หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 71: เงามืดในหุบเขาเร้น, บทพิเคราะห์ของนักสังเกตการณ์

    ตอนที่ 71: เงามืดในหุบเขาเร้น, บทพิเคราะห์ของนักสังเกตการณ์

    เสียงปะทะของโลหะและกรงเล็บ ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานของสตรีเพศ ยังคงดังสะท้อนมาจากเบื้องลึกของป่าทึบเป็นระยะ กลิ่นคาวโลหิตจางๆ และไออสูรที่รุนแรงเริ่มจะลอยปะปนมากับสายลมเย็นยะเยือกของหุบเขาเร้นเมฆา (隐云谷) เจี้ยนหลินซ่อนกายอย่างแนบเนียนอยู่หลังม่านเถาวัลย์และเงื้อมหินที่ชื้นแฉะ วิชาตัวเบา "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" ทำให้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืดสลัวรอบกาย ลมหายใจแผ่วเบาราวกับไร้ตัวตน

    เขามิได้ผลีผลาม สัญชาตญาณที่ลับคมจากการเอาชีวิตรอดในป่าเงียบสนิทกระซิบเตือนถึงภยันตรายเบื้องหน้า 'การหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้อื่นโดยมิได้ประเมินกำลังของตนเอง...ก็ไม่ต่างจากการเดินเข้าสู่กองเพลิงด้วยความเต็มใจ' เสียงสะท้อนจากวันวานที่ไม่ยอมเลือนหาย แล่นผ่านเข้ามาในจิตใจ 'โลกใบนี้...ผู้ที่มิอาจยืนหยัดได้ด้วยตนเอง มักจะเป็นเพียงเชื้อไฟให้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ'

    เด็กหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าและไร้สุ้มเสียง ลัดเลาะไปตามแนวโขดหินที่สลับซับซ้อน อาศัยความคุ้นเคยกับพืชพรรณและลักษณะภูมิประเทศที่เพิ่งจะเรียนรู้มาเพื่ออำพรางตน ดวงตาสีนิลของเขาจับจ้องไปยังลานโล่งเบื้องหน้าอย่างไม่คลาดสาย สองหูเปิดรับทุกสรรพเสียงเพื่อประมวลผลข้อมูลให้ได้มากที่สุด

    ในที่สุด เขาก็มาถึงบริเวณเนินดินเล็กๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้าป่าหนาทึบ จุดที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างชัดเจน โดยที่ตนเองยังคงอยู่ในที่กำบังอันยอดเยี่ยม ภาพที่ปรากฏทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของเจี้ยนหลินตึงเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    ณ ลานโล่งเล็กๆ ใจกลางป่าทึบ ซึ่งพื้นดินบางส่วนยังคงมีร่องรอยคล้ายเศษกระดูกเก่าหรือรอยไหม้เป็นหย่อมๆ กลุ่มคนในอาภรณ์ที่ไม่คุ้นตาประมาณสี่ถึงห้าคน กำลังตกอยู่ในวงล้อมของสัตว์อสูร (妖兽) ถึงสองตน!

    ตนแรกคือ "แมงมุมใยเหล็ก (铁丝蛛)" ร่างมหึมาของมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนขาทั้งแปดที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ใยโลหะสีเงินยวงที่มันชักออกมานั้นบางเฉียบแต่สะท้อนแสงแวววาวเป็นประกายคม ปลายใยบางเส้นตวัดรัดพันร่างของชายสองคนในกลุ่มนั้นจนล้มลงไปนอนครวญครางอยู่กับพื้น พลังปราณ (灵气) ที่แผ่ออกมาจากร่างของมันบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งระดับ หลอมรวมปราณขั้นแปด อย่างชัดเจน

    แต่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ "กิ้งก่าศิลาเพลิง (炎岩蜥)" ร่างของมันใหญ่โตราวกับก้อนหินมีชีวิต ผิวหนังเป็นเกล็ดแข็งสีแดงคล้ำคล้ายศิลาที่ถูกเผาไหม้ แผงคอและหนามแหลมตามสันหลังของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน ดวงตาสีอำพันคู่โตของมันจ้องมองเหยื่อด้วยความกระหายเลือด ทุกครั้งที่มันสะบัดหางที่ลุกเป็นไฟหรืออ้าปากพ่น "ลูกไฟศิลา" (炎岩火球) ออกมา จะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เศษซากกิ่งไม้และใบหญ้าบริเวณนั้นลุกไหม้ส่งกลิ่นเนื้อไหม้จางๆ คละคลุ้ง พลังทำลายล้างของมันอยู่ในระดับ หลอมรวมปราณขั้นเก้า อย่างมิต้องสงสัย!

    กลุ่มคนเหล่านั้นเหลือผู้ที่ยังยืนหยัดต่อสู้ได้เพียงสามคน ชายฉกรรจ์สองคนและสตรีอีกหนึ่ง ผู้นำกลุ่มเป็นชายวัยกลางคนผู้ใช้กระบี่เล่มหนาหนัก แม้เพลงกระบี่ของเขาจะเปี่ยมด้วยพลังทำลายของขั้นหลอมรวมปราณระดับเก้าเช่นกัน แต่ก็ยังต้องคอยรับมือทั้งใยเหล็กที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศและลูกไฟศิลาที่ถาโถมไม่หยุดหย่อนอย่างยากลำบาก 'การประสานงานของอสูรทั้งสองตนนี้...ช่างร้ายกาจนัก' เจี้ยนหลินพิเคราะห์อย่างเงียบงัน 'เจ้าแมงมุมนั่นสร้างความปั่นป่วนและจำกัดการเคลื่อนไหว ส่วนเจ้ากิ้งก่านั่นก็เป็นตัวทำลายล้างหลัก...หืม ใยเหล็กนั่นดูจะตอบสนองต่อปราณธาตุไฟได้ช้ากว่าปกติเล็กน้อย หากพวกเขารวมพลังธาตุไฟที่อาจจะมี โจมตีไปที่ใยพร้อมกัน น่าจะเปิดช่องได้บ้าง...แต่ดูเหมือนแต่ละคนจะสนใจแต่การเอาตัวรอดเฉพาะหน้าเสียมากกว่า'

    สตรีผู้มีใบหน้างดงามแต่ซีดเซียวผู้นั้น นางตวัดกระบี่เล่มบางในมืออย่างสุดกำลัง อาภรณ์สีเขียวอ่อนของนางขาดวิ่นและเปรอะเปื้อน แต่แววตายังคงฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว นางพยายามจะตัดใยเหล็กที่พันธนาการสหายและเบี่ยงเบนความสนใจของอสูรร้ายอย่างสุดชีวิต 'ตำแหน่งของนาง...ถูกบีบให้อยู่ใกล้ปากถ้ำที่ตันนั่น หากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียว คงจะถูกโจมตีจากสองทิศทางพร้อมกันเป็นแน่...ช่างเป็นการวางตำแหน่งที่ "ชาญฉลาด" จนน่าเวทนาเสียจริง'

    เขายังคงซ่อนตัว สังเกตการณ์ต่อไปอย่างใจเย็น ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ไตร่ตรอง อาจหมายถึงการนำพาหายนะมาสู่ตนเอง 'หากพวกนางรอดไป...ด้วยท่าทีที่ดูมีพื้นเพไม่ธรรมดาเช่นนั้น จะกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวกว่าเดิมในภายหลังหรือไม่? หรือว่า...โชคชะตากำลังพยายามจะชักนำให้ข้าเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากอีกครั้งกันแน่? ช่างเป็น "งานอดิเรก" ที่น่าเบื่อหน่ายของสวรรค์เสียจริง' ความรู้สึกขัดแย้งวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับมีกระแสธารที่มองไม่เห็นกำลังชักนำให้เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ 'ข้าเริ่มสงสัยเสียแล้วว่า...ระหว่างอสูรเหล่านั้นกับคนกลุ่มนี้ อะไรน่ากลัวกว่ากันแน่'

    ทันใดนั้นเอง ในจังหวะที่สตรีผู้นั้นเบี่ยงตัวหลบกรงเล็บเพลิงของกิ้งก่าอสูรอย่างหวุดหวิด "ถุงผ้าปักลายบุปผา" ใบเล็กๆ ที่เหน็บอยู่ที่เอวของนางก็พลันหลุดร่วงลงสู่พื้นดินที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและเศษซากการต่อสู้! จากช่องว่างที่เปิดออกเล็กน้อย เจี้ยนหลินมองเห็น "ประกายแสงสีทองจางๆ" ของบางสิ่งที่อยู่ภายในแวบหนึ่ง! แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจยิ่งกว่าคือ "ลายปัก" บนถุงผ้านั้น...มันเป็นลวดลายของ "รากไม้" ที่ขดพันกันเป็นเกลียว! คล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นในตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาบรรพกาล" (太古草木秘谱) ของอาจารย์ซ่ง (宋长老) อย่างน่าประหลาดใจ! มิหนำซ้ำ กลิ่นหอมบางเบาที่โชยออกมาจากถุงผ้านั้น แม้จะจางและถูกกลิ่นคาวเลือดกลบเกือบหมด แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...คล้ายกับกลิ่นของสมุนไพรสายพันธุ์หนึ่งที่เขาเคยอ่านเจอว่ามีบันทึกไว้เพียงน้อยนิดในตำราโบราณ และเชื่อกันว่ามีสรรพคุณล้ำเลิศยิ่งนัก

    เจี้ยนหลินยังคงจดจ่อกับการวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องหน้า ทันใดนั้น ปลายหางตาของเขาก็เหลือบเห็นใบไม้แห้งใบหนึ่งที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาใกล้เท้า ถูกใยแมงมุมบางเบาที่ซ่อนอยู่ในพงหญ้าตวัดรัดพันหายไปในพริบตา! เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดเฝื่อน สองมือกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แสงสะท้อนวูบวาบจากเกล็ดศิลาของกิ้งก่าอสูรตนนั้นสาดเข้าตาเขาเป็นระยะ ทำให้ภาพเบื้องหน้าดูพร่าเลือนคล้ายภาพฝันร้ายที่เคยตามหลอกหลอนในคืนที่อ่อนล้า ไอเย็นยะเยือกจากหุบเขานี้...มันช่างกดดันและเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ

    'ข้าไม่รู้ว่านี่คือบททดสอบ...หรือกับดักที่โลกใบนี้จงใจวางไว้ให้คนอย่างข้าต้องเผชิญ' เจี้ยนหลินกัดริมฝีปากล่าง แววตาฉายประกายซับซ้อน 'แต่หากไม่ลองก้าวเข้าไป...ข้าคงไม่มีวันรู้ว่า "กำแพง" ที่แท้จริงซึ่งขวางกั้นหนทางของข้าอยู่นั้น...มันคือสิ่งใดกันแน่'


    (จบตอนที่ 71)

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn) ที่คุณอ่าน