ตอนที่ 39 : กำลังเสริมของทั้งสองฟาก ตอนจบ
“แก! แองกริคราวน์!”
หู่ตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงแฝงความเป็นศัตรูผสมกับอาการฝืดฝืนความกลัวในใจ
แต่ที่ยังตะโกนกลับมาได้ก็นับว่าเป็นปฏิกิริยาที่น่าชื่นชม
“ดูเหมือนข่าวลือที่นายเข้าร่วมสงครามชิงบัลลังก์จะเป็นเรื่องจริงสินะ” หลงพูดน้ำเสียงกระแนะกระแหน
“ข่าวลือ... พูดแบบนั้นทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นความจริงนี่มันน่าตลกไปหน่อยนะ”
แต่แน่นอนว่าชินไม่สนใจเพราะรู้จุดประสงค์ของเขา ไม่สิ... รู้จุดประสงค์ของราชาพวกเขาอยู่แล้ว
“คิดจะร่วมศึกนี้ด้วยงั้นเหรอ” หลงเริ่มจ้องสังเกตสังกาชินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีระแวดระวัง ชินเองก็ทำอย่างเดียวกัน
“ก็ถ้าพวกนายไม่ยอมออกไปจากที่นี่แต่โดยดี ฉันก็คงต้องร่วมด้วย”
ทั้งสองฝ่ายระวังกัน แต่จุดแตกต่างคือชินเดินเข้าหาหลงที่ยืนอยู่เฉย ๆ
ท่าทางที่เดินเข้ามาแบบไม่สนสี่สนแปดของชินทำเอาหู่นึกถึงศึกที่มาลาเชีย แต่เพราะรู้แบบนั้นจึงยิ่งระวังมากขึ้น
ทั้งหลงและหู่ต่างรีบตั้งท่าร่างเพราะรู้ว่าชินกำลังล่อให้ติดกับ
ทางริวเห็นหลงระแวงชินขนาดนั้นก็ทำเอาหงุดหงิดอยู่บ้างเพราะหลงไม่ได้ระวังตนเท่า
แต่พอรู้สึกตัวอีกทีความกลัวของริวก็หายไปจนมือไม้กลับมานิ่งสงบ เขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่าตัวตนของชินทำให้ตนสบายใจ
น่าหงุดหงิดชะมัด...
ริวแอบคิดสบถ แต่ลึก ๆ ในใจก็รู้สึกยอมรับความแข็งแกร่งของชินไปพร้อมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะความแข็งแกร่งของเขาเป็นที่ประจักษ์แล้วตั้งแต่หนที่โค่นสคัลลง แองกริคราวน์คือชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกของแท้
หลงเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน
“นายรับมือกับเจ้าหนุมานนั่นไป ส่วนฉันจะรับมือกับแองกริคราวน์เอง”
หลงนัดแนะหู่ แม้จะมีท่าทีไม่ชอบใจแต่หู่ก็พยักหน้าตามคำสั่ง
ตู้ม!!!
พอหลงได้จังหวะก็พุ่งเข้าหาชินด้วยแรงกายเหนือมนุษย์
ชินที่เดินเข้าหาด้วยท่าทีสบายใจจำต้องยกมือทั้งสองขึ้นไขว้ตั้งรับการพุ่งตัวโจมตีนั่นเอาไว้
ทว่าความรุนแรงของมันมากยิ่งกว่าที่ชินคาด แรงกดจากพลังนั่นมากจนทำให้เพดานกระจกแก้วพังลง ทำทั้งสองตกลงไปยังชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้า
แต่การโจมตีนั้นไม่รุนแรงพอจะสร้างความเสียหายให้กับชิน นับได้เพียงเป็นการทักทายเท่านั้น
“ได้ยินมาว่าไนท์ของนายสามารถลบล้างพลังของคนอื่นได้สินะ ถ้าเป็นเรื่องจริงคงน่ากลัวพิลึก”
หลงกล่าวระแวง แต่ก็เริ่มวาดเท้าและมือไปมาเป็นวงกลมก่อนตั้งท่าร่างเตรียมบุกจู่โจม
“มวยหย่งชุนรึ... เป็นเกียรติมากที่ประเมินกันสูงขนาดนี้” ชินส่งเสียงเหมือนยิ้มในลำคอ
“เป็นเกียรติที่นายรู้จักศาสตร์ของเราเช่นกัน”
หลงพงกหัว ความสุภาพของชินทำให้เขารู้สึกเคารพไปชั่วขณะนึง
ส่วนชินนั้นเริ่มวิเคราะห์ท่าของศัตรู...
หย่งชุนเป็นศิลปะการต่อสู้ของจีนที่รู้จักกันดีว่าเป็นมวยอ่อน กระบวนท่าส่วนใหญ่อาศัยความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้มากกว่าจากของตัวเองแล้วปรับใช้ตามสถานการณ์
ส่วนตัวหลงเองนั้นน่าจะเป็นเผ่าดรากูน เป็นเผ่าย่อยของมนุษย์สัตว์ที่มีคุณลักษณะพื้นฐานแข็งแกร่งเป็นล้นพ้น เห็นได้ชัดจากการที่สามารถรับคมอาวุธผสานจิตได้โดยไร้รอยขีดข่วน การใช้มวยอ่อนแทนมวยแข็งที่เป็นข้อดีของตนจึงนับว่าน่าสงสัย
แต่อีกนัยนึง... การใช้หย่งชุนรับมือกับชิน มันคือเครื่องบ่งบอกว่าหลงประเมินแองกริคราวน์ว่าแข็งแกร่งกว่าตัวเองได้เช่นกัน
การตั้งท่าของหลงเห็นได้ชัดเลยว่ารอสวนกลับ
ท่าทางเชิงเชิญชวนเช่นนั้นเป็นกับดักเพื่อหลอกเข้าไป แต่มันก็เป็นดั่งจดหมายท้าดวลให้ชินเปิดฉากเช่นกัน
กับศัตรูที่คู่ควร ชินรับคำท้านั้นในทันทีด้วยการพุ่งเข้าใส่
ชินเริ่มจากหมัดตรงแบบเบาะ ๆ
แน่นอนว่ามันถูกปัดป้องออกไปด้านข้างอย่างง่ายดายด้วยการวาดมือเป็นวงกลม
หลงเห็นจังหวะ เขาสวนกลับด้วยหมัดที่รุนแรงยิ่งกว่าเข้าใส่กลางลำตัวของชิน
แต่ว่า...
“หา!?”
ไม่ทันไรคนที่ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจกลับเป็นหลงเอง
เขาถูกชินใช้มืออีกข้างใช้ท่าวาดวงกลมแบบเดียวกันปัดป้องออกไป
ไม่จบเท่านั้น ชินยังชักมือที่ปล่อยหมัดไปก่อนหน้ากลับมาใกล้กับอกของเจ้ามังกรด้วยระยะห่าง 1 นิ้ว
“อั๊ก!!!”
พริบตานั้น ร่างของเจ้ามังกรก็ถอยลอยกระเด็นไปไกลหลายเมตร ทั้งที่หมัดของชินมิได้เคลื่อนไหวใด ๆ เลย
ไม่สิ... ไม่ใช่...
หลงตระหนักได้หลังจากนั้น
ไม่ใช่ว่าหมัดของชินไม่ได้เคลื่อนไหว แต่มันถูกชกเข้าใส่ตนแล้วกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมเร็วมากจนมองไม่ทันต่างหาก
แรงกระแทกนั่นส่งทะลุเกล็ดหนาที่คลุมร่างกายจนหลงกระอักเลือด
จากการแลกหมัดเพียงครั้งเดียวหลงก็กลายเป็นฝ่ายเหงื่อตกทันที
เพราะอย่างน้อย ๆ ในเรื่องของเทคนิค หลงต้องยอมรับว่าชินเหนือกว่าตนเอง
“เห...”
“!!!?”
เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นจากระเบียงห่างออกไปทำให้ชินปรับสัมผัสไปมอง แต่ก็ไม่ได้ละสายตาจากหลงที่โดนอัดปลิวไป
น้ำเสียงชื่นชมนั่น มาจากเด็กสาวที่นั่งบนระเบียงฝั่งตรงข้าม
“แม้แต่หมัดหนึ่งนิ้วเองก็ใช้เป็นอย่างงั้นเหรอ นายนี่มันตัวละครติดบั๊คของแท้เลยนะพ่อตัวตลกจอมยั๊ว”
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเธอทำให้ชินรู้สึกถึงแรงกดดันเป็นครั้งแรก
เธอเป็นเด็กสาวปริศนาผู้สวมหน้ากากหงส์ขาววาดด้วยลายเส้นพู่กัน
ท่าทางสบาย ๆ ของเธอทำให้ชินตัดสินว่าเธอคนนี้อันตรายกว่ารูปลักษณ์อันบอบบางที่เห็น
ชินจึงเปลี่ยนจุดโฟกัสจากหลงเป็นเด็กสาวทันที
เธอคนนั้นกระโดดข้ามจากระเบียงฝั่งตรงข้ามมายืนอยู่ข้างหลง ทำให้ยืนยันได้ว่าเป็นกำลังเสริมของศัตรู
“ขออภัยด้วยครับท่านฮ่องเต้... เขาเหนือกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก” หลงค่อย ๆ ลุกขึ้นขอโทษ แต่เด็กสาว... ท่านฮ่องเต้ส่ายหน้าให้ทันที
“ช่างเถอะค่ะ ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้”
ท่านฮ่องเต้กลับมายืนขวางระหว่างชินกับหลงอย่างไร้ความยำเกรง อีกครั้งที่ชินรู้สึกเหมือนโดนหยาม
แต่ชินก็ต้องรู้สึกชื่นชมเมื่อเด็กสาวตัวเล็กบอบบางเข้าปกป้องชายตัวใหญ่กว่าอย่างห้าวหาญไร้ความยำเกรง
แต่ชั่วขณะที่รู้ว่าอีกฝ่ายถูกเรียกว่า ‘ท่านฮ่องเต้’ ชินก็พอจะคาดเดาสาเหตุของความมั่นใจนั่นได้
ท่านฮ่องเต้งั้นเหรอ?
หรือว่าผู้หญิงคนนี้คือราชาอันดับที่ 4... ราชาของพวกฉินงั้นเหรอ?
ชินรู้สึกระแวงขึ้นมาทันที
ชินเคยคิดว่าความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นควรจะเป็นความสงสัย เพราะราชาทุกคนนับได้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่อาจจะเป็น ‘ตัวตลก’ เป้าหมายของชิน
แต่สิ่งแรกที่ชินรู้สึกกลับเป็นความกังวลจากความไม่รู้แทน
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ชินได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่มีตราราชันย์ แบบเดียวกับที่ศัตรูคู่อาฆาตของเขาครอบครองอยู่
“แต่ว่า ก็ดีแล้วค่ะ...” เด็กสาวเอ่ยน้ำเสียงปานนึกสนุก ไม่สนใจชินที่กำลังครุ่นคิด
หากเธอสามารถแสดงสีหน้าผ่านหน้ากากได้ เธอคนนี้คงเผยรอยยิ้มน่าหวาดผวาออกมาใส่ชินแน่
แต่สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ ไม่ใช่รอยยิ้มใต้หน้ากากของเธอ ชินรู้เรื่องนั้นหลังเห็นเด็กสาวเลื่อนมือซ้ายขึ้นมาราวโอ้อวด
“เพราะถ้าไม่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ การที่ฉันลงมาที่นี่ด้วยตัวเองก็คงไม่มีความหมายจริงไหมคะ!”
หลังมือซ้ายของเด็กสาวปรากฏตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎ รอยสักส่องแสงสีแดงส้มดุจเพลิงกระเจิงกระจาย
แสงของเธอกลบไฟที่กำลังลุกอยู่โดยรอบจนสิ้น ทั้งยังสาดส่องไปถึงชั้นล่างที่โอลิเวียกับหนิวกำลังปะทะกันอยู่เลยทีเดียว
ชินเข้าใจความหมายของสิ่งที่เธอคนนั้นทำโดยไม่ต้องคิด
เขารีบใช้ไนท์ ‘เปอร์เซนต์เทจ’ ปรับค่าความสามารถทางกายภาพของตัวเองจนถึงขีดสุดเพื่อรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันในทันที
และความกังวลก็เกิดขึ้นจริง...
เด็กสาวที่อยู่เบื้องหน้าชิน ใช้เวลาชั่วพริบตามาปรากฏอยู่ด้านหลังของชินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ช้ากว่าที่คิดนะคะเนี่ย”
คำพูดสั้น ๆ ของเธอถูกกลบด้วยเสียงกระทบพื้นของเจ้าตัวที่ดังตามมาทีหลัง ดูเหมือนความเร็วของเธอจะเหนือกว่าความเร็วเสียงไม่รู้กี่เท่า
เท่านั้นไม่พอ เด็กสาวพลิกตัวเตะข้างลำตัวของชินกลางอากาศจนร่างของชินปลิวกระเด็น
การโจมตีนั่นทำให้ชินตีลังกาหลายตลบ เขาใช้มือขวาจิกพื้นปานตะขอ เกิดรอยแยกพื้นตามที่ใช้นิ้วจิกจึงหยุดแรงที่เกิดจากการเตะของเด็กสาวได้
พลังนั่นเหนือล้ำกว่าที่เห็นภายนอก แม้กระทั่งการใช้ ‘เปอร์เซนต์เทจ’ ปรับค่าความสามารถทั้งหมดจนถึง 100% แล้วก็ยังต้านไว้ไม่อยู่
“เห... รับลูกเตะของฉันทันด้วยเหรอคะเนี่ย” ท่านฮ่องเต้พูดราวกับไม่อยากเชื่อสายตา
ไม่รู้ว่าเธอหวังการโจมตีของตัวเองไว้แค่ไหน เพราะแค่การโจมตีเมื่อครู่ก็ทำแขนของชินหักผิดรูปไปแล้วแท้ ๆ
แย่ล่ะสิ... อัตราการดูดซับจิตของตราราชันย์นี่มันคนละเรื่องกับตราอัศวินเลย
แล้วดูยังไงเธอคนนี้ก็ยังไม่ได้เอาจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
คนละระดับ ไม่สิ... ความแข็งแกร่งนี่ มันคนละมิติกับตราอัศวินอย่างเห็นได้ชัด
ราชาผู้มีสิทธิในการปกครองโลก... มีพลังมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ
ชินกัดฟันกรอดด้วยความดื้อดึง ราวกับเขาไม่ยอมรับความจริงอันยากจะปฏิเสธว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบ
ซึ่ง... ท่าจะว่ากันตามจริงชินก็ไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้น
ชินยังมีไพ่ตายอย่าง ‘โอเวอร์ลอร์ด’ ที่ใช้พลิกสถานการณ์ได้อยู่
แถมสิ่งที่ทำให้ราชาจากฉินได้เปรียบชินตัวเขาเองก็มีมันเช่นกัน เขาถึงเหลือบไปมองมือขวาของตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ
แต่ว่า... ในความเป็นจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น
ไม่เหมือนกับตอนที่สู้กับสคัล... ตอนนั้นหมอนั่นสร้างเขตแดนที่ทำให้คนภายนอกมองไม่เห็น เราถึงกล้าเปิดเผยไพ่ในมือทั้งหมด
แต่หนนี้... ถ้าเราใช้ ‘โอเวอร์ลอร์ด’ ขึ้นมา ข้อมูลจะถูกส่งไปยังชงหยวนทันที
ถ้าเราเอาจริง เราอาจจะชนะราชาของฉินได้ก็จริง
แต่ชงหยวนและพรรคพวกที่เหลือก็จะรู้ว่าชินยะ นัวรอยคือแองกริคราวน์
แถมถ้าเราใช้ตราราชันย์ หนนี้ทุกคนจะรู้กันหมดว่าแองกริคราวน์คือราชาไร้เลข
แล้วพอชงหยวนรู้ว่าแองกริคราวน์มีตราราชาไร้เลข เธอก็ต้องรู้ว่าเป็นเราอยู่ดี เพราะคนที่จะมีตรานี้ได้ก็มีแต่องค์รัชทายาทเท่านั้น
บ้าชะมัด... ไม่ว่าทางไหนก็เป็นการขุดหลุมฝังตัวเองทั้งนั้นเลย!
ชินรู้สึกหงุดหงิดจากสถานการณ์ที่ถูกจำกัด
ไม่ใช่ว่าชนะไม่ได้... หากแต่ถึงชนะตรงนี้ไปแล้วแพ้เอาข้างหน้าเพราะถูกรู้ตัวจริงก็ไม่มีประโยชน์
ต้องถอยไปตั้งหลักก่อน!
เห็นได้ชัดว่าการหนีคือทางเลือกที่ดีที่สุด ชินเริ่มถอยเท้าตัวเอง
ขณะที่ชงหยวนกลับเดินเข้าหาชินด้วยท่าทีสบาย ๆ เธอไม่มีท่าทีจะปล่อยชินไปเลยสักนิด
“ใต้หน้ากากนั่นเป็นหนุ่มหล่อรึเปล่าน้า... อยากจะรู้จังเลยค่ะ!!!!”
ชงหยวนตะโกนปานสิงโตคำรามกระหายเหยื่อ เธอถีบพื้นพุ่งตัวเข้าใส่ชิ้นปานจะฉีกกระชากเขาให้เป็นชิ้น ๆ
มือของเธอพุ่งตรงหวังจะคว้าหน้ากากของแองกริคราวน์ ตั้งใจจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของชินอย่างไร้ความยำเกรงและสงสาร
ความเร็วนั้นสูงมากพอจะมองตามทันได้ แต่ร่างกายของชินไม่สามารถขยับตามได้ทัน
แย่แล้ว!
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร่ำร้องหวาดกลัวความตาย ชินไม่รู้ตัวเลยว่าได้ส่งจิตไปสู่มือขวาเพื่อที่จะเปิดใช้งานตราราชันย์
แต่มือของท่านฮ่องเต้กลับมาไม่ถึง ชินเลยชะงักการถ่ายจิตก่อนที่จะไปถึงตรา
มีเพียงแค่ปลายนิ้วของท่านฮ่องเต้เท่านั้นที่ได้สัมผัสหน้ากากของตัวตลกจอมกริ้วโกรธ
“แหม ๆ”
สิ่งที่หยุดมือของราชินีสาวจอมแสบคนนี้ไว้ เป็นมือของชายปริศนาที่อยู่ด้านหลังของชิน
เขาเอื้อมมือมาคว้าจับข้อมือของเด็กสาวไว้ได้ทันก่อนจะถึงชิน ความเร็วนั้นมากพอ ๆ กับท่านฮ่องเต้จนชินอดเปรียบเทียบไม่ได้ ความแข็งแกร่งเองก็คงจะเทียมกันจากการยึดยื้อมือของทั้งสองฝ่าย
ส่วนจุดแตกต่าง คงจะเป็นน้ำเสียงอันคุ้นเคยของชายคนนี้
“มาเปิดดูของดีในบ้านคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อนแบบนี้นี่ ช่างไม่มีมารยาทเอาซะเลยนะครับท่านฮ่องเต้”
ชายปริศนา... อัลเฟรดเอ่ยภายใต้หน้ากากผีดูดเลือด
น้ำเสียงเขาดูนึกสนุก กระนั้นยังแฝงด้วยความหงุดหงิดที่ปกติไม่เคยสัมผัส
“แหม ๆ ก็มันไม่ได้มีป้ายแปะไว้ซะหน่อยนี่นาว่าเป็นของคุณน่ะ ท่านวลาดจอมเสียบ”
แต่เพียงแค่นั้นยังไม่สามารถกดดันท่านฮ่องเต้ได้ หญิงสาวหน้ากากหงส์ขาวยังคงยิ้มร่าจนน้ำเสียงขบขันดูแคลนลอดออกมานอกหน้ากาก
ฝ่ายที่กังวลเห็นทีคงจะเป็นคนกลางอย่างชิน
เพราะเป็นผู้อยู่ใจกลางจุดปะทะของแรงกดดัน จากราชันย์ทั้งสองคนที่จ้องจะขย้ำอีกฝ่ายให้ดับดิ้น
❖❖❖❖❖
