ชัยชนะอันสมบูรณ์แบบเหนือเกาเฟิงได้เปลี่ยนแปลงสถานะของเฟยหลงในสำนักไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องเขาอย่างเปิดเผยอีกต่อไป สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความยำเกรงและความหวาดระแวง เฟยหลงได้ความสงบสุขที่เขาต้องการกลับคืนมา...แต่มันเป็นความสงบสุขที่มาพร้อมกับความโดดเดี่ยว
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์ ศิษย์พี่หลี่หยางก็ได้เข้ามาทักทายเขาด้วยรอยยิ้มที่จริงใจกว่าครั้งไหนๆ
"ศิษย์น้องเฟยหลง! การต่อสู้ในวันนั้นของเจ้ายอดเยี่ยมมาก! เจ้าทำให้เกาเฟิงที่หยิ่งผยองนั่นหุบปากไปได้สนิทเลย!" เขากล่าวอย่างชื่นชม "ตอนนี้เจ้าก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ข้าคิดว่าถึงเวลาที่เจ้าควรจะได้รับรู้เรื่องราวภายในสำนักของเราอย่างแท้จริงเสียที"
เฟยหลงพยักหน้ารับด้วยความสนใจ
หลี่หยางเริ่มอธิบายขณะที่ทั้งสองเดินไปตามทางเดินที่สวยงามของสำนัก "อย่างที่เจ้ารู้...ศิษย์ในสำนักมังกรครามแบ่งออกเป็นสามระดับใหญ่ๆ"
"หนึ่งคือ ศิษย์สายนอก ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด พวกเขาพักอาศัยรวมกันในหอพักทางทิศตะวันออก เรียนวิชารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ และมีสิทธิ์เข้าหอคัมภีร์ได้เพียงสามชั้นแรก เป้าหมายของพวกเขาก็คือการสะสมคะแนนสมทบและผ่านการทดสอบอันสุดโหดเพื่อเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายใน"
"สองคือ ศิษย์สายใน คือกลุ่มที่เป็นกำลังหลักของสำนัก มีประมาณห้าร้อยกว่าคน พวกเขามีเรือนพักส่วนตัว ได้รับทรัพยากรมากกว่า และเข้าถึงหอคัมภีร์ได้ถึงชั้นที่หก ศิษย์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้มาจากตระกูลใหญ่หรือเป็นอัจฉริยะที่เลื่อนขั้นมาจากศิษย์สายนอก"
"และสุดท้าย...คือ ศิษย์สายหลัก" หลี่หยางมองมาที่เฟยหลง "ซึ่งก็คือเจ้ากับคุณหนูไป๋หลินในตอนนี้ ศิษย์สายหลักคือผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุด มีจำนวนไม่ถึงยี่สิบคน สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราไม่ใช่การเข้าถึงทรัพยากร...แต่คือการมีโอกาสได้รับเลือกจากท่านผู้อาวุโสหรือปรมาจารย์ของสำนักให้เป็น 'ศิษย์ส่วนตัว' เพื่อรับการถ่ายทอดวิชาแก่นแท้โดยตรง"
หลี่หยางพาเฟยหลงเดินมาจนถึงจัตุรัสกลางสำนัก ที่ใจกลางนั้นมีแท่นศิลาสีดำสนิทขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ มันดูดกลืนแสงและให้ความรู้สึกที่ลึกล้ำโบราณ
"และนี่คือ 'ศิลาสะท้อนมังกร'" เขากล่าว "ศิษย์ใหม่ทุกคน โดยเฉพาะศิษย์สายหลัก จะต้องมาทำการ 'วัดระดับพลัง' ที่นี่ เพื่อให้สำนักประเมินและจัดหาแนวทางการฝึกฝนที่เหมาะสมให้"
"วัดระดับพลัง?" เฟยหลงทวนคำ
"ใช่แล้ว" หลี่หยางชี้ไปที่ศิลา "สำนักของเราไม่ได้วัดกันที่พลังทำลายล้าง แต่เป็นการวัดระดับความเข้าใจใน 'เส้นทางแห่งมังกร' ซึ่งมีอยู่ 5 ขั้นใหญ่ และแต่ละขั้นก็มี 3 ระดับย่อย คือ ขั้นต้น, ขั้นกลาง, และขั้นปลาย"
"ศิษย์สายนอกส่วนใหญ่อยู่ใน ขั้นก่อกำเนิด...ศิษย์สายในและยอดฝีมืออย่างพวกเฉินซานหรือเฟิงอิ่ง อยู่ใน ขั้นธาราไหล...ส่วนเจ้า เฟยหลง" หลี่หยางมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน "จากที่เจ้าแสดงให้เห็น...ความเข้าใจของเจ้าได้ก้าวล่วงเข้าไปใน ขั้นวังวน แล้ว ซึ่งเป็นขอบเขตที่แม้แต่ศิษย์พี่สายหลักระดับสูงหลายคนยังไปไม่ถึง นั่นคือเหตุผลที่ทุกคนตกตะลึงในตัวเจ้า"
"ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมีพิธีต้อนรับศิษย์ใหม่อย่างเป็นทางการ เจ้าและคุณหนูไป๋หลินจะต้องมาทดสอบพลังของพวกเจ้าต่อหน้าท่านผู้อาวุโสทุกคนที่นี่"
หลี่หยางถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวเรื่องที่สำคัญที่สุด "เฟยหลง เจ้าต้องรู้ไว้ว่า...สำนักของเราไม่ได้สงบสุขอย่างที่เห็นภายนอก เหล่าผู้อาวุโสเองก็แบ่งออกเป็นสองฝ่ายใหญ่ๆ"
"ฝ่ายแรกคือ 'ฝ่ายยุทธ์วิถี' นำโดยท่านผู้อาวุโสไป๋อี้เฉิน (คนที่ชมเจ้าในวันแรก) ฝ่ายนี้เชื่อมั่นในพลังและพรสวรรค์ส่วนบุคคลเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาสนับสนุนการค้นหาอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศโดยไม่สนใจพื้นเพหรือตระกูล"
"ส่วนอีกฝ่ายคือ 'ฝ่ายยุทธศาสตร์' นำโดยท่านผู้อาวุโสไป๋อี้ฟาน (คนที่คัดค้านเจ้า) ฝ่ายนี้ให้ความสำคัญกับความมั่นคง พันธมิตร และธรรมเนียมปฏิบัติ พวกเขามองว่าการรับคนนอกที่ไร้รากเหง้าเข้ามาเป็นภัยคุกคามต่อสมดุลอำนาจที่พวกเขาสร้างไว้กับตระกูลอื่นๆ เกาเฟิงก็คือหลานคนหนึ่งของผู้อาวุโสในฝ่ายนี้"
"การปรากฏตัวของเจ้า...ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของฝ่ายยุทธ์วิถี" หลี่หยางกล่าวสรุป "และในขณะเดียวกัน...ก็ได้กลายเป็นหนามยอกอกของฝ่ายยุทธศาสตร์เช่นกัน...พวกเขาจะไม่มีวันยอมให้เจ้าเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายๆ แน่ การทดสอบพลังที่กำลังจะมาถึง...จะเป็นเวทีที่พวกเขาพยายามจะหาทางกดเจ้าลงให้ได้"
เฟยหลงยืนนิ่งอยู่หน้าศิลาสะท้อนมังกร...ในที่สุดเขาก็เข้าใจภาพรวมทั้งหมด...
เขาไม่ได้เป็นเพียงศิษย์ใหม่ที่เข้ามาเรียนรู้วิชาอีกต่อไป...แต่เขาได้กลายเป็นหมากตัวสำคัญบนกระดานการเมืองของสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งนี้ไปโดยไม่รู้ตัว
และพิธีวัดระดับพลังที่กำลังจะมาถึง...ก็คือการเดินหมากครั้งต่อไปของสงครามที่มองไม่เห็นนี้