ตอน 28 จุดแลกรักที่หมางใจ
เจ้อิเปิดประตูพลั่กเข้าไปอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวในตาที่ปกปิดไว้ด้วยผ้าขาวบางผืนนั้น เบิ่งมองเห็นเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของนางชัดเจนแต่ทว่าเรือนร่างอันอรชรของนางที่แสนเร้าอารมณ์สวาทกลับไม่มีผลอะไรกับเจ้อิเลยแม้แต่น้อย
แต่เพราะความใ เขาลืมตัวไปชั่วขณะกลัวนางจะอับอายต่อสายตาบ่าวที่เป็ผู้ชาย อีกทั้งเจ้อิคิดว่า เป็ตนที่ผิดเข้าตำหนักของนางอย่างพลการเป็ต้นเหตุให้นางได้เผยร่างเปลือยต่อสายตาผู้อื่นนับสิบคนเจ้อิจึงลืมตัวไปว่าตนนั้นแสร้งเป็ชายตาบอด รีบเดินดุ่มเข้าหานางอย่างรวดเร็วปลดเปลื้องผ้าคลุมตัวสีแดงผีนใหญ่ โอบคลุมร่างของชาลั่วไว้...
วินาทีนั้นทำเอาชาลั่วประทับใจและแปลกใจในเวลาเดียวกัน
"เหตุฉไหนชายตาบอดอย่างเขาถึงได้เดินเหินคล่องแคล่วขนาดนั้น"
"อีกทั้งเขามิใช่ชายโฉดที่มักจะรังแกสตรีทั่วหล้าหรอกหรือกับคนที่เพิ่งพบเช่นข้า เขากลับอ่อนโยนได้ถึงขนาดนี้"ชาลั่วพึมพำในใจ
จังหวะนั้นเองที่เจ้อิกำลังหันหลับไป นางสังเกตเห็นปมเชือกที่ปิดตาของเขาหละหลวมจวนจะหลุดลง... ทว่าปี่ชาลั่วเองเกิดความสงสัยมากมายเกี่ยวกับตัวตนเขาจึงโผตัวเขากอดไว้ มืออีกข้างฉุดดึงผ้าขาวที่ผูกปิดตานั่นประจวบเหมาะกับเป็จังหวะที่เจ้อิจะหันมาตะเบงเสียงดุชาลั่วที่ทำตัวดื้อรั้นแต่หากการหันกลับมาของเขา มันกลับเป็ตัวที่ช่วยถ่วงให้ผ้าหลุดง่ายขึ้น
สายตาทั้งสองคู่ของเขาสบเข้ากับสายตาของนางเต็มๆใบหน้าที่นางคุ้นเคยนัก ไม่อาจลืม ดันปรากฏอยู่เบื้องหน้า
"ชวนหลี่เหวิ่น...."ชาลั่วอึ้งค้างอยู่ในท่านั้น ปากของนางพลางพูดชื่อชายในดวงใจเบาๆ
วินาทีนั้นเจ้อิคิดแล้วว่า ยังไงซะก็ความแตกไม่อาจปกปิดนางได้อีกต่อไปจะทำได้ก็เพียงแค่เผยตัวตนที่แท้จริงซะแล้วดึงนางให้อยู่ข้างของตน
"พวกเ้าทั้งหมดออกไปซะ รอข้าหน้าตำหนักหากไม่ได้รับคำสั่งจากข้า ห้ามเข้าใกล้เป็อันขาด "
"ชวนหลี่เหวิ่น นั่นเ้าหรือ ตกลงนี่มันคืออะไรกันแน่"ปี่ชาลั่วเริ่มจะส่งเสียงโวยวายยกใหญ่
เจ้อิเห็นทีท่าไม่ค่อยดี จึงยกมือเข้าอุดปากนางไว้กระซิบข้างหูเบาๆว่า
"จงเงียบซะ แล้วข้าจะบอกทุกอย่างแก่เ้า"มืออีกข้างช้อนลำตัวนางอุ้มขึ้นแบกบนบ่า เอานางไปนั่งปลายเตียง
"นี่ท่านไม่ได้ตาบอดหรอกหรือ"เสียงปี่ชาลั่วเอ่ยถามด้วยความที่ใจเริ่มเย็นลง
"ข้ามิได้ตาบอดหรอก ต้องขออภัยเ้าที่ข้านี้ปิดบังตัวตน ข้านั้นมีเหตุจำเป็ที่จะต้องทำเช่นนี้หวังอย่างยิ่งว่าเ้าจะเข้าใจ และไม่เปิดโปงทรยศต่อข้า"เจ้อินั่งเคียงข้างนางบนเตียง ตีหน้าเศร้าเล่าความลวง ตามสไตล์เจ้อิการละคร
"เช่นนั้นเหตุใดเ้าจะต้องไปที่ซานเป่ยของข้าปลอมแปลงตัวตนเป็ชวนหลี่เหวิ่น"
"ข้านั้นออกตามหาคนคนผู้นั้นมีความสำคัญต่อข้าอย่างมาก เมื่อพบคนผู้นั้นแล้ว ข้าจำต้องลาจากต้องขออภัยที่ข้าไม่ได้แม้แต่จะเอ่ยคำลา" เจ้อิพูดเพียงเท่านี้ก็ทำให้ชาลั่วเชื่อสนิทใจ
"ั้แ่ที่ข้าได้ย่างก้าวเข้าเปียนจิงเพียงไม่กี่วัน ข้าก็พอจะรู้แล้วว่า เปียนจิงแวดล้อมไปด้วยอสรพิษไม่แปลกใจที่ท่านจะเป็อยู่เยี่ยงนี้"
"เช่นนั้นเื่ที่ข้ากล่าวว่าเ้าคือราชบุตรเขยของท่านพ่อท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็ดั่งที่ข้าปรารถนา" ปี่ชาลั่วดีอกดีใจเสียยิ่งกว่าได้ทองพันชั่ง
"เจ้อิ ข้ารู้สึกผิดต่อเ้าที่มองว่าเ้าเป็ผู้สั่งคนมารอสังหารข้าที่เขตแดนของสองฝั่งเป็ข้าที่โง่เขลาเข้าใจผิดไป" ชาลั่วเริ่มออดอ้อนกระเถิบเข้าใกล้เจ้อิแทบจะนั่งตัก
"เช่นนั้นผู้ใดกันนะที่อยากสังหารข้า"
"เ้ามิต้องสืบเสาะหาหรอกเื่นี้ไม่ใช่ธุระกงกางอะไรของเ้า ให้รู้ไว้แต่เพียงว่าไม่ใช่ข้าที่คิดร้ายต่อเ้าก็เพียงพอ"
"เอ่อ....ข้าว่าพิธีอภิเษกของเราใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว เ้ารีบสวมชุดเถิด หากชักช้านักให้ฝ่าารอนาน มิเป็การดีแน่" เจ้อิเห็นสถานการณ์เริ่มล่อแหลมเขารีบพูดเปลี่ยนเื่ ชิ่งลุกออกจากเตียงนั่น
"เหอะๆ ช่างเถอะ เจ้อิยังไงเข้าหอคืนนี้ข้าจะปลุกปล้ำท่านให้อยู่หมัด" ชาลั่วคิดในใจ
สาวใช้ที่รออย่างใจจดใจจ่อหน้าตำหนัก เริ่มเดือดเนื้อร้อนใจเมื่อองค์ชายใหญ่อย่างเขาหายเข้าไปในตำหนักเป็เวลานาน
ในใจก็คิดร้ายเกิดกว่าเหตุ เพราะในสายตาบ่าวไพร่ไฉเจ้อิอำมหิตเกินคน พวกเขากังวลไปต่างๆนาๆ กลัวว่าองค์ชายจะไม่อยากแต่งชายาถึงขั้นเข้าไปสังหารนางถึงในตำหนัก
เจ้อรอกระทั่งนางสวมอาภรณ์ตัวใหม่เสร็จ ชาลั่วถกถอดผ้าคลุมผืนนั้นสวมใส่คืนให้่เจ้อิอย่างตั้งใจ
อีกทั้งนางยังเป็ผู้รัดคาดผูกปมผ้าปิดตาคืนให้เจ้อิอย่างหนาแน่น...ทั้งสองแค่มองตาก็รู้ใจจูงมือกันเดินออกจากตำหนักอย่างพร้อมเพรียง ห้ำหั่นสายตาอันฉงนสงสัยของบ่าวไพร่
"พวกเ้ามัวจ้องอะไรกันอยู่ รีบประคองข้ากับชายาของข้าขึ้นเสลี่ยงซะให้ชายาของข้าต้องรอนาน อยากหัวขาดกันหรือไง" เพียงตะเบงเสียงไม่กี่ประโยคบ่าวไพร่ทั้งหลายกลัวจนหัวหด ลุกลี้ลุกลน
ระหว่างที่เสลี่ยงแบกหามไปตามทาง...ปี่ชาลั่วเอาแต่กุมมือเจ้อิไว้ไม่ปล่อย... เขาเองอึดอัดใจแทบแย่
"ทนไว้ ทนไว้ เพื่อการใหญ่ในภายภาคหน้าเพื่อหลอกนางให้ตายใจ ดึงนางเป็คนฝั่งของข้า ข้าจะต้องให้ในสิ่งที่นาง้าเป็ในสิ่งที่นางปรารถนา" เจ้อิคิดในใจ เขาฝืนข่มความรู้สึกตัวเองขบเคี้ยวฟันจนกระเดื่อกปูดเป็เส้นสัน
"เจ้อิท่านเป็อะไร เหตุใดกัดขบฟันแรงนัก"ชาลั่วสังเกตเห็นว่ามือของเขาเหงื่อออกมาก อีกทั้งสีหน้ามิสู้ดีนัก
"อ้อ ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงแค่ตื้นตันใจและตื่นเต้นเป็ที่สุด จะได้แต่งกับเ้านับเป็สิ่งที่สูงส่งนักจะให้ข้าอยู่เฉยได้อย่างไร" คำพูดที่แสนหวานเอื้อนเอ่ยอย่างกระสากปาก
ทว่าไฉเจ้อิพร่ำพูดคำพวกนั้นโดยไม่ได้สังเกตจังหวะจะโทนซึ่งมันเป็่ที่หลานเสี่ยวชิงเดินสวนผ่านพอดีนางได้ยินคำหวานเ่าั้เต็มสองหู หางตาเหลือบมองชัดแจ้งว่าสามีของตนนั้นสวมจับมือกับหฺญิงอื่นแแ่
ด้วยต่ำแหน่งสนมเล็กๆอย่างนางไม่อาจมีปากมีเสียงหรือเรียกร้องอะไรใดๆในโลกแห่งความจริง เสี่ยวชิงจะสวมบทเป็ลูกสาวมาเฟียที่ทุกคนตามใจอยากได้อะไรต้องได้เพียงแค่เอ่ยขอ แต่ที่นี่มันกลับต่างไปลึบลับไม่ว่านางจะอยากได้สิ่งใดยากที่จะเอื่อนเอ่ย
เสี่ยวชิงไม่เคยเข้าอกเข้าใจความจำเป็ที่ต้องกระทำบางอย่างของเจ้อิได้ดีเท่ากับชาลั่วนางยังคงถูกปิดหูปิดตาจากเื่ราวทั้งหมดเหตุก็มาจากการที่เจ้อิเองไม่อยากให้นางเกิดความลำบากใจและต้องมาแบกรับเรืองราวหนาอึ้งที่เป็ความแค้นของคนรุ่นหลังมันจึงเป็ไส้ปืนชั้นดีที่จุดชนวนให้นางเข้าใจเจ้อิผิดไป
"ไฉเจ้อิ ที่แท้ทุกคำหวานที่ท่านเอ่ยกับข้านั้นก็แค่คำลวง ชายที่นี่ไม่ได้ต่างอะไรกับชายในโลกแห่งความจริงที่ข้าจากมานักหรอกไม่ว่าโลกไหนๆผู้ชายมันก็เ้าชู้ปริ้นปล่อนเหมือนกันหมด"เสี่ยวชิงถือบทตัดพ้อ มองเจ้อิเคียงข้างกะหนุงกะหนิงข้างหญิงอื่นด้วยความเจ็บใจ
ณ อุทยานหลวง ที่ใช้ดำเนินพิธีอภิเษกอย่างโอ่อ่า
เป็วันที่ฮองเฮาไม่อยากให้มาถึง เขาสังเกตมองสีหน้าของฝ่าาช่างปลื้มปีติยินดียิ่งนัก ในใจของฮองเฮาร้อนรุ่มดั่งไฟแม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มชื่นมื่น ภายในใจมีถ้อยคำมากมายที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
งานอภิเษกสมรสของเขาทั้งสองดำเนินไปอย่างราบรื่นเพียงไม่กี่ชั่วยามพิธีก็เสร็จสิ้นตามเวลาอันเป็มงคล
บัดนี้แขกในงานที่มาร่วมยินดี ต่างกินดื่มกินอย่างหนำใจปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากเสร็จพิธีไม่มีผู้ใดเลยที่จะใส่ใจว่าบ่าวสาวจะเข้าร่วมเรืนหอหรือไม่ทุกคนเอาแต่สนใจความสุขของตัวเอง ดื่มกินของฟรีในวังหลวงอย่างเต็มที่
ทว่า หลังจากส่งชายาเข้าเรือนหอแล้วไฉเจ้อิกลับไม่รั้งอยู่ข้างกายนางตามธรรมเนียม แม้นางจะเย้ายวนขนาดนั้นก็ตามแต่
ณ ตำหนักหย่งเล่อ (ตำหนักของเจ้อิ)
เสียงประตูเรือนของเสี่ยวชิงเปิดออกอย่างกะทันหัน
"เสี่ยวชิง ยอดรักของข้า ทำให้เ้าต้องรอนานแล้วโปรดอภัยให้ข้า" หลงตูประคองเจ้อิมาส่งที่เรือนของนาง
เป็คืนเข้าหอของตนกับชายาแท้ๆเจ้อิผู้คลั่งรักกลับไม่ผิดต่อเสี่ยวชิงแม้แต่ครั้งเดียวทันทีที่เข้าพิธีจนเสร็จสิ้นเมื่อตบตาคนทั้งวังได้สำเร็จเขาก็วิ่งแจ้นกลับตำหนักหย่งเล่อของตัวเอง หวังอยู่แช่กายกับนางอันเป็ที่รักอย่างเคยๆ
แต่ครั้งนี้ท่าทีของนางกลับผิดแปลกไป นั่นก็เป็เพราะว่าเจ้อิไม่อธิบายอะไรให้นางได้ฟังเลยทำให้นางต้องหมกมุ่นอยู่กับความเข้าใจผิดที่ใจตนเองเป็คนสร้าง