"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"
ลูกธนูสามลูก พุ่งออกมาด้วยความรวดเร็วและแม่นยำเอามากๆ ไร้ซึ่งกลิ่นอายในการคงอยู่เหมือนกับการพลางตัว มันพุ่งทะยานตรงมาโดยเล็งจุดตายของชายนักฆ่าผู้ใช้พิษเอาไว้ ถ้าขืนโดนเข้าไปชายผู้ใช้พิษคนนั้นก็ไม่อาจจะรอดออกมาเดินเพ่นพ่านได้แน่ๆ ชาล็อตเล็งไปที่จุดนี้ก็หวังว่าจะสามารถฆ่ามันให้ตายได้ แต่ความหวังของเธอก็ต้องหมดสิ้นไปเมื่อ
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง ตู้ม ตู้ม ตู้ม"
ลูกธนูจากทิศทางทิศหนึ่ง พุ่งตรงมาด้วยความรวดเร็ว มันรวดเร็วยิ่งกว่าลูกธนูของชาล็อตซะอีก แต่ก็ยังมีล่องลอยแห่งจิตสังหารไม่เหมือนของชาล็อตที่ยิงมา ลูกธนูสามลูกนั่นพุ่งชนทำลายลูกธนูของชาล็อตไม่เหลือชิ้นดี ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานไปทำลายพื้นดินให้เป็นหลุมลึกขนาดกว้างด้วยพลังที่เหลืออยู่ของมันอย่างง่ายดาย
"เอลสัน เกือบตายแล้วไหมละแก"
ชายที่อยู่ข้างฮาเรนตะโกนเรียกชื่อเพื่อนของเขา ที่เกือบจะต้องตายด้วยลูกธนูของชาล็อตทั้งสามลูก และมันเองที่เป็นคนยิงลูกธนูสามลูกนั้นออกมาเพื่อขัดขวางลูกธนูของชาล็อตที่จะฆ่าเอลสัน โดยที่ไม่มีใครพบเห็นการเคลื่อนไหวของคาซัดเลยแม้แต่น้อย ว่าคาซัดยิงตอนไหน
"เฮือกกกกกกกกก"
ชาล็อตใบหน้าซีดเสียในใจของเธอคิดว่าถ้าลูกธนูลูกนั่นไม่ได้เล็งไปที่ลูกธนูที่พุ่งไปฆ่านักฆ่าผู้ใช้พิษของเธอ แต่มันเล็งยิงมาที่เธอละ เธอก็คงตายกลายเป็นปุ๋ยพื้นดินไปแล้วโดยที่ไม่รู้ตัวเลย ตอนนี้ในใจของเธอเฝ้าระวังชายคนนี้โดยถึงที่สุด รีดเค้นสัญชาตญาณออกมาเพื่อรับมือกับชายนักฆ่าที่อยู่ข้างฮาเรน
"ฟู่ ขอบใจมาก นายไม่คิดจะลงมาเล่นหน่อยเหรอ คาซัด"
ชายนักฆ่าหยุดการกระทำเพื่อตั้งสมาธิ และเขายังเอ่ยพูดคุยกับเพื่อนของตนอย่างสบายใจเฉิบอยู่โดยที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับอาเบลหรือชาล็อตเลยแม้แต่น้อย เพราะคิดว่าตัวเองเหนือชั้นกว่าพวกมันมาก
"ก็คิดไว้อยู่ เพราะเหมือนฉันจะเจอเหยื่อชั้นดีเข้าแล้ว เหมาะให้ลงมือเล่นสนุกแล้วด้วยสิ แต่เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องดูแลป้องกันนายท่านฮาเรน"
คาซัดชายนักฆ่าที่ใส่ชุดคลุมสีดำโดยไม่เห็นหน้าค่าตาหันมามอง ชาล็อตที่ตอนนี้ก็ใส่ชุดคลุมสีดำด้วยเช่นเดียวกันกับคาซัด
"(ใครกัน ทำไมฉันถึงไม่รู้จัก)"
ชาล็อตจำไม่เห็นได้ว่า มีข้อมูลของพวกมันทั้งสองคนอยู่ในสมาชิกแก๊งสิงโตคลั่งด้วย เธอนึกไปมาจึงคาดเดาได้ว่า ที่ทำไมถึงไม่มีข้อมูลแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าคาซัดและเอลสันต้องการที่จะลงมือเมื่อเขาพบกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือมากพอที่จะสู้กับเขาได้เท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลอีกหนึ่งข้อที่ว่าทำไมพวกมันสนใจแต่อะไรแบบนี้ จึงไม่ค่อยโดดเด่นในสายตาของแก๊งอื่นๆหรือมีตัวตนให้สามาชิกคนอื่นๆได้รับรู้ ทำให้ไม่มีข้อมูลของพวกมัน
"อ่า"
สัญชาตญาณของคาซัดเริ่มถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นมาเมื่อพบเจอกับชาล็อต เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ความต้องการที่จะฆ่าเธอเพื่อข้ามขั้นไปอีกขั้นของมือสังหารเริ่มไหลออกมาผ่านดวงตาที่ต้องการจะแสดงออก
"รีบๆฆ่าเหอะ ฉันจะดูมันให้เอง ถ้ามันขยับอีกนิดเดียว ฉันจะเป็นคนลงมือไปฆ่ามันถึงที่เลย"
คาซัดพูดข่มขู่ กับคนที่ใส่ชุดคลุมสีดำด้านล่างไม่ให้ขยับการเคลื่อนไหว ที่เขาไม่ลงไปเล่นด้วยก็เป็นเพราะว่า เขาเองมีหน้าที่คุ้มกันฮาเรนโดยเฉพาะเจาะจงอยู่
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้ลูกหมาตัวน้อยที่บาดเจ็บมันจะไปทำอะไรได้ มาให้ฆ่าซะดีๆ"
เอลสันพูดหัวเราะแทบจะบ้าคลั่งออกมา เขาเริ่มควงมีดด้วยจังหวะที่รวดเร็วแบบสุดๆ พุ่งเข้าใส่ร่างกายของอาเบล เขาเตรียมที่จะฆ่ามันให้จบๆไปด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายจึงใส่สุดโดยไม่หยุดยั้ง
"ฟับ ฟับ ฟับ ฟับ"
และก็ยังหวืดอยู่เหมือนเดิม ถึงเอลสั้นจะไล่ต้อนอาเบลมากเท่าไหร่อาเบลก็ยังไม่จนมุมอยู่ดี เขายังสามารถหลบการโจมตีด้วยความรวดเร็วจนเอลสันตามไม่ทันอาเบลแล้วในตอนนี้
"ฟับ ฟับ ฟับ ฟับ"
เอลสันยังเร่งความเร็วในการโจมตีต่อโดยไม่หยุดพักเลย
"โธ่เว้ย! ทำไมไม่โดนสักท.........."
เอลสันเอื้อมแขนแทงเข้าไปที่หัวของอาเบล เขาออกแรงแทงจนสุดแขนด้วยความรวดเร็วสูงสุดในครั้งเดียว โดยหวังว่ามันจะสามารถเฉือนเนื้อฝากบาดแผลให้อาเบลเพื่อแผ่พิษใส่ร่างกายได้บ้างแหละด้วยความเร็วขนาดนี้ ทำให้แขนของเขาที่ปกติจะแทงมีดด้วยระยะสั้นแล้วชักกลับมาที่บริเวณหน้าอกเพื่อคอยหาโอกาศโจมตีใหม่อีกครั้ง ก็ทำให้หลุดออกจากการป้องกันไม่ทันที่จะเก็บแขนกลับเข้ามาเพราะความประมาทเลิ่นเล่อด้วยแหละเลยคิดว่าอาเบลไม่มีอาวุธใช้งาน แถมเขายังรีบร้อน ที่จะฆ่าอาเบลอีกด้วย
"ฉัวะ"
"แผละ"
ชิ้นส่วนมนุษย์ส่วนแขนถูกตัดออกอย่างรวดเร็ว เป็นแขนของชายนักฆ่านามว่าเอลสัน ที่ประมาทเลิ่นเล่อและยังร้อนใจที่จะโจมตีใส่อาเบลให้โดนสักที มันเลยทำให้เอลสัน รีบเร่งจนไม่ทันได้ระมัดระะวังการกระทำของอาเบลเลย
"อ๊ากกกกกกกกกกกก"
"แขนฉัน แขนฉัน"
แขนของเอลสันข้างที่ถือมีดถูกฟันขาดไปเป็นท่อนใหญ่ท่อนเดียว เลือดจำนวนมากพุ่งออกมาจากต้นแขน สาดกระจายเต็มพื้น มาพร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
"อ๊ากกกกกกกกกก มีดดดด แกไปเอามีดมากจากไหนกัน"
"ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก"
"แกพูดเองไม่ใช่หรอ คนตายไม่จำเป็นต้องรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว"
อาเบลก้าวเดินไปด้านหน้า เขาละสายตาออกจากเอลสันที่ตอนนี้ไร้แขนไร้อาวุธและหันไปจ้องมองชายนักฆ่าข้างฮาเรน นามคาซัดคนเดียวที่ตอนนี้เขายืนอยู่โดยไม่ได้ขยับเขยื้อนอะไรเลย อาเบลเดินมาอย่างช้าๆ เดินไปตรงแขนที่มาตกด้านหน้าของเขา ก่อนจะก้มลงแกะนิ้วมือของเอลสันออกเพื่อนำอาวุธมีดมาใช้
"ว้าว มีดดี"
อาเบลหยิบมีดขึ้นมาดูอย่างสนุกสนาน เขาเองไม่เคยคิดเบยว่ามีดที่ดีมากเล่มนี้จะมีอยู่ในโลกนี้ด้วย เขาตื่นเต้นเนื้อตัวสั่นไหว เป็นอีกครั้งที่เขาจับมีดที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายแบบนี้ แถมครั้งนี้มันยังดีกว่าครั้งก่อนอีกด้วย
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"
ลูกธนูสามลูกถูกยิงมาที่อาเบลด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ แต่ครั้งนี้กลับเป็นคาซัดที่ยกหน้าไม้ที่ซ่อนเอาไว้ตรงข้อมือยิงมา การกระทำของเขา มันอยู่ในสายตาของชาล็อตและอาเบล และนั่นมันเป็นโอกาสของเธอที่จะโจมตีคาซัด
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"
เธอยกธนูคู่โปรด เล็งไปที่หัว หน้าอก และช่องท้องของคาซัด ใช้เวลาเล็งยิงไม่ถึงวินาทีก็ยิงออกไปได้3ลูกแล้ว เพราะเธอเชื่อใจในตัวของอาเบล จึงไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเขาในตอนที่ถูกคาซัดยิงลูกธนู เพราะเธอเล็งยิงไปที่คาซัดเต็มที่
"ฟุบ ฟุบ ฟุบ"
คาซัดเขยิบตัวสองสามที ก็สามารถหลบลูกธนูที่พุ่งมาด้วยความรวดเร็วของชาล็อตได้อย่างง่ายดาย เรื่องนี้ทำให้ชาล็อตใจเสียเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอเจอกับคนที่มีทักษะการยิงและสายตาที่ดียิ่งกว่าเธอแบบนี้
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง"
อาเบลที่ถือมีดสั้นสีดำที่เคลือบพิษเล่มนี้อยู่ ดูแตกต่างเป็นคนละคนเลยกับตอนแรก ในตอนนี้เนื้อตัวของอาเบลสั่นไหวไปทั่วทั้งตัวเหมือนพลังบางอย่างที่ถูกปลุกขึ้นมา เขาใช้ความเร็วและทักษะมีด ฟัดฟันไปที่ลูกธนูทั้งสามลูกที่พุ่งมาได้อย่างรวดเร็ว ในการขยับไม่กี่ทีเท่านั้น ท่วงท่าดูไหลเลื่อนสวยงาม
"ก็คงเป็นรถนั่นสินะที่นายเอื้อมมือเข้าไปหยิบมีดที่อยู่ตรงประตู นายนี่เก่งจริงๆ ใช้มีดตัดแขนเอลสันในตอนที่เอลสันไม่ระวังตัว รอโอกาสจนได้ เหมือนนักล่าที่จ้องมองเหยื่อเข้ามาในกับดับของตน แถมยังแย่งชิงอาวุธมาใช้ต่อได้อีกด้วย แย่จริงๆ เอลสันเจอคู่ต่อสู้ผิดคนซะแล้ว"
คาซัดพูดอย่างสบายๆและชี้ไปที่ชายชุดคลุมสีดำ เขาเองก็ละสายตาจากอาเบลมามองชายชุดคลุมสีดำที่ถือธนูแค่แปปเดียวเท่านั้นเอง แค่เวลาเพียงนิดเดียวก็สามารถหาทางพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบได้
"ก็นะ ตอนแรกก็ว่าจะเอามาใช้ตั้งแต่ทีแรกแล้ว แต่เหมือนผมจะดูถูกฝีมือของพวกคุณมากเกินไป ไม่สิ ผมก็แค่ได้ใจประมาทเองซะมากกว่า"
อาเบลทำท่าทางยักไหล่ยอมรับจริงๆว่าตนเองก็ดูถูกพวกมันเอามากๆ เขาในตอนนั้นก็คิดว่าแค่แก๊งมาเฟียกระจอกๆ กับ นักฆ่าที่องค์กรล่มสลายไปแล้วมันจะเคี้ยวง่ายซะอีก
"แต่ได้ชื่อว่าเป็นนักฆ่าขององค์กรอันดับหนึ่งและยิ่งใหญ่ถึงจะล่มสลายไปแล้วก็เถอะนะ"
อาเบลพูดยังไม่จบ เขาก็เน้นเสียงคำพูดคำสุดท้ายโดยเฉพาะ
"ได้แค่นี้เองหรอ"
"เหมือนนายจะไม่รู้สินะว่า ฉันจะอารมณ์เสียขนาดไหนเวลามีคนมาพูดจาอวดดีใส่หน้าฉันแบบนี้"
ชายชุดคลุมเริ่มพูดเสียงแข็งขึ้นมาแล้ว เขาถอดชุดคลุมออกเปิดโชว์ใบหน้าของชายวัยกลางคน ที่ดูโหดเหี้ยมเอามากๆ เขาในตอนนี้เริ่มอยากจะแสดงถึงความบ้าคลั่งมันออกมา
"กึก เอลสันแพ้แล้ว อะไรของมันว่ะ ไหนบอกว่าเก่งไง"
ฮาเรนหน้าซีดเมื่อเห็นว่าอาเบลตาย เขาจึงเริ่มรู้สึกหวาดกลัวอาเบลขึ้นมาแล้ว ในตอนนี้ความหวังของเขาก็อยู่ที่คาซัดอว่าจะสามารถฆ่าอาเบลได้หรือไม่
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีฝีมือมากกว่าเอลสันอีกครับ"
"ตู้ม"
คาซัดก้าวเท้ากระโดดลงมาจากชั้นสอง เพื่อลงมาประจันหน้ากับอาเบลโดยตรง ลำตัวของเขามีแขนที่ลำบึก หน้าอกที่แข็งใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาแค่กระโดดลงมาก็ทำให้พื้นที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโกดัง
"มาเริ่มการไล่ฆ่าอยู่ฝั่งเดียวกันเถอะ"
คาซัดมองอาเบลที่ยืนถือมีดแทบจะกอดกันเป็นคู่รักด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยมเขาเผยเจตนาฆ่าแสนโหดเหี้ยมออกมา ในใจของเขาหวังว่าจะฉีกอาเบลให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย