อี้เฉิน ที่เห็นกงหนาน จ้องมองเยว่ชิงเซียนอย่างไม่วางตา พร้อมกับใบหน้าที่มีน้ำตาไหลริน เขาเพียงแค่ ยิ้มบางออกไปให้กงหนานเท่านั้น ไม่ได้กล่าวตักเตือนอะไรในตัวนาง รับรู้ว่ากงหนานนางน่าจะตกใจ ใบหน้าของเยว่ชิงเซียน ที่คุ้นเคยกับพี่หญิงเยว่ฉาน ภายในสำนักเซียน คนที่น่าจะตายตกไปแล้ว กลับมาอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ จึงทำให้หัวใจของกงหนาน นางสั่นสะท้านไม่น้อย
ซีเยว่ กับ ซีเผิง พร้อมกับสัตว์วิเศษ เยว่ เยว่ พวกเขาเองก็ไม่ได้ห้ามปรามกงหนานเช่นกัน ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้านาง ไม่ใช่เยว่ฉาน ทว่าเมื่อเยว่ชิงเซียน ถูกหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้ากอดกายไว้จนแน่น จนกายารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แล่นพล่านมาจากหญิงสาว มันก็ทำให้นางทำปากมุ่ย ไม่กล้าที่จะผลักกงหนานที่กอดกาย นางไว้แน่น ออกจากกายาได้
ก่อนเยว่ชิงเซียนจะมองค้อนมาที่ พวกอี้เฉิน ซีเผิง ซีเยว่ ที่รับรู้ถึงตัวตนของนาง ว่าไม่ใช่เยว่ฉาน แต่ก็ไม่มีใครคิดห้ามปราม สตรีผู้นี้แม้แต่น้อย มันจึงทำให้นางขุ่นเคืองใจอยู่เล็กน้อย เม้มริมฝีปากจนเสียง"ชิ"เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน แค่นเสียงดุ ออกมาหาพวกอี้เฉินในทันที
"พวกเจ้าไม่คิดจะบอกอะไร เพื่อนของพวกเจ้าหน่อยเลยหรือ? หากข้าพบเจอเพื่อนของพวกเจ้า คงจะไม่ใช่ว่า ข้าจะถูกกอดเฉกเช่นนี้ เสียทุกคราหรอกนะ"
คนอื่นๆ ที่ได้ยินน้ำเสียงของเยว่ชิงเซียน ต่างก็ยิ้มเจื่อน เมินหน้าหลบสายตาจากเยว่ชิงเซียนในทันที ไม่กล้าสบตานางในยามนี้อีกต่อไป แม้แต่อี้เฉินเองก็เช่นกัน
ทว่าเยว่ชิงเซียนกลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อสร้อยคอลูกปัดที่สร้างจากกระดูก ที่นางสวมใส่ไว้ตลอดเวลา ในยามนี้กับสั่นไหวน้อยๆ ตอบสนองกับหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า นางจึงผ่อนลมหายใจออกมายาว ปล่อยให้หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้ากอดกายให้หายเศร้าสร้อย
กงหนาน ที่กอดร่างเยว่ชิงเซียน ที่เหมือนเยว่ฉานไว้แน่น มีหลายๆ อย่างอยากจะเอ่ยถามเยว่ชิงเซียน แต่เมื่อเห็นหญิงสาว ดันหัวไหล่นางออกช้าๆ บอกกล่าวด้วยความสุภาพ "ข้าไม่ใช่คนที่เจ้าคิด แม่นาง โปรดเจ้าอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจ"
กงหนานที่ได้ยิน แววตาในกรอบสายตาของนาง มีความเสียใจอยู่ไม่น้อย นึกว่าจะได้พบเจอมิตรสหายในยามอดีต หางตาที่มีน้ำใสไหลซึมรีบเช็ดออกในทันที พอจะรับรู้ได้ว่า สตรีที่อยู่เบื้องหน้านาง มีอะไรหลายๆ อย่างที่ผิดแปลกออกไป ไม่ว่าจะเป็นปราณพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากกายา น้ำเสียงคำพูดคำจา ก่อนจะหลบเลี่ยงไม่ทำให้ เยว่ชิงเซียนต้องลำบากใจ
ซีเผิงที่เข้าไปปลอบโยน พยักหน้าให้กงหนาน น้อยๆ ก่อนเขาจะหันมาหาอี้เฉินเอ่ยถ้อยคำทักทาย "ขอบใจเจ้ามากอี้เฉิน ที่ช่วยพวกข้าจากกลุ่มคนทวีปมืด"
อี้เฉินเพียงยกยิ้มบาง กล่าวคำพูดออกมา แฝงด้วยความเชื่อมั่น "หากข้าไม่เข้ามาแทรกแซง ข้าก็มั่นใจได้ว่า ไม่ช้าพวกมัน จะตายภายใต้คมดาบของเจ้า ซีเผิง ไม่จำเป็นต้องให้ข้าสอดมือเข้ามาช่วย เสียด้วยซ้ำ"
ซีเผิง ซีเยว่ ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น ในตัวของพวกเขา ทั้งสองได้แต่ส่ายหัว ยกยิ้มบาง แม้ว่าพวกเขาจะสามารถจัดการศัตรูได้ แต่เกรงว่าคงจะไม่ได้มายืนสบายเฉกเช่นนี้
มีเพียงสัตว์วิเศษของ ซีเยว่ นามว่า เยว่ เยว่ ที่ยิ้มกว้างยอมรับในคำพูดของอี้เฉินอย่างไม่มีเขินอาย พร้อม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น โอหังของนาง "มันก็แน่อยู่แล้วอี้เฉิน มีข้า เยว่ เยว่ ผู้นี้อยู่ทั้งคน ไม่ว่าหน้าไหนข้าจะ รัดร่างมันให้มานอนสยบใต้แทบเท้า เจ้านายข้า"
อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงที่โอหัง เดินพลาง เอื้อมฝ่ามือ ขยี้เส้นผมสีเขียว เยว่ เยว่ เด็กสาวดูอายุราวๆ 16-17ปี เล่นในทันที ก่อนกล่าวคำพูดหยอกล้อกับนาง แต่จริงๆ แล้วอายุของนาง น่าจะไล่ๆ กับอี้เฉินไม่มากนัก เนื่องด้วยนางเป็นสัตว์วิเศษการเติบโตของนางจึงล่าช้า แปลพลันไปตามขั้นพลังของนาง
ซีเยว่ ที่เห็นอี้เฉินเอาแต่ทักทายสัตว์วิเศษของนาง นางกล่าวพูดด้วยน้ำเสียง เจือไว้ด้วยความขุ่นเคือง ของสตรีใบหน้างามล่มเมือง "เจ้าไม่คิดจะทักทายข้าบ้างเลยหรือ อี้เฉิน"
อี้เฉินเพียงยิ้มเจื่อน "เราก็เจอกันมาเมื่อสองปี ก่อนแล้ว ไม่ใช่หรือ พี่หญิง ซีเยว่"
หญิงสาวแค่นเสียงดุ ออกมาในทันที "มันผ่านไปตั้งสองปีแล้วนะ อี้เฉิน ข่าวคราวของเจ้า ทำให้ข้าเป็นห่วงเจ้าไม่น้อย มาให้ข้ากอดเจ้าหน่อยมา"
ทันใดที่ กายาหญิงสาวแนบชิดกับชายหนุ่ม ที่อยู่ไม่ห่างเยว่ชิงเซียนนัก มันก็ทำให้นางขุ่นเคืองขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด มาพร้อมกับอายสังหารที่เล็ดลอดออกมา จากสายตานาง จนทำให้ซีเยว่ต้องยกยิ้มบาง กล่าวหยอกล้อเยว่ชิงเซียน "เจ้าเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ สตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียน ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้าไม่น้อย คงไม่ใช่ว่า"
เยว่ชิงเซียนกล่าวคำพูดด้วยใบหน้าแดงน้อย เหมือนว่านางจะตกหลุมพราง ของสตรีผู้นี้เข้าเสียแล้ว ปากจึงแยกเขี้ยว กล่าวออกมาตัดบทพูดของ ซีเยว่ในฉับพลัน"เจ้าหยุดพูดเสีย"
ซีเผิง ที่เห็นการกระทำของน้องสาว เขาถึงกับกระแอมไอออกมา สลายบรรยากาศที่อึมครึม น่าอึดอัด กล่าวแสดงความยินดีกับอี้เฉินด้วยความจริงใจ ที่เขาสามารถเลื่อนขั้นไปอยู่ในขั้นพลัง ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ได้ "เจ้าเลื่อนขั้นพลังไปอยู่ในขั้นพลัง ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ แล้วหรือ ยินดีกับเจ้าด้วยอี้เฉิน"
อี้เฉินเพียงขำแห้งๆ ออกมาเท่านั้น "ข้าไม่อาจปกปิดท่านได้จริงๆ ที่ซีเผิง เช่นนั้นเราออกเดินทางเถอะ หากเรายังมัวคุยกันอยู่เช่นนี้ แม่นางที่อยู่ด้านข้างข้า เป็นบ้า ฆ่าพวกเราเป็นแน่"
เยว่ชิงเซียนมองค้อนมาที่อี้เฉินด้วยสายตาเขียวปัด ก่อนกระทืบเท้าอี้เฉินอย่างแรงไปหนึ่งที "ข้าก็ไม่ได้เร่งรีบขนาดนั้น เจ้าอย่าพูดให้มัน เกินจริงไปหน่อยเลยอี้เฉิน แต่พวกเราต้องตาม ผู้นำกลุ่มให้ทันไม่เช่นนั้น สุสานเซียนโบราณอาจจะปิดก่อนที่พวกเราจะไปถึงก็เป็นได้"
คำพูดของเยว่ชิงเซียน เริ่มทำให้คนอื่นๆ กลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง แม้แต่อี้เฉินก็เช่นกัน ก่อนเขาจะเดินหน้าเจาะกำแพงออกไปเป็นเส้นตรง ราวกับสายศรที่ถูกยิงออกไปด้านหน้า
กำแพงแล้วกำแพงเล่าถูกอี้เฉิน กับซีเผิง สำแดงวิชาตีฝ่าออกไปอย่างบ้าคลั่ง เขาวงกตเกิดการสั่นไหวไม่หยุด กลุ่มคนที่ตามติดรูโหว่ ที่อี้เฉินสร้างเองก็มีอยู่ด้วยกันไม่น้อย แต่พวกเขาไม่อยากเปลืองแรง รอเป็นชาวประมง จับปลาใหญ่ อยู่ด้านหลังไม่ห่างจากอี้เฉินมากนัก
กลุ่มของอี้เฉินเองก็รับรู้ ว่ามีกลุ่มคนติดตามพวกเขามา แถมไอ้พวกนี้มันยังไม่คิดจะลงมือ รอกินของหวานอย่างใจเย็น แม้อี้เฉินจะไม่สบอารมณ์กับกลุ่มคนพวกนี้มากนัก แต่จะให้เขาทำเช่นไร เมื่อต้องแข่งกับเวลา ไม่รู้ว่ากลุ่มผู้นำเขาวงกต ไปถึงไหนต่อไหนแล้วในยามนี้
หากล่าช้า พวกเขาอาจจะเข้าไปภายในสุสานเซียนไม่ทันก็เป็นได้ ..ด้วยเวลาที่ผ่านพ้นไปถึง3วันเต็ม ทำให้อี้เฉินกับ ซีเผิงหมดกำลังกันไปมาก ต้องให้พวก ซีเยว่ เยว่ชิงเซียน กงหนาน ต้องแบ่งปราณพลัง มาให้อยู่หลายครั้งหลายครา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากนัก
ด้านกลุ่มผู้นำเขาวงกต ชายหนุ่มสวมหน้ากากเหล็ก ครึ่งใบหน้ายกยิ้มอย่างชั่วร้าย เมื่อเขากับกลุ่มคนของพวกเขา สามารถออกจากเขาวงกต มาได้เป็นกลุ่มแรก มองเห็นสุสานยาวไกลสุดสายตา พร้อมกับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านในส่วนลึก ราวกับเป็นพระราชวังหิน ที่เป็นที่ตั้งของสุสานเซียนโบราณ
มุมปากของพวกเขาเหล่านั้น ต่างก็ฉีกยิ้มกันออกมากว้าง เมื่อเห็นเป้าหมายสุดสายปรายตา แต่จู่ๆ พวกเขาเหล่านั้น ก็ต้องกลับมามีสีหน้าจริงจัง เมื่อรับรู้ถึงปราณพลังของกลุ่มคนบางกลุ่ม ตามไล่หลังพวกเขาเหล่าคนทวีปมืดมา เมื่อหันกลับไปมอง ทางออกเขาวงกต พวกเขาเหล่านั้นต่างก็ต้องหรี่ตาจนเล็กแคบ
เมื่อเห็นกลุ่มคนของดินแดนเทพ เหล่าอนุชนจำศีล ไม่ว่าจะเป็นราชันสิบทิศ จ้าวเฟิง มารพุทธ ทงอี้ เสียงสังหารเฉินอิน มายืนประจันหน้ากับพวกเขาโดยไม่มีท่าทีหวาดเกรง อายสังหารโหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งเซียนผู้ชั่วร้ายย่างกายลงมาเยือน มาพร้อมอายสังหารที่เสียดแทงไปทั่วทิศ ส่งผลให้เหล่าผู้ติดตาม ร่างกายสั่นเทิ้ม จากแรงบีบคั้นของผู้สูงส่ง ดวงตา ที่จับจ้อง ปานจะกลืนกินกันเข้าไปทั้งตัว
เพียงเสี้ยววินาที ที่พวกเขาสบสายตากัน พวกเขาแทบไม่ได้เอ่ยปากพูดคุยกันออกมา เสียด้วยซ้ำ กำปั้นก็หมุนควงเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ท่วงท่าแห่งการสังหาร ก็ถูกสำแดงออกมาอย่างไม่มีเก็บออม
ชายหนุ่มร่างกายกำยำ นามว่า รั่วหยินที่เคยต่อสู้กับมารพุทธ ทงอี้ ในคราก่อน พวกเขาปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง แต้มสีดำกลางหน้าผาก เปล่งแสงออกมาพร่างพราว
ทว่าเมื่อเสียงหนึ่ง ดังออกมาก้องฟ้า ทำให้การต่อสู้ ของพวกเขาต้องหยุดชะงักในฉับพลัน เมื่อเห็นกำแพงเขาวงกต กลายเป็นรูโหว่ใหญ่ ก่อนจะมีบุรุษผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรกท่ามกลางกลุ่มควันหนา ก่อนที่มันจะจางหายไปเผยให้เห็น ใบหน้าของอี้เฉิน มันก็ทำให้หลายๆ คน เดือดดาลบ้าคลั่ง เมื่อเห็นกลุ่มของอี้เฉิน ปรายตามองมาที่พวกเขาแวบหนึ่ง แล้วบินทะยานจากไป
ชายหนุ่มสวมหน้ากากเหล็กครึ่งใบหน้า เขาคำรามออกมาก้องฟ้า เหมือนว่าจะรู้จักกับอี้เฉินเป็นการส่วนตัว "ไอ้เวร อี้เฉิน เจ้ากล้าเมินพวกเราอย่างนั้นหรือ หยุดสู้แล้วตามมันไปเร็วเข้า จะให้พวกมันเข้าไปภายในสุสานเซียนโบราณเป็นกลุ่มแรกไม่ได้"
ทว่าพวกเขาที่มาถึงก่อนเป็นกลุ่มแรก ก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธแค้น เดินทางมาด้วยความยากลำบาก ครั้นเห็นกลุ่มคน ตามติดอี้เฉินมาเป็นขบวน ความบ้าคลั่งก็ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า "ไอ้เวร ไอ้เวร มันเจาะกำแพงตามพวกเรามาเช่นนั้นหรือ"
แม้แต่มารพุทธ ทงอี้ ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง พวกเขาทั้งสองยังส่ายหัวออกมา กับการกระทำของอี้เฉิน "เจ้านี่ช่าง คาดเดาไม่ได้เสียจริงๆ"
มีเพียงเสียงสังหาร เฉินอิน นางที่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ในตัวอี้เฉิน ไม่รู้เหตุใด นางเห็นใบหน้าอี้เฉินทีไร มันก็เหมือนนางแพ้บุรุษผู้นี้ เสียอยู่ทุกครา ตั้งแต่ยามที่พวกเขาพบเจอกัน