บทที่ 95
สถานการณ์การแม้จะวุ่นวายสักแค่ไหน มันก็ยังมีเรื่องราวชวนให้น่าตกใจอยู่เสมอ ฝั่งของหน่วยอินทรีย์ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าหัวหน้าของพวกเขามีน้องชายอยู่ก็ต่างตกใจเล็กน้อย ส่วนพวกตำรวจนั้นก็ได้แต่อึ้ง เพราะพี่ชายของท่านผู้พันนั้น พวกเขารู้จักหน้าคาดตากันดี เพราะเขาคือสุดยอมมือพระกาฬ ตำนานสายลับที่ลือกันทั่วในหมู่ตำรวจ และทหาร ‘อินทรีย์ดำ’“ก็ไม่ได้อยากจะขัดอารมณ์ที่พี่น้องได้พบหน้ากันหรอกนะ.. แต่ว่าถ้าน้องชายของแกเข้ามาในพื้นควบคุมก็จำเป็นที่จะต้องยิงเท่านั้น.. หวังว่าแกจะไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง” พงษ์ภัคดีที่รู้อยู่แล้วเมื่อเขาเห็นพันตำรวจเอกคนนั้น เขาย้ำเตือนกับนิวัฒน์ในฐานะผู้นำหน่วยอินทรีย์ทันที“แน่นอนขอรับท่านพงษ์ภัคดี.. ก็อย่างที่ได้ยิน ระวังเอาไว้หน่อยก็แล้วกัน กระสุนของฝั่งนี้มันไม่มีตานะ แต่มันก็แม่นพอตัวเชียวล่ะ..” นิวัฒน์กล่าวตอบรับคำสั่งก่อนจะหันมากล่าวกับน้องชายอย่างชิลๆ พิพัฒน์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็แบมือพร้อมกับยักไหล่ไปเบาๆ“ก็ตามนั้นแหละครับ.. ผมเองก็ยังไม่อยากตายตอนนี้ซะด้วย” พิพัฒน์กล่าว“พวกเรารีบเข้าไปรายงานตัวต่อคุณชายจะดีกว่า เหมือนว่าท่านจะอารมณ์ไม่ดีมากด้วย..” เมื่อพงษ์ภัคดีเห็นว่าสถานการณ์มันเป็นไปในแบบที่มันควรจะเป็นแล้ว เขาก็เร่งกล่าวกับกฤษณะในทันที“ขอรับท่านพงษ์ภัคดี..”กฤษณะขานตอบ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เพราะหลังจากที่ได้รับรายงานจากลูกน้องตำรวจมาว่าคุณชายใหญ่แห่งตระกูลที่เขาสังกัดอยู่ก่อเรื่องเอาไว้ และต้นเหตุเป็นเพราะถูกหาเรื่องจากเด็กหนุ่มทายาทเทียนหลงกรุ๊ปคนนั้น เขาก็แทบจะนั่งไม่ติดเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับคุณชายที่กำลังโกรธอยู่พร้อมกับท่านพงษ์ภัคดี.. ..อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์ของเสรี (ก่อนหน้าเวลาปัจจุบันเล็กน้อย)..“ว่าไงนะ! เหตุก่อการร้าย และผู้ก่อเหตุคือท่านชาย?..” เสรีที่ได้รับสายของกฤษณะ พวกเขาต่างก็เป็นผู้บังคับบัญชากันทั้งคู่ กฤษณะตั้งใจจะโทรแจ้งเพื่อที่จะให้ฝ่ายทหารนั้นอย่าได้เคลื่อนไหวใดๆ“ใช่!.. ตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ท่านเสรีช่วยแจ้งกับทางกองทัพอากาศด้วย เรื่องนี้ถ้าเราทำอะไรผิดพลาด เราจะล้มกันทั้งกระดาน.. อีกอย่างจับตาดูพวกเทียนหลงกรุ๊ปเอาไว้ให้ดีๆด้วยจะดีมากครับ” กฤษณะกล่าว และยังได้ย้ำเกี่ยวกับเรื่องบริษัทเทียนหลงกรุ๊ป ถ้าเขาจำไม่ผิด พวกมันก็มีผู้คนที่ทำงานใต้ดินอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว“เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงครับท่านกฤษณะ.. ผมคิดว่าเจ้าน้องชายของผมน่าจะเอาอยู่..” เสรีกล่าวตอบไป กฤษณะที่ได้ยินอย่างนั้นก็เร่งตัดสาย และสั่งให้คนของเขาเดินทางไปให้เร็วที่สุด ส่วนทางด้านเสรีก็โทรแจ้งกับผบ.ทอ.เอาไว้ก่อนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว และจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เสรีจึงวางใจได้บ้างแล้ว ที่เหลือก็เป็นเจ้าน้องชายตัวดีของเขาแล้ว..ตู๊ดดด! ตู๊ดดด! ตู๊ดดด! .. “สวัสดีครับว่ายังไงครับพี่..” เจ้าหมูตอนภาคภูมิกล่าวหลังรับสาย“คุณชายภาวินมีเรื่องกับนายน้อยของเทียนหลงกรุ๊ป.. ได้เวลาทำหน้าที่ของแกแล้ว ไปจัดการพวกมันให้หมด อย่าให้พวกมันเสนอหน้ามาวุ่นวายกับคุณชายได้เป็นอันขาด..” เสรีกล่าว“เจ้าพวกนั้นช่างกล้ามีเรื่องกับคุณชายอย่างนั้นเหรอครับ.. พี่ไม่ต้องเป็นกังวล ผมจะยกพวกไปจัดการกับพวกมันเอง เอาแบบไม่ให้เหลือเป็นชิ้นเป็นอันเลย รวมถึงบริษัทของพวกมันด้วย.. เฮ้อ! เป็นกลุ่มที่มีคนเยอะหน่อยทำเป็นได้ใจ ได้! ภาคภูมิคนนี้จะถอนรากถอนโคนมันเอง..”ภาคภูมิกล่าวพร้อมกับตัดสายพี่ชายของตัวเองอย่างหัวร้อน เสรีที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความใจร้อนของน้องชาย แต่มันก็คงจัดการในแบบของมัน ส่วนตัวของเขาก็ต้องรีบจัดแต่งองค์ทรงเครื่อง และสั่งเตรียมรถหวังที่จะตามไปสมทบที่จุดเกิดเหตุด้วยเช่นกัน แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าอย่างน้อยๆก็ควรจะบอกพวกคุณชุนตง กับท่านสส.เสกสรรค์ เอาไว้หน่อย.. ..ทางด้านคฤหาสน์ สกุลชุน..“ช่วงนี้มีแต่เรื่องดีๆ.. อ๋า! สบายใจจริงๆ..” ชุนตงกล่าวพร้อมกับจิบชา และมองบรรยากาศของสวนน้ำหลังบ้าน ขนมพื้นบ้านของฝั่งประเทศตั้งตระหง่านอยู่บนจานหรูหราหลายสิบชนิด เขากำลังนึกสบายใจที่ช่วงนี้มันมีอะไรที่เป็นดั่งใจไปเสียทุกอย่าง“คุณพ่อคะ ทานน้อยๆลงหน่อยก็ดีนะคะ.. คุณชายท่านอุตส่าห์รักษาให้แล้วเชียว เดี๋ยวก็เป็นโรคแบบเดิมหรอกค่ะ..” นันทการต์ลูกสาวของเขาร้องเตือนคุณพ่อของตนเองสักเล็กน้อย ตั้งแต่หายจากอาการป่วยที่เป็นมาอย่างยาวนาน คุณพ่อก็เอาแต่กินตามใจปากมาตลอด ถ้าลดได้เธอก็อยากให้คุณพ่อลดลงบ้าง“ลูกก็ปล่อยคุณพ่อไปเถอะ.. หลายปีมานี้คุณพ่อของลูกพลาดกินอะไรหลายอย่างไป ให้เขากินๆไป เดี๋ยวสักพักก็คงจะเบื่อไปเองนั่นแหละ” ศิริวรรณภรรยาของชุนตงกล่าวพร้อมกับยิ้มๆ“ใช่ๆ แต่เธอคงเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันไม่มีทางเบื่อพวกมันได้ง่ายๆหรอกนะ.. กว่าสิบปีแล้วฉันทานมันไม่ได้ ตั้งแต่นี้ฉันฟาดมันเรียบเลยคอยดู..” ชุนตงกล่าวกับภรรยาของเขา“จ้ะๆๆ” ศิริวรรณที่เห็นสามีมีความสุข เธอก็ไม่ได้อยากจะขัดอารมณ์ของเขา จนตอนนี้นันทการต์ได้แต่เบะปากอิจฉาความรักของทั้งสอง และนึกถึงสามีของตัวเองที่ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ สงสัยคืนนี้จะต้องหาน้องสาวคนใหม่ให้กับพวกลูกๆแล้วล่ะมั้ง หรือว่าจะเป็นลูกชายก็คงจะไม่เลวเช่นกัน ในระหว่างที่สมาชิกของบ้านทั้งสามคนกำลังนึกคิดอย่างสบายใจอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของชุนตงก็ดังขึ้นมาเรียกร้องความสนใจจากทุกคนทันที ชุนตงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข“ก็นึกว่าใครที่แท้เป็นท่านเสรีนั่นเอง.. เมื่อวานที่โดนฉันขิงไปเรื่องของปิงปิง คงจะเจ็บใจน่าดู สงสัยจะหาเรื่องมาขิงกลับแน่ๆ ฮ่าๆๆ... สวัสดีครับท่านเสรี..” ชุนตงกล่าวกับภรรยาอย่างติดตลกกับภรรยา หลายวันมานี้เขาได้ขิงไปขิงมากับเสรีเรื่องความสัมพันธ์กับคุณชายภาวิน และวันนี้ปิงปิงก็ออกไปหาคุณชายท่านตั้งแต่เช้า แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรเขาก็พร้อมจะขิงกลับเสมอ“คุณชุนตง.. ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณชายมีปัญหากับทายาทเทียนหลงกรุ๊ป ตอนนี้ทั้งตำรวจ และหน่วยกองกำลังของตระกูล ณ สุวรรณภูมิกำลังจะเปิดศึกกัน.. ผมคิดว่าควรจะบอกคุณเอาไว้ ฝากกระจายข่าวให้ท่านสส.ด้วย ตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ” เสรีพยายามพูดให้รวบรัดที่สุด เพราะไม่มีเวลาแล้ว“เรื่องจริง?..” ชุนตงขมวดคิ้วถามกลับสั้นๆ แน่นอนว่าเสรีก็ยืนยันกลับมาว่าทั้งหมดเป็นความจริง ชุนตงที่กำลังชิลๆอยู่ก็เด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างร้อนรน “ขอบคุณสำหรับข่าวนี้.. ฉันจะไม่ขิงว่าหลานสาวของฉันอยู่กับคุณชายในวันนี้ต่อคุณเป็นเวลาหนึ่งวันเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน..” ชุนตงกล่าว ก่อนจะกดวางสาย และเขาก็ไม่รอให้เสรีโวยวายกลับมาเลยสักคำเดียว เสรีคงจะคิดทำนองว่า ‘นี่ไม่เรียกว่าขิงเหรอ’ ชุนตงรีบกดสายต่อไปหาหลานสาวของเขาต่อในทันที.. ปิงปิงเองก็รับสาย และอธิบายเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้กับคุณตาของเธอฟัง แน่นอนว่าหลังจากที่ปิงปิงได้ยืนยันว่าตอนนี้มันเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้ว เขาก็รีบสั่งให้เตรียมรถในทันที“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณชายอย่างนั้นเหรอคะคุณ..” ศิริวรรณกล่าวถามกับสามี เธอดูกังวลใจไม่น้อย เพราะมันมีอยู่สองเหตุผลหลักคือหนึ่ง คุณชายเป็นผู้มีพระคุณต่อสกุลชุน กับสอง เมื่อมีเรื่องอะไรกับคุณชาย ก็แปลว่าหลานสาวของเธอก็อยู่ที่เกิดเหตุด้วยเช่นกัน“ทายาทเทียนหลงกรุ๊ปมันปากหมาน่ะ.. ยัยเด็กน้อยทายาทของกลุ่มการค้าตี้หวันนั้นก็อีกตัว เฮ้ออ พวกมันคงอยากตายกันมากอย่างนั้นล่ะมั้ง..อยู่ดีไม่ว่าดีไปหาเรื่องคุณชายท่านซะอย่างนั้น คุณกับลูกอยู่ที่นี่แหละ ผมจะไปดูสถานการณ์จริงสักหน่อย..” ชุนตงกล่าว ศิริวรรณเอามือกุมอกอย่างตกใจ และนันทการต์เองก็มีอาการไม่ต่างกันมากเท่าไร จากนั้นชุนตงก็ได้โทรแจ้งกับปีเตอร์ ท่านสส.เสกสรรค์ ตามลำดับ.. แน่นอนว่ากลุ่มก้อนอำนาจภายในเมืองหลายกลุ่มเองก็กำลังเคลื่อนไหว และมันจะกลายเป็นเรื่องที่วุ่นวายใหญ่โตมากที่กล่าวเล่าลือกันไปอีกนาน กับตำนานที่โอ๊ตได้สร้างชื่อเอาไว้.. ทางด้านของกิตติ และชูเกียรติที่เพิ่งจะบินมาถึงสนามบินเชียงใหม่อย่างอ่อนเพลีย พวกเขาทั้งสองปิดการเชื่อมต่อทุกทางออกในระหว่างเที่ยวบิน แม้แต่การติดต่อฉุกเฉินจากโทรศัพท์ดาวเทียมเองก็ปิดทั้งหมด เพราะพวกเขาทั้งสองต้องการเวลาพักผ่อน เมื่อคืนมันดันเกิดเรื่องหลายอย่างจนพวกเขาสองคนต้องตามแก้ไขจนถึงเช้า และเพิ่งจะได้นอนก็บนเครื่องหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้เท่านั้น“ท่านกิตติขอรับ.. ผมว่ามันเหมือนกับว่ามีอะไรแปลกๆนะขอรับ” ชูเกียรติกล่าว กิตติที่ได้ยินก็หันมาทำหน้ามึนงงเล็กน้อย เอาจริงๆก็เพิ่งจะตื่นสมองเลยยังประมวลผลไม่ทัน“หืออ อะไรเหรอที่ว่าแปลกๆน่ะ ห่าววววว!...” กิตติกล่าวถามก่อนจะหาวไปหนึ่งที“ที่ผมว่ามันแปลกก็เพราะว่า.. มันไม่มีใครมารับเราเลยนะขอรับ” ชูเกียรติตอบกับกิตติ เพราะตอนนี้มันไม่มีบอดี้การ์ดหรือรถสักคันรอรับพวกเขาเลย ถึงจะเข้าใจได้ว่าพวกเขาปิดกั้นการสื่อสารตอนบินมา แต่พวกเขาก็น่าจะกำหนดเวลามารับได้พอดี หรือไม่ก็มารอรับแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่หมาสักตัว..“แกก็เรียกพวกมันมาสิ!.. ง่วงเป็นบ้าเลยแฮะ” กิตติกล่าวสั่ง มันจะเป็นเรื่องยากอะไร ก็แค่เรียกพวกมันมาก็จบเรื่องล่ะ จากนั้นเขาตั้งใจว่าจะไปพักผ่อนต่อยังที่พัก และภาวนาขอให้ได้พักยาวๆ แต่แล้วกิตติก็ต้องผิดหวัง เมื่อชูเกียรติที่โทรไปเรียกลูกน้องให้มารับที่ลานจอดเครื่องบินส่วนตัว สีหน้าของมันดูตกใจเอาการ“อะไรนะ!.. คุณชายมีเรื่อง” ชูเกียรติกล่าวตะโกนอย่างตกใจ และยิ่งฟังอีกฝ่ายรายงานมาก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเรื่อยๆ กิตติที่เหมือนจะยังไม่ตื่นดีก็ต้องโวยวายออกมาทันที“จะตะโกนทำไมล่ะนั่น ก็แค่คุณชายมีเรื่อง... หือออ! คุณชายมีเรื่องอีกแล้วเหรออออ”