“เสี่ยวซี.. พี่ใหญ่ข้าล่ะ?” ไป๋ซูเถียนเอ่ยถามทันที่ก้าวเท้าเข้าประตูมา ด้านหลังของนางมีเกาเหลียงเดินกะเผลกตามมาด้วย เพราะรู้ว่าเรือนบ่าวด้านหลังยังมีห้องเหลือ นางจึงอยากขออนุญาตพี่ชายให้เกาเหลียงมาพักที่บ้านด้วยกัน
“นายท่านให้คนมาแจ้งว่าวันนี้จะค้างที่สถานศึกษาเ้าค่ะ”
หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ นึกผิดหวังอยู่บ้าง ปกติแล้วไป๋ซีเฉิงมักจะค้างที่สถานศึกษาสามหรือสี่วันจึงจะกลับบ้านสักครั้ง ทว่าสองสามวันที่ผ่านมาเขากลับมาทานข้าวเย็นกับนางทุกวัน ทำให้ไป๋ซูเถียนเกือบติดเป็นิสัยไปโดยไม่รู้ตัว
“นายท่านส่งของมาให้ท่านด้วยนะเ้าคะ บ่าววางไว้ในห้องแล้วเ้าค่ะ” เสี่ยวซีเอ่ย
“เอ๋..อะไรหรือ?”
ไป๋ซูเถียนมองข้าวของตรงหน้าด้วยหัวใจที่อุ่นวาบ บนโต๊ะมีขนมแบบเดียวกับที่นางทานวันนั้นสองกล่อง ชุดกระโปรงสตรีสีเหลืองนวล และสีเขียวอ่อนอย่างละชุด ของเหล่านี้แม้ไม่มากมาย ผ้าที่ใช้ก็ธรรมดาไม่ได้หรูหรา กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าไป๋ซีเฉิงใส่ใจน้องสาวของตนมาก
‘เหตุใดไป๋ซูเถียนคนเก่าจึงไม่สนิทกับพี่ชายนะ?’
ราวกับนางมารรับรู้คำถามของนาง คืนนั้นนางฝันเห็นอดีตของไป๋ซูเถียนส่วนที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในนิยาย
ครอบครัวสกุลไป๋ เป็ครอบครัวนักเวทย์ บิดามารดาพบรักกันในสถานศึกษา มารดาของนางเป็ชาวแคว้นสือหลง ส่วนบิดาเป็ชาวแคว้นหนิง อันเป็แคว้นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับสือหลงและมีความสัมพันธ์อันดีมาช้านาน
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาอย่างรวดเร็ว หลังจากศึกษาจบ พวกเขาก็แต่งงานกันและย้ายกลับไปแคว้นหนิง บิดาของนางได้รับความสำคัญเลื่อนขั้นเป็จอมเวทย์แห่งแคว้น ส่วนมารดาแม้ฝีมือด้านเวทย์ไม่เก่งอะไรนัก แต่กลับเก่งเื่การบ้านการเรือน ครอบครัวอันเพียบพร้อมสูงศักดิ์มีบุตรด้วยกันสามคน คุณชายใหญ่ไป๋ซีเฉิง คุณหนูใหญ่ไป๋ซือหลิง และคุณหนูรองไป๋ซูเถียน
เมื่อไป๋ซีเฉิงเติบใหญ่จนอายุได้สิบสามปีก็ส่อแววเป็อัจฉริยะ สองสามีภรรยาจึงคิดส่งเขากลับไปเรียนเวทย์ที่แคว้นสือหลงอันเป็แคว้นใหญ่ ส่วนไป๋ซูเถียนที่อายุห้าขวบ และพี่สาวที่อายุเก้าขวบยังไม่ถึงวัยจึงไม่อาจไปด้วยได้
ในฝันนางเห็นเด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวจัด ร่ำไห้อาละวาดจนหน้าแดงก่ำกอดคอพี่ชายแน่นไม่ยอมให้เขาจากไป เด็กหญิงอีกคนที่โตขึ้นมาอีกหน่อยใบหน้าส่อแววงามล้ำยืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆ เช่นกัน บรรยากาศแห่งการจากลาเนิ่นนาน กระทั่งไป๋ซีเฉิงยังถึงกับหันมาบอกกับบิดามารดาว่าเขาเปลี่ยนใจไม่อยากไปแคว้นสือหลงแล้ว
แต่สุดท้ายไป๋ซีเฉิงก็ยังต้องจากไป.. ทิ้งน้องสาวสองคนที่สนิทสนมรักใคร่อย่างยิ่งไว้กับบิดามารดา
หนึ่งปีหลังจากนั้นชีวิตของไป๋ซูเถียนเกิดการพลิกผัน บิดาเป็จอมเวทย์ที่เก่งกาจกลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นักเวทย์สายมาร ถูกาาแคว้นหนิงสั่งปะา ทั้งยังออกคำสั่งไล่ล่าครอบครัวของเขาให้ตายตกตามกัน
ใจกลางป่าลึก มารดาของทั้งสองกำลังดึงความสนใจทหารไว้ขณะที่บอกให้บุตรสาวทั้งสองหลบอยู่ในพุ่มไม้รกทึบ ไป๋ซูเถียนวัยหกขวบได้ยินเสียงต่อสู้เงียบลงครู่หนึ่งแล้วก็คิดจะชะโงกหน้าออกไปมองมารดา แต่กลับถูกพี่สาวดึงมากอดไว้
‘นิ่งไว้เถียนเอ๋อ …’ ไป๋ซือหลิงเอ่ยกำชับเสียงสั่น ขณะที่เอื้อมมือมาปิดหูของน้องสาวไว้ กระนั้นก็ยังไม่อาจปกปิดเสียงผ้าที่ฉีกขาดและหัวเราะชั่วร้ายของทหารด้านนอกดงไม้ได้ เด็กสาวไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดพี่สาวจึงได้สะอื้นหนักหน่วงเช่นนั้น
เกือบครึ่งชั่วยาม ที่เสียงแปลกๆ เ่าั้ดำเนินไป ก่อนที่เหล่าทหารจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ‘ตามหาเด็กให้เจอ พวกนางต้องอยู่แถวๆ นี้ล่ะ’
กระทั่งพงหญ้าที่ถูกถางใกล้เข้ามา พี่สาววัยสิบขวบของนางก็กอดร่างเล็กของนางไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยกระซิบเจือสะอื้น ‘เถียนเอ๋อ .. อีกสักครู่ไม่ว่าจะได้ยินอะไรก็ห้ามส่งเสียง เข้าใจหรือไม่?’
ไป๋ซูเถียนไม่เข้าใจ พี่สาวจะทิ้งนาง เหมือนบิดามารดาหรือ ‘ไม่นะ..ข้าไม่อยากอยู่คนเดียว’ เด็กสาวงอแงเสียงเบา นางยังรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้นางไม่อาจส่งเสียงดัง ทว่าไป๋ซือหลิงไม่อาจตามใจนางได้ นางต้องรีบไปให้ไกลจากบริเวณนี้แล้วค่อยเผยตัวออกมา
‘ไปหาพี่ใหญ่ … จำไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ’ ไป๋ซือหลิงจุมพิตศีรษะน้องสาวหนึ่งครั้ง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาััใบหน้าน้องสาว จากนั้นไป๋ซูเถียนก็ถูกเวทย์สะกดให้หลับไป
เด็กน้อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง รอบข้างเงียบสงัดใบหน้าเล็กมอมแมมยื่นออกไปนอกพุ่มไม้อย่างระแวดระวัง บนพื้นห่างไปไม่ไกลนัก ร่างเปลือยเปล่าที่คุ้นเคยนอนอาบแสงจันทร์อยู่เพียงลำพัง ใบหน้างดงามนั้นเหมือนจะลืมตาและหันมาทางพุ่มไม้ที่นางซ่อนตัวอยู่
เด็กหญิงเดินกึ่งวิ่งออกไปหามารดา ทว่าเสียงความเคลื่อนไหวใกล้ๆ ก็ทำให้เด็กน้อยรีบถอยกลับไปอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆ อีกครั้ง … จากนั้น…ภาพที่เห็นก็ทำให้เด็กสาวตัวสั่น
ร่างบอบช้ำของพี่สาววัยสิบขวบที่เติบโตมาด้วยกัน ถูกลากมากับพื้นโดยการจับข้อเท้าหนึ่งข้าง ทว่านางกลับไม่ขยับ แขนสองข้างชูเหนือศีรษะไร้ปฏิกิริยา ใบหน้างามลืมตาค้าง ไร้ลมหายใจ ไร้ิญญา กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดแดงสิบกว่าคนเดินพลางหัวเราะพลางดูอารมณ์ดีอย่างมาก
‘เสียดายจริงหาอีกคนไม่เจอ ได้ยินว่าอายุแค่หกขวบเท่านั้น ทั้งยังหน้าตางามมาก’
‘เท่านี้ยังไม่พอใจอีกหรือ? เด็กหายไปคนหนึ่ง เ้าควรเอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าจะรายงานเบื้องบนเช่นไร?’
‘เชอะ.. มีอะไรต้องคิด เด็กตัวเท่านั้นจะรอดจากป่านี้ไปได้หรือ?’
หนึ่งในนั้นมองศพเปลือยช้ำ แล้วเอ่ยคล้ายจะกลัวความผิด ‘ทำอย่างนี้จะไม่เป็ไรจริงหรือ?’
‘เฮอะไม่ต้องกลัวหรอก ครอบครัวมารชั้นต่ำ พวกเราทำอะไรก็ไม่ผิดทั้งนั้น’
เด็กน้อยวัยหกขวบไม่อาจขยับสายตาไปที่ใดคล้ายถูกสะกด นั่งนิ่งตัวแข็งอยู่อย่างนั้น นางไม่รู้ว่าตนเองหายใจหรือไม่ แม้กระทั่งเสียงหัวใจที่เคยเต้นรัวก็ยังค่อยๆ เบาลงไปจนเกือบหยุดเต้น …กระทั่งพวกมันมัดร่างของมารดาและพี่สาวของนางไว้ด้วยกัน แล้วใช้เวทย์ไฟเผาร่างทั้งสองต่อหน้านาง
เถียนเอ๋อ …เก่งมาก
เถียนเอ๋อ… เด็กดี
เถียนเอ๋อ… มานี่สิ
แผ่นหลังแข็งแรงของบิดาที่เคยแบกนาง อ้อมกอดอบอุ่นของมารดาที่นางโหยหา เสียงอ่อนโยนของพี่สาวยามปลอบประโลมนาง สิ่งล้ำค่าเหล่านี้ถูกเหยียบย่ำบดขยี้ทำลายลงต่อหน้าต่อตา
คนร้ายจากไปหมดแล้ว เสี่ยวเถียนค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเถ้ากระดูกกองนั้นช้าๆ ย่างก้าวเล็กกลับมั่นคงมาก ทุกก้าวที่เดิน เส้นสายสีดำเล็กบนพื้นก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ รวมตัวกันเป็เงาดำด้านหลังนาง
เด็กน้อยยืนนิ่งอยู่หน้าซากร่างไหม้เกรียมนั้นอย่างสงบ ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบเงินแดงก่ำดูมืดมนกว่าทุกครั้ง นางไม่ร้องไห้ ไม่เอ่ยอะไรออกมา เพียงแค่มองกระดูกกองนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า
‘อยากแก้แค้นหรือไม่ …?’ เสียงเอ่ยกังวาน เงาด้านหลังก็ปรากฏขึ้นชัดเจนอย่างมาก ทว่าไป๋ซูเถียนวัยหกขวบไม่รู้จักคำว่าแก้แค้นจึงไม่ได้ใส่ใจประโยคนั้น นางไม่ได้หันหลังไปมองด้วยซ้ำ
‘หึหึ.. ไม่เข้าใจหรือ .. เช่นนั้น… เ้าอยากฆ่าพวกมันหรือไม่?’
ร่างเล็กสะดุ้งวาบ ‘ฆ่าหรือ..?’ สมองน้อยๆ จินตนาการถึงมดและแมลงที่ถูกบี้ตาย นกกระจาบตัวเล็กที่ถูกศรทำร้าย …นางเคยร้องไห้เพื่อพวกมัน.. ทว่ายามนี้ เพียงจินตนาการถึงร่างแหลกเหลวของคนกลุ่มเมื่อครู่ ดวงตากลมโตก็ปรากฏร่องรอยตื่นเต้นสนุกสนาน
‘ฟึ่บบบ…’ ปราณสีดำเส้นหนึ่งพุ่งออกจากร่างของเงาสีดำนั้น ก่อนจะหายเข้าไปในร่างเล็กเพียงชั่วพริบตา
มารร้ายตะลึงไปวูบหนึ่งก่อนจะหัวเราะร่า ‘ฮ่าฮ่าฮ่า…. ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น’ แม้จะเอ่ยว่าไม่ต้องรีบร้อน แต่ในใจของเงาสีดำกลับร้อนรนอย่างมาก ทั้งยินดีและหวาดหวั่น…
เป็เด็กคนนี้จริงๆ !
‘ข้าอยากฆ่าพวกมัน’ เสียงใสเอ่ยนิ่ง หลังได้รับเส้นสายสีดำนั้นเข้าร่างรังสีอำมหิตในตัวของเด็กน้อยก็ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
เงาสีดำแบมือออก ในมือของมันมีลูกแก้วดำสนิทลูกหนึ่งปรากฏอยู่ ‘ก่อนเ้าจะอายุครบสิบแปดปี หากดูดซับมันหมดได้ เ้าจะสามารถฆ่าใครก็ได้ที่เ้า้า’ เงามารเอ่ยน้ำเสียงกังวาน เสียงนั้นประทับลงในสมองของเด็กน้อยอย่างลึกล้ำ
‘ขอเพียงมีพลังแกร่งกล้า ไม่ว่าเ้าจะปรารถนาสิ่งใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น’
มารร้ายมอบลูกแก้วสีดำให้นาง และหนังสือเวทย์สายมารเพื่อสอนให้นางดูดซับ จากนั้นก็ทิ้งนางไว้ในป่าเพียงลำพัง
ไป๋ซูเถียนแม้อายุยังน้อยก็เป็อัจฉริยะคนหนึ่ง นางรู้ดีว่าในแคว้นแห่งนี้มีอันตรายรอบด้าน นึกถึงพี่ชายคนโตที่ตอนนี้อยู่ที่แคว้นสือหลงจึงคิดจะเดินทางไปหา เด็กหญิงโซซัดโซเซออกจากแคว้นหนิง ปลอมตัวเองเป็ขอทาน ตลอดทางต้องอดอยากถึงกับแย่งอาหารกับสุนัข แอบฝึกฝนปราณมาร ทั้งยังเกือบถูกจับไปขายเป็ทาส
นั่นเป็ครั้งแรกที่นางใช้ปราณมารสังหารคน!
เด็กน้อยสังหารพ่อค้าทาส ช่วยปลดปล่อยคนกลุ่มใหญ่ให้เป็อิสระ ทว่านางกลับไม่ได้รับแม้กระทั่งคำขอบคุณจากพวกเขาเ่าั้ ทาสแต่ละคนมองนางด้วยดวงตาหวาดกลัวและเกลียดชัง ทั้งยังปาหินขับไล่นาง พยายามจะะโเรียกทหารมาจับ เด็กหญิงตัวเล็กเหลือบมองกลุ่มคนที่ตนช่วยไว้อย่างเ็าก่อนจะเดินจากมา ความตั้งมั่นในใจดวงน้อยยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ
‘เกลียดมารนักหรือ? วันหนึ่งข้าจะเป็มารที่ยิ่งใหญ่ใต้หล้า! กลับมาฆ่าล้างแคว้นหนิงให้ราบคาบ!’
เกือบสามเดือนที่ต้องเร่ร่อน ในที่สุดไป๋ซูเถียนก็เดินทางมาถึงแคว้นสือหลง ได้พบกับพี่ชาย
ไป๋ซีเฉิงรับฟังเื่ราวด้วยสีหน้าเช่นไรนั้นผู้เป็น้องไม่ได้ใส่ใจ …นางไม่ได้มองหน้าเขาด้วยซ้ำ ลึกๆ แล้วเด็กน้อยนึกริษยาที่พี่ชายยังคงใช้ชีวิตสุขสงบ ขณะที่นางต้องผ่านอะไรมามากมาย ดังนั้นท่าทางที่มีต่อพี่ใหญ่ที่เคยสนิทสนมรักใคร่จึงเปลี่ยนเป็เ็า
ไป๋ซีเฉิงไม่ได้เอ่ยถึงเื่ล้างแค้น ที่จริงพี่ชายของนางไม่พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่พยายามดึงนางไปกอดด้วยมือสั่นๆ ทว่าไป๋ซูเถียนไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เมื่อใจนางต่อต้านปราณมารในตัวก็ผลักไป๋ซีเฉิงจนกระเด็นออกไป ในความทรงจำนั่นเป็ครั้งสุดท้ายที่พี่ชายพยายามจะัันาง
เพราะไม่อาจอยู่แคว้นหนิงได้ พวกนางพี่น้องจึงตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่จักรวรรดิสือหลงแทน ที่นี่เจริญรุ่งเรือง ผู้คนพลุกพล่าน เพราะพวกนางไม่มีเงินความเป็อยู่จึงค่อนข้างลำบาก… พี่ชายที่นางไม่ชอบหน้าคนนั้นกลางวันเรียนกลางคืนทำงานทั้งหมดก็เพื่อให้มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน
ไป๋ซูเถียนไม่อยากอยู่เฉยๆ จึงออกล่าสัตว์ด้วยเวทย์มาร แค่ครั้งแรกก็ล่ากระต่ายมาได้เกือบสิบตัว
ไป๋ซีเฉิงมองสัตว์ที่ตายด้วยฝีมือน้องสาวนิ่งๆ ไม่รู้คิดอะไรแต่เขาไม่ยอมกินสัตว์เ่าั้และไม่ยอมให้น้องสาวกินเช่นกัน ชายหนุ่มนำพวกมันไปขาย และแลกเป็เงินและซาลาเปาสองลูกมาให้ หลังจากนั้นก็สั่งไม่ให้นางออกจากบ้านอีก
‘ไม่เหนื่อยก็ดี’ เด็กสาวอายุหกขวบคิดได้เท่านี้ จากนั้นก็ตั้งตาดูดลูกแก้วมารเข้าร่างต่อไป
การฝึกเวทย์มารตามตำรา เธอต้องดูดปราณมารเข้าร่างสิบวัน ก่อนจะหลับไปสิบวัน หลังจากตื่นขึ้นมาเธอจะกระหายเืสดๆ อย่างมาก ต้องเตรียมไว้รอไม่เช่นนั้นจะบ้าคลั่งอาละวาด
น่าแปลกที่พี่ชายเธอไม่ได้ไถ่ถามเวลาที่นางนอนหลับถึงสิบวันนั้น เขาเพียงแค่พยายามทำงานอย่างหนักเพื่อซื้อสาวใช้มาคอยดูแลนาง และนั่นก็คือเสี่ยวซี
ปีต่อมาไป๋ซีเฉิงเรียนจบ เร็วกว่ากำหนดถึงหนึ่งปี เพราะความอัจฉริยะจึงถูกทาบทามรับตำแหน่งอาจารย์ในสำนักศึกษา กลายเป็อาจารย์น้อยวัยสิบห้า ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
ชีวิตสองพี่น้องเริ่มดีขึ้น ทว่าความสัมพันธ์ยิ่งนานยิ่งเหินห่าง พี่ชายเห็นหน้านางก็ทำหน้าเคร่งเครียดทุกครั้ง เขาทำงานหนักมากและไม่ค่อยกลับบ้าน… ทำงานขนาดนี้น่าจะมีบ้านดีๆ ได้ด้วยซ้ำ แต่เขากลับไม่ยอมย้ายบ้าน หรือแม้แต่ใช้เงินฟุ่มเฟือยสักครั้ง แม้แต่คนรับใช้ก็ยังมีแค่เสี่ยวซี และลุงโม่ที่ทำงานทั่วไป
หลังจากนั้นไม่นาน ไป๋ซูเถียนก็ได้รู้จักกับเจิ้งซือิที่ตอนนั้นยังเป็รองแม่ทัพ … เจิ้งซือิเพิ่งกลับเข้าเมืองก็มาเยี่ยมเยียนนาง ทั้งยังเอ่ยถึงสัญญาหมั้นที่มารดาทั้งสองมีต่อกันั้แ่สมัยอยู่แคว้นสือหลง
สัญญาหมั้นปากเปล่าจะยกเลิกเสียก็ได้ ทว่าไป๋ซูเถียนกลับมองการณ์ไกล ฝ่ายตรงข้ามมีตำแหน่งสำคัญ ไม่แน่วันหน้าอาจเป็ประโยชน์ต่อการแก้แค้นของนาง เช่นนั้นเด็กสาวจึงไม่ได้แสดงอาการต่อต้านการหมั้นหมายครั้งนี้
เสียดายไอชั่วร้ายในตัวนางรุนแรงนัก ทั้งยังมีท่าทางเ็าไร้ใจ เจิ้งซือิแม้ซื่อสัตย์สุดท้ายก็หลอกตัวเองต่อไปไม่ได้ จึงเป็ที่มาของการขอถอนหมั้น และภายหลังเขาเลือกที่จะหลงรักหลันซีเซียนที่อ่อนหวานน่าทะนุถนอมแทน
ไป๋ซูเถียนทั้งเสียหน้าและเสียแผนจึงพาลโกรธทั้งเจิ้งซือิและหลันซีเซียนจนไม่ยอมมองหน้า กระทั่งสุดท้ายนางได้พบ หลี่ิ จักรพรรดิแห่งแคว้น นางจึงค่อยคลายความโกรธนั้นลงบ้าง
เพียงครั้งแรกที่เห็นไกลๆ … หัวใจของนางก็สั่นไหว รู้สึกคล้ายได้พบอะไรบางอย่างที่รอคอยมานาน เหมือนตนเกิดมาเพื่อพบเขาเท่านั้น ความลุ่มหลงอันรุนแรงเข้าครอบงำจิตใจของไป๋ซูเถียน เมื่อรู้ว่าเขาให้ความสำคัญกับองค์หญิงต่างแคว้นถึงกับตั้งเป็น้องบุญธรรม นั่นทำให้นางริษยาพยายามสังหารหลันซีเซียน… ภายหลังยังจับจักรพรรดิหลี่อิงไปขังไว้ และถูกัตัวใหญ่ที่เหาะลงมาจากฟ้าตะปบจนร่างแหลกเหลวตายในที่สุด
‘หลี่อิง… ท่านเป็ของข้าเท่านั้น!’
…เสียงหัวเราะชั่วร้ายเจือด้วยความเศร้า
…ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยรอยเืและน้ำตา
เื่เหล่านี้เป็เพียงนิยายจริงหรือ?!
บนเตียงไม้ในห้องนอน หญิงสาวงดงามนอนกระสับกระส่ายเพราะฝันร้าย จิตบ้าคลั่งและความแค้นอาฆาตในร่าง ดึงดูดเส้นสายสีดำเส้นหนึ่งลอยผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ก่อนจะพุ่งเข้าไปในร่างของนาง ร่างบอบบางเกร็งขึ้นคล้ายพบความเ็ป ทว่าครู่เดียวเท่านั้น… ปราณสีดำที่ไหลวนอยู่ในร่างกลับสลายหายไปคล้ายไม่เคยมีอยู่…