"เฮ้อ.. ชั่งเป็วิชาที่ดีเหลือเกิน เหมาะกับข้าที่ไม่มีพร์เป็อย่างมาก"
"ข้าอยู่แถวนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ใครจะไปรู้และว่าจะมีใครมาอีก"
เค้าได้รีบคันตัวโจรสองคนนั้นเพื่อหาของและรีบวิ่งไปใกล้ที่สุดเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ เค้าได้ยินเสียงน้ำไหล เค้าได้รีบวิ่งไปเจอลำธารเล็กๆ "ฉินหยาง"เดินเข้าไปไกลลำธารมองซ้ายขวา เค้าถอนหายใจอยากโล่งอก เพราะไม่มีคนหรือสัตว์ร้ายอยู่แถวนี้ "ฉินหยาง"รีบถอดเสื้อผ้าและกระโดนลงไป
"ซ่า.."
"ฉินหยาง" รู้สึกรู้สึกสบายตัวเป็อย่างมาก เค้ายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เค้าได้ล้างสิ่งสกปรกออกไป และก้มมองเงาสะท้อนจากน้ำ หน้าตาหล่อเหลาผมยาวถึงใหลถึงหน้าจะซีดบ่าง แต่โดยรวมแล้วก็หล่อเป็อย่างมากเค้าถึงกับตะลึง
"อย่างน้อยร่างนี้ก็หล่อเป็บ้า ถ้าไปอยู่โลกเดิมเค้าคงเป็ดาราดังและไม่ต้องทำไรก็รวยมหาศาล"
เค้านั้งแช่น้ำนั้งครุ่นคิด ประสบการณ์ที่ผ่านมา เค้าค้นตัวได้เงินมา 14 เหรียญทอง เหรียญเงินอีก 120 เหรียญ และศิราิญญาขั้นต้น โจรสองคนนั้นน่าจะปล้นตระกูลใหญ่มา และคิดจะฆ่าเพื่อปิดปาก เค้าไม่รุ้ว่ามันมีค่าแค่ไหนแต่ก็น่าจะมีค่ามากเพราะเค้าอ่านนิยายบ่อยและแผ่นไม้
เค้าไม่รุ้ว่ามันคือไม้ชนิดไร มันมีชื่อว่าตราแห่งไม้ มันสามารถรักษาได้ทุกอย่าง แต่เก็บไว้ก็สามารถมีชีวิตยาวนาน และทำให้ดูดซับพลังิญญาได้มากขึ้น แต่มีวิชาที่ได้รับมานั้นอยู่ระดับไหนก็ไม่รู้ วิชานี้มีคนทิ้งใวในตราแห่งไม้
"ใครกันนะที่สร้างวิชาดาบแบบนี้กัน"
วิชาดาบตัด์แบ่งเป็ (ต้น กลาง สูง ปลาย บรรลุ หลุดพ้นจากกฎ)
การฝึกจำเป็ต้องอัดพลังงาน ให้บางเหมือนใบดาบ เมื่อดูดซับเข้าใปจะทำให้รู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก และจะบ่มเพาะช้ากว่าคนอื่นเป็ร้อยเท่า แต่รากฐานจะหนาแน่นกว่าคนปกติถึงร้อยเท่าเช่นกัน
"แค่เจตจำนงที่ทิ้งไวนานเท่าไรไม่รุ้ สามารถตัดคนได้อย่างสบาย"
"ข้าจะไปถึงขั้นนั้นตอนไหนน้ะ ชั่งมันเถอะ"
"ข้าจะต้องพยายามให้หนักกว่า ไม่งั้นข้าจะตามคนอื่นไม่ทันแน่"
ฉินหยางรีบใส่ผ้า "ฉินหยาง"หยิบศิราิญญาออกมาดูดซับ เค้าพยายามอัดพลังงานผ่านไปครึ่งชั่วยาม เค้าอัดพลังงานได้ห้าเส้น เค้าเริ่มดูดซับพลังิญญา ความเ็ปราวกลับถูกมีดแล่เป็ชิ้นๆ ทันใดนั้นตราแห่งไม้ ส่องแสงสีเขียวออกมาทำให้ความเ็ปเบาลง การดูดซับเป็ไปอย่างราบลื่น พลังิญญาแทรกซึ่งไปตามร่างกาย ทำให้เค้าแข็งแกร่งเป็อย่างมาก "ฉินหยาง"ลืมตาขึ้นมาราวกับเปิดใหม่ เค้าลุกขึ้นมา เค้ามองไปที่หินก้อนใหญ่ตรงริมน้ำ "ฉินหยางวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ต่อยไปอย่าแรง เสียงดัง
"ปัง.!"
"อ๊าก...!"
"ฉินหยาง"นั่งคุกเข่า จับมือร้องอย่างเ็ป ภาพที่สร้างไว้ว่าไร้เทียมทานถึงแตกสลาย บนก้อนหินมีรอยแตกราวเป็จำนวนมาก มีรอยดาบฟันจากล่างขึ้นบน "ฉินหยาง"มองไปที่หิน สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บ
แต่แววตากลับตื่นเต้นเค้าสำรวจตัวเอง ร่างกายมีกล้ามเนื้อขึ้นมามาก หน้าตาไม่ซีดเซียวอีกต่อไป ดูหล่อขึ้นเจาะ
"ฮ่าๆๆ ข้านี้มันหล่อจริงๆ"
เค้ามองตัวเองอย่างพึงพอใจ เค้าไม่แน่ใจว่าเค้าอยู่ขั้นไหน
"ได้เวลากลับไปที่เมืองแล้วสินะ"
"ฉินหยาง"ได้รีบวิ่งกลับไปที่เมืองตามความทรงจำ ความเร็วเค้าเพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก "ฉินหยาง"ยิ้มอย่างพึงพอใจ
"ฉินหยาง"ได้วิ่งมาถึงเมืองอู่หลง เค้าเข้าไปข้างใน ผ่านยามเฝ้าประตูเมือง เค้าได้เดินไปตามทาง เค้ามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย เมืองอู่หลงเป็ขนาดใหญ่ มีสามตระกูลหลังค่อยดูแล ตระกูลอู่ ตระกูลหนาน ตระกูล กู่ และมีเ้าเมืองเป็ผู้คุมอำนาจสูงสุด
"ฉินหยาง"เดินไปรอบๆ ด้วยความสนใจ เค้าได้ซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน เค้าได้เดินออกจากร้าน เสื้อผ้าสีขาดตัดดำ ผมยาวทุกอย่างสวยงาน "ฉินหยาง" เดินไปมีสายตาชื่นชมจากหญิงสาวๆ เป็จำนวนมาก และสายตาอิจฉาราวกับจะกินเืกินเนื้อจากผู้ชายทึ่มากับหญิงสาว
"ฉินหยาง"ได้เข้าโรงเตี๊ยม เค้าเข้าไปนั่งสั่งอาหารมามากมาย ทำให้คนรอบข้างถึงกับตกตะลึงเค้ากินอย่างรวดเร็ว และสั่งเหล่ามานั่งจิบ ค่อยฟังข่าวที่คนในโรงเตี๊ยมคุยกัน
"นี่..! เ้ารู้รึป่าว เมื่อวานคนของตระกูลหนาน เข้าไปในป่ายังไม่ได้กลับมาเลย"
"มีเื่แบบนี้ด้วยหรอ?"
"ใช้ ตอนนี้ตระกูลหนานได้ค้นหาไปทั่วเลยน่ะ."
"เมื่อวานข้าเข้าไปในป่า หวังว่าจะไปหาสมุนไพรมาขายแต่.. พวกเ้ารู้ไหมว่าข้าเจอไร?"
"รีบๆ พูดมาสิ จะหยุดพูดทำไม!"
"พวกเ้าอย่ารีบร้อนสิ.. "
"พวกเ้าฟังดีๆ น่ะ ข้าไปเจอคนตายสองคน คนหนึ่ง ถูกตัดครึ่ง เครื่องในใหลออกมาเต็มเลย "
"ส่วนอีกคน น่ากล้วกว่านี้อีก.. เ้านั้นถูกฟันเป็ชิ้นๆ จนจำไม่ได้ว่าเป็ใคร เืไหลนองเต็มพื้นไปหมด "
"โอ้..ใครกันที่ทำเื่แบบนั้น"
"หึ. ก็น่าจะพวกเผ่ามาร ได้ข่าวว่าพวกมันพยายามแทรกซึม มาในราชวงศ์เรา ขณะที่กำลังเปิดศึกกับราชวงศ์จาง "
"ถ้าข้าเจอมันเมื่อไหร่จะสับมันให้เป็ชิ้นๆ เลย"
"ฮ่าๆ คนอย่างเ้าน่าจะโดนสับแทน"
"ฉินหยาง"ถึงกับมุมปากกระตุก เส้นเืปูดโปนที่หน้าผาก
"ข้าไปเป็เผ่ามารั้แ่เมื่อไหร่"
"นี่..! เ้าคิดว่าปีนี้ใครจะได้เป็ที่หนึ่งของการสอบเข้าสำนักเมฆคราม "
"ข้าคิดว่าน่าจะคุณชาย"อู่ เหยา" เค้าได้บรรลุสร้างรากฐานเมื่อสองเดือนที่แล้ว ตอนนี้อาจจะอยู่ขั้น สร้างรากฐานชั้นกลาง แล้ว ก็ได้"
"กู่ หนาน"ก็ไม่เลว เมื่อเดือนที่แล้วเค้าก็บรรลุขั้น สร้างรากฐาน เหมือนกัน"
"คุณชาย "หนาน อี๋"ก็บรรลุ สร้างรากฐาน เมื่อเดือนที่แล้วเช่นกัน"
"ฉินหยาง"ถึงกลับสนใจ ถ้าได้เข้าร่วมสำนักเมตครามเค้าจะมีทรัพยากร
มาก การบ่มเพาะของข้าก็จะบรรลุอย่างรวดเร็ว เค้าคิดได้เช่นนี้ เค้าก็เดินเข้าไปถามคนที่พูดถึงสำนักเมฆคราม ว่าจะมารับสมัครตอนไหน
"พี่ชาย ขอถามหน่อยได้ไหมสำนักเมฆครามจะมารับสมัครตอนไหน"
เค้าถามเสร็จพร้อมหยิบเหรียญเงินมา5เหรียญ ยืนให้เค้าด้วย
เมื่อชายคนนั้นเห็นเงิน ตาก็เป็ประกาย
"น้องชายเ้าถามถูกทางแล้ว ข้าเนี่ยรู้เื่นี้เป็อย่างดี"
"สำนักเมฆครามคือหนึ่งในสำนักใหญ่ทั้งห้า สำนักเมฆคราม สำนักอัคคี สำนักสัตว์ร้าย สำนักบัวหิมะ สำนักเหยาเหลา "
"เมืองอู่หลง อยู่ใต้อำนาจสำนักเมฆคราม"
"สำนักเมฆครามจะมารับสมัครทุกสามปี เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนสำนักเมฆครามจะมารับสมัคร การจะเข้านั้นยากมากคนธรรมดาไม่มีทางเข้าให้ ต้องมีพร์"
"ฉินหยาง"เข้าใจ เค้าขอบคุณชายคนนั้น และเดินไปคิดเงิน เค้าได้เช่าห้องเป็เวลาหนึ่งเดือน "ฉินหยาง"ได้เข้าไป ห้องไม่ได้ดีมากนัก แต่ก็สบายเหมือนมีคนทำความสะอาดบ่อยๆ เค้าไปนั่งบนเตียง
"ข้ามีเวลาหนึ่งเดือน ถ้าจะเข้าอย่างน้อยก็ต้องบรรลุสร้างรากฐาน"
"เท่าที่ข้าเดินดูไปรอบๆ ข้าน่าจะอยู่ชั้น เสริมกาย ขั้นสูง ถ้าอยากจะบรรลุอย่างรวดเร็วก็ต้องมีเงิน"
"ฉินหยาง"มองดูตัวเองมุมปากอดกระตุ้นไม่ได้ ค่าอาหารก็เสียไปหนึ่งเหรียญทอง จ่ายค่าที่พักอีกหกเหรียญ ตอนนี้เหลือหเจ็ดเหรียญ
"เฮ้อ..พรุ่งนี้ข้าต้องไปล่าสัตว์อสูร ไม่งั้นอย่าว่าแต่เลื่อนขึ้นเลย แม้แต่อาหารก็ไม่มีพอกิน"
"ฉินหยาง"ถอนหายใจ นั้งคิดอยู่บนเตียง
"หรือข้าจะไปดูที่ตลาดดี เพื่อจะเจอของเก่าแต่ความจริงแล้วคือสมบัติล้ำค่าเหมือนใจนิยาน"
เค้าคิดได้เช่นนี้ เค้าก็ออกไปทันที ตลาดอยู่ใจกลางเมืองจะมีคนที่เข้าป่าล่าสัตว์หรือสมุนไพร แม้แต่สมบัติเก่าที่อาจมีของดีอยู่บ้างแต่่ใหญ่จะปลอมมากกว่า "ฉินหยาง"เดินไปตามท
าง มีคนมากมาย เสียงเรียกร้องขายของเสียงโต้เถียงกันดังลั่น เค้าไปดูรอบๆ
"และข้าจะหายังไง.?"
"หรือข้าจะต้องสุ่มหยิบมัวๆ ดี แต่ข้าไม่มีตังมากพอ"
"ฉินหยาง"มองไปรอบๆ และก็รู้สึกปวดหัด และเค้าได้ไปเห็นแผงขายของแผงหนึ่ง