|บทที่๔| ข้ามันลูกทุ่ง ข้านอนมุ้งสี่่หู ข้าพูดเอ็ง มึงกูฟังดูก็ตรงหนักหนา
“นี่มันอะไรกันครับ?” สัตบรรณถามขึ้นอย่างงงงงวย ทุกคนที่เหลือไม่ว่าจะเป็นายชด นางแย้ม หรือชวนชม ต่างพากันหันสบตามองกันเองอย่างโคตรงง
“ผมเองก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ของคุณปู่เดชกับคุณย่ามะลินะครับ แต่ในพินัยกรรมได้ระบุเอาไว้อย่างนี้จริงๆ ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองอ่านเองดูอีกทีนะครับ” ทนายกล่าวยืนยันพร้อมทั้งยื่นเอกสารในมือมาให้ ทั้งเดซี่ทั้งสัตบรรณรีบจะถลากันเข้ามารับเอกสารไปอ่านแทบหัวจะชนกัน
“อ่ะ คุณเอาไปอ่านก่อนละกัน” สัตบรรณส่งเอกสารพินัยกรรมฉบับเต็มส่งให้กับเดซี่ เดซี่ดึงไปจากมือเขาอย่างฉุนๆ ก้มลงอ่านจนถี่ถ้วนสองรอบเสร็จแล้วอยากจะขยำทิ้งแต่โดนมือใหญ่ๆ ของสัตบรรณเบรกไว้
“คุณ นี่มันเอกสารสำคัญนะ ไม่ใช่เอะอะก็จะขยำทิ้งได้ตามอำเภอใจ” ชายหนุ่มตำหนิเธอพร้อมกับดึงเอกสารนั้นกลับไปอ่าน ส่วนทนายพอเห็นเธออ่านจบแล้วก็ทวนความว่าเธอจะสามารถเลือกเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ ซึ่งถ้าเธอเลือกข้อสอง จะต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของสัตบรรณ
เดซี่ะเิอารมณ์ใส่ทนายทันที
"ไม่ ฉันไม่เลือก! ทำไมฉันต้องเลือกเงื่อนไขบ้าๆ พวกนี้ด้วย เงื่อนไขบ้าบออะไรกัน ให้ฉันฟื้นฟูกิจการห่วยๆ พวกนั้นภายในเวลาแค่ 3 เดือน ใครจะไปทำได้”
“ถ้าอย่างนั้นคุณเดซี่ก็คงต้องเลือกเงื่อนไขข้อสอง” ทนายแนะนำ
“นั่นยิ่งบ้าบอเข้าไปใหญ่ เบ้าหน้าอย่างนายคนนี้อ่ะนะจะให้ฉันจดทะเบียนสมรสด้วย ฝันไปเหอะ!" เดซี่ว่า สัตบรรณได้ฟังปุ๊บเงยหน้าจากเอกสารในมือแล้วสวนกลับใส่เธอทันที
“แล้วคิดว่าผมจะสมัครใจยอมเป็ตัวเลือกให้คุณงั้นเหรอ? ต่อให้ผู้หญิงตายเกลี้ยงหมดโลกแล้วเหลือแค่คุณคนเดียว ผมก็ไม่เอามาทำเมียหรอก รู้ไว้ซะ!”
“อร๊าย นายบ้า!” เดซี่โมโหเืขึ้นหน้า
“คุณสิบ้า!” สัตบรรณก็เริ่มจะหมดความอดทนเหมือนกัน “คิดว่าตัวเองเลิศเลอมาจากแดนฟ้าแดน์ที่ไหนหรือไง ผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน บ้าสมบัติอย่างคุณ ขืนใครจดทะเบียนสมรสด้วยก็มีหวังโดนล้างผลาญหมดตัว”
จังหวะที่สองคนกำลังเปิดฉากทะเลาะกันอย่างหน้าดำหน้าแดง ทนายหยิบเอกสารแนบท้ายคำสั่งในพินัยกรรมออกมาแถลงเพิ่มเติม ซึ่งทำเอาเดซี่ที่ทะเลาะอยู่กับสัตบรรณต้องหันมาฟังทนายอย่างอึ้งอ้าปากค้างอีกรอบ
"ทั้งนี้ หากแม้ว่า นางสาวเดสิตา แววประสพโชค ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขประการใดประการหนึ่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินแห่งมรดกตามรายการข้างต้นทั้งหมดจะตกเป็ของวัดและมูลนิธิสัตว์ ดังรายชื่อสถานที่ที่แนบท้ายมานี้"
"ไม่ได้นะ! ฉันไม่ยอมปล่อยให้สมบัติของคุณปู่คุณย่าตกไปเป็ของใครเด็ดขาด ตกลง! ฉันเลือกที่จะทำตามเงื่อนไขข้อแรก" เดซี่เชิดหน้าท้าทาย "แค่ทำกำไรให้ได้ 30% ภายใน3 เดือน สบายมาก ให้มันรู้ไปสิว่าระดับดีกรีดาวมหาลัยอย่างฉันจะทำไม่สำเร็จ" แน่นอนว่าเดซี่รู้ตัวเองดีว่าดีกรีตำแหน่งดาวมหาลัยที่เธอเคยใช้ความสวยใสมาดมั่นคว้ามานั้น มันไม่ได้การันตีคุณภาพความรู้ความสามารถของตัวเองได้เท่าไหร่
ก่อนหัวจะปวดไปกว่านี้ ทางทนายให้เดซี่เซ็นลงนามรับทราบก่อนจะขอตัวกลับไป แล้วบรรยากาศโดยรวมก็ไม่ต่างไปจากหลังงานเลี้ยงเลิก ลุงชด ป้าแย้ม และชวนชม ทยอยแยกย้าย เหลือเดซี่ยืนหงุดหงิดหน้าดำคล้ำเครียด ก่อนที่สัตบรรณจะบอกขึ้นว่า...
"ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าที่นี่บ้านผม"
"รู้ แล้วจะทำไม?" เดซี่เชิดหน้าใส่อย่างไม่แคร์ แม้จะรู้สึกเสียฟอร์มนิดๆ
"ก็ออกไปจากบ้านผมสิ" สัตบรรณชี้นิ้วไปทางลานจอดรถใต้หลังคามุงแฝกด้านข้างเรือน "รถคุณอยู่นู่น"
"นี่นาย คิดจะเชิญฉันให้พักอยู่ที่นี่ระหว่างเคลียร์เื่มรดกให้เรียบร้อยก่อนสักหน่อยไม่ได้เลยหรือไง คนบ้า ไม่หล่อแล้วยังใจดำ"
"ใช่ ผมมันทั้งไม่หล่อและโคตรใจดำ แล้วถ้าไม่ใช่เพราะว่ารถคุณมันกินพื้นที่ที่นาผม ผมคงไม่เสียเวลาให้คนไปลากมันขึ้นมาจากปลักควายให้คุณหรอก"
เดซี่อ้าปากจะพูด แต่สัตบรรณชิงพูดขึ้นก่อนอย่างยิ้มเยาะตรงมุมปาก
"อ้อ แล้วถ้าคุณไม่มีปัญญาจะไปพักที่ไหนอ่ะนะ ผมจะอนุญาตให้พักอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่คุณก็ต้องทำตัวให้เป็ประโยชน์" เขาบอกพร้อมกับชี้มือออกไปที่สวนกล้วยและแปลงผักสวนครัวหลังเรือน "คุณต้องทำงานเพื่อเป็การแลกเปลี่ยน งานง่ายๆ กล้วยพวกนั้นน่ะ เห็นไหม ขุดหน่อกล้วยขยายพันธุ์ซะหน่อย แล้วก็แปลงผักน่ะ มันยังขาดคนดูแล คุณดูแลมันทีละกัน ่นี้ฝนตกมั่ง ไม่ตกมั่ง รดน้ำพรวนดินแล้วก็ช่วยขนปุ๋ยคอกมาใส่ให้มันไปด้วยก็แล้วกัน"
"ว่าไงนะ? พูดเล่นหรือเปล่าเนี่ย สั่งให้คนอย่างฉันไปขุดดิน ขนปุ๋ยคอก? ฝันไปเถอะ!"
"ถ้าไม่ทำ ก็กลับออกไปซะ บ้านผมไม่ต้อนรับ ทางใครทางมันน่ะ รู้จักไหม?" เขาพูดแบบไม่มีเยื่อใย เสร็จแล้วทำท่าจะเดินกลับเข้าห้อง แต่เธอรีบตามและเอาตัวมาขวางไว้
“นี่ นาย!” เธอเอามือเท้าเอว จ้องหน้าเข้มๆ ของเขา “นายจะใจร้ายกับฉันมากเกินไปแล้วนะ อย่างน้อยๆ ฉันก็เป็หลานสาวแท้ๆ ของคุณปู่คุณย่าอดีตเ้าของบ้านหลังนี้”
เขายกมือกอดอกจ้องหน้าเธอพร้อมสวนกลับนิ่มๆ ว่า “ผมใจร้ายงั้นเหรอ? ถ้าแค่นี้เรียกใจร้าย คุณคงยังไม่รู้ว่ายังมีคนที่ใจร้ายกับคุณมากกว่าผมอีกเป็สิบๆ เท่า”
เดซี่นิ่วหน้า “นายหมายถึงใคร?”
“ก็ใครกันล่ะที่หลอกคุณมาที่นี่ แล้วแถมไม่บอกคุณเื่ที่ยืมเงินผม…" สัตบรรณเกือบเผลอหลุดปากพูดเื่ที่เดชากับดารกาพ่อและแม่ของเธอยืมเงินของเขายี่สิบล้าน แต่รีบยั้งปากเอาไว้
เดซี่นิ่วหน้างงหนัก “นายพูดอะไร? เงินอะไร?”
“ช่างเถอะๆ” สัตบรรณโบกมือปฏิเสธ “เอาเป็ว่าจะอยู่ที่นี่ก็ได้ แค่ช่วยทำตัวให้เกิดประโยชน์มั่งก็พอ”
“โอเค้ งั้นฉันจะช่วยดูแลพืชผักพวกนั้นให้ก็ได้ ถือซะว่าเอาบุญ” เธอบอก และคิดกับตัวเองว่าอย่างน้อยๆ คอยดูแลพวกกล้วยพวกผักเ่าั้มันก็ยังดีกว่าต้องมาคอยดูแลเขา เพื่อแลกกับการได้พักอยู่ที่นี่ระหว่างรอจนกว่าเธอจะตั้งหลักและคิดแผนฟื้นฟูกิจการของปู่กับย่าได้สำเร็จ
“จะคิดยังไงก็เอาเหอะ" เขาว่า "แค่อย่าสร้างความวุ่นวายให้ทุกคนที่นี่ต้องเดือดร้อนก็พอ”
พูดจบเขาก็เดินกลับเข้าห้องตัวเองไป เดซี่มองตามหลังอย่างโกรธๆ คิดว่าเธอเป็ตัวสร้างความวุ่นวายหรือไง ชักจะมากไปแล้ว คนอย่างเดซี่ไม่ได้ดีแต่สวยไปวันๆ หรอก มีเก่งมีดีอะไรแม่จะงัดออกมาโชว์ซะให้หมดเลยคอยดู! คิดอย่างหมายมาดแล้วเดินอาดๆ ไปทางห้องครัว เพื่อหวังจะเริ่มต้นปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูกิจการปู่ย่าโดยหวังจะมีมือขวาคล่องๆ และเป็งานเป็ผู้ช่วยสักคน
~♫~☆·.¸¸.·´`·.¸¸.♥·.¸¸.·´`·.¸¸.·☆~♫~
"พินัยกรรมอะไรของคุณท่านก็ไม่รู้นะแม่ ตั้งเงื่อนไขพิลึก" ชวนชมตามมารดามาช่วยตระเตรียมอาหารเช้าให้เ้านาย มือเตรียมไป ปากก็บ่นเ้านายไป "นี่ดีนะเนี่ย ที่คุณเสือไม่ยอมตกลงคล้อยตามไปกับเงื่อนไขข้อสองนั่น ไม่งั้นบ้านเราได้วุ่นวายแน่"
"แกสิที่พิลึก เื่ของเ้านาย แกจะไปยุ่งอะไรกับเขาด้วยห้ะ หน้าที่ของแกต่อไปต้องคอยช่วยดูแล เป็พี่เลี้ยงให้คุณหนู เพราะคุณหนูยังต้องพักอยู่ที่นี่อีกตั้งสามเดือน"
ชวนชมถอนใจยาวจนลมหมดท้อง แบะปากทำหน้าเซ็งๆ "ให้ฉันคอยเป็เบ๊ให้คุณหนูนั่นก็พูดมาตรงๆ เลยแม่.. ยัยคุณหนูผู้ดีตีนแดง โอ๊ยฉันล่ะเบื่อ!"
"ชวนชมจ๊ะ"
เสียงใสๆ พร้อมเ้าของเสียงที่จู่ๆก็โผล่เข้ามาในครัว ทำเอาชวนชมที่กำลังพูดพาดพิงถึง ถึงกับสะดุ้งโหยง หันไปยิ้มแหยๆ "คะ คุณหนู"
“ฉันจะมาชวนเธอไปเดินสำรวจตลาดหน่อยน่ะ” เดซี่บอกด้วยรอยยิ้มที่ผ่านการลดระดับความเย่อหยิ่งลงมาบ้างแล้ว ชวนชมนิ่วหน้าไม่เข้าใจ
“จะสำรวจมันทำไมคะตลาดน่ะ”
“ก็ถ้าจะทำการตลาด ก็ต้องสำรวจตลาด” เดซี่ว่า ชวนชมยังทำหน้างง เดซี่จึงเสนอเงินค่าจ้างให้ ทำเอาชวนชมหูผึ่ง หันไปทางมารดา ซึ่งนางแย้มเองนั้นก็พลอยเออออห่อหมก สนับสนุนให้ลูกสาวตนเองไปเป็เพื่อนเดินตลาดกับคุณหนูเป็อย่างดี
จนแล้วจนรอด เดซี่จึงได้มาเดินตลาดโดยมีชวนชมเป็ไกด์คอยนำทาง แต่เดซี่จะเอาอะไรกับไกด์นำทางอายุเพิ่งจะสิบเก้าและทโมนเป็ลิงอย่างชวนชม สองสาวก้าวลงจากรถคันหรูของเดซี่ เดินข้ามสะพานไม้กระดานเก่าๆ ที่ทอดยาวขนานไปกับริมคลอง ผู้คนไม่คึกคักแต่ก็ไม่ได้ดูเงียบเหงาวังเวงมากนัก บรรยากาศรอบด้านร่มรื่นเพราะห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ปลูกสลับกันสวยงามน่ามอง ตลอดสองข้างทางเดิน มีร้านรวงเล็กๆ จำหน่ายสินค้าพื้นบ้านแปลกตามากมายหลายสิบร้าน เดซี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแอบตื่นตาตื่นใจนิดหน่อย ชวนชมเองก็ลิงโลดที่ได้ออกมาเดินเที่ยวตลาดชิลด์ๆ แบบไม่ต้องเร่งรีบเหมือนทุกทีที่ออกมาจ่ายตลาดกับแม่ตอนเช้าๆ
เดซี่เดินหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงระยับเชิดหน้าหยิ่งๆ เมื่อผ่านร้านรวงต่างๆ ก็เหล่สายตามองเหล่าพ่อค้าแม่ขายชนิดหัวจรดเท้าแล้วเหยียดยิ้ม คิดในใจว่าชาวบ้านร้านตลาดพวกนี้ช่างไม่รู้ดูไม่ออกเอาเสียเลยว่าเดซี่นี่แหละคือว่าที่เ้าของตลาดคนต่อไป
“คุณจะลำบากมาเดินให้เสียเวลาทำไม?” ชวนชมเอ่ยถามตอนที่ต่างพากันเดินผ่านร้านค้าต่างๆ เข้ามายังโซนจำหน่ายอาหาร
“ก็ถ้าคิดจะฟื้นฟูกิจการของคุณปู่คุณย่า ฉันก็ต้องมาทำความรู้จักกับมัน ลงพื้นที่จริง เริ่มต้นกับตลาดริมน้ำนี่ล่ะ” เดซี่กวาดสายตามองบรรดาสินค้า ร้านรวง พ่อค้าแม่ขาย สภาพมอซอ สินค้าบ้านๆ อาจจะดูตื่นตาตื่นใจเพราะมันเป็ของแปลก แต่พอมองๆ ไปมันกลับดูโลว์คลาส ไร้ระดับ เดซี่คิดพิจารณาแล้วเอามือกอดอก ก่อนจะถอนใจบ่นๆ
“เฮ้อ! ต้องปรับปรุงใหม่ั้แ่สภาพตลาดยันพ่อค้าแม่ค้าเลยนะเนี่ย”
“ปรับปรุงทำไม? แบบนี้ก็ดีแล้ว” ชวนชมว่า
“เฮ้อ เธอนี่ช่างไม่รู้อะไรซะเลยนะชวนชม ตลาดและสินค้าของฉันจะต้อง Hi-end กว่านี้ แต่ในทางกลับกันฉันก็จะทำการตลาดแบบแมส Mass Marketing น่ะ รู้จักไหม?”
"อ๋อ อย่างนั้นเองเหรอ" ชวนชมทำหน้ารู้เื่ไปอย่างงั้นเองทั้งที่เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง
"ฉันจะต้องเริ่มขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมทุกระดับชั้น ั้แ่ระดับล่างไปจนถึงระดับไฮคลาส" เดซี่ตั้งเป้าอย่างหมายมาด
ชวนชมชักรำคาญ และขี้คร้านจะคอยตามประจบประแจง จึงขอปลีกตัวออกไปเดินดูข้าวของตามลำพัง
"นี่ แต่ฉันจ้างเธอมาเดินเป็เพื่อนนะ" ชวนชมไม่สนใจ เดินตัวปลิวเป็ลิงหายไปในกลุ่มฝูงชน เดซี่นิ่วหน้าตามเงาหลังไปและบอกตัวเองว่าช่างเถอะ เดินคนเดียวก็ได้ ก่อนจะยิ้มสวยๆ เดินนวยนาดเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่ง
แม่ค้าร้านกาแฟมองเดซี่ที่เดินกรีดกรายเข้ามาในชุดกระโปรงและรองเท้าสวยหรูหราคาดว่าคงเป็นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น รีบยิ้มแย้มบานแฉ่งร้อนรับอย่างดี
“รับอะไรดีจ๊ะคุณนาย”
เดซี่เบ้ปากทำหน้ายี้ทันทีที่โดนเรียกว่าคุณนาย เธอแค่เพิ่งจะยี่สิบห้าหยกๆ ยี่สิบหกหย่อนๆ ไม่ได้ดูแก่ขนาดต้องเรียกว่าคุณนายแบบนั้น แต่เอาเถอะ เธอยกโทษให้ก็ได้ บางทีแม่ค้ากาแฟคงมองเห็นออร่าความเป็ว่าที่เ้าของตลาดที่ทอประกายเจิดจรัสออกมาอย่างชัดเจนของเธอ พอคิดหลงตัวเองถึงขีดสุดขนาดนี้ได้แล้วเดซี่ก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะเชิดหน้าชูคอสั่งออเดอร์…
“ขอ iced cappuccino”
แม่ค้ากาแฟเลิกคิ้วสูง “หา? อะไรนะจ๊ะ?”
“ก็ ไอซ์ คาปูชิโน ไม่ได้ยินหรือไง?”
แม่ค้ากาแฟส่ายหัวยิ้มแหะๆ “ที่นี่ไม่มีของแบบนั้นหรอก มีแต่ชา กาแฟ โอเลี้ยง โอวันติล นมเย็น…”
เดซี่เอามือกอดอก ถอนหายใจฉุนๆ สั่งออเดอร์ออกไปอย่างตัดบท “เออๆ งั้นเอากาแฟเย็นก็ได้” แล้วก็บ่นมุบมิบๆ ด้วยความร้อนและหงุดหงิดเดินมานั่ง ซึ่งสภาพบรรยากาศภายในร้านก็ออกจะล้าสมัย ลูกค้าบางตาจนนับจำนวนคนได้ เดซี่คิดภาพแผนพัฒนาตลาดไปพลาง กวาดสายตามองดูผู้คนและร้านรวงต่างๆ ไปพลาง ซึ่งดูๆ ไปแล้ว ทำเลของตลาดน่าจะสามารถพัฒนาและอัพเกรดให้เลิศหรูกว่านี้ได้
ด้วยความร้อนความเหนื่อย กาแฟเย็นรสชาติบ้านๆ ไร้ระดับในที่สุดก็ถูกดื่มจนเกลี้ยงแก้ว แล้วเดซี่ก็ลุกขึ้นย้ายก้นตัวเองออกจากร้านหน้าตาเฉยจนแม่ค้ากาแฟต้องถลาเข้ามาถามอย่างสีหน้าประหลาดใจ
“คุณ คุณยังไม่จ่ายตังค์เลย 25 บาท”
เดซี่นิ่วหน้าเล็กน้อย นึกว่าจะได้กินฟรีในฐานะเป็ว่าที่เ้าของตลาด ก่อนจะก้มลงหยิบเครดิตการ์ดขึ้นจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบเก๋ ตอนส่งเครดิตการ์ดให้ แม่ค้าทำหน้าเหยเกทันที
“ที่นี่ไม่รับบัตรเครดิตหรอกคุณ”
“แต่ฉันไม่มีเงินสด งั้นโอนละกัน แล้วไหนล่ะ ฉันจะสแกน QR Code”
“อา.. อาไรนะ?"
“ก็ คิว อาร์ โค้ดไง”
"ป้าไม่มีหรอก”
“อ้าว! นั่นก็ไม่มี นี่ก็ไม่ได้ แล้วจะเอายังไง?” เธอว่าอย่างจะเริ่มออกอาการเซ็ง ส่วนแม่ค้าเองก็เริ่มจะมีท่าทีไม่พอใจแล้วด้วยเช่นเดียวกัน
“มาเดินตลาดก็น่าจะต้องพกเงินมาไหมคุณนาย?”
พอโดนขึ้นเสียงใส่ เดซี่คนไม่ยอมใครอารมณ์ขึ้นและสวนกลับทันที “นี่ อย่ามาทำเสียงแบบนี้กับฉันนะ รู้ไหมว่าฉันเป็ใคร”
“จะเป็ใครก็ต้องกินแล้วต้องจ่าย นี่กินแล้วคิดจะเบี้ยวหรือไง?”
“นี่ นี่ พูดให้มันดีๆ นะป้า แค่กาแฟโลว์คลาสแก้วเดียวฉันไม่เบี้ยวหรอก คนระดับฉันน่ะ ยอมลดตัวลงมาเดินตลาดแล้วกินกาแฟไร้ระดับที่ร้านป้าก็นับว่าให้เกียรติมากเท่าไหร่แล้ว” พูดอวดตัวยังไม่ทันจะจบ แม่ค้ากาแฟก็ร้องะโขึ้นเสียงดังลั่นว่า …
“เ้าข้าเอ๊ย มาดูเร็ว คนอะไร หน้าตาก็ดี แต่นิสัยเสีย กินเสร็จแล้วจะชักดาบ"
งานเข้าเดซี่เลยล่ะทีนี้ ทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ขาย ลูกค้า ชาวบ้านที่ไม่ได้เกี่ยวด้วยสักนิดต่างก็พากันยกโขยงมาดูราวกับมีโชว์ของแปลก
“อ๊าย! แห่มาดูอะไรกัน จะบ้าเหรอ? ไร้อารยธรรมที่สุด!
"ดูเลยจ้ะทุกคน ดูไว้เลย จำหน้าเอาไว้ให้ดีๆ ผู้หญิงอะไรหน้าตาสะสวยซะเปล่า แต่หน้าไม่อาย กินแล้วไม่จ่าย แถมยังมาหาว่าร้านกาแฟฉันไร้ระดับ”
“นี่ ป้า อย่ามากล่าวหากันนะ ฉันไม่ได้จะไม่จ่าย ส่วนที่ว่ากาแฟป้าไร้ระดับ ก็มันเื่จริงนี่" พอเดซี่พูดออกไปเท่านั้น แม่ค้ากาแฟก็โมโหมาก หันไปคว้าถังน้ำล้างชาม กองเชียร์ทีมแม่ค้ากาแฟที่ล้อมหน้าล้อมหลังต่างพากันส่งเสียงยุ แม่ค้ากาแฟยุขึ้นซะด้วย ยกถังน้ำในมือ เดซี่รู้ทันทีว่าหนีไม่ทันแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หลับตาปี๋และกรี๊ดเสียงดังลั่นตลาด
"อ๊ายยยย!!!"
จังหวะเดซี่คิดว่าตัวเองต้องเปียกแน่ มือสากๆ พร้อมกับร่างใหญ่พุ่งเอาตัวเข้ามาบังไว้ น้ำล้างชามจากถังในมือแม่ค้าสาดโดนร่างใหญ่ไปเต็มๆ
ในท่ามกลางความไร้อารยธรรม ยังมีอ้อมแขนอุ่นหมีของชายปริศนา เดซี่แหงะเปลือกตาและจะเอ่ยขอบคุณในความเป็เ้าชายขี่ม้าขาวที่มาช่วยเธอไว้ แค่พอเงยหน้าขึ้นและเห็นหน้าค่าตาของเ้าของอ้อมแขน เธอก็อ้าปากค้าง... 'เฮ้ย นายหมีควายสัตบรรณ มาไงเนี่ย?!'... แล้วคำขอบคุณก็ถูกเธอกลืนลงคอไปเลย
"คุณเสือ!" แม่ค้ากาแฟใทันทีที่เห็นเขาซึ่งเนื้อตัวเปียกซก รีบเข้ามาลูบขอโทษขอโพยและเอาชายผ้ากันเปื้อนเช็ดตัวให้เขามือพัลวัน "คุณเสือ ป้าขอโทษ"
"ไม่เป็ไรครับป้า ไม่เป็ไร"
"แล้วคุณเสือเข้ามาขวางป้าทำไมคะ?" ป้าแม่ค้าลนลานถามหน้าตื่น
"อย่ามีเื่กันเลยครับผมขอล่ะ นี่คนของผมเอง" ชายหนุ่มบอก
"อ๋อ ที่แท้เป็คนงานของคุณเสือนี่เอง ทีหน้าทีหลังก็หัดพูดจาให้มันดีๆ หน่อยสิแม่คุณ" พลางหันไปมองเดซี่ที่หลบอยู่หลังสัตบรรณ
เดซี่ลอยหน้าเถียงกลับ “ทำไม ฉันพูดไม่ดียังไงไม่ทราบ?”
“ดูสิเนี่ย คนเขาสอนแล้วยังมาเถียงกลับอีก ดีนะคะที่เห็นว่าเป็คนงานของคุณเสือ เพราะถ้าไม่งั้น ไม่ใช่แค่จะโดนน้ำสาด จะมีทั้งไข่ทั้งเปลือกทุเรียนตามมาแน่ๆ”
เดซี่ฟังแล้วจี๊ดเลย เธอชำเลืองมองร่างสูงของสัตบรรณอย่างตาขวางๆ ด้วยความอิจฉาและหมั่นไส้ที่เห็นเขาได้รับความเคารพจากแม่ค้า ก่อนเธอจะหันไปโต้กลับแม่ค้าอย่างคนไม่ยอมใครว่า
"นี่ป้า อย่ามาลามปามหาว่าฉันเป็คนงานของนายคนนี้นะ คนระดับฉันน่ะ ไม่มีวันเป็ลูกไล่ให้ใครหรอก โดยเฉพาะหมอนี่"
"หยุดสักที มานี่เลยมา" สัตบรรณดุเธอเสียงฮึ่มๆ ในลำคอ แต่เธอไม่สน
"ปล่อยนะ ฉันจะคุยกับยัยมนุษย์ป้านั่นให้รู้เื่"
"เงียบปากเถอะน่า!"
"ไม่!" เดซี่โวยวายไม่เลิก "ฉันเป็ใคร ทุกคนที่นี่ควรจะได้รับรู้ นายบอกทุกคนไปสิว่าฉันเป็ใคร"
"บอกให้เงียบไงเล่า!" แล้วชายหนุ่มก็ฉุดแขนเธอพรวด พาเดินออกมาจากร้านอย่างไว ส่วนชวนชมเพิ่งวิ่งแหวกฝูงชนเข้ามาไม่ทันเห็นเหตุการณ์ ได้แต่วิ่งงงๆ ตามหลังร่างเล็กในชุดกระโปรงพลิ้วที่โดนสัตบรรณฉุดกระชากลากถูไป ป้าร้านกาแฟและเหล่าชาวบ้านไทยมุงพากันมองตามและซุบซิบนินทากันเสียงขรมด้วยความแปลกใจว่าทำไมหนุ่มชาวไร่หัวสมัยใหม่ที่ทั้งเก่งทั้งฉลาดอย่างสัตบรรณจะจ้างคนงานทั้งที หาที่สติดีๆ และมีมารยาทมากกว่านั้นไม่ได้แล้วหรือ?
~♫~☆·.¸¸.·´`·.¸¸.♥·.¸¸.·´`·.¸¸.·☆~♫~
สัตบรรณลากตัวเดซี่ออกจากตลาดมาที่ลานจอดรถ เดซี่ร้องโวยวายตลอดทาง
“โอ๊ย! นี่นาย ฉันเจ็บนะ”
สัตบรรณปล่อยมือ แล้วมองเธออย่างโมโห
“เจ็บก็ดี จะได้สำนึก”
“สำนึกบ้าอะไร? คนพวกนั้นต่างหากที่จะต้องสำนึกถ้ารู้ว่าฉันเป็ใคร” พูดเสร็จแล้วหันหลังจะเดินกลับไปฉะกับป้าแม่ค้าร้านกาแฟให้รู้เื่ แต่โดนสัตบรรณพูดสกัดไว้อย่างกับรู้ล่วงหน้า
“ถ้าคุณกลับไป ผมรับรองว่าคุณจะไม่ได้กลับออกมาในสภาพดีแน่ๆ”
เดซี่เบรกเท้า หันหน้าขวับกลับมา เห็นเขาเอามือกอดอกมองเธออย่างยิ้มๆ และบอกว่า
“ถ้าไม่โดนไข่เน่าก็ต้องโดนเปลือกทุเรียน หรือดีไม่ดี คนปากเสียแถมไร้มารยาทแบบคุณอาจจะโดนเลาะฟันจนหมดปาก”
“อ๊ายยย! นี่นายกล้ายังไงมาว่าฉันปากเสียแถมไร้มารยาท”
“นี่ไง ผมพูดไม่ทันขาดคำ อาการปากเสียและไร้มารยาทของคุณก็กำเริบออกมาแล้ว”
เดซี่อ้าปากจะตอบโต้กลับไปให้สาสม แต่แล้วก็โดนเขาพูดแทงใจดำเข้าให้ เธอเลยชะงักฟังอึ้งๆ
“ถ้าคุณคิดจะทำการตลาดกับคนชุมชนนี้ คุณต้องเริ่มจากการสร้างมิตร ไม่ใช่สร้างศัตรูแบบนั้น” แล้วเขาก็ยกเอาเื่เงื่อนไขในพินัยกรรมขึ้นมาตอกย้ำ “และถ้าคุณคิดว่าจะฟื้นฟูกิจการคุณปู่คุณย่าของคุณด้วยการปรับปรุงตลาด ก่อนอื่น ผมว่าคุณควรต้องปรับปรุงตัวเอง ทบทวนบทบาทตัวเองซะใหม่ให้ดีกว่านี้ ไม่งั้นไม่รอดแน่”
“ชิ! ทำเป็มาสอน รู้จักเื่การตลาดดีนักรึไง?” เดซี่ทำหน้าเชิดหูทวนลม บ่นพึมพำงุบงิบมุบมิบเบาๆ โนสน โนแคร์ต่อสิ่งที่เขาเตือน แต่อย่างน้อยแทนที่จะเดินกลับเข้าไปในตลาดเพื่อเอาคืนกับแม่ค้ากาแฟ เธอเลือกที่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง
สัตบรรณมองดูร่างเล็กแสนเย่อหยิ่งเดินกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปเร็วปร๋ออย่างไม่เห็นฝุ่น เขาส่ายหน้าถอนใจเฮือกอย่างระอา ก่อนที่ชวนชมจะเพิ่งวิ่งปรู๊ดออกมาจากตลาด แต่มาไม่ทันรถของเดซี่ สัตบรรณจึงชวนให้กลับกับเขา ชวนชมยิ้มแก้มปริดีใจที่ได้นั่งรถมากับเ้านายอันเป็ที่รัก
"คุณเสือมาได้ไง แล้วรู้ได้ไงว่าเกิดเื่กับคุณเดซี่คะเนี่ย?" ชวนชมหันไปถาม
"ก็แม่เราน่ะ บอกฉันว่าเดซี่ชวนเรามาเดินตลาด ฉันสังหรณ์ใจแล้วว่าต้องเกิดเื่ เลยรีบตามมา"
ชวนชมฟังแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองเพราะนึกว่าสัตบรรณเป็ห่วง แต่สัตบรรณถามกลับเจือดุ
"ว่าแต่เราเถอะ ให้มาเดินเป็เพื่อนเขาช่วยดูแลเขา แต่นี่ดันหายไปไหนมา ปล่อยให้เขาไปก่อเื่แบบนั้นได้"
ชวนชมหน้าเสีย ใจเสีย และแอบนึกโมโหคนต้นเหตุที่ทำให้ตนโดนเ้านายดุ รีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงจ๋อยๆ ให้คนฟังสงสารเห็นใจ
"ชมก็แค่เดินไปดูของในตลาด เพราะวันๆ ช่วยพ่อกับแม่ทำงานไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ออกมาเที่ยว แล้วใครจะไปรู้ล่ะคะว่าแค่ชมคลาดสายตาแป๊บเดียว คุณคนนั้นเขาจะไปตีกับแม่ค้าซะได้" แล้วก็ยกมือขึ้นไหว้นอบน้อมและสำนึกผิด "ชมขอโทษนะคะคุณเสือ ที่ดูแลคุณเดซี่ได้ไม่ดี"
"ช่างเถอะๆ ความจริงไม่ใช่ความผิดของเราหรอก เรายังเด็ก จะไปทันอะไรกับคนร้ายๆ แบบนั้น ถ้าต่อไปถูกบังคับให้ไปเดินตลาดเป็เพื่อนอีก บอกฉันละกัน"
ชวนชมใจฟู แอบคิดว่าสัตบรรณเป็ห่วงแน่ๆ ทีนี้หัวใจที่เคยไม่กล้าคาดหวัง ก็เลยเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่รำไร
สามคนกลับมาถึงบ้านในเวลาไล่ๆ กัน เดซี่จอดรถก้าวลงมายังไม่ทันเดินไปถึงกระไดเรือน สัตบรรณลงจากรถปราดมาคว้าแขนเธอ ชวนชมมองตามอย่างแอบหมั่นไส้มาก
"โวะ! อะไรของนายอีกเนี่ย?" เดซี่สะดุ้งใ สัตบรรณปล่อยมือจากแขนเธอ ตำหนิเสียงเข้ม
"ถ้าต่อไปคุณก่อเื่อีกแม้แต่ครั้งเดียว คุณเก็บข้าวของออกไปจากบ้านผมเลย ผมไม่อยากมีตัวปัญหาอาศัยอยู่ร่วมชายคาด้วย"
"คำก็ไล่สองคำก็ไล่ ฉันไม่ใช่หมูไม่ใช่หมานะ หัดให้ความเกรงใจกันบ้าง"
"ต่อให้เป็หมูเป็หมายังจะดีกว่าเลย อย่างน้อยพวกมันไม่มีวันก่อเื่ให้ผมต้องเดือดร้อนเหมือนคนอย่างคุณ!"
"อ๊ายยย ตาบ้า มาว่าฉันแบบนี้ได้ไง! นายมันบ้า ไม่เป็สุภาพบุรุษซะเลย" เดซี่โมโหจนลมออกหู
สัตบรรณไม่สนใจ เดินจ้ำอ้าวขึ้นเรือนไป เดซี่ยืนอ้าปากเหวอตัวสั่นพั่บๆ ทั้งโมโหทั้งแค้นที่โดนด้อยค่าว่าหมูหมายังดีกว่าตัวเอง ไม่รู้จะเถียงกลับยังไงดี จะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ออก จะกระทืบเท้าเต้นแร้งเต้นกาก็จะเหนื่อยเปล่า รีบฮึบ บอกตัวเองเก็บแรงไว้ ค่อยหาทางเอาคืนทีหลังให้สาสม
. . . つづく