เช้าวันใหม่...
แสงแดดอ่อนๆ เล็ดลอดผ่านม่านสีขาวบาง ตัดกับเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังกระหึ่มราวกับประกาศศึก!
ติ๊ง ตะ ลิ๊ง ติ๊ง ต่อง... ติ๊ง ตะ ลิ๊ง ติ๊ง ต่อง...
“อื้อ...”
ฉันครางงัวเงียก่อนจะเอื้อมมือไปควานหาเ้าตัวต้นเหตุเสียงประสาทหลอนนี่ โดยยังไม่ลืมตาแม้แต่นิด
ควาน ควาน ควาน อยู่ไหนล่ะ! และแล้วเจอจนได้! ติ๊ก! เสียงเงียบลงทันที โลกกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
ฉันนอนกลิ้งไปมาอย่างอ้อยอิ่ง ร่างกายไม่ยอมรับการตื่นเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับความจริง ต้องไปเรียน! ความี้เีชนิดขั้นวิกฤติก็เอาชนะหน้าที่ไม่ได้จริงๆ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ฉันเดินออกจากหอพักพร้อมบรรยากาศยามเช้าที่ดูจะสดใส ท้องฟ้าโปร่ง บวกลมอ่อนๆ พัดมาโดนแก้มพอดี เหมือนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางจนฉันเคลิ้มเดินเพลินไปเรื่อย
เอี๊ยก!!!
เสียงเบรกรถแสบแก้วหูดังขึ้นจากด้านหลังแบบไม่ให้ตั้งตัว!
“อ๊าก!”
ฉันหันขวับไปมองแล้วตาโต เบนซ์สีบรอนต์คันงามพุ่งมาจ่อแทบจะชนฉันเต็มๆ!
ฉันเบี่ยงตัวหลบสุดแรงเกิดจนล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นอย่างจัง
“โอย!!! เจ็บจัง”
ฉันนั่งโอดครวญอยู่กับพื้น พลางก้มมองฝ่ามือข้างขวาที่ถลอกและมีเืซึมออกมาๆ เจ็บจี๊ดจนต้องนิ่วหน้า แต่ยังไม่ทันได้ทำใจ เสียงประตูรถเปิดออกอย่างแรง
ปึง!
เสียงนั้นดังขึ้นอย่างห้วนปนอารมณ์เสีย
“เดินประสาอะไร! ไม่ดูตาม้าตาเรือ!”
โห่! นี่มันอะไรกันเนี่ย! ไม่ใช่แค่ไม่ขอโทษ ยังจะว่าฉันอีกเหรอ!
ฉันละสายตาจากฝ่ามืออย่างเซ็งสุดขีด ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับคนขับรถอย่างไว และเมื่อเห็นหน้าชัดๆ เท่านั้นแหละ
“นี่! นายเองเหรอ!”
ฉันโวยวายลั่นโดยไม่แคร์ว่าเขาจะเป็ใครที่สาวๆ กรี๊ดนักหนา อัลวินยักไหล่แบบไม่ยี่หระ
“ช่วยไม่ได้ เดินไม่ดูเอง”
เขาพูดหน้าตาย เหมือนขับเฉี่ยวคนเป็เื่เล่นๆ
“นี่! นายมันใจร้ายจริงๆ ดูสิ เืฉันออกนะ!”
ฉันแบฝ่ามือให้เขาดูอย่างประชด โอ๊ย! เจ็บก็เจ็บ โมโหก็โมโห ไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดี!
อัลวินชะงักเล็กน้อยก่อนมองมาที่มือฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตานิ่งเกินไปจนฉันเริ่มสงสัย หรือว่าสำนึกผิด เอ๊ะ! หรือว่าสงสาร หรือว่ายังคิดหาคำกวนประสาทใหม่กันแน่
“ขึ้นรถ!”
เขาพูดนิ่งๆ พร้อมเอี้ยวตัวไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง
“หา!”
ฉันอ้าปากค้างด้วยความใ
“จะให้ฉันขึ้นรถนายเนี่ยนะ!”
“ก็ใช่น่ะสิ จะพาไปทำแผล”
เขาพูดเสียงเรียบแต่แววตากลับดูแปลกๆ เหมือนจริงจังขึ้นมาเสียงั้น นี่มันอะไรอีกล่ะเนี่ย! ฉันควทำตามที่เขาบอกหรือควรวิ่งหนีไปเลยดี!
“ลุกขึ้นมา!”
เสียงเข้มจัดของอัลวินดังขึ้นพร้อมกับยื่นมือมากระชากข้อมือฉันขึ้นอย่างแรง จนร่างฉันแทบปลิวตามแรงฉุด
“โอ๊ย!”
ฉันร้องออกมาเสียงหลง ความเจ็บแล่นแปลบจากข้อมือขึ้นไปถึงหัวใจ ราวกับข้อมือจะหักเสียอย่างนั้น! ผู้ชายอะไรอ่อนโยนกับผู้หญิงไม่เป็หรือไง
“หุบปากเลย!”
อัลวินตะคอกใส่หน้าฉันเสียงดัง เล่นเอาฉันสะดุ้งโหยง เสียงนั้นทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต่างชะงัก หันมามองเป็ตาเดียว ดีเลย! มองกันให้หมด! จะได้รู้ว่าไอ้นี่มันบ้าขนาดไหน!
“ปล่อยนะ! นายจะพาฉันไปไหน!”
ฉันพยายามบิดข้อมือสุดแรง เกร็งแขนจนกล้ามจะขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากมือของเขาได้เลย โอ๊ย! เจ็บนะ! เขาคิดว่าฉันเป็ตุ๊กตาผ้าหรือไงกัน!
“หยุดดิ้นซะทีได้มั้ย! ขึ้นรถ!”
อัลวินไม่พูดเปล่า เขาจับข้อมือฉันแน่นแล้วลากตรงไปที่รถ มิหนำซ้ำยังอุ้มฉันโยนลงรถเลยอีกต่างหาก!
ปึ้ก!
โอ๊ย! ก้นกระแทกเบาะเข้าอย่างจัง นี่กล้าโยนฉันใส่ในรถเลยนะเนี่ย! ความอ่อนโยนของผู้ชายคนนี้อยู่ไหน! หรือถูกสาปให้ไม่มีมาแต่เกิด!
ปัง!
เสียงปิดประตูรถดังกึกก้องจนฉันสะดุ้ง หัวใจเต้นระรัว หันขวับไปอีกที เขานั่งประจำที่คนขับเรียบร้อยแล้ว
ั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย! ฉันมัวแต่คิดคำด่าเขาอยู่ในหัวจนไม่รู้ตัวเลย พอเงยหน้าขึ้นไปเห็นสายตาของเขา สายตานิ่งขรึม ฉายแววกดดัน ทำให้หญิงสาวตัวเล็กอย่างฉันเสียวสันหลังวาบขึ้นมา
“นั่งนิ่งๆ อย่าเสียงดัง ไม่งั้นฉันจะ…”
เสียงทุ้มต่ำของอันวิลพูดขึ้นช้าๆ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ อย่าเข้ามาใกล้มากนักได้มั้ย! อัตราการเต้นของหัวใจฉันเริ่มพุ่งขึ้นจนแทบทะลุอก
(ก็นายมัน… หล่อเกินต้านอ่ะ!)
ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! ยัยเอมิล! สติต้องอยู่กับตัว! อย่าไปหลงกลผู้ชายเ้าชู้ที่มีฉายาว่า "หมาป่าในคราบเ้าชาย" เพราะถ้าเธอเผลอใจอ่อนเมื่อไหร่ หมาป่าตัวนี้พร้อมจะขย้ำเธอโดยไม่ลังเลแน่นอน!
“นายจะ...จะทำอะไร”
ฉันถามออกไปเสียงสั่น ใจเต้นแรงราวกับรัวกลองรบ อัลวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนหัวเราะในลำคอเบาๆ
“หึ! ก็ลองแหกปากดูสิ จะได้รู้”
เท่านั้นแหละ ฉันเงียบปากสนิทในทันที ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัว แค่เสียงหัวเราะเย็นๆ ของเขาก็ทำเอาเสียวสันหลังไปถึงปลายเท้า
บรื้น!!!
เขาสตาร์ทรถก่อนจะเหยียบคันเร่งทันที รถพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว จะขับซิ่งไปลงนรกหรือไง ฉันยังไม่อยากตายตอนนี้นะ! ฮือ! ฉันหลับตาปี๋ ได้แต่ภาวนาในใจ
พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ กลัวสุดชีวิต แต่ก็แอบลืมตามองออกไปข้างทาง ปรากฎว่าเราออกมานอกมหา’ลัยแล้ว
“นี่! นายจะพาฉันไปไหน”
ฉันหันขวับไปถามเขาทันที เสียงสั่นปนโมโห หัวใจก็ยังเต้นแรงไม่หยุด ไม่รู้เพราะกลัว หรือเพราะคนข้างๆ กันแน่!
“…”
เงียบสนิท ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ท่านเรียก หมอนี่เป็อะไร ทำหน้าจริงจังเหมือนจะไปประชุมคณะความมั่นคงโลก! ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะพยายามพูดเสียงอ่อนลง
“ส่งฉันกลับมหา’ลัยเถอะ วันนี้ฉันมีเรียนนะ”
ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอนแบบคนมีเหตุผล พร้อมทำหน้าขอร้องแบบสุดพลัง อัลวินหันมามองฉันปราดเดียว แล้วหันกลับไปจ้องถนนต่ออย่างไร้เยื่อใย
นี่! ที่ฉันพูดเมื่อกี้ ได้ยินมั้ยเนี่ย! ฉันได้แต่กรีดร้องในใจ ก่อนจะกลอกตาแรง ๆ สักพักเขาก็เลี้ยวรถเข้า
ธาวินคอนโด ธาวิน! คอนโดเหรอ!
อ๊ากก! ไม่เอานะ! ฉันยังบริสุทธิ์อยู่เลยนะ!
ฉันแทบจะเปิดประตูหนีทันทีที่เห็นชื่อคอนโดหน้าตึก
เอี๊ยด!!!
เสียงเบรกแรงจนฉันหัวแทบกระแทกกระจก
รู้สึกมึนหัวขึ้นมาในทันที จะอ้วกใส่รถนี่เลยดีมั้ยเนี่ย!
“นี่! นายพาฉันมาที่นี่ทำไม!”
ฉันรีบถามออกไปทันทีที่รถจอดสนิท พร้อมจ้องหน้าเขาด้วยแววตาหวาดระแวง แต่เขานั้นกลับไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำ แล้วก็...