นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    ตอนที่ 48 ยอดฝีมือเผ่ามาร

    ตอนที่ 48 

    ยอดฝีมือเผ่ามาร

    ลู่หานสัมผัสได้ถึงบางอย่างดวงตาที่ตื่นตระหนกเหลียวกลับไปมองด้านหลังของตนเองเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองสัมผัสได้

    พลังบ่มเพาะอันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นมาด้านหลังของเขา เมื่อเหลียวกลับไปมองก็พบเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านบนหลังคาที่เขาเคยกระโดดลงมา 

    บุรุษผู้ที่มีวัยประมาณ 20 กลางๆดูแล้วน่าจะแก่กว่าเขาประมาณ 2-3 ปี ร่างกายไม่อ้วนไม่ผอมแต่มีความกำยำสวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬอันมีลวดลายแปลกตาที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน สีผมเองก็เป็นสีเช่นเดียวกับชุดที่มันสวมใส่ โดยอีกฝ่ายมีสีผิวที่เป็นสีผิวโทนแทนเข้มและมีใบหน้าหล่อเหลาในฐานะบุรุษแต่ก็ฉายความสุขุมสงบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกนึกคิดออกมาทางใบหน้าเลยสักนิดทำให้ลู่หานไม่สามารถอ่านใบหน้าของคนผู้นี้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

    ดวงตาทั้งสองข้างของอีกฝ่ายที่ฉายความสุขุมเยือกเย็นมองต่ำลงมาที่ตัวของลู่หานที่อยู่ด้านหน้า บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอันสง่างามก็ทำใจดีสู้เสือมองกลับไปอย่างไม่คิดจะหลบสายตา 

    ลู่หานสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีพลังบ่มเพาะที่อยู่เหนือกว่าเขาหลายขั้นแต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่พลังบ่มเพาะรากฐานเท่านั้นบางทีคนผู้นี้อาจจะมีทักษะบ่มเพาะอื่นๆที่ทรงพลังมากกว่านี้เก็บซ่อนอยู่ก็ได้ เพราะบรรยากาศรอบกายของอีกฝ่ายมันทำให้ลู่หานสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้แตกต่างจากผู้อื่น 

    อีกฝ่ายยืนอยู่บนหลังคาด้วยท่าทางองอาจก่อนที่ตัวของลู่หานที่มองกลับไปที่คนผู้นั้นจะรวงรู้บางอย่างจากการที่ดวงตาชำเลืองมองไปเห็นสร้อยที่ห้อยอยู่ที่คอของอีกฝ่าย 

    มันคือสร้อยหัวกะโหลกสีดำที่เป็นสัญลักษณ์ของคนเผ่ามาร ลู่หานยังคงจำรายละเอียดส่วนนี้เกี่ยวกับนิยายเรื่องจ้าวกระบี่สวรรค์สยบฟ้าได้ถึงสัญลักษณ์ของคนเผ่ามาร 

    เผ่ามารคือเผ่าที่ถูกปกครองโดยจอมมารฉงเหยียน คนของเผ่ามารจะมีคุณลักษณะพิเศษนั่นคือร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษย์หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆ ร่างกายของคนเผ่ามันแทบจะไม่เป็นรองเผ่าพันธุ์ใดเลยนอกจากเผ่าอสูร 

    และเมื่อได้ล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของเผ่ามารมันทำให้ลู่หานยิ่งประมาทไม่ได้เพราะอีกฝ่ายก็มีพลังบ่มเพาะที่สูงกว่าเขา ดูเหมือนว่าการแข่งขันครั้งนี้โชคจะไม่ค่อยเข้าข้างเขาเลยในการที่ต้องมาพบเจอกับยอดฝีมือเช่นนี้ 

    ในขณะที่อีกฝ่ายยังไม่ขยับภายในสมองของลู่หานก็พยายามครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนเองควรจะกระทำ ในช่วงเวลาเช่นนี้เขายังอยากได้ของรางวัล 3 สิ่งที่เป็นของตอบแทนของการแข่งขันเขาควรจะหนีและหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับคนผู้นี้ 

    ลู่หานเองก็ยังคงทำท่าทางสุขุมอยู่ภายนอกแม้ว่าภายในใจจะร้อนรนมากก็ตาม ทั้งสองไม่รู้เลยว่าตอนนี้ภาพที่พวกเขานั้นกำลังเผชิญหน้ากันอยู่มันถูกถ่ายทอดออกมาจากทางอักขระขนาดใหญ่ใจกลางเวทีที่เมืองหมื่นราตรีให้หลายชีวิตได้ชม 

    หนึ่งในคนที่กำลังชมการต่อสู้อยู่ก็คือผู้ที่นำพาลู่หานมาที่เทศกาลครั้งนี้ คนที่ไม่ทราบว่าเป็นสตรีหรือบุรุษผู้นี้ได้นั่งชมการต่อสู้อยู่ด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็นโดยไม่แสดงความรู้สึกอันใดออกมาทางใบหน้าเลยสักนิด

    ในขณะที่ผู้ชมภายนอกกำลังเชียร์กันอย่างดุเดือดภายในสนามการแข่งขันกลับเงียบงันไร้เสียงกระทบจากทุกสิ่ง ที่แห่งนี้ไม่มีแม้แต่สายลมที่พัดผ่านราวกับกาลเวลาที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่มันถูกหยุดลง

    ทว่า...อีกฝ่ายกลับทำสิ่งที่ลู่หานไม่คาดคิดมันกระโดดออกไปทางอื่นแล้วมองข้ามลู่หานไปราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

    บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอันสง่างามที่ยืนอยู่ก็ได้แต่แสดงใบหน้างุนงงออกมา เขากำลังประหลาดใจที่คุณผู้นั้นเลือกที่จะปล่อยผ่านเขาไปโดยที่ไม่ทำอันใดเลย 

    แต่การที่อีกฝ่ายเลือกที่จะปล่อยผ่านเขาไปเช่นนี้มันก็ถือว่าเป็นผลดีต่อตัวเขาเหมือนกัน การที่ไม่ต้องปะทะกับผู้แข็งแกร่งมันจะทำให้เขามีโอกาสชนะมากขึ้น ตอนนี้ยืนยันได้อย่างนึงว่ามีผู้แข็งแกร่งจากเผ่ามารเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย 

    เพราะฉะนั้นลู่หานรู้ตนเองดีว่าเขาควรจะเร่งช่วงชิงคะแนนจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมาให้ได้มากที่สุดในตอนนี้ เป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจะเลือกที่จะปะทะกับคนผู้นั้นเพื่อแย่งคะแนนเพราะมีโอกาสสูงมากที่เขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

    หลังจากที่รวบรวมสติได้ลู่หานก็ได้ใช้ให้เจ้าเสี่ยวเฟิงกระทำเช่นเดิมนั่นคือโบยบินสอดแนมอยู่บนท้องฟ้าแล้วนำทางให้เขาไปพบเจอกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น

    ลู่หานเร่งจัดการผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่เขาพบเจออย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าคนอื่นจะไม่ได้มีพลังบ่มเพาะที่สูงส่งเทียบเท่ากับยอดฝีมือเผ่ามารผู้นั้นที่เขาพบเจอก่อนหน้านี้ 

    สองหมัดซัดกระหน่ำเข้าหาร่างของศัตรูคนที่ 4 อย่างรวดเร็วเมื่อการโจมตีจบลงคะแนนที่ปรากฏอยู่บนหน้าอกของลู่หานก็กลายเป็น 50 แต้ม 

    “ สำเร็จอีกแค่คนเดียวเท่านั้น ” ลู่หานพูดออกมาด้วยความฮึกเหิม เขาเหลือเพียงแค่ต้องจัดการผู้เข้าแข่งขันอีกคนเดียวแล้วเขาก็จะได้ทำการซ่อนตัวแล้วจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้

    ลู่หานใช้เวลาตรงบริเวณหลังฝ่ามือของตนเองเป็นตัวบ่งบอกว่าตอนนี้เวลาการแข่งขันมันเหลือประมาณเท่าใด ตอนนี้เวลาของการแข่งขันที่กำหนดมาเป็นเวลา 1ชั่วยามหรือ 2 ชั่วโมงอย่างตอนนี้มันเหลืออยู่เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น 

    การจะออกตามหาคนจำนวนน้อยโดยมีพื้นที่กว้างขวางเป็นเมืองทั้งเมืองมันกินเวลามากพอสมควรการที่จะเหลือเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงมันก็ไม่แปลก

    ในขณะที่กำลังยืนเตรียมตัวเพื่อไปเก็บแต้มแห่งชัยชนะดูเหมือนว่าเจ้าเสี่ยวเฟิงที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องนภาเองก็สามารถระบุตำแหน่งให้กับเขาได้แล้ว 

    นกอินทรีย์ตัวใหญ่โบยบินลงมาด้านล่างก่อนจะนำพาผู้เป็นนายของมันมุ่งตรงไปยังทางทิศตะวันออก ร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มกระโดดไปตามหลังคาบ้านเรือนอย่างรวดเร็วครั้งนี้เขาหวังอย่างเดียวว่าจัดการกลับคนผู้นั้นแล้วรีบไปหลบซ่อนจากยอดฝีมือเผ่ามารก่อนหน้าให้รวดเร็วที่สุด

    และแล้วหลังจากที่เคลื่อนไหวอยู่บนหลังคามาสักพักสุดสายตาของลู่หานก็พบเห็นเข้ากับร่างของผู้เข้าแข่งขันคนที่ 5 ที่จะเป็นเหยื่อของเขา มันกำลังยืนอยู่บนหลังคาเช่นเดียวกับเขาแล้วพยายามใช้สายตากวาดมองหาร่างของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นอยู่ 

    “ เจอแล้ว.. ” ลู่หานไม่รีรอเขารีบเร่งฝีเท้าของตัวเองรุกหน้าเขาไปให้รวดเร็วที่สุด แต่แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดคิดมันก็เกิดขึ้นอีกครั้งนึง

    อยู่ๆร่างของยอดฝีมือเผ่ามารผู้นั้นก็พุ่งกระโจนตัดหน้าไปแล้วโจมตีใส่ร่างของผู้เข้าแข่งขันที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของลู่หานอย่างรวดเร็ว 

    เท้าทั้งสองข้างของลู่หานถึงกับหยุดชะงักแล้วมองบุรุษผู้นั้นด้วยความสับสน อยู่ๆคนผู้นี้ก็ปรากฏกายออกมาจากอีกทิศทางหนึ่งแล้วพุ่งกระโจนเข้ามาโจมตีเป้าหมายของเขาด้วยเวลาเพียงพริบตา

    ร่างของผู้เข้าแข่งขันคนนั้นได้ถูกเคลื่อนย้ายกลับไปที่เมืองหมื่นราตรีหลังจากที่แต้มของมันได้กลายเป็น 0 

    ยอดฝีมือของเผ่ามารที่ลู่หานเคยพบเจอก่อนหน้านี้หลังจากที่มันได้ช่วงชิงแต้มที่ควรจะเป็นของลู่หานเอาไปแล้วมันก็หันกลับมามองที่บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินที่กำลังจับจ้องมันอยู่

    บุรุษอยู่ตรงหน้าของลู่หานมันได้เปิดเสื้อบริเวณหน้าอกของมันออกเผยให้เห็นตัวเลขที่แสดงอยู่บริเวณหน้าอก มันคือจำนวน 50 แต้มเทียบเท่ากับลู่หานการแสดงเช่นนี้มันราวกับกำลังจะบอกลู่หานว่าที่แห่งนี้เหลือเพียงแค่มันและเขาทั้งนั้น 

    บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่พึ่งโดนแย่งชิงแต้มคะแนนของตนเองไปก็พยายามแสดงท่าทางสุขุมแล้วสงบใจลง ตอนนี้เขารู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้และก็รู้ด้วยว่าตนเองไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับอีกฝ่ายได้แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรจะกระทำที่สุดก็คือสงบใจไว้แล้วหาทางรับมือกับอีกฝ่าย

    ลู่หานคาดการณ์จากสายตาของตนเองว่าพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายน่าจะมีมากกว่าเขาอยู่หลายส่วนและยังไม่นับรวมกับทักษะบ่มเพาะอื่นๆอีก เพราะว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปที่สามารถบ่มเพาะทักษะได้ทีละอย่างมักจะมีทักษะบ่มเพาะที่ตนเองใช้งานที่อยู่ในระดับสูงกว่าทักษะบ่มเพาะรากฐาน

    ตอนนี้อาวุธอย่างเดียวของลู่หานมันคือปราณกระบี่ลอกเลียนแบบที่ผู้เป็นอาจารย์สั่งสอน เพราะว่าเขายังฝึกฝนทักษะบ่มเพาะราชันย์หมื่นพิษยังไม่สำเร็จเลยไม่มีทักษะบ่มเพาะประเภทโจมตีอยู่เลยสักอย่าง 

    อีกฝ่ายยังคงแสดงใบหน้าที่ฉายความสุขุมและเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลาก่อนที่มันจะพุ่งทะยานเข้ามาหาร่างของลู่หานอย่างรวดเร็วโดยไม่พูดจาอันใด 

    หมัดที่แฝงเร้นพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายง้างออกอย่างสุดแขนก่อนจะซัดตรงเข้าหาร่างของลู่หานอย่างรวดเร็ว 

    ด้วยระยะห่างที่มันมีมากพอสมควรต่อให้ฝ่ายจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแต่ลู่หานเองก็สามารถตั้งรับได้ทัน พลังบ่มเพาะภายในร่างกายถูกเรียกเร้นออกมาก่อนที่มันจะเริ่มถักทอเป็นปราณกระบี่สีขาว 

    ลู่หานจับด้ามของปราณกระบี่พร้อมกับยกมันขึ้นมาแล้วตั้งรับการโจมตีของอีกฝ่าย 

    ตึง!!! หมัดที่แฝงเร้นไปด้วยพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งซัดเข้าที่ตรงกลางของปราณกระบี่ในมือของลู่หานที่ยกขึ้นมาตั้งรับ แต่ด้วยแรงหมัดอันมหาศาลทำให้ร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินอันสง่างามผู้นั้นกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร

    ลู่หานที่กระเด็นออกไปก็ตั้งหลักแล้วเขายังคงรักษาท่าทางสุขุมของตนเองไว้ ก่อนที่มองกลับไปที่อีกฝ่ายที่เพิ่งจะออกหมัดใส่ร่างของเขามา

    ดวงตาที่สุขุมของลู่หานมองกลับไปที่ศัตรูตรงหน้าของตนเองนี่ยังถือว่าโชคยังดีที่เมื่อครู่หมัดของอีกฝ่ายไม่ได้โดนเข้าที่ร่างกายของเขาเลยไม่ได้สูญเสียแต้มคะแนนไป โดยแต้มคะแนนมันจะนับเพียงแค่การโจมตีที่โดนร่างกายเท่านั้น

    “ บุรุษผู้นี้แข็งแกร่ง... ” เมื่อได้มาประมือกันเมื่อครู่มันทำให้ลู่หานยิ่งรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ ความสามารถของร่างกายและพลังบ่มเพาะทุกอย่างมันอยู่ในระดับสูง

    จบตอน

    ตอนเย็นมีอีกตอนนะครับ 

    คล้ายกับเรื่องนี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ ที่คุณอ่าน