ผู้าุโหนึ่งมองไปยังแผ่นหลังที่ค่อยๆจางหายไปของประมุขหวง ก่อนจะประสานมือแสดงความความเคารพและใช้วิชาตัวเบาของตนไปทำงานที่ได้รับมอบหมายต่อ
กลับมายังหวงหลงที่บัดนี้กำลังฝึกลมหายใจแห่งัโดยการรวบรวมสมาธิและััถึงอวัยวะและระบบประสาทตามจุดต่างๆภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็จากส่วนศีรษะ ขา และแขน แต่ไม่ว่าจะทำเท่าไหร่ก็ไม่สามารถรวบรวมพวกมันทั้งหมดให้เป็หนึ่งเดียวกันได้การฝึกได้ดำเนินไปอย่างเนิ่นนานจนมีเม็ดเหงื่อขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนหน้าผากของหวงหลงเป็จำนวนมากพร้อมกันนั้นร่างกายของหวงหลงก็เกิดอาการเกร็งไปทั่วร่างเนื่องจากพยายามเค้นสมาธิมากเกินไปจนสติดับวูบไป
“หวงหลง...” หวงหลงค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินคนเรียกชื่อของตนและพบว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงของตนในห้องนอน พร้อมข้างๆยังมีมารดาและซิ่วอิงคอยดูแล
“นี่ข้าเป็อะไรเหรอ…” หวงหลงแสดงสีหน้างุนงง
“นี่เ้าจำไม่เหรอ...ก็เ้าสลบที่น้ำตกธาร์ดีที่ฮูหยินหวง เห็นว่าเริ่มเย็นแล้วจึงให้ข้าไปตามเ้า ไม่เช่นนั้นเ้าคงนอนอาบน้ำค้างไปแล้ว” ซิ่วอิงเอานิ้วจิ้มหน้าผากของหวงหลง
“เ้าลุกขึ้นได้แล้ว...เดี๋ยวแม่จะให้คนทำซุปร้อนๆให้เ้า” ฮูหยินหวงไม่กล่าวอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงแสดงท่าทีเป็ห่วงเท่านั้น
“ท่านแม่ข้ามีเื่อยากให้ท่านช่วยชี้แนะข้า” หวงหลงเข้าไปเกาะแขนฮูหยินหวง
“ลูกรัก...ถ้าเ้าจะให้แม่แนะนำถึงการฝึกของเ้า...แม่บอกได้เพียงแต่ว่าการฝึกของเ้าเป็การฝึกรวบรวมลมปราณแบบหนึ่ง...ส่วนวิธีการอื่นๆหลังจากนี้เ้าต้องฝึกฝนด้วยตนเองเพราะ มีเพียงทายาทที่สืบทอดสายเืตระกูลหวงเท่านั้นจึงสามารถฝึกได้” ฮูหยินหวงลูบหัวหวงหลงอย่างอ่อนโยน
“เ้าพักผ่อนเถอะ" ฮูหยินยิ้มก่อนจะค่อยๆลุกออกจากห้องของหวงหลงพร้อมกับซิ่วอิงเพื่อให้หวงหลงพักผ่อน
“เหมือนการฝึกรวบรวมลมปราณเช่นนั้นรึ...สงสัยพรุ่งนี้ข้าต้องไปหอตำราเพื่อค้นหาซักหน่อย” หวงหลงลุกขึ้นไปอาบน้ำจัดแจงร่างกายของตนก่อนจะทานซุปที่มีคนใช้นำมาให้อย่างรวดเร็ว และเข้านอนในทันทีเพื่อพักฟื้นร่างกาย
.....
วันรุ่งขึ้นหวงหลงรีบจัดแจงเสื้อผ้าก่อนจะพุ่งตรงไปยังหอสมุดอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาการควบคุมลมปราณ หวงหลงใช้เวลาอยู่ซักพักจึงได้เจอตำราเล่มหนึ่งที่ระบุการรวบรวมลมปราณไว้ โดยในตำราระบุว่าการรวบรวมลมปราณคือการดึงลมปราณจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายตามจุดต่างๆ ผ่านทางเส้นชีพจรให้มารวมเป็หนึ่งเดียว โดยให้ไหลมารวมกันที่บริเวณหน้าท้อง
และทำการการบีบอัดพลังปราณเ่าั้ให้เป็ดั่งลูกแก้วหนึ่งลูก แต่ภายในให้สามารถบรรจุพลังปราณได้อย่างมหาศาล ยิ่งกว้างใหญ่ยิ่งดี โดยขึ้นแรกภายในลูกแก้วอาจบรรจุได้เพียงน้ำหนึ่งหยดแต่เมื่อทำการดูดซับเรื่อย ๆ น้ำเพียงหนึ่งหยดอาจจะกลายเป็มหาสมุทร
แต่ถึงยังไงทุกอย่างล้วนมีข้อจำกัดหากพยายามดูดซับมากเกินไปอาจทำให้ลูกแก้วแตกหรือฉีกกระชากได้ส่งผลให้อวัยวะภายในแหลกละเอียดอย่างดีที่สุดแค่พิการไม่สามารถฝึกฝนพลังยุทธ์ได้ตลอดชีวิต ส่วนเลวร้ายที่สุดคือร่างกายแตกสลายไม่เหลือแม้แต่ซากให้ทำศพ…
หวงหลงกลืนน้ำลายทันทีเมื่อได้อ่านถึงบรรทัดสุดท้าย เด็กหนุ่มปิดตำราและมุ่งหน้าไปยังน้ำตกธาร์ในทันทีเพื่อฝึกลมหายใจแห่งัอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนเพราะหวงหลงเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
หวงหลงหาที่เหมาะสมก่อนจะค่อยๆนั่งและรวบรวมสมาธิจากจุดต่างอีกครั้งแต่ครั้งนี้หวงหลงไม่เค้นสมาธิมากเกินไปเพียงแต่ค่อยๆรับรับรู้และชักนำพลังต่างๆที่ไหลเวียนมารวมกันบริเวณหน้าท้องของตนเพื่อทำการบีบอัดพวกมันให้กลายเป็หนึ่งเดียวกัน
โดยชักนำพวกมันผ่านเส้นชีพจรตามที่อ่านเจอในตำราเมื่อพลังเริ่มไหลเวียนมาตาม้าหวงหลงจึงพยายามรวมพวกมันให้กลายเป็ลูกแก้วเหมือนดั่งตำราแต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้
เมื่อพวกมันไม่ยอมบีบรวมกันกลายเป็ลูกแก้วหนึ่งลูกหวงหลงจึงพยายามเค้นอีกครั้ง….ให้ร่างกายของหวงหลงเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดออกมามากมายทั่วร่างกาย
“อย่าพยายามฝืน…ต้องรู้จักปล่อยวางและค่อยเป็ค่อยไป” เสียงของประมุขหวงดังขึ้นและเข้าไปในโสตประสาทของหวงหลงอย่างรวดเร็ว
หวงหลงเมื่อได้ยินจึงผ่อนคลายตัวเองลงและค่อยปล่อยให้พวกค่อยๆไหลรวมกันเองโดยมีหวงหลงเป็เพียงผู้ชักนำเส้นทางให้พวกมันมารวมกันเพียงเท่านั้นจนเวลาผ่านไปสองชั่วยาม (หนึ่งชั่วยามประมาณสองชั่วโมง) ทุกอย่างๆจึงค่อยๆเงียบสงบพร้อมกับหวงหลงค่อยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
ประมุขหวงเมื่อเห็นบุตรชายลืมตาขึ้นจึงรีบเข้าไปจับชีพจรของหวงหลงทันทีเพื่อเข้าไปสำรวจว่าหวงหลงฝึกสำเร็จหรือไม่…ประมุขหวงได้ถ่ายพลังของตนเข้าไปตามชีพจรของหวงหลง ก่อนจะพบกลุ่มก่อนพลังงานบางอย่างที่มีลักษณะกระจายตัวกันเป็วงรีลักษณะละเอียดเหมือนเม็ดทราย
“ท่านพ่อข้าทำสำเร็จแล้วหรือไม่” หวงหลงเอ่ยขึ้น
“เ้าทำสำเร็จแล้วนี่แหละคือการฝึกลมหายใจแห่งั” ประมุขหวงยิ้ม
“แล้วทำไมข้าถึงััได้ว่าพลังของข้ากระจายตัวเป็วงรีไม่เป็ดั่งลูกแก้วเหมือนในตำราที่ข้าอ่าน” หวงหลงทำหน้าสงสัย
“เ้าคงไปอ่านการฝึกพลังปราณมาซินะ....เอาละข้าจะอธิบายให้เ้าฟังเอง....ที่เป็เช่นนั้นเพราะว่าแท้จริงแล้วเคล็ดวิชาัเทวะคือการสร้างพลังปราณรูปแบบหนึ่ง ให้เหมือนดั่งั โดยลมหายใจแห่งัคือตัวแทนแห่งสมาธิ กำลังภายนอกคือร่างกาย และกำลังภายในคือพลังปราณ เมื่อเ้าฝึกสำเร็จทั้งสามสิ่งจึงจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่ ” ประมุขหวงอธิบาย
“ถ้าเป็เช่นนั้นข้าก็ใช้พลังปราณได้แล้วใช่หรือไม่” หวงหลงมองไปที่มือของตน
“ถ้าเป็การฝึกแบบคนทั่วไปย่อมเป็เช่นนั้น แต่วิชาของตระกูลหวงของพวกเราเป็การฝึกที่พิเศษที่ทำได้เฉพาะคนที่มีสายเืของตระกูลทำให้การจะใช้พลังได้เต็มสมบูรณ์นั้นต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานร่างกายของเ้าด้วย เช่นถ้าเ้ารีบร้อนฝึกทำให้มีพื้นฐานร่างกายที่ต่ำแม้มีพลังปราณสูง ด้วยความรุนแรงของพลังทำให้ร่างกายของเ้าต้องรับภาระหนักอาจถึงตายได้ ดังนั้นการฝึกเ้าต้องเป็ไปตามลำดับขั้น” ประมุขหวงตอบ
“จริงรึ...แล้วข้าต้องฝึกนานแค่ไหน จึงจะสำเร็จวิชาขั้นสูงสุด ” หวงหลงแสดงสีหน้าเป็กังวล
“การฝึกของเ้ายังอีกยาวไกลนัก เบื้องต้นเ้าต้องผ่านเงื่อนไขแรกของพ่อให้ได้ก่อน” เมื่อหวงหลงได้ยินคำพุดของประมุขหวงจึงพยักหน้าตอบรับก่อนจะไปหาต้นไม้ใหญ่สักต้นเพื่อแสดงฝีมือ
หวงหลงตั้งท่าอีกทั้งรวมสมาธิก่อนจะออกหมัดไปที่ต้นไม้อย่างรุนแรง
“ปังงงงง” เกิดเสียงสะนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณริบน้ำตก แต่ไม่ใช่เกิดการต้นไม้ใหญ่โค่นไปแต่กลับเป็หมัดของหวงหลงที่มีเือาบจากการปะทะกับต้นไม้ เมื่อหวงหลงตั้งสติได้ก่อนร้องออกมาด้วยความเ็ปซึ่งเสียงที่เปล่งออกมาดังไม่ต่างกันเลยกับเสียงที่ปะทะกับต้นไม้ใหญ่
ประมุขหวงเมื่อเห็นบุตรชายของมันาเ็กับไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือในทันที เขากับยืนหัวเราะอย่างสะใจในความเ็ปของบุตรชาย
“ท่านพ่อ...ท่านไม่ช่วยข้าหน่อยเหรอ” หวงหลงโอดครวญ
“ฮ่าๆ ใครบอกให้เ้าออกหมัดไปยังต้นไม้อย่างเต็มแรงแบบนั้นละ” ประมุขหวงยังไม่หยุดหัวเราะ
“ก็ข้าคิดว่าเพียงฝึกลมหายใจแห่งัเสร็จแล้วจะสามารถทำได้ทันที” หวงหลงแสดงใบหน้าเ็ป
“ฮ่าๆ การที่เ้าใช้หมัดในการโค่นต้นไม้ได้นั้น เ้าต้องฝึกกำลังภายนอกด้วย ไม่ใช่การที่เ้าฝึกลมหายใจแห่งัสำเร็จแล้วจะทำได้เลยซะเมื่อไหร่”
“ท่านหลอกข้า” หวงหลงมองไปยังบิดาของมันอย่างคาดโทษ
“เอาละ...เ้าอย่ามัวแต่โกรธข้าอยู่เลยรีบไปทำแผลที่หอยาก่อน เสร็จแล้วเ้าก็ไปพักผ่อนร่างกายตัวเองให้หายดี เพราะเ้าต้องใช้เวลาในการควบคุมและปรับสมดุลเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งัอยู่” ประมุขหวงเดินเข้าไปพยุงบุตรชายของมัน
“ท่านพ่อ...ข้าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่” หวงหลงค่อยลุกขึ้นตามการพยุงของประมุขหวง
“เวลาก็ไม่มากเท่าไหร่...ข้าคาดว่าประมาณหนึ่งเดือนเ้าก็สามารถปรับสมดุลของมันได้อย่างสมบูรณ์” ประมุขหวงเอาแขนของหวงหลงมาพาดคอของตน และพาหวงหลงไปหอยา ในระหว่างทางทั้งสองได้คุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน
……
หนึ่งเดือนที่ผ่านมาหวงหลงฝึกลมหายใจแห่งัทุกวัน โดยค่อยปรับร่างกายให้ชินและไม่รีบร้อน....สร้างความพึงพอใจให้แก่ประมุขหวงเป็อย่างมากเมื่อเห้นความตั้งใจของหวงหลง
“ หวงหลง…ตอนนี้เ้าสามารถฝึกขั้นต่อไปได้แล้วแต่เ้าจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมถึงเท่าตัว แล้วยังต้องใช้ความอดทนที่สูงเป็อย่างมากอีกด้วยตามปกติเคล็ดวิชาต่อไปต้องฝึกในสถานที่พิเศษแต่ตอนนี้พวกเราไม่อาจเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้น ดังนั้นต้องพึ่งความอดทนของเ้าแล้ว” ประมุขหวงทำสีหน้าเคร่งเครียด
“ ท่านพ่อการฝึกของข้าขั้นตอนไปคือกำลังภายนอก…ตามที่ข้าศึกษามามันเน้นไปที่ความสามารถทางร่างกายใช่หรือไม่เพียงข้าฝึกฝนให้มากพอแค่นั้นไม่ใช่รึ” หวงหลงแสดงท่าทีสงสัยเมื่อเห็นท่าทางของประมุขหวง
“ มันเป็ไปตามที่เ้าศึกษานั้นแหละ…แต่กำลังภายนอกที่พ่อจะสอนเ้าต่อไปนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น…การฝึกฝนของเ้าขึ้นต่อไปคือกำลังภายนอก เรียกเคล็ดวิชานั้นว่า “กายาัเทวะ” ซึ่งวิธีการมันจะต้องฝึกในสถานที่ที่พิเศษเรียกว่า “ธารากวนสมุทร” ซึ่งเป็สถานที่มีความสารถในด้านการฟื้นฟูร่างกายในระดับสูง ” ประมุขกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“ แล้วถ้าเราไม่ฝึกที่แห่งนั้นจะเกิดผลอะไรหรือไม่” หวงหลงถามออกไป
" ถ้าพวกเราไม่ฝึกสถานที่แห่งนั้น การฝึกขั้นต่อไปของเ้าอาจถึงแก่ชีวิต…เพราะวิชา กายาัเทวะ จะแบ่งเป็สอง่คือ่แรกคือฝึกร่างกาย และ่ที่สองคือฝึกกำลัง โดยวิชาใน่แรกเ้านั้นจึงต้องฝึกร่างกายให้สามารถต้านรับสภาพต่างๆได้ โดยในการฝึกจะต้องใช้ของวิเศษห้าอย่างคือ บัวหิมะ บัวเพลิงกัลป์ บัวอัสนี บัววาโย บัวคลื่นปฐี
พวกเราไม่มีของเช่นนั้นเพราะพวกบัวชนิดต่างๆ ที่พ่อกล่าวไปไม่สามารถหาได้ง่ายในดินแดนแห่งนี้ “ ประมุขหวงแสดงสีหน้าเ็ป
“ ท่านพ่อแสดงว่าข้าไม่สามารถฝึกเคล็ดวิชาต่อไปได้ใช่หรือไม่” หวงหลงแสดงสีหน้าสลดออกมา
“ ไม่ใช่เช่นนั้น การฝึกวิชากายาัเทวะ ในความเป็จริงการฝึกโดยใช้บัวทั้งห้าเป็การดัดแปลงจากวิธีการเดิมเพื่อเพิ่มโอกาสในรอดชีวิตของผู้ฝึกเพราะบัวทั้งห้าช่วยลดความรุนแรงในการฝึกแต่ผลที่ได้คือใช้ระยะเวลาที่ยาวนานอีกทั้ง ผลที่ได้ก็ไม่สามารถเทียบเท่าวิธีดั้งเดิมได้ ” หวงหลงตาใสในทันทีเมื่อทราบว่ายังมีวิธีการฝึกอยู่
“ท่านพ่อแล้ววิธีการฝึกแบบดั้งเดิมเป็เช่นไร แตกต่างกับวิธีดัดแปลงมากรึไม่”
“ การฝึกแบบดัดแปลงนั้นพวกเราจะใช้ดูดซับฤทธิ์พลังของดอกบัวทั้งห้าที่มีพลังไม่รุนแรงพอให้รอดชีวิต แต่ในการฝึกแบบดั้งเดิมจะเป็การฝึกที่อันตรายคือ หนึ่ง…ต้องให้ได้กับดูดซับความหยาวเย็นในดินแดนที่หนาวเหน็บ สอง…เ้าดูดซับความร้อนจากเพลิงใต้พิภพที่หลอมละลายได้ทุกสิ่ง สาม…เ้าต้องดูดซับอัสนีจากฟากฟ้า สี่….เ้าต้องดูดซับพลังจากวายุั์ และสุดท้ายเ้าต้องดูดซับพลังของปฐีที่สั่นะเื ซึ่งทั้งหมดเ้าจะต้องใช้เวลาขั้นตอนละหนึ่งเดือนรวมเป็ห้าเดือนพอดีโดยไม่จำเป็ต้องเรียงลำดับในการฝึกก่อนหลัง ” หวงหลงกลืนน้ำลายในทันทีเมื่อได้ยินการฝึกแบบดั้งเดิม
“ ท่านพ่อแล้วถ้าข้าฝึกเช่นนั้นข้าไม่กลายเป็ศพไปเหรอ” หวงหลงแสดงสีหน้าหวาดกลัว
“ก็นี่แหละข้าถึงเป็กังวล ข้าจึงได้รวบรวมวิธีการที่เ้าจะผ่านการฝึก่แรกไปได้ โดยเรียกว่าการฝึกขั้นพื้นฐาน มีสองขั้น
ในขั้นแรกข้าจะให้เ้าทนกระแสน้ำที่ไหลลงมาให้ได้จากนำ้ตกธาร์เพื่อให้ร่างกายคงทน ส่วนขั้นต่อไปข้าจะใช้พลังปราณของข้าในการช่วยปรับโครงสร้างร่างกายของเ้าให้แข็งแกร่งมากพอที่จะผ่านในด่านแรก” ประมุขหวงถอนหายใจ
“ท่านพ่อวิธีการฝึกขั้นพื้นฐานของท่านมีโอกาสสำเร็จหรือไม่”
“ ข้าไม่รู้เพราะวิธีการที่ข้าบอกเ้ายังไม่เคยฝึกฝน เป็เพียงความคิดเบื้องต้นเท่านั้น” หวงหลงยิ้มเจื่อนๆทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ
“ เ้าอย่าได้แสดงสีหน้าแบบนั้นแม้การฝึกขั้นพื้นฐานของพ่อจะยังไม่เคยมีการฝึกฝน แต่ข้าเชื่อว่ามันจะผ่านการดูดซับแห่งปฐีได้อย่างอย่างง่ายได้ หลังจากผ่านขั้นแรกร่างกายของเ้าจะแข็งแกร่งมากขึ้น
จนสามารถเข้าสู่วายุที่ฉีกและดูดซับร่างกายของเ้าจะยิ่งคงทน จนสามารถรับอัสนีแห่งฟากฟ้า และด้วยความร้อนของทัณฑ์อัสนีจะทำให้ร่างกายของเ้าสะสมความร้อนจนผ่านดินแดนอันหนาวเหน็บได้และได้สะสมไอเย็นจากดินแดนอันหนาวเหน็บได้พอสมควร และสุดท้ายเมื่อร่างกายของเ้ามีไอเย็นมากพอเ้าก็จะสามารถผ่านความร้อนจากเพลิงใต้พิภพได้โดยในแต่ละด่านเมื่อเ้าผ่านมันไปได้เ้าจะรับรู้เองได้ว่าร่างกายของเ้าเปลี่ยนแปลงอย่างไร” ประมุขหวงยิ้ม
“ท่านพ่อ…ข้าสงสัยว่าข้าจะสามารถดูดซับสิ่งเ่าั้ได้จริงรึ” หวงหลงถามออกไป
“ ทำไมจะไม่ได้…การดูดซับด้วย “ เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งั" เข้าสู่จุดชีพจรจะทำให้เ้าแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นในการทดสอบด่านต่างๆ การควบคุมลมหายใจแห่งัจึงเป็สิ่งสำคัญเป็อย่างมากที่จะช่วยให้เ้ารอดชีวิตจากการฝึกด่านต่างๆไปได้
ส่วนวิธีการใช้ก็ง่ายมากเพียงเ้าดูดซับพลังเ่าั้ด้วยเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งัได้กักเก็บพวกมันไว้ที่จุดวงรีที่เ้าสร้างขึ้นและค่อยๆกระจายพวกมันไปตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆในร่างกายเ้า ด้วยเคล้ดวิชาลมหายใจแห่งัมันจะสกัดพลังที่เข้าไปให้บริสุทธิเอง" หวงหลงตาโตอีกครั้งเมื่อได้ยินคุณสมบัติของวิชาที่ตนกำลังฝึก
“แต่ก่อนจะไปถึงขั้นในเ้ายังต้องฝึกอีกมาก…อีกทั้งพวกเราก็มีเวลาไม่มาก “ธารากวนสมุทร” ที่จะช่วยในการฟื้นฟูเ้าก็ไม่มีมีแต่เม็ดยาฟื้นฟูขั้นกลางเพียงเท่านั้น อีกทั้งบัววิเศษก็ไม่มี ดังนั้นต้องพึ่งความอดทนของเ้าแล้ว" ประมุขหวงเข้าไปจับบ่าของหวงหลงอย่างห่วงใย
“ท่านพ่ออย่าได้เป็กังวล ข้าหวงหลงผู้นี้ไม่กลัวสิ่งใด” หวงหลบแสดงสีหน้าอย่างมุ่งมั่น
“ดี…สมแล้วที่จะเป็ผู้สืบทอดของข้า เอาล่ะ…ในเมื่อเ้าเตรียมใจเป็อย่างดีเ้าคงพร้อมแล้วซินะที่จะฝึกฝนการก่อรูปขั้นแรก” ประมุขหวงยิ้มอย่างมีเลศนัย
“อะไรนะ…ท่านพ่อเมื่อกี้ท่านพ่อพูดว่าจะเริ่มฝึก…ทะ ท่านคงไม่ได้หมายถึงตอนนี้ใช่หรือไม่” หวงหลงกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
“อะไรกันก็ต้องตอนนี้แหละ…ไม่ใช่นั้นข้าจะอธิบายเ้าอย่างยาวเหยียดทำไม” ประมุขมุขหวงมองไปยังหวงหลงอย่างจริงจัง
“ขะ ข้า ขอทำใจก่อนได้หรือไม่” หวงลงหน้าซีดเผือก
“ขั้นนี้แล้วมาทำจงทำใจอะไรอีก ไปได้แล้ว” ประมุขหวงกล่าวจบพร้อมกับใช้พลังฝ่ามือดันหวงหลงไปยังใจกลางของน้ำตก
“อ้อ อีกอย่างเ้าอย่าลืมใช้ลมหายใจแห่งัด้วยนะ” ประมุขหวงะโตามหลัง…หลังจากที่ตนส่งหวงหลงไปยังใจกลางน้ำตก แต่เสียงของประมุขหวงไม่อาจส่งไปถึงหวงหลงได้เพราะเด็กหนุ่มะโเสียงดังจากความใ
“ อือออ เหมือนข้าจะลืมอะไรไป” ประมุขหวงทำสีหน้าครุ่นคิด
“ตู้มมมมม” เสียงะเิสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับประมุขหวงนึกอะไรขึ้นได้และพุ่งตรงไปที่หวงหลงอย่างรวดเร็ว……