บทที่ 45 แปลกเกินไป
เซียวหลิงอวิ๋นเดินอย่างอารมณ์ดีมาถึงตรอกแคบสกปรกแห่งหนึ่งจากนั้นลงมือเคาะประตูบ้านเก่าทรุดโทรมที่เหมือนจะพังลงได้ทุกเมื่อ
“ใครกัน ข้าชำระหนี้พนันหมดแล้วนะ แม้แต่หญิงคนนั้นข้าก็ขายไปแล้วอย่าหวังจะมาโกงเอาเงินจากข้าอีก!”
เสียงพร่ามึนเมาเอ่ยขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออกอย่างหยาบคายกลิ่นเหม็นคลุ้งปนกลิ่นสุรากระแทกจมูก ภาพตรงหน้าคือชายพิการ รูปร่างเตี้ยหน้าตาอัปลักษณ์ เนื้อตัวสกปรกมอมแมมราวกับไม่ได้อาบน้ำมานานนับเดือน
นี่หรือคือคนที่หลิ่วหมัวมัวถูกบังคับให้แต่งด้วย
ในความทรงจำของนางหลิ่วหมัวมัวเมื่อครั้งอายุสิบแปดงดงามอ่อนหวานยิ่งกว่าสาวใช้ทั่วไปอาจพูดได้ว่ารูปโฉมและกิริยามารยาทยังเหนือกว่าคุณหนูบางคนเสียด้วยซ้ำแต่กลับถูกซ่างกวนหลิวจับคู่ให้กับคนเช่นนี้
ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกของร่างเดิมหรือตัวนางเองแต่ตอนนี้เซียวหลิงอวิ๋นมีความคิดอยากบิดคอชายผู้นี้ให้หักคามือ
นางเอ่ยถามเสียงเย็น“หลิ่วตงเอ๋อร์อยู่ไหน!”
ชายพิการพอเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยจุดแดงของเซียวหลิงอวิ๋นก็ผงะถอยไปก้าวหนึ่ง“อัปลักษณ์ชะมัด! เจ้าตามหาหญิงสกปรกนั่นทำไม นางน่ะสำส่อนนัก ข้าขายไปนานแล้ว!”
เพียงเท่านั้นไฟโทสะของเซียวหลิงอวิ๋นก็ปะทุขึ้นนางยกเท้าถีบเขาเต็มแรง!
เสียง‘ปัง!’ ดังลั่นร่างชายพิการปลิวไปไกลหลายจั้ง ร้องโอดโอยขอชีวิตลั่น “คุณหนู ข้าผิดไปแล้ว!โปรดยกโทษให้ด้วย!”
เซียวหลิงอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็น“ลุกขึ้น! บอกมา หลิ่วตงเอ๋อร์ถูกขายไปที่ไหน พาข้าไปหาเดี๋ยวนี้!”
ชายพิการผู้นั้นเป็นเพียงคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าขัดขืนเมื่อเห็นว่านางพูดจริงทำจริงก็รีบนำทางมาถึงหน้าจวนใหญ่โอ่อ่าหรูหราแห่งหนึ่ง
เซียวหลิงอวิ๋นเห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าบังเอิญเกินไป
ที่นี่คือจวนตระกูลเหยียน!
ชายพิการเอ่ยอย่างประจบ“คุณหนู...ก็คือที่นี่ ข้ากลับได้หรือยัง”
เพียงแค่นางปรายตาเย็นชายพิการก็หดคอไม่กล้าพูดต่อ นางจึงสั่ง “ไปเคาะประตูบอกว่าคุณหนูผู้นี้จะมารับตัวหลิ่วตงเอ๋อร์คืน!”
ชายพิการกำลังจะเคาะประตูทว่าประตูกลับเปิดออกก่อนและมีชายหญิงหนุ่มสาวแต่งกายหรูหราหัวเราะกันอย่างครึกครื้นเดินออกมา
ในกลุ่มนั้นหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีแดงเข้มงามสะดุดตาไม่ใช่ใครอื่นแต่คือเหยียนเฟยเอ๋อร์ที่นางเคยพบมาก่อนหน้านี้
ทันทีที่พวกเขาเห็นชายพิการคนนั้นแววตาก็ฉายชัดถึงความรังเกียจและพากันเบือนหน้าหนี
เหยียนเฟยเอ๋อร์กรีดร้องลั่นพลางหันไปสั่งทหารยามที่เฝ้าประตูว่า “อา! พวกเจ้านี่ตาบอดหรือปล่อยให้ขอทานเช่นนี้มายืนอยู่หน้าประตูจวนสกุลเหยียนได้อย่างไรรีบฆ่ามันทิ้งแล้วโยนออกไปเร็วเข้า!!”
ทหารยามรีบก้าวเข้ามาจับตัวชายขาพิการเขาตกใจสุดขีด รีบร้องขอความช่วยเหลือจากเซียวหลิงอวิ๋นว่า “คุณหนู!คุณหนูช่วยข้าด้วย”
เหยียนเฟยเอ๋อร์กับพวกพอเห็นว่าชายขาพิการตะโกนเรียกคนก็หันมามองทันทีสายตาพลันสะดุดกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยผื่นแดงน่าเกลียดจนไม่เห็นเค้าโครงเดิมแม้แต่น้อย
แต่เพราะผื่นแดงเต็มใบหน้านั่นเองทำให้ชายหนุ่มในชุดยาวสีน้ำเงินคนหนึ่งชี้มาที่นางพลางเอ่ยขึ้นทันที “เซียวหลิงอวิ๋น เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!”
ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเด็กหนุ่มมากพรสวรรค์จากตระกูลสายรองของตระกูลเซียว มีนามว่าเซียวจื่อเย่ว์หลานชายแท้ๆ ของท่านผู้อาวุโสใหญ่เซียวเหมิ่ง!
เพราะเหตุนี้แม้เซียวจื่อเย่ว์จะเป็นคนจากสายรองแต่ก็นับว่ามีฐานะไม่ด้อยไปกว่าเหยียนเฟยเอ๋อร์พวกเขาต่างรู้กันดีว่าในอนาคตเขาย่อมสร้างชื่อเสียงได้อย่างยิ่งใหญ่จึงไม่มีใครรังเกียจชาติกำเนิดของเขาเลย
เหยียนเฟยเอ๋อร์พอรู้ว่าเป็นเซียวหลิงอวิ๋นก็เผยสีหน้าดูแคลนทันที พลางเอ่ยอย่างรังเกียจว่า “เซียวหลิงอวิ๋นนี่เจ้ากลายเป็นขอทานสกปรกเช่นนี้แล้วหรือคิดไม่ถึงว่าเพียงออกจากตระกูลเซียวไปไม่นาน เจ้าก็ไปคลุกคลีกับพวกขอทานช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี”
เซียวหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วแน่นแต่ไม่ได้ตอบโต้ เพียงเอ่ยขึ้นว่า “ข้ามาไถ่ตัวหมัวมัวคนหนึ่งของจวนสกุลเหยียนชื่อหลิ่วตงเอ๋อร์ ไม่ทราบว่าแม่นางเหยียนสามารถเป็นคนตัดสินใจได้หรือไม่”
คนในจวนสกุลเหยียนมีอยู่สี่ห้าสิบคนใครจะไปรู้ว่าผู้ใดชื่อหลิ่วตงเอ๋อร์ แต่เหยียนเฟยเอ๋อร์นั้นแม้ไม่เคยพบเซียวหลิงอวิ๋นมาก่อนทว่าฟังองค์หญิงแปดเล่าว่านางทั้งอัปลักษณ์และขี้ขลาดยิ่งกว่าหนูถูกใครรังแกก็ไม่กล้าตอบโต้ จึงแค่นหัวเราะเย็นพลางเอ่ยว่า “เจ้าว่าอยากไถ่ตัวก็ไถ่ได้หรือไรคิดว่าจวนสกุลเหยียนเป็นที่ใดกัน รีบไสหัวไปเสียเจ้าตอนนี้มิใช่คุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วโหวอีกต่อไปแล้วแต่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น จวนสกุลเหยียนนี้ใช่ว่าใครอยากมาก็มาได้รีบไปให้พ้น อย่ามาทำให้จวนข้าแปดเปื้อน”
เซียวจื่อเย่ว์ฟังแล้วรู้สึกสะใจยิ่งนักตอนที่เซียวหลิงอวิ๋นถูกขับออกจากตระกูล เขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วยและไม่พอใจความหยิ่งผยองของนางมานาน ถึงกับกล้าขัดคำท่านปู่ของเขาเชียวหรือตอนนี้สมควรแล้วที่ถูกหยามเกียรติ
เขาคิดว่าเมื่อถูกเหยียดหยามเช่นนี้นางย่อมต้องอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
แต่กลับเห็นเซียวหลิงอวิ๋นเผยรอยยิ้มเย็นพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นแม่นางเหยียนหมายความว่าชาวบ้านธรรมดาไม่มีสิทธิแม้แต่จะมาไถ่ตัวคนจากจวนสกุลเหยียนเช่นนั้นหรือถ้าหากวันนี้ข้าจะต้องพาคนผู้นั้นกลับไปให้ได้เล่า”
เหยียนเฟยเอ๋อร์หัวเราะเยาะออกมา“แค่เจ้าคิดจะพาคนออกไปก็ได้หรือ เซียวหลิงอวิ๋นนี่สมองเจ้าถูกอ๋องเก้าทำให้เพี้ยนไปแล้วหรือไรลืมไปแล้วหรือว่าเจ้ามันก็แค่ขยะไร้ค่า ฮ่าๆอยากพา...ชื่อหลิ่วอะไรนั่นไปก็ได้อยู่หรอก วันนี้คุณหนูเช่นข้าอารมณ์ดีจะให้โอกาสเจ้า หากเจ้าบุกเข้ามาในจวนสกุลเหยียนของข้าได้ ข้าก็จะยอมให้เจ้าพาคนไปไม่ต้องเสียค่าไถ่ตัว”
คิดว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะต้องตกใจจนรีบถอยไปแน่
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจคือเซียวหลิงอวิ๋นเพียงยกยิ้มเย็น “คำนี้ออกจากปากเจ้ามาเองนะ”
“น่าสนุกจริงๆข้าชักอยากจะเห็นว่าคนไร้ค่าอย่างเจ้าจะบุกฝ่าหน้าพวกเราเข้าไปได้อย่างไร”
“ฮ่าๆๆ ทุกคนรอดูอยู่ตรงนี้เถอะ อยากรู้ว่าคนไร้ค่านี่มีฝีมืออะไรข้าว่าแค่ปลายนิ้วของทหารยามนางก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่เข้า...”
“อ้าว คนหายไปไหน แค่พริบตาเดียวก็ไม่เห็นแล้ว”
พวกเหยียนเฟยเอ๋อร์ยังหัวเราะไม่ทันจบก็พบว่าตรงที่เซียวหลิงอวิ๋นยืนอยู่นั้นกลับว่างเปล่าแม้แต่เงาของการเคลื่อนไหวพวกเขายังจับไม่ได้!
เซียวจื่อเย่ว์เองก็มองไปรอบๆอย่างประหลาดใจเช่นกัน ราวกับเซียวหลิงอวิ๋นหายไปต่อหน้าต่อตานี่ช่างประหลาดเกินบรรยาย!
“พวกเจ้ากำลังหาข้าอยู่หรือ” ทันใดนั้น เสียงใสไพเราะก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
พวกเหยียนเฟยเอ๋อร์รีบหันขวับไปเห็นเซียวหลิงอวิ๋นยืนอยู่ภายในเขตจวนอย่างสบายอารมณ์แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“เจ้า...เจ้า!”เซียวจื่อเย่ว์กับพวกตาเบิกกว้างมองเซียวหลิงอวิ๋นอย่างไม่เชื่อสายตาราวกับได้เห็นเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ เมื่อครู่อีกฝ่ายยังอยู่ตรงหน้าอยู่เลยเพียงพริบตาเดียวกลับไปโผล่ด้านหลังพวกเขาราวกับภูตผี!
ชายขาพิการกับทหารยามต่างตกใจจนหน้าซีดเรื่องแบบนี้คงมีแต่ผีเท่านั้นที่ทำได้!
เซียวหลิงอวิ๋นไม่สนใจความตกตะลึงของคนทั้งหลายเอ่ยขึ้นตรงๆ “แม่นางเหยียน ตอนนี้เจ้าควรทำตามที่พูดไว้นำตัวคนออกมาให้ข้าได้แล้ว”
เหยียนเฟยเอ๋อร์รู้สึกเหมือนถูกเยาะเย้ยอย่างแรงต่อหน้าผู้คนมากมายเสียหน้าจนแทบทนไม่ไหว!
เจ้าคนไร้ค่านี่กล้าเหยียดหยามนางแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของเซียวหลิงอวิ๋นทำให้นางนึกถึงความอัปยศครั้งใหญ่ในงานพิธีบูชาฟ้าดินที่ถูกปรมาจารย์เซียวเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า