เกิดใหม่เป็นหนุ่มสุดฮอตท่ามกลางสาวงาม

    บทที่ 36 หาคนแกล้งเป็นแฟน

    บทที่ 36 หาคนแกล้งเป็นแฟน


    เมื่อคืนเฉินเซิงกับหลี่ซานซานปลุกปล้ำกันเป็นเวลานาน จึงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พอกลับมาถึงที่พักก็ปาเข้าไปเที่ยงแล้วเฉินเซิงจึงคิดจะนอนกลางวันหน่อย


    เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน เขาจึงถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดแล้วนอนลงบนเตียง


    อาจเป็นเพราะเหนื่อยเกินไป ตอนที่เขาเข้ามาในห้องเขาแค่ปิดประตูแบบลวกๆ ไม่คิดเลยว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะบุกเข้ามาในห้องของเขากะทันหัน


    เฉินเซิงได้แต่คิดในใจว่า ‘ยัยเด็กนี่ก็โตแล้วนะ ทำไมยังทำอะไรไม่คิดแบบนี้อีก? เคาะประตูสักหน่อยก่อนเข้ามาก็ยังดี แต่นี่กลับวิ่งพรวดเข้ามาแบบนี้ ทำให้ร่างกายของเขาโป๊เปลือยต่อหน้าเด็กน้อยคนนี้ เสียหายหมด’

    เฉินเซิงรีบดึงผ้าห่มมาปิดส่วนล่างของร่างกายอย่างรวดเร็ว แล้วพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ทำไมเธอไม่เคาะประตูก่อนเข้ามา?”


    “ามก อนาจาร กลางวันแสกๆ ยังแก้ผ้าแบบนี้ ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง?” หลิวเหมียวเหมี่ยวเอามือเล็กๆ ปิดตาตัวเองพูดพลางกระทืบเท้า


    เฉินเซิงคิดในใจว่าเขานอนหลับอยู่บนเตียงอยู่ดีๆ หลิวเหมียวเหมี่ยวกลับบุกเข้ามาในห้องของเขา เขายังไม่ได้ว่าอะไรเด็กคนนี้สักคำ กลับโดนอีกฝ่ายหาว่าลามก อนาจาร หน้าไม่อายเนี่ยนะ?


    “ฉันชอบนอนแก้ผ้าอยู่แล้ว แถมยังนอนในห้องตัวเองจะใส่หรือไม่ใส่เสื้อผ้าก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล มันลามก อนาจาร หน้าไม่อายตรงไหน? ฉันว่าเธออยากจะแอบดูฉันมากกว่าล่ะสิ ถึงได้บุกเข้ามาแบบนี้?”


    “บ้า ใครจะอยากดูร่างกายนายกัน?” นึกถึงตอนที่เข้ามาเมื่อกี้ เธอเเอบเห็นเจ้าฉันน้อยที่ชี้ฟ้าของเฉินเซิงหัวใจของหลิวเหมียวเหมี่ยวก็เต้นไม่เป็นจังหวะ แอบคิดในใจว่าทำไมข้างล่างเขาถึงได้ใหญ่และน่ากลัวแบบนั้นนะ

    หลิวเหมียวเหมี่ยวเป็นแค่เด็กน้อยที่ยังไม่ประสา ส่วนตัวเขาเองก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มบริสุทธิ์แล้ว เฉินเซิงจึงไม่ได้ถือสาเรื่องที่ร่างกายตัวเองโป๊


    “เธอมาหาฉันมีธุระอะไร?”


    “คือเรื่องมันเป็นแบบนี้... เมื่อกี้แม่ฉันโทรมา ฉันเผลอพูดออกไปว่า…” 


    หลิวเหมียวเหมี่ยวเล่าเรื่องที่เธอเพิ่งรับสายให้เฉินเซิงฟังอย่างละเอียด จากนั้นก็มองเฉินเซิงด้วยสายตาน่าสงสาร


    เธอทำสายตาแบบนี้ ถ้าเฉินเซิงไม่ยอมช่วยเธอฟ้าคงจะผ่าตายแน่ๆ


    พอได้ยินหลิวเหมียวเหมี่ยวบอกแม่ของเธอว่าเขาเป็นพี่เขย เฉินเซิงก็คิดในใจว่ายัยเด็กนี่ช่างเพี้ยนจริงๆ เรื่องแบบนี้ก็พูดผิดได้


    “เธออยากให้ฉันทำยังไง รอให้พ่อแม่เธอมา แล้วให้ฉันไปแอบอ้างว่าเป็นพี่เขยเธองั้นเหรอ?” เฉินเซิงถามกลับ


    “นั่นก็เป็นความคิดที่ดีนะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวเอียงคอพูด


    “เธอนี่มันจริงๆ เลย คิดอะไรเพ้อเจ้อไปได้ ถึงแม้ฉันจะยอมพอคุณลุงคุณป้ามาแล้วไม่เห็นพี่สาวเธออยู่ด้วย ยังไงแผนนี้ก็ต้องแตกแน่” เฉินเซิงคัดค้าน


    หลิวเหมี่ยวเหมี่ยวได้คิดถึงปัญหานี้ไว้ก่อนแล้ว เธอยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “ถ้าพี่สาวฉันมาร่วมแสดงด้วย ยังไงแผนนี้ก็จะไม่แตกหรอก”


    “พี่สาวเธอจะมาเล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้ได้ยังไง?” เฉินเซิงส่ายหัว


    เขารู้จักนิสัยของหลิวซือซือดี จึงคิดว่าที่หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝัน


    “เรื่องนี้ถ้าพี่เขยไม่คัดค้านก็ง่ายแล้ว รอดูละครดีๆ ไปเถอะ ฉันจะโน้มน้าวพี่สาวให้ร่วมมือเอง” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดจบจากนั้นก็โทรหาหลิวซือซือทันที

    “พี่คะ แย่แล้ว! พ่อกับแม่เป็นห่วงเรื่องแต่งงานของพี่ จะให้พี่ไปนัดดูตัวอีกแล้ว เมื่อกี้โทรมาบอกฉัน บอกว่าพรุ่งนี้จะพาผู้ชายแก่ๆ ไปหาพี่ที่มหาลัยเจียงเฉิง จะให้พี่ไปนัดดูตัวกับเขา ผู้ชายแก่ๆ คนนั้นน่ะ ปากเบี้ยวตาเหล่ หน้าตาเหมือนคนประสบอุบัติเหตุ น่าเกลียดสุดๆ ฉันแค่เห็นแวบเดียว ยังขนลุกเลย...”


    เห็นหลิวเหมียวเหมี่ยวโกหกหน้าตาเฉย เฉินเซิงก็นึกถึงหลิวซือซือที่เรียบร้อย สง่างาม ถ้าเป็นหลิวซือซือล่ะก็ ไม่มีทางโกหกแบบนี้เด็ดขาด


    ‘ยัยเด็กนี่อายุแค่นี้ แต่กลับโกหกได้หน้าตาเฉย ทั้งที่เป็นพี่น้องแท้ๆ ทำไมถึงได้ต่างกันขนาดนี้นะ?’ 


    “แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?” หลิวซือซือที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์ ทำอะไรไม่ถูก หลังจากอายุครบ 24 ปี พ่อแม่ก็ดูจะกังวลเรื่องแต่งงานของเธอเป็นพิเศษ มักจะบังคับให้เธอไปเข้าร่วมกิจกรรมนัดดูตัวต่างๆ นานา


    ในการนัดดูตัวหลายๆ ครั้ง หลิวซือซือไม่เพียงแต่ไม่เจอคนที่ใช่สำหรับเธอ บางคนก็พูดจาลามก บางคนก็จ้องมองเธอตาเป็นมัน จนกลายเป็นเรื่องตลก เธอจึงต่อต้านการนัดดูตัวที่ผู้ใหญ่จัดให้เป็นอย่างมาก


    พอได้ยินน้องสาวพูดแบบนี้ หลิวซือซือก็ยิ่งกลุ้มใจ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมืดมนลง


    “พี่คะ พี่ก็หาคนมาแกล้งเป็นแฟนพี่ก็ได้นี่คะ แค่ให้พ่อกับแม่รู้ว่าพี่มีแฟนแล้ว ต่อไปท่านก็จะไม่บ่นเรื่องนี้อีก แบบนี้ก็ถือว่าแก้ปัญหาได้อย่างถาวรแล้ว” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดเกลี้ยกล่อมอย่างคล่องแคล่ว


    “อยู่ๆ จะให้พี่ไปหาใครมาแกล้งเป็นแฟนได้ล่ะ ต่อให้หาได้ ถ้าคนๆ นั้นนิสัยไม่ดี ฉวยโอกาสลวนลามพี่ขึ้นมาจะทำยังไง?” หลิวซือซือพูดอย่างไม่เห็นด้วย


    “เรื่องนั้นพี่ไม่ต้องกังวล ฉันหาให้แล้ว คนๆ นั้นไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หน้าตายังเหมือนกู่เทียนเล่อดาราฮ่องกงเลย พี่ พี่ชอบกู่เทียนเล่อไม่ใช่เหรอ? มีผู้ชายที่หน้าตาคล้ายๆ กู่เทียนเล่ออยู่เคียงข้าง พี่ยิ่งดูดี แถมเขาก็ไม่ลวนลามพี่ด้วย”


    “บนโลกนี้จะมีผู้ชายดีๆ แบบนั้นจริงๆ เหรอ? ต่อให้มี เขาไม่รู้จักพี่สักหน่อย ทำไมถึงยอมช่วยพี่”


    “คนคนนั้นชื่อเฉินเซิง เขาไม่เพียงแต่หน้าตาหล่อเหลาเท่านั้น แต่ยังเป็นคนดี ใจดีมากด้วย เขาเป็นลูกศิษย์ของพี่ไม่มีทางกล้าฉวยโอกาสจากพี่หากพี่ไม่ยินยอม..."


    “อะไรนะ?! เฉินเซิงเหรอ?” หลิวซือซือที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์กัดฟันแน่น ใบหน้าสวยหวานเผยรอยเขินอายออกมา


    “ใช่แล้ว!” หลิวเหมียวเหมี่ยวพยักหน้าพูด “ข้อแรก เฉินเซิงหน้าตาหล่อมาก ข้อสอง ตอนนี้เขาก็ถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงานแล้ว ข้อสามเขาเป็นลูกศิษย์ของพี่ ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่มีเจตนาไม่ดีต่อพี่ ฉันคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมที่จะแกล้งเป็นแฟนพี่ได้มากกว่าเขาแล้วล่ะ”

    “เอ่อ…” หลิวซือซือลังเลเล็กน้อย


    ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รีบร้อนเรื่องแต่งงาน แต่พ่อแม่ของเธอกลับกังวลมาก ถ้าหาคนมาแกล้งเป็นแฟนได้จริงๆ อย่างน้อยพ่อแม่ก็คงจะไม่บ่นเรื่องแต่งงานกับเธอทุกวัน


    นอกจากจะเป็นลูกศิษย์ของเธอแล้ว เธอก็นึกข้อเสียของเฉินเซิงไม่ออกเลย


    เฉินเซิงเป็นคนจนก็จริง แต่ในด้านการเรียน เขาถือว่าเป็นคนที่หาตัวจับยาก หน้าตาก็หล่อเหลา สุภาพเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่มีนิสัยฟุ้งเฟ้อ และนิสัยเสียๆ เหมือนลูกคนรวยที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจคนอื่นๆ


    อีกอย่างเธอแค่หาเฉินเซิงมาเป็นตัวหลอก ไม่ได้คบกับเขาจริงๆ หลิวซือซือจึงใจเย็นลงเล็กน้อย


    “ยัยเด็กบ้า พูดจาไร้สาระ ต่อให้เฉินเซิงจะเพอร์เฟกต์แค่ไหน แล้วพี่จะกล้าไปพูดเรื่องแบบนี้กับเขาได้ยังไง?” หลิวซือซือต่อว่าน้องสาว


    “เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องสาวคนนี้เอง ใครใช้ให้เราเป็นพี่น้องกันล่ะ?... พี่คะฉันว่าคุณลุงเฉินก็ไม่เลวนะ ไม่แน่... พวกพี่อาจจะรักกันจริงๆ ก็ได้ แบบนี้ฉันก็จะมีพี่เขยดีๆ แล้วปัญหาเรื่องแต่งงานของพี่ก็จะหมดไป พี่เป็นอาจารย์เขา รู้จักนิสัยใจคอเขาดีกว่าใคร ต่อไปถ้าพวกพี่แต่งงานกันรับรองว่าเข้ากันได้ดีแน่นอน…” หลิวเหมียวเหมี่ยวยิ้มร่า พูดถึงข้อดีต่างๆ นานา ที่พี่สาวจะได้ถ้าคบกับเฉินเซิง


    “เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ถ้าเธอยังพูดแบบนี้อีกระวังฉันจะฉีกปากเธอ” แค่คิดว่าต้องมาแกล้งเป็นแฟนกับลูกศิษย์ ก็เขินจะแย่แล้ว หลิวเหมียวเหมี่ยวยังจะให้เธอรักกันจริงๆ อีก เธอเลยเริ่มโมโห


    ได้ยินพี่สาวโมโหจริงๆ หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ไม่กล้าล้อเล่นเรื่องนี้อีก ถึงแม้ว่าปกติหลิวซือซือจะเป็นคนอ่อนโยน แต่ถ้าใครมาแตะเส้นตายของเธอ เธอก็ไม่ไว้หน้าเช่นกัน

    “พี่คะ ตกลงตามนี้นะคะ พี่ไปเก็บเสื้อผ้าที่มหาลัยก่อน เดี๋ยวฉันให้พี่เขยขับรถไปรับ…”


    หลิวซือซือถามอย่างไม่เข้าใจ “ใครพี่เขยเธอ? เธอถึงมีพี่เขยตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วเธอจะให้พี่ไปไหน?”


    “พี่เขยที่ฉันพูดถึง ก็คุณลุงเฉินไงคะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวหันไปแลบลิ้นใส่เฉินเซิง “พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะมาเจียงเฉิง พี่ต้องรีบไปหาพี่เขยที่บ้านก่อน เพื่อปรับตัว จำไว้นะคะ ตอนนี้พวกพี่เป็นแฟนกันแล้ว พี่ต้องทำตัวให้เข้ากับบทบาท เจอกันก็ต้องทำตัวหวานชื่น รักใคร่กันหน่อยอย่าให้พ่อกับแม่จับได้ก็แล้วกัน”