้ไปได้ยังไงกัน—