บทที่ 2
ความลับที่ไม่มีในโลก
“ทำไม! พวกแกสองคนถึงได้ใจร้ายกับฉันขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ฉันรักและไว้ใจ คิดว่าพวกแกคือเพื่อน คือคนรักของฉัน แต่สิ่งที่พวกแกตอบแทนฉันกลับมา กลับเป็ความตาย!”
แต่ก่อนที่ิญญาของเหรินรุ่ยหลินจะจมดิ่งอยู่กับความคับแค้นใจที่มีต่อไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวง เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของใครบางคนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ทำให้เธอรีบหันกลับไปมองยังทิศทางของเสียงนั้นในทันที และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ก็ทำให้เหรินรุ่ยหลินอดหัวเราะออกมาด้วยความดีใจไม่ได้
“ไป๋อี้หนิง เซี่ยเหว่ยกวง ในที่สุด์ก็เข้าข้างฉัน ถึงได้ส่งคนมาเห็นเหตุการณ์แบบนี้”
ร่างของชายสี่คนปรากฏขึ้นทันที หลังจากที่ไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงเดินลับตาไป แน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็กงิเหยี่ยนหัวหน้าหมู่บ้านเลี่ยงหวง รวมไปถึงกงโม่จือลูกชายของเขา และเพื่อนสนิทของกงิเหยี่ยนอีกสองคนที่ขึ้นเขามาล่าสัตว์ด้วยกัน
แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสี่คนไม่ได้พึ่งขึ้นเขามา แต่กำลังเดินทางกลับหมู่บ้านเลี่ยงหวง หลังจากค้างคืนบนเขาลูกนี้มาสามวันติด และเป็ความโชคดีของพวกเขาที่การเดินทางกลับหมู่บ้านในครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นธาตุแท้ของใครบางคนอย่างคาดไม่ถึง
แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันคือ พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่านักศึกษาอนาคตไกลอย่างเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงจะลงมือฆ่าคนได้อย่างเืเย็นขนาดนี้ โดยเฉพาะกับไป๋อี้หนิง ไม่ว่าจะเป็รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่ายยามที่กำลังจ้องมองร่างไร้ิญญาของเหรินรุ่ยหลิน บ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่ได้รู้สึกผิดหรือเสียใจกับการกระทำของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว
“เราจะทำยังไงกันดีอาเหยี่ยน ฉันรู้สึกสงสารสหายเหรินเหลือเกิน แต่ถ้าพวกเรานำเื่นี้ไปแจ้งกับสหายตำรวจ มีหวังหมู่บ้านของพวกเราคงจะถูกหมู่บ้านอื่นเอาไปนินทาจนสนุกปากแน่ แล้วลูกหลานที่กำลังจะถึงวัยแต่งงานอีก หลังจากนี้คงหาคู่หมั้นคู่หมายได้ลำบากกว่าเดิม”
ห่าวหรงซุนทรุดตัวลงตรงหน้าร่างไร้ิญญาของเหรินรุ่ยหลิน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปปัดเศษใบไม้ออกจากร่างกายของเธออย่างเบามือ ทว่าเมื่อเขาได้เห็นร่องรอยของการถูกทำร้าย ห่าวหรงซุนก็ยิ่งรู้สึกสลดใจเป็อย่างมาก เพราะรอยแผลที่ปรากฏตามเนื้อตัวเป็หลักฐานชั้นดีว่าก่อนตาย เหรินรุ่ยหลินต้องเผชิญกับความเ็ปและทรมานใจมากเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อคนลงมือคือเพื่อนสนิทและชายคนรักของเธอเอง
“น่าสงสารจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงจะลงมือรุนแรงขนาดนี้” เจิ้งอวี้เซียวชะโงกหน้ามองร่างของเหรินรุ่ยเหวินเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีและเดินกลับมายืนอยู่ที่เดิม เนื่องจากเจิ้งอวี้เซียวไม่อาจทนมองสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและาแอันน่าเวทนาของอีกฝ่ายได้
กงโม่จือกำมือแน่นจนเส้นเืปูดโปนขึ้นมา ในฐานะที่เขาเป็สามีของฉู่เถิงเยว่ กงโม่จือจึงสนิทสนมกับเหรินรุ่ยหลินในระดับหนึ่ง แน่นอนว่าเขารู้สึกโกรธแค้นเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงแทนเหรินรุ่ยหลินเป็อย่างมาก ทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดหวั่นใจ เพราะหากภรรยาของเขาทราบข่าวการตายของเหรินรุ่ยหลิน เธอคงจะเสียใจจนร่างกายรับไม่ไหวอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเธอทั้งคู่อาจจะไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนกับ่แรกที่มาเป็ยุวชน แต่ความหวังดีและความคิดถึงที่ภรรยาของเขามีต่อเหรินรุ่ยหลินนั้น กงโม่จือก็ยังคงรับรู้และััได้เสมอ
“ผมคิดว่าเราควรจะแจ้งสหายตำรวจให้รู้เื่นี้นะครับ ถึงแม้ว่าหมู่บ้านของพวกเราจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ถ้าปล่อยให้คนร้ายอย่างเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงลอยนวลอยู่แบบนี้ ผมก็รู้สึกเป็ห่วงความปลอดภัยของชาวบ้านคนอื่นๆ เหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาสองคนจะไปลงมือกับใครอีกหรือเปล่า ขนาดรุ่ยหลินที่เป็เพื่อนสนิทของสหายไป๋และเป็คนรักของสหายเซี่ย พวกเขาสองคนยังลงมือทำร้ายเธอจนตายได้เลย”
กงิเหยี่ยนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของลูกชายตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงของกงโม่จือ คือการได้เห็นเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงถูกลงโทษ ถึงแม้ว่าเื่ทั้งหมด จะเกิดขึ้นเพราะอีกฝ่ายเป็ห่วงความรู้สึกของลูกสะใภ้เขาอย่างฉู่เถิงเยว่ก็ตาม
“ถ้าอย่างนั้นโม่จือ แกเฝ้าร่างของหนูรุ่ยหลินอยู่ตรงนี้กับอาเซียวก็แล้วกัน ส่วนอาซุน นายกับฉันรีบลงไปแจ้งความและพาสหายตำรวจมาที่นี่”
ก่อนที่กงิเหยี่ยนจะเดินลงจากเขาเพื่อแจ้งความ เขาก็ไม่ลืมที่จะกำชับลูกชายของตัวเองอีกครั้ง เนื่องจากว่ากงิเหยี่ยนเป็กังวลว่าเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงจะย้อนกลับมาทำลายหลักฐานเพิ่มเติม รวมไปถึงอาจจะมีชาวบ้านบางคนมาพบเจอร่างของเหรินรุ่ยหลินเข้าเสียก่อน
หลังจากที่ย้ำเตือนกับลูกชายของตัวเองเรียบร้อยแล้ว กวงิเหยี่ยนและห่าวหรงซุนก็พากันเร่งฝีเท้าลงจากเขา โดยที่พวกเขาต่างก็หอบหิ้วสัตว์ที่ล่ามาได้กลับไปด้วย เพื่อที่จะนำไปขายในตำบล รวมไปถึงเพื่อไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกต หากเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงกำลังมองพวกเขาอยู่
“น่าผิดหวังจริงๆ ไม่คิดเลยว่านักศึกษาจากหมู่บ้านของเราจะกลายมาเป็ฆาตกรไปได้” กงิเหยี่ยนถอนหายใจออกมาด้วยความสลดใจและเสียดายอนาคตของพวกเขาทั้งคู่
ห่าวหรงซุนยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ เพื่อปลอบใจ
“รู้หน้าไม่รู้ใจ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภายในใจของพวกเขาคิดอะไรอยู่ เห็นหน้าตาซื่อๆ ท่าทางอ่อนโยนแบบนั้น ใครจะไปคิดว่านั่นเป็เพียงหน้ากากที่พวกเขาแสดงออกมาเพื่อหลอกตาเราเท่านั้น”
กงโม่จือเดินวนไปมาด้วยความเป็กังวล เขากลัวว่าจะมีชาวบ้านคนอื่นเดินมาเจอเขาและลุงอวี้เซียวเสียก่อน และตราบใดที่เ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงได้ กงโม่จือก็คงจะสลัดความเป็กังวลนี้ทิ้งไปไม่ได้
เจิ้งอวี้เซียวมองท่าทางเป็ลุกลี้ลุกลนของกงโม่จือด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนที่เขาจะหันไปมองร่างของเหรินรุ่ยหลินที่ถูกพรางเอาไว้ด้วยเศษใบไม้อย่างน่าเวทนา แม้่ที่เธอเป็ยุวชนอยู่ในหมู่บ้านเลี่ยงหวง เจิ้งอวี้เซียวจะไม่ได้สนิทสนมและพูดคุยกับเหรินรุ่ยหลินมากนัก
แต่เขาก็มองเห็นถึงความขยันขันแข็งและความมุ่งมั่นของอีกฝ่ายมาโดยตลอด รวมไปถึงความพยายามที่เหรินรุ่ยหลินทุ่มเทไปกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยใน่ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ความฝันของอีกฝ่ายนั้นต้องพังทลายลง เมื่อเธอต้องกลายมาเป็ร่างไร้ลมหายใจ และไม่โอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองอีกต่อไป
“ไหน ศพที่สหายเจออยู่ที่ไหน”
เสียงพูดของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้เจิ้งอวี้เซียวและกงโม่จือรีบหันไปมองยังทิศทางของเสียงนั้นในทันที ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หลังจากนั้นเจิ้งอวี้เซียวจึงตบบ่าของกงโม่จือเบาๆ
“อีกไม่นาน คนชั่วพวกนั้นต้องได้ชดใช้กรรม”
กงหมินเหยี่ยนและห่าวหรงซุนรีบเดินนำเ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสี่นายตรงไปยังจุดเกิดเหตุในทันที เพียงไม่นานกงิเหวี่ยนก็พบเจอกับกงโม่จือและเจิ้งอวี้เซียวที่ยืนรอพวกเขาอยู่ ก่อนที่กงโม่จือและเจิ้งอวี้เซียวจะรีบหลีกทางให้เ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบร่างไร้ิญญาของเหรินรุ่ยหลิน
“เชิญทางนี้เลยครับสหายตำรวจ นี่คือศพของสหายเหรินอดีตยุวชนของหมู่บ้านเลี่ยงหวงครับ อย่างที่ผมกับสหายห่าวได้ให้การกับพวกคุณไปก่อนหน้า เธอถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงฆ่าตายครับ”
โจวหยางเฉิงเดินนำลูกน้องของตัวเองตรงไปยังร่างของเหรินรุ่ยหลินในทันที เมื่อสายตาคมกริบของเขาเห็นรอยฟกช้ำที่อยู่บนร่างกายของอีกฝ่าย รวมไปถึงรอยเขียวคล้ำที่ปรากฎเด่นชัดบนลำคอเรียวระหง โจวหยางเฉิงก็ตระหนักถึงความอำมหิตของคนร้ายได้ทันที และแน่นอนว่าในวันนี้เขาจะต้องลากตัวคนทำผิดมาลงโทษให้จงได้ ไม่อย่างนั้นประชาชนคงหมดความเชื่อถือในตัวเ้าหน้าที่ตำรวจอย่างพวกเขาเป็แน่
“หัวหน้าครับ ดูเหมือนคนที่ลงมือฆ่าสหายเหริน จะถูกเล็บของเธอข่วนด้วยนะครับ”
ซูจิ่งเทาพลิกมือของศพขึ้นให้หัวหน้าของตัวเองดู ตรงบริเวณเล็บมือของศพนั่นมีคราบเืติดอยู่เป็จำนวนมาก นี่จึงเป็เบาะแสสำคัญอีกอย่าง เพียงแค่พวกเขาทำการตรวจสอบร่องรอยาแบนร่างกายของผู้ต้องสงสัย ก็สามารถจับกุมตัวของอีกฝ่ายเอาไว้ได้
“แล้วก็... มือขวาของศพกำสร้อยข้อมือเส้นนี้เอาไว้แน่นเลยครับ ไม่แน่ใจว่าเป็ของสหายเหรินเอง หรือว่าเป็ของคนร้ายที่ถูกเธอดึงติดมือมากันแน่”
หลิวหนานไป่ค่อยๆ ง้างนิ้วมือที่แข็งทื่อของศพเพื่อแกะสร้อยข้อมือออกอย่างระมัดระวัง ก่อนที่เขาจะส่งมันให้กับหัวหน้าของตัวเองเพื่อเก็บไว้เป็หลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่ง จากนั้นหลิวหนานไป่จึงก้มลงสำรวจบริเวณรอบๆ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง
ทันทีที่กงิเหยี่ยนเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือเส้นนั้น เขาก็ชี้มือออกไปด้วยความตื่นตะหนก พร้อมกับความรู้สึกยินดีอยู่ลึกๆ ที่ไป๋อี้หนิงได้ทิ้งหลักฐานสำคัญชิ้นนี้เอาไว้กับเหรินรุ่ยหลิน
“นี่เป็สร้อยข้อมือของสหายไป๋ครับ! เดิมทีเธอเคยเป็ยุวชนของหมู่บ้านจินย่วน แต่เพราะเธอเป็ญาติกับอดีตยุวชนในหมู่บ้านเลี่ยงหวงของพวกเรา ่ก่อนที่จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สหายไป๋คนนี้จึงได้พบเจอกับสหายเหรินและกลายมาเป็เพื่อนสนิทกันั้แ่นั้นมาครับ”
กงิเหยี่ยนอธิบายรายละเอียดให้เ้าหน้าที่ตำรวจฟังอย่างไม่ปิดบัง และไม่ลืมที่จะเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเหรินรุ่ยหลินและเซี่ยเหว่ยกวงออกไปด้วย รวมถึงความใกล้ชิดที่เกินเลยระหว่างเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิง เพราะกงิเหยี่ยนหวังเป็อย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็ประโยชน์ในการลากตัวคนชั่วสองคนนั้นออกมารับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายให้จงได้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++